รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านออกมาเปิดเผยครั้งแรกหลังกลับจากปากีสถาน ชี้ว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เดินหน้าไปไกลมาก จนเกือบจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกัน แต่สุดท้ายสหรัฐฯ กลับเป็นฝ่ายทำให้การเจรจาล่มเหลว

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (อดีต Twitter) เพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของการเจรจากับผู้แทนจากสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การเจรจาครั้งนี้จบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ แต่รัฐมนตรีอารักชียืนยันว่าอิหร่านเข้าร่วมด้วยความจริงใจ เพื่อยุติการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่

ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางกลับ นายอารักชีบรรยายว่าการเผชิญหน้านี้เป็นครั้งที่เข้มข้นที่สุดในรอบ 47 ปี ของความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ การหารือรุดหน้าไปจนเกือบจะบรรลุ “บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” แล้ว แต่ถูกขัดขวางในวินาทีสุดท้าย

สาเหตุที่ทำให้รัฐมนตรีอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอารักชีระบุชัดเจนว่าปัญหามาจากการเรียกร้องผลประโยชน์สูงสุดฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ไปมา และมาตรการปิดล้อมที่กดดัน โดยเฉพาะคำขู่ล่าสุดจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่扬言จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก สิ่งเหล่านี้ทำให้อิหร่านรู้สึกว่าสหรัฐฯ ไม่มีเจตนาจริงจัง

“เราอยู่ห่างจาก ‘บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด’ เพียงไม่กี่นิ้ว แต่ต้องเผชิญกับการเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรม” อารักชีเขียนไว้ในโพสต์ โดยทิ้งท้ายว่า “ไม่มีการเรียนรู้บทเรียนใดๆ เลย มิตรภาพย่อมตอบแทนด้วยมิตรภาพ และความเป็นศัตรูย่อมตอบแทนด้วยความเป็นศัตรู”

บริบทความสัมพันธ์อิหร่าน-สหรัฐฯ และความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จนนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางทหาร การเจรจาครั้งนี้ที่ปากีสถาน ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการลดความรุนแรง โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามตัวแทนในตะวันออกกลาง ปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เป็นกลาง เนื่องจากมีความสัมพันธ์ดีกับทั้งสองฝ่าย

  • จุดเด่นของการเจรจา: เข้มข้นที่สุดในรอบ 47 ปี
  • เป้าหมายหลัก: ยุติการสู้รบและลดมาตรการคว่ำบาตร
  • อุปสรรคหลัก: คำขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซจากทรัมป์
  • ผลลัพธ์: เกือบทำ MoU แต่ล้มเหลว

นักวิเคราะห์เห็นว่าการที่รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการเข้มงวดต่อไป ช่องแคบฮอร์มุซขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดกั้นจะกระทบราคาน้ำมันทั่วโลกอย่างหนัก

จากมุมมองของอิหร่าน การเจรจาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายใจของเตหะรานในการแก้ปัญหา แต่สหรัฐฯ กลับเลือกใช้นโยบายกดดัน ซึ่งอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีประเด็นนิวเคลียร์ JCPOA ที่ค้างคา ซึ่งอาจถูกหยิบยกขึ้นมาอีก

ในฐานะผู้ติดตามข่าวต่างประเทศ เราควรจับตาการตอบโต้จากทั้งสองฝ่ายต่อไป เพราะสถานการณ์นี้อาจพัฒนาไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิภาค

ความเห็นส่วนตัว: การเจรจาที่เกือบสำเร็จแต่ล้มเหลวแบบนี้ ชี้ให้เห็นว่าความไว้วางใจยังขาดหายไปมาก ทั้งสองฝ่ายควรหันหน้ากันด้วยความจริงใจมากกว่านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ ติดตามข่าวอัปเดตได้ที่ ข่าวต่างประเทศ

ที่มา – รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MoU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: