กรุงอิสลามาบัด

ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองโลกกันดีกว่า นั่นคือ ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ซึ่งเป็นพัฒนาการที่น่าติดตามมาก เพราะมันแสดงให้เห็นถึงเกมการเจรจาที่ยากลำบากในตะวันออกกลาง

ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมากล่าวอ้างอย่างน่าประหลาดใจระหว่างการเดินทางบนเครื่องบิน Air Force One ว่า อิหร่านได้ส่งข้อเสนอใหม่ที่ “ดีกว่าเดิมมาก” มาให้สหรัฐฯ เพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่เขาประกาศยกเลิกการส่งคณะผู้แทนไปเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน

ทรัมป์เล่าว่า “พวกเขาส่งเอกสารมาให้เรา และที่น่าสนใจคือ ทันทีที่ผมสั่งยกเลิกไป ภายใน 10 นาที เราก็ได้เอกสารฉบับใหม่ที่ดูดีกว่าเดิมมาก” คำพูดนี้ทำให้ผู้สื่อข่าวอย่างคิท เมเฮอร์จาก CNN พยายามถามหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ทรัมป์ตอบแบบกว้างๆ ว่า “พวกเขาเสนอมาเยอะนะ แต่ยังไม่ดีพอ”

ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน: พัฒนาการอย่างไร?

ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวประกาศว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเดินทางไปปากีสถานในสุดสัปดาห์เพื่อหารือเรื่องยุติสงครามในตะวันออกกลาง แต่ทรัมป์ก็ยกเลิกทันทีในวันเสาร์ ขณะที่ฝั่งอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี เพิ่งเดินทางออกจากปากีสถานหลังหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยยืนยันว่าไม่มีนัดหมายกับสหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดสูงในภูมิภาค โดยเฉพาะสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์พยายามใช้กลยุทธ์ “แรงกดดันสูงสุด” เพื่อบังคับให้อิหร่านยอมเจรจาเรื่องนิวเคลียร์และความมั่นคง การยกเลิกการเจรจาครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการเล่นเกมจิตวิทยา ที่ทำให้อิหร่านต้องรีบส่งข้อเสนอใหม่เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

มาดู背景กันหน่อย สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อมานาน สหรัฐฯ ต้องการบทบัญญัติที่เข้มงวดจากอิหร่าน เช่น หยุดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ลดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และเปิดรับการตรวจสอบ แต่ฝั่งอิหร่านยืนกรานว่าต้องยกเลิกการคว่ำบาตรก่อน การที่ ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน จึงเป็นสัญญาณว่าอิหร่านอาจยอมผ่อนปรนบางประเด็นเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร

  • ข้อดีของกลยุทธ์ทรัมป์: แสดงให้เห็นว่าการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวสามารถเร่งกระบวนการเจรจาได้
  • ความเสี่ยง: หากข้อเสนอใหม่ไม่ตรงใจ อาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง
  • บทบาทปากีสถาน: เป็นกลางในการเป็นเจ้าภาพเจรจา แต่ถูกยกเลิกกะทันหัน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่เป็นชัยชนะเชิงจิตวิทยาของทรัมป์ เพราะมันบังคับให้อิหร่านต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว แต่คำถามสำคัญคือ ข้อเสนอใหม่นี้มีอะไรบ้าง? จะรวมถึงการลดกำลังทหารบริเวณชายแดน หรือยอมรับข้อกำหนดนิวเคลียร์แบบ JCPOA รูปแบบใหม่หรือไม่?

จากประสบการณ์การเจรจาครั้งก่อนๆ ในสมัยทรัมป์ เขาชอบใช้ทวีตและคำพูดกระแทก เพื่อกดดันคู่เจรจา ครั้งนี้ก็คล้ายกัน การยกเลิกการเดินทางที่ปากีสถานอาจเป็นแค่ “ลูกไม้” เพื่อให้อิหร่านกลัวว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวทั้งหมด

สถานการณ์โลกตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความขัดแย้ง หากการเจรจานี้สำเร็จ อาจช่วยลดความตึงเครียดได้ แต่ถ้าล้มเหลว เราอาจเห็นการโจมตีทางอากาศหรือการคว่ำบาตรใหม่จากสหรัฐฯ

ในมุมมองของผม นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของ “ศิลปะแห่งการต่อรอง” ตามสไตล์ทรัมป์ ที่ทำให้คู่ต่อสู้ต้องวิ่งตาม หากคุณสนใจข่าวการเมืองต่างประเทศ ลองติดตามต่อเพื่อดูว่าข้อเสนอใหม่นี้จะนำไปสู่อะไร คุณคิดว่าอิหร่านจะยอมตามเงื่อนไขสหรัฐฯ หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ทรัมป์อ้าง อิหร่านส่งข้อเสนอใหม่ทันที หลังยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน

ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ

ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนว่า การยกเลิกแผนส่งคณะผู้แทนไปเจรจาที่ปากีสถาน ไม่ใช่สัญญาณว่าจะกลับไปเปิดศึกอีกครั้ง

ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News และสนทนาทางโทรศัพท์กับบารัค ราวิด ผู้สื่อข่าวจาก Axios และนักวิเคราะห์ CNN เขาย้ำชัดว่า “ไม่เลย มันไม่ได้หมายความแบบนั้น เรายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ” เมื่อถูกถามว่าการไม่ส่งทูตพิเศษสตีฟ วิทคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของเขา ไปกรุงอิสลามาบัด หมายถึงการเตรียมรบหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social อธิบายสาเหตุว่าเป็นเพราะความขัดแย้งภายในผู้นำอิหร่าน “ผมเพิ่งสั่งยกเลิกการเดินทางของตัวแทนที่จะไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อพบกับพวกอิหร่าน เสียเวลาเดินทางเกินไป งานก็เยอะเกินไป! ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดความขัดแย้งภายในและความสับสนอย่างหนักในกลุ่ม ‘ผู้นำ’ ของพวกเขาอีก ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนคุมบังเหียน แม้แต่ตัวพวกเขาเองก็เถอะ อีกอย่างคือ เราเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าทั้งหมด ส่วนพวกเขาไม่มีเลย! ถ้าพวกเขาอยากคุย สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือโทรมา!!!”

เหตุการณ์ก่อนหน้าการตัดสินใจ

วันศุกร์ก่อนหน้า ทำเนียบขาวประกาศว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ จะไปอิสลามาบัดเพื่อเจรจาอิหร่าน ทรัมป์บอก Reuters ว่า “เรากำลังคุยกับกลุ่มคนที่กุมอำนาจอยู่ตอนนี้” แต่เพียงวันก่อน เขากลับบอกผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ Oval Office ว่า สหรัฐฯ ไม่รู้แน่ชัดว่าใครคือผู้นำตัวจริงของอิหร่าน สถานการณ์นี้สะท้อนความไม่แน่นอนในค่ายอิหร่านเอง

การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์โจมตีที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและปากีสถาน ปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เจรจาเพราะบทบาทเป็นตัวกลางในภูมิภาค แต่ทรัมป์มองว่าไม่คุ้มค่าเพราะปัญหาภายในอิหร่าน

บริบทความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน

ย้อนกลับไป สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์เคยถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA และสั่งสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน การเจรจาครั้งนี้ถูกมองเป็นโอกาสลดความตึงเครียด แต่ทรัมป์เลือกยกเลิกเพราะเชื่อว่าอิหร่านยังไม่พร้อม สไตล์การทูตของทรัมป์ที่ตรงไปตรงมาและใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ ทำให้โลกต้องจับตาว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไป

  • สาเหตุหลัก: ความขัดแย้งภายในอิหร่าน
  • ท่าทีสหรัฐฯ: ถือไพ่เหนือกว่า รอให้อิหร่านโทรมาหา
  • ผลกระทบ: ลดโอกาสเจรจาระยะสั้น แต่ไม่ใช่สัญญาณรบ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การยกเลิกนี้ช่วยให้สหรัฐฯ รักษาตำแหน่งแข็งแกร่ง โดยไม่ต้องเสียเวลา ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ ซึ่งช่วยคลายความกังวลในตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ยังคงยึดหลัก ‘America First’ การตัดสินใจแบบนี้ไม่เพียงลดความเสี่ยง แต่ยังกดดันให้อิหร่านต้องจริงจังมากขึ้น หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ

ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปากีสถานเข้าแทรกแซงเพื่อขอขยายเวลาหยุดยิง แต่ฝั่งเตหะรานกลับไม่ยอมง่ายๆ

ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ที่ยอมขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านตามคำขอของเขา โดยนายชารีฟระบุว่า การขยายเวลานี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ความพยายามทางการทูตดำเนินต่อไป จนกว่าฝ่ายอิหร่านจะยื่นข้อเสนอที่เป็นเอกภาพให้สหรัฐฯ

“ในนามส่วนตัวของผมและในนามของจอมพลไซเยด อาซิม มูนีร์ ผมขอขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์อย่างจริงใจที่กรุณาตอบรับคำขอของเราในการขยายเวลาการหยุดยิง เพื่อเปิดทางให้ความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ได้ดำเนินต่อไป” นายชารีฟโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมย้ำว่าปากีสถานจะผลักดันเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร

นอกจากนี้ ปากีสถานยังกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และเตรียมเจรจารอบสองที่กรุงอิสลามาบัด ซึ่งคาดว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์

ทรัมป์ขยายหยุดยิง แต่สหรัฐฯ ยังปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขยายเวลาหยุดยิง จนกว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอที่ชัดเจน แต่สหรัฐฯ ยังคงดำเนินการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป ซึ่งเป็นมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ด้านอิหร่าน นายมาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธการขยายเวลานี้อย่างหนัก โดยระบุว่า “ฝ่ายที่กำลังพ่ายแพ้ไม่มีสิทธิ์มาตั้งเงื่อนไข” และมองว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ เป็นการโอบล้อมที่รุนแรงไม่ต่างจากระดมยิงถล่ม

นายโมฮัมมาดียังกล่าวหาทรัมป์ว่าใช้กลอุบายซื้อเวลาเพื่อโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัว และประกาศว่า “ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะต้องเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน” ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยกำลังทหาร

บริบทความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน และบทบาทของปากีสถาน

ความขัดแย้งครั้งนี้มีรากเหง้าจากประเด็นนิวเคลียร์และการแทรกแซงในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ใช้มาตรการกดดันสูงสุด ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการขยายอิทธิพลผ่านกลุ่มพันธมิตร ปากีสถานในฐานะชาติ muslim ที่มีสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย จึงกลายเป็นตัวกลางสำคัญ

  • ปากีสถานขอขยายหยุดยิงเพื่อป้องกันสงครามลุกลาม
  • ทรัมป์ยอมรับเพื่อเปิดทางเจรจา แต่ยังกดดันเศรษฐกิจอิหร่าน
  • อิหร่านปฏิเสธและขู่ตอบโต้ทางทหาร
  • การเจรจารอบสองที่อิสลามาบัดอาจเป็นจุดเปลี่ยน

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเสถียรภาพภูมิภาค นักวิเคราะห์มองว่าหากอิหร่านลงมือก่อน อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสันติภาพโลก การทูตต้องเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ ติดตามข่าวอัปเดตและแสดงความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ปากีสถานขอบคุณทรัมป์ ยอมขยายเวลาหยุดยิง แต่อิหร่านลั่นจะตอบโต้

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่ สร้างความสนใจในเวทีการทูตโลก เมื่อโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเตหะรานออกมาเปิดเผยจุดยืนล่าสุด ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานาน

อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายเอสมาอีล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อทางการว่า รัฐบาลอิหร่านยังคงลังเลที่จะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐอเมริกาที่ปากีสถานเป็นเจ้าภาพ โดยยืนยันว่าความลังเลนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่เด็ดขาดของฝั่งตนเอง แต่เป็นเพราะพฤติกรรมที่ย้อนแย้งและขัดแย้งกันของฝ่ายอเมริกัน

“เหตุผลไม่ใช่ความไม่เด็ดขาด แต่มันเป็นเพราะข้อความที่ขัดแย้งกัน พฤติกรรมที่ย้อนแย้ง และการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ของฝ่ายอเมริกัน” นายบากาอีกล่าวอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่ไว้วางใจที่สะสมมานานระหว่างสองมหาอำนาจนี้

สาเหตุหลักที่ทำให้อิหร่านลังเล

  • การกระทำขัดแย้ง: สหรัฐฯ มักส่งสัญญาณที่สับสน ทำให้อิหร่านไม่มั่นใจในเจตนาที่แท้จริง
  • การโจมตีเรืออิหร่าน: อิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ร้ายแรงถึงขั้น “ปล้นทางทะเลและการก่อการร้ายโดยรัฐ”
  • การละเมิดข้อตกลง: สหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าโยนความผิดให้ผู้อื่น ขณะที่ตัวเองล้มเหลวในการรักษาการหยุดยิง โดยเฉพาะในเลบานอน

นายบากาอียังระบุเพิ่มเติมว่า อิหร่านจะตัดสินใจเข้าร่วมการเจรจา “เมื่อใดก็ตามที่การเจรจานั้นมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์อย่างแท้จริง” ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกเขาต้องการการรับประกันที่ชัดเจนก่อน

บทบาทของปากีสถานในฐานะเจ้าภาพ

ก่อนหน้านี้ นายอัตตาอุลเลาะห์ ตาราร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถาน ได้ประกาศว่าประเทศของเขายังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่านว่าจะเข้าร่วมการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดในสัปดาห์นี้หรือไม่ ปากีสถานพยายามเป็นตัวกลางเพื่อคลายความตึงเครียดในภูมิภาค แต่สถานการณ์ยังคงค้างคา

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยืดเยื้อมานับทศวรรษ ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่ล้มเหลว ทำให้ทั้งสองฝ่ายขาดความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ล่าสุด การโจมตีเรือสินค้าอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญการทูตวิเคราะห์ว่า หากอิหร่านตัดสินใจเข้าร่วม จะเป็นโอกาสสำคัญในการลดความเสี่ยงสงคราม แต่หากไม่ ก็อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงยิ่งกว่า โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่กำลังเดือดพล่านจากความขัดแย้งในเลบานอนและอิสราเอล

ผลกระทบต่อสถานการณ์โลกหากอิหร่านไม่เข้าร่วม

การที่ อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลัก หากเกิดความขัดแย้ง ราคาพลังงานอาจพุ่งสูง ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรอย่างรัสเซียและจีนที่สนับสนุนอิหร่าน อาจเข้าแทรกแซง ทำให้ภูมิภาคกลายเป็นสมรภูมิตัวแทน (proxy war) ที่อันตรายยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตที่โปร่งใสและสม่ำเสมอ หากสหรัฐฯ ต้องการสันติภาพ ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ ไม่ใช่คำพูดเพียงอย่างเดียว

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ ชอบและแชร์บทความนี้หากคุณสนใจประเด็นการทูตโลก!

ที่มา – อิหร่านเผย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่

สื่ออิหร่านอ้าง ข่าวเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน ไม่เป็นความจริง

สื่ออิหร่านอ้าง ข่าวเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน ไม่เป็นความจริง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศ ล่าสุด สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่ามีการเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับโพสต์ยืนยันผ่าน Truth Social ว่าส่งทีมเจรจาไปแล้ว

สื่ออิหร่านอ้าง ข่าวเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน ไม่เป็นความจริง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 โดยทรัมป์โพสต์ข้อความว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปปากีสถานเพื่อเปิดรอบเจรจาใหม่กับอิหร่าน ข่าวนี้ถูก CNN รายงานอ้างแหล่งข่าวในเตหะรานว่าคณะผู้แทนอิหร่านก็กำลังเดินทางเช่นกัน สร้างความคาดหวังให้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ไม่นาน IRNA ก็ออกมาชี้แจงทันทีว่ารายงานดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” พร้อมวิจารณ์สหรัฐฯ ว่ายื่นข้อเรียกร้องมากเกินไป พูดจาไม่แน่นอน และใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลรวมถึงวาทกรรมข่มขู่ ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักต่อกระบวนการเจรจา

IRNA ยังระบุในโพสต์ Telegram ว่า “ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงยังไม่มีแนวโน้มที่สดใสสำหรับการเจรจาที่จะผลิดอกออกผล” โดยไม่ระบุเจ้าหน้าที่คนใดเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านที่เชื่อมโยงกับ IRGC (กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม) ก็แสดงความคลางแคลงใจต่อการเจรจาเช่นกัน จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยืนยันการเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ

บริบทความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ตึงเครียดมานาน โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์เคยถอนตัวจาก JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015) และกำหนดมาตรการคว่ำบาตรหนักหน่วง ปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เจรจาเพราะเป็นประเทศมุสลิมที่มีความสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย แต่ข่าวลือครั้งนี้ถูกสื่ออิหร่านอ้างว่าไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดคำถามว่าสหรัฐฯ กำลังเล่นเกมจิตวิทยาหรือไม่

  • ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social: ส่งทีมไปอิสลามาบัด
  • CNN อ้างแหล่งข่าวอิหร่าน: คณะผู้แทนเตหะรานเดินทางด้วย
  • IRNA ปฏิเสธ: ข่าวเท็จ สหรัฐฯ ข้อเรียกร้องเกินจริง
  • สื่อ IRGC: คลางแคลงใจการเจรจา

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

หากข่าวเจรจารอบใหม่เป็นจริง อาจช่วยลดความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย แต่การที่สื่ออิหร่านอ้าง ข่าวเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน ไม่เป็นความจริง ยิ่งตอกย้ำช่องว่างความเชื่อถือระหว่างสองฝ่าย สถานการณ์นี้อาจกระทบราคาน้ำมันโลกและความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลที่จับตาอย่างใกล้ชิด ปากีสถานเองก็ไม่อยากถูกดึงเข้าวิกฤต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าทรัมป์อาจใช้ข่าวนี้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศ ก่อนเลือกตั้ง แต่ฝั่งอิหร่านยืนกรานจุดยืนต่อต้านการกดดัน จนกว่าจะมีการยอมรับซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเจรจาระหว่างมหาอำนาจยังคงซับซ้อน การสื่อสารที่ขัดแย้งกันเช่นนี้เสี่ยงจุดชนวนความไม่เข้าใจเพิ่มขึ้น คุณคิดอย่างไร? ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์!

ที่มา – สื่ออิหร่านอ้าง ข่าวเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน ไม่เป็นความจริง

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านออกมาเปิดเผยครั้งแรกหลังกลับจากปากีสถาน ชี้ว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เดินหน้าไปไกลมาก จนเกือบจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกัน แต่สุดท้ายสหรัฐฯ กลับเป็นฝ่ายทำให้การเจรจาล่มเหลว

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของการเจรจากับผู้แทนจากสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การเจรจาครั้งนี้จบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ แต่รัฐมนตรีอารักชียืนยันว่าอิหร่านเข้าร่วมด้วยความจริงใจ เพื่อยุติการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่

ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางกลับ นายอารักชีบรรยายว่าการเผชิญหน้านี้เป็นครั้งที่เข้มข้นที่สุดในรอบ 47 ปี ของความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ การหารือรุดหน้าไปจนเกือบจะบรรลุ “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” แล้ว แต่ถูกขัดขวางในวินาทีสุดท้าย

สาเหตุที่ทำให้รัฐมนตรีอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอารักชีระบุชัดเจนว่าปัญหามาจากการเรียกร้องผลประโยชน์สูงสุดฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ไปมา และมาตรการปิดล้อมที่กดดัน โดยเฉพาะคำขู่ล่าสุดจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่扬言จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้อิหร่านรู้สึกว่าสหรัฐฯ ไม่มีเจตนาจริงจัง

“เราอยู่ห่างจาก ‘บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด’ เพียงไม่กี่นิ้ว แต่ต้องเผชิญกับการเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรม” อารักชีเขียนไว้ในโพสต์ โดยทิ้งท้ายว่า “ไม่มีการเรียนรู้บทเรียนใดๆ เลย มิตรภาพย่อมตอบแทนด้วยมิตรภาพ และความเป็นศัตรูย่อมตอบแทนด้วยความเป็นศัตรู”

บริบทความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐฯ และความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จนนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางทหาร การเจรจาครั้งนี้ที่ปากีสถาน ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการลดความรุนแรง โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง ปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เป็นกลาง เนื่องจากมีความสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย

  • จุดเด่นของการเจรจา: เข้มข้นที่สุดในรอบ 47 ปี
  • เป้าหมายหลัก: ยุติการสู้รบและลดมาตรการคว่ำบาตร
  • อุปสรรคหลัก: คำขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากทรัมป์
  • ผลลัพธ์: เกือบทำ MoU แต่ล้มเหลว

นักวิเคราะห์เห็นว่าการที่รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการเข้มงวดต่อไป ช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดกั้นจะกระทบราคาน้ำมันทั่วโลกอย่างหนัก

จากมุมมองของอิหร่าน การเจรจาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายใจของเตหะรานในการแก้ปัญหา แต่สหรัฐฯ กลับเลือกใช้นโยบายกดดัน ซึ่งอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนิวเคลียร์ JCPOA ที่ค้างคา ซึ่งอาจถูกหยิบยกขึ้นมาอีก

ในฐานะผู้ติดตามข่าวต่างประเทศ เราควรจับตาการตอบโต้จากทั้งสองฝ่ายต่อไป เพราะสถานการณ์นี้อาจพัฒนาไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิภาค

ความเห็นส่วนตัว: การเจรจาที่เกือบสำเร็จแต่ล้มเหลวแบบนี้ ชี้ให้เห็นว่าความไว้วางใจยังขาดหายไปมาก ทั้งสองฝ่ายควรหันหน้ากันด้วยความจริงใจมากกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ ติดตามข่าวอัปเดตได้ที่ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

ในวันที่ 12 เมษายน 2569 รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ได้จัดการแถลงข่าวที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง นั่นคือ แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม. การเจรจาครั้งนี้ยืดเยื้อเกือบทั้งวัน แต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ สหรัฐฯ ยืนยันว่ายื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดไปแล้ว แต่ประเด็นหลักคือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ยังเป็นอุปสรรคใหญ่

แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม. อะไรคือสาเหตุ?

แวนซ์กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เราดำเนินการเจรจานาน 21 ชั่วโมง มีการหารือเชิงลึกหลายประการกับอิหร่าน นี่คือข่าวดี แต่ข่าวร้ายคือยังไม่มีข้อตกลง” เขาย้ำว่าสหรัฐฯ ได้แสดงความจริงใจเต็มที่ตามคำสั่งของประธานาธิบดี แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีความคืบหน้า ประเด็นติดขัดอยู่ที่อิหร่านไม่ยอมล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว

เมื่อผู้สื่อข่าว CNN นิก โรเบิร์ตสัน ถามถึงเงื่อนไขที่อิหร่านปฏิเสธ แวนซ์ตอบชัดเจนว่า สหรัฐฯ ต้องการความมุ่งมั่นที่ชัดเจนจากอิหร่านว่าจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่สร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ผลิตได้รวดเร็ว คำถามสำคัญคือ อิหร่านจะยอมรับข้อเสนอสุดท้ายของสหรัฐฯ หรือไม่?

背景ของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ สงครามและการคว่ำบาตรดำเนินมานานหลายปี โดยเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ที่เป็นหัวใจของปัญหา การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดในการยุติสงคราม แต่ แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม. ทำให้สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะคับขัน

  • สหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอผ่อนปรนมากที่สุด
  • อิหร่านยืนกรานเรื่องโครงการนิวเคลียร์
  • เจรจายาวนาน 21 ชั่วโมงที่ปากีสถาน
  • ไม่มีข้อตกลงร่วมกัน คณะผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางกลับ

แวนซ์ยังแสดงความหวังว่าอิหร่านจะทบทวนข้อเสนอในอนาคต เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่สหรัฐฯ จะยื่นให้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข่าวนี้

ข่าว แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม. ส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกและความมั่นคงในตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้น หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่อิหร่านอาจเร่งโครงการนิวเคลียร์ต่อไป

นอกจากนี้ การเลือกปากีสถานเป็นสถานที่เจรจาแสดงถึงบทบาทสำคัญของชาติพันธมิตรในการไกล่เกลี่ย แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศไทยมองว่านี่เป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการทูตที่เข้มแข็ง สหรัฐฯ ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว แต่ต้องรอท่าทีจากอิหร่าน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเรา เพื่อเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – แวนซ์เผย ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน แม้เจรจามาราธอน 21 ชม.

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ เป็นข่าวที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ตึงเครียดมานาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านอย่าง Tasnim รายงานว่าคณะผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาไตรภาคีรอบใหม่แล้ว ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยมีเจ้าหน้าที่ปากีสถานเป็นตัวกลางสำคัญ หลังจากที่การพูดคุยเฟสแรกสิ้นสุดลงไปก่อนหน้านี้

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

แม้การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่รายงานจากสื่ออิหร่านชี้ว่ายังคงมีความท้าทายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะ “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต” จากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้การบรรลุข้อตกลงเป็นไปอย่างยากลำบาก Tasnim ระบุว่า “นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของทีมอิหร่านในการหกรอบความร่วมมือร่วมกัน” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNN ของสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานว่า บรรยากาศการเจรจาโดยรวมยังคงเป็นเชิงบวก แต่ติดขัดที่ประเด็นการควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมอิหร่านบอกกับ CNN ว่าสหรัฐฯ ยื่นข้อเรียกร้องที่ “ไม่อาจยอมรับได้” เกี่ยวกับช่องแคบนี้และประเด็นอื่นๆ

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก การควบคุมพื้นที่นี้จึงเป็นประเด็น敏感ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมกัน สื่ออิหร่านอื่นๆ อย่าง Mehr และ IRIB ก็รายงานในทิศทางเดียวกัน โดยชี้ว่าสหรัฐฯ ใช้นโยบาย “รุกหนักเกินไป” ในรอบนี้

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานับสิบปี นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2561 ทำให้อิหร่านกลับมาเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สถานการณ์ล่าสุดยังมีปัจจัยจากสงครามในยูเครนและตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน

  • จุดติดขัดหลัก: ข้อเรียกร้องเกินขอบเขตจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
  • ประเด็นนิวเคลียร์และการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
  • การแทรกแซงของบุคคลที่สามอย่างปากีสถาน
  • ความไม่ไว้วางใจระหว่างกันจากอดีต

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากเจรจาล้มเหลว อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจารอบนี้เป็นโอกาสทองในการลดความตึงเครียด หากทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว โดยเฉพาะสหรัฐฯ ควรลดข้อเรียกร้องที่มากเกินไปเพื่อเปิดทางสู่สันติภาพยั่งยืน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน

สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่สนใจของทั่วโลกในขณะนี้ โดยแหล่งข่าวจากทั้งปากีสถานและอิหร่านยืนยันกับสื่อชั้นนำอย่าง BBC และ CNN ว่าการสนทนาระดับสูงกำลังเกิดขึ้นจริงที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน

สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 แหล่งข่าวจากรัฐบาลปากีสถานได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญกับสำนักข่าว BBC ว่าผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกำลังเจรจากันแบบตัวต่อตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ปากีสถานทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพและเข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย ข่าวนี้ทำให้เกิดความฮือฮาเพราะเป็นการพบปะโดยตรงที่หาได้ยากระหว่างสองชาติที่เคยมีความขัดแย้งมานาน

ทางด้าน CNN ก็รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าการเจรจาสันติภาพครั้งนี้เป็นการพูดคุยแบบเผชิญหน้ากันโดยตรง ไม่ใช่ผ่านตัวกลางเหมือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านเพิ่งประกาศว่าคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายได้เริ่มการสนทนาที่กรุงอิสลามาบัดแล้ว แม้จะไม่ระบุรายละเอียดชัดเจนในตอนแรก

ความสำคัญของการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์

หากได้รับการยืนยันเต็มรูปแบบ สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน ครั้งนี้จะถือเป็นการพบปะระดับสูงสุดนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในปี 2522 หรือกว่า 47 ปีมาแล้ว โดยก่อนการเจรจา รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ซึ่งนำคณะผู้แทนสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ได้แยกกันเข้าพบนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เพื่อเตรียมความพร้อม

การหารือครั้งนี้คาดว่าจะเป็นรูปแบบวันเดียวจบ โดยอิหร่านยังคงจับตาท่าทีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ปากีสถานในฐานะเจ้าภาพมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางที่เป็นกลาง ช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้

พื้นหลังและบริบทของการเจรจา

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านย่ำแย่มาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 2522 โดยมีประเด็นหลักอย่างโครงการนิวเคลียร์ สงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง และการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ล่าสุด ปากีสถานซึ่งมีความสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะด้านพลังงานและความมั่นคง จึงถูกเลือกเป็นสถานที่จัดการประชุม สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน สะท้อนถึงความพยายามฟื้นฟูบทสนทนาในยุคใหม่

  • ผู้แทนสหรัฐฯ: นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance
  • ผู้แทนอิหร่าน: เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากรัฐบาล
  • สถานที่: กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน
  • วัตถุประสงค์: สันติภาพและลดความตึงเครียด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจาอาจครอบคลุมประเด็นนิวเคลียร์ การค้า และความมั่นคงในอัฟกานิสถาน ซึ่งปากีสถานมีบทบาทสำคัญ หากสำเร็จ อาจนำไปสู่ข้อตกลง JCPOA ใหม่ หรือข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เคยล้มเหลว

สถานการณ์ยังคงคลุมเครือเพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ แต่การมีสื่อต่างประเทศรายงานหนักหน่วงแสดงถึงความคืบหน้าที่แท้จริง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากการเจรจาไปได้สวย สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน อาจช่วยลดราคาน้ำมันโลก ลดความเสี่ยงสงคราม และเปิดโอกาสการค้าสำหรับภูมิภาค แต่หากล้มเหลว อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจาครั้งนี้คือโอกาสทองในการสร้างสันติภาพ หากทั้งสองฝ่ายเปิดใจและยึดผลประโยชน์ร่วมกัน โลกจะสงบสุขมากขึ้นแน่นอน

ที่มา – สื่อนอกเผย สหรัฐฯกำลังเจรจาโดยตรง ร่วมกับอิหร่าน-ปากีสถาน

Scroll to top