กรุงเตหะราน

สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว สหรัฐโจมตีอิหร่าน

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นล่าสุด สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว หลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนทองคำในไทยต่างจับตากันอย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวครั้งใหญ่ของราคาทองในประเทศ

สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว เหตุการณ์ไม่ปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายกสมาคมค้าทองคำได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ โดยอธิบายว่าการหยุดซื้อขายทองคำแท่งชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เกิดจากเหตุการณ์ตอบโต้ทางทหารระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้รุนแรงขึ้น สหรัฐเองก็มีส่วนร่วมในการโจมตี ทำให้สถานการณ์โลกตึงเครียดทันที

ปัญหาหลักคือ ตลาดทองคำทั่วโลกปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงไม่มีราคาอ้างอิงที่แน่นอน หากมีการซื้อขายตอนนี้ อาจเกิดความเสียหายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สมาคมค้าทองคำจึงขอให้รอจนถึงวันจันทร์ที่ตลาดเปิด เพื่อให้มีราคากลางที่ชัดเจน หน้าร้านทองยังเปิดปกติ แต่จะไม่แสดงราคาซื้อ-ขายทองแท่ง

ราคาทองคำจ่อพุ่งแรง หากสงครามยืดเยื้อ

สมาคมค้าทองคำคาดการณ์ว่า เมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ ราคาทองคำโลกอาจปรับขึ้น 150-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากระดับปัจจุบัน ส่งผลให้ราคาทองในไทยทะลุ 40,000 บาทต่อบาททองคำ และหากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่อง อาจแตะระดับ 80,000 บาทได้ง่ายๆ ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในยามสงครามเสมอมา

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนเมื่อปี 2565 ราคาทองพุ่งกว่า 20% ภายในไม่กี่เดือน หรือเหตุการณ์ตึงเครียดอิสราเอล-ฮามาส ก็ทำให้ราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนควรระมัดระวัง

  • ปัจจัยหนุนราคาทองพุ่ง: ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์, นโยบายดอกเบี้ยเฟดที่อาจชะลอ
  • ความเสี่ยง: หากสงครามคลี่คลายเร็ว ราคาอาจย่อตัวลงกะทันหัน
  • คำแนะนำ: อย่ารีบขายทองเก่าในตอนนี้ รอราคานิ่งก่อน

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ถือทองคำไว้เป็นการออมทรัพย์ ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข่าวสารจากสมาคมค้าทองคำและเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ สามารถเช็คราคาทองแบบเรียลไทม์ได้จากแอปพลิเคชันร้านทองชั้นนำ

ทิศทางราคาทองคำในอนาคตใกล้

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากสหรัฐเพิ่มการแทรกแซง สงครามอาจลุกลามไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก จะยิ่งดันราคาน้ำมันและทองคำให้สูงขึ้นอีก นักลงทุนรายย่อยควรกระจายพอร์ต เช่น ถือทองคำ 20-30% ของสินทรัพย์ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนระยะยาว แต่สำหรับมือใหม่ อย่าลงทุนเกินตัว แนะนำศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

CTA: หากคุณกำลังคิดจะซื้อหรือขายทอง รอวันจันทร์ก่อนนะครับ! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจทองคำ และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่าราคาทองจะไปถึง 8 หมื่นไหม?

ที่มา – สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว เหตุสหรัฐโจมตีอิหร่าน ดันราคาทองจ่อพุ่งแรง

ด่วน! คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย แจ้งสถานทูตด่วน

สวัสดีครับพี่น้องคนไทยทุกท่านที่กำลังติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะคนไทยในอิสราเอลที่กำลังเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศด่วนสำหรับคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย (หรือที่เรียกว่า MAMAD/SHELTER) ใกล้ที่พักอาศัยหรือที่ทำงาน หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ อย่ารอช้า รีบแจ้งข้อมูลทันทีเพื่อให้สถานทูตช่วยเหลือได้ไวที่สุดครับ สถานการณ์แบบนี้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน!

คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย รีบแจ้งข้อมูลมายังสถานทูตไทย

ประกาศนี้โพสต์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสถานทูตขอให้แจ้งข้อมูลสำคัญดังนี้ เพื่อจัดหาความช่วยเหลือหรือที่หลบภัยชั่วคราวให้ท่าน อย่าลืมเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนโทรนะครับ:

ข้อมูลที่ต้องแจ้งสำหรับคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย

  • ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • ที่อยู่ปัจจุบันที่พัก
  • ชื่อนายจ้าง/บริษัท และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • ชื่อล่าม/บริษัทจัดหางาน และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

แจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ด่วน: 054-550-1141, 054-469-3476, 054-469-3477, 054-636-8150 โทรได้ 24 ชม. เลยครับ สถานทูตพร้อมรับเรื่องและช่วยเหลือเต็มที่ โดยเฉพาะคนไทยที่ทำงานในฟาร์มหรือพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่มีห้องหลบภัยมาตรฐาน MAMAD ซึ่งเป็นห้องพิเศษที่ Israelis ทุกบ้านต้องมี เสริมโครงสร้างเหล็กหนา ป้องกันจรวดและเศษกระจายได้ดี หากไม่มี สถานทูตจะช่วยประสานหาที่ปลอดภัยให้

ผมเข้าใจดีว่าชีวิตในอิสราเอลตอนนี้ไม่ง่าย โดยเฉพาะแรงงานไทยกว่า 30,000 คนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ท่ามกลางเหตุการณ์ขีปนาวุธจากกลุ่มฮามาสหรือฮิซบอลเลาะห์ที่ยิงมาบ่อยครั้ง การไม่มีที่หลบภัยเสี่ยงมาก รีบแจ้งเลยเพื่อป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ครับ

แนวทางปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย สำหรับคนไทยในอิสราเอล

นอกจากแจ้งข้อมูลแล้ว สถานทูตยังแนะนำวิธีปฏิบัติทั่วไปเมื่อได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัย (Red Alert) ซึ่งดังประมาณ 90 วินาที ให้ทำตามนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ฝึกซ้อมไว้บ่อยๆ นะครับ:

1. ถ้าอยู่ในอาคาร (บ้าน สำนักงาน ฯลฯ)

  • รีบเข้าไปยังห้องนิรภัย (MAMAD) / ห้องเสริมความแข็งแรง / ห้องภายในที่ปลอดภัยทันที
  • ปิดประตู (หมุนมือจับ 90 องศา) และปิดหน้าต่าง (เหล็กหรืออะลูมิเนียม)
  • อยู่ภายในอย่างน้อย 10 นาที เพื่อป้องกันจรวดและเศษซาก

หากไม่มี MAMAD ให้เลือกห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือไกลหน้าต่างที่สุดครับ

2. ถ้าอยู่กลางแจ้ง

  • หากมีอาคารใกล้: รีบวิ่งเข้าอาคารนั้นทันที
  • หากพื้นที่โล่ง: นอนราบกับพื้น ใช้มือหรือกระเป๋าป้องกันศีรษะและท้ายทอย

3. ถ้าอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว

  • หยุดรถทันที ดับเครื่อง ลงจากรถ เข้าอาคารใกล้ที่สุด
  • หากไม่มีอาคาร: นอนราบห่างจากรถ ป้องกันศีรษะ
  • หากออกไม่ได้: หยุดรถ ก้มต่ำกว่าขอบหน้าต่าง รอ 10 นาที

4. ในระบบขนส่งสาธารณะ

  • รถบัสระหว่างเมือง/รถโรงเรียน: คนขับหยุด เปิดประตู ผู้โดยสารก้มต่ำกว่าหน้าต่าง ป้องกันศีรษะ
  • รถบัสในเมือง: หยุดรถ เปิดประตู ลงเข้าอาคาร หรือก้มตัวหากไม่มี
  • รถไฟ/สถานี: ลดเร็วเหลือ 30 กม./ชม. 10 นาที ก้มต่ำกว่าหน้าต่าง

หลังไซเรนหยุด อยู่ในที่ปลอดภัยอีก 10 นาที อย่าเข้าใกล้วัตถุต้องสงสัย จรวดตก หรือพื้นที่ถูกโจมตี (อาจมีระเบิดซ้ำ) แจ้งตำรวจทันที และติดตามข่าวจากช่องทาง官方 เช่น Home Front Command app หรือเว็บไซต์ทางการ

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ดาวน์โหลดแอป Red Alert เพื่อแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เก็บกระเป๋า应急ไว้เสมอ มีน้ำ อาหารแห้ง เอกสาร และยา สื่อสารกับสถานทูตและครอบครัวในไทยบ่อยๆ ครับ

ในฐานะคนไทยที่ห่วงใย สถานการณ์ในอิสราเอลตอนนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การแจ้งข้อมูลให้สถานทูตช่วยคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย เป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าประมาท รีบโทรแจ้งวันนี้เลยครับ เพื่อให้คุณและเพื่อนๆ ปลอดภัยกลับบ้านได้ไวๆ สถานทูตไทยอยู่เคียงข้างเสมอ!

CTA: หากคุณรู้จักคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย ส่งข้อความหรือโทรแจ้งให้พวกเขาด่วนเลยนะครับ ชีวิตสำคัญที่สุด!

ที่มา – คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย รีบแจ้งข้อมูลมายัง สถานทูตไทย กรุงเทลอาวีฟด่วน

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางทหารที่น่าทึ่ง ด้วยคลังขีปนาวุธพิสัยไกลที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ครอบคลุมเป้าหมายสำคัญอย่างอิสราเอลได้อย่างสบายๆ

ข้อมูลจากข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ว่าอิหร่านมีขีปนาวุธจำนวนมหาศาล โดยขีปนาวุธเหล่านี้ใช้ระบบนำวิถีในช่วงปล่อยตัว จากนั้นบินตามวิถีโค้ง paraballistic ก่อนตกลงสู่เป้าหมาย หัวรบสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย ทั้งแบบระเบิดทั่วไป แบบคลัสเตอร์ หรือแม้แต่หัวรบนิวเคลียร์ในทางทฤษฎี ซึ่งทำให้ชาติตะวันตกหวาดกลัว แม้อิหร่านจะยืนยันว่าไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: รายชื่อสำคัญและระยะยิง

มาดูรายชื่อขีปนาวุธหลักในคลังแสงของอิหร่านกัน ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่าง:

  • เซจิล (Sejil): ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งสองขั้นตอน ระยะยิง 2,000 กม. ความเร็วสูง สามารถยิงจากฐานเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว
  • เอมัด (Emad): เวอร์ชันปรับปรุงจากชาฮาบ ระยะยิง 1,700 กม. มีระบบนำวิถีแม่นยำสูง (CEP 500 เมตร) เหมาะสำหรับโจมตีจุดยุทธศาสตร์
  • กาดร์ (Ghadr): ระยะยิง 1,950 กม. เชื้อเพลิงเหลว ปรับปรุงจากชาฮาบ-3 ให้มีน้ำหนักเบาและไกลกว่าเดิม
  • ชาฮาบ-3 (Shahab-3): รุ่นคลาสสิก ระยะยิง 1,300-2,000 กม. เป็น backbone ของกองทัพอิหร่าน
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr): ใหม่ล่าสุด ระยะยิง 2,000 กม. หัวรบหนัก 1,800 กก. สามารถบรรทุกหัวรบหลายลูก
  • โฮเวย์เซห์ (Hoveyzeh): ขีปนาวุธร่อน (cruise missile) ระยะยิง 1,350 กม. บินต่ำหลบเรดาร์ได้ดี

ระยะยิงทั้งหมดครอบคลุมตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและซาอุฯ

ยุทธศาสตร์ทางทหารและฐานที่มั่น

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน ไม่ใช่แค่จำนวน แต่รวมถึงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด ฐานยิงส่วนใหญ่อยู่ใต้ดินทั่วประเทศ โดยเฉพาะรอบกรุงเตหะราน ทำให้ยากต่อการทำลายด้วยการโจมตีล่วงหน้า อิหร่านเคยทดสอบจริงในสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อมิถุนายน 2025 สร้างความเสียหายหนัก แม้อิสราเอลจะอ้างทำลายแท่นยิงได้บางส่วน

ยุทธศาสตร์หลักคือ ‘การยับยั้ง’ (deterrence) ต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง เช่น ขีปนาวุธ hypersonic ความเร็วเหนือเสียง 5 มัค เส้นทางบิน unpredictable ทำให้ระบบ Iron Dome หรือ Arrow ของอิสราเอลสกัดกั้นยาก

เทคโนโลยีส่วนหนึ่งได้จากเกาหลีเหนือ (แบบแปลน Sejil), รัสเซีย (ระบบนำวิถี), และจีน (cruise missile) นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล 3,000 กม. เพิ่มทางเลือกโจมตีหลากหลาย สร้างความท้าทายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู

การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้อิหร่านรักษาสมดุลอำนาจในภูมิภาค แม้เผชิญ санкции จากตะวันตก แต่ก็แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพึ่งพาตนเองทางทหาร

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่านชี้ให้เห็นว่า อิหร่านกำลังก้าวสู่มหาอำนาจ导弹ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมการความมั่นคงในตะวันออกกลางไปตลอดกาล หากคุณสนใจเรื่องนี้ ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตของภูมิภาคนี้อย่างไร!

ที่มา – ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เวทีการเมืองโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านตอบโต้แบบจัดหนัก ล่าสุด รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ผู้นำหลายชาติออกมาแสดงจุดยืนที่หลากหลาย ตั้งแต่การประณามไปจนถึงการสนับสนุน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งยืดเยื้อ โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลมองว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงโลก การโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ สร้างความกังวลให้กับนานาชาติที่กลัวสงครามจะลุกลาม ข้อมูลจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง CNN เผยว่า ผู้นำโลกเริ่มออกแถลงการณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

นี่คือสรุปท่าทีสำคัญจากผู้นำและหน่วยงานต่างประเทศที่ออกมาแสดงความเห็นหลังเหตุการณ์ โดยแบ่งตามภูมิภาคและจุดยืน เพื่อให้เข้าใจง่าย

ท่าทีจากยุโรปและสหภาพยุโรป

  • นางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศ EU: ระบุว่าสถานการณ์อันตรายยิ่ง ได้หารือกับอิสราเอลแล้ว ย้ำการคุ้มครองพลเรือนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
  • กระทรวงการต่างประเทศไทยสวิตเซอร์แลนด์: วิตกกังวลต่อการโจมตี เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
  • ประธานาธิบดีสโลวีเนีย นาตาชา เปียร์ซ มูซาร์: ติดตามด้วยความกังวล เตือนว่าความตึงเครียดคุกคามสันติภาพตะวันออกกลาง

ท่าทีจากเอเชียและแปซิฟิก

  • นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม: เตือนว่าอาจนำไปสู่หายนะ เรียกร้องวอชิงตันและเตหะรานใช้วิถีทางการทูต
  • สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย: ไม่เอนเอียงฝ่ายใด แนะนำชาวอินเดียเพิ่มความระวัง หลีกเลี่ยงเดินทางไม่จำเป็น

ท่าทีจากออสเตรเลีย ยูเครน และอื่นๆ

  • กระทรวงการต่างประเทศไทยยูเครน: ชี้ว่าเตหะรานมีโอกาสป้องกันการลุกลาม สนับสนุนความมั่นคง เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนอิหร่าน
  • นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี: สนับสนุนสหรัฐฯ ป้องกันอิหร่านมีนิวเคลียร์ ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอิหร่านต่อสู้การกดขี่

จาก รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน เห็นได้ชัดว่ามุมมองแตกต่างกัน บางชาติเน้นสันติภาพและมนุษยธรรม ขณะที่บางแห่งสนับสนุนการป้องกันตัว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของ geopolitics ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตอบโต้ของอิหร่านอาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮูธีหรือฮิซบอลเลาะห์ ผู้นำโลกจึงเร่งผลักดันการเจรจา ONU และ IAEA เพื่อตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หากทุกฝ่ายหันมาใช้วิถีทางการทูตแทนอาวุธ จะช่วยรักษาสันติภาพได้ ลองคิดดูสิว่าถ้าสงครามลุกลาม ผลกระทบจะตกถึงประชาชนทั่วโลกอย่างไร

ติดตามข่าวสารอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง และ รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้ที่เว็บไซต์ของเรา คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้!

ที่มา – รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อิหร่าน

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนเช็กเที่ยวบิน

สถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลาง! ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบหนักต่อการบินทั่วโลก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกมาเตือนผู้โดยสารให้รีบเช็กสถานะเที่ยวบินด่วน หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินพลเรือน ห้ามประชาชนเดินทางไปสนามบิน จนกว่าจะมีประกาศใหม่ ขณะที่อิหร่านปิดน่านฟ้าทั่วประเทศตามมาตรการความปลอดภัยเช่นกัน หลายประเทศในภูมิภาคอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต ก็ปิดบางส่วน สาเหตุมาจากการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้กันรุนแรง ทำให้เส้นทางบินหลักที่เชื่อมยุโรป-เอเชียต้องเปลี่ยนทิศทาง

ผลกระทบที่เห็นชัดคือ สายการบินใหญ่ๆ ต้องปรับเส้นทางบินอ้อม อาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือค่าโดยสารแพงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต่อเครื่องในตะวันออกกลาง หรือบินผ่านพื้นที่นั้น ผู้โดยสารไทยที่วางแผนไปยุโรป เอเชียกลาง ควรเช็กข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสาร

CAAT แนะนำผู้โดยสารทำอย่างไรเมื่อปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

CAAT ขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก สามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้ เช่น การดูแลอาหาร ที่พัก หรือชดเชยเงิน ตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ออกจากไทยจะได้รับคุ้มครองเต็มที่ แม้ประเทศระหว่างทางไม่มีกฎคล้ายกัน

  • เช็กสถานะผ่านแอปหรือเว็บไซต์สายการบิน
  • ติดตามประกาศจาก CAAT และ IATA
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางการเมือง
  • หากมีปัญหา ร้องเรียนที่ complaint.caat.or.th

นอกจากนี้ CAAT กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานความปลอดภัยและสายการบิน เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ชาวไทยทราบทันที หากสถานการณ์คลี่คลาย น่านฟ้าอาจเปิดได้เร็ว แต่ตอนนี้ความปลอดภัยมาก่อน

สิทธิผู้โดยสารที่ควรรู้เมื่อมีปัญหาจากปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

ตามระเบียบของ CAAT หากเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 3 ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและน้ำดื่ม ถ้าล่าช้าเกิน 6 ชม. มีสิทธิ์ได้ที่พักและค่าชดเชย หากยกเลิก สามารถขอเงินคืนเต็มจำนวนหรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี ผู้โดยสารอย่าลืมเก็บเอกสารทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน

ในมุมกว้างขึ้น ความขัดแย้งนี้เตือนใจเราว่า การเดินทางทางอากาศมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์โลกเสมอ ดังนั้นวางแผนให้รอบคอบ ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตาม และเลือกสายการบินที่มีนโยบายยืดหยุ่น

คำแนะนำสุดท้าย: รีบเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลย! อย่าให้การปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางมาทำให้แผนเที่ยวพัง ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ

ที่มา – ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสารเช็กสถานะเที่ยวบินยกเลิก เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากอิหร่านตัดสินใจรุกคืบโจมตีฐานทัพสำคัญของสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ตามรายงานจากสื่อใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน มีเหตุระเบิดดังสนั่นเกิดขึ้นหลายครั้งในประเทศบาห์เรน กรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ สำคัญหลายแห่ง ขีปนาวุธของอิหร่านถูกยิงตรงเป้าไปยังอย่างน้อย 4 ฐานทัพหลัก ได้แก่

  • ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิด ในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐในตะวันออกกลาง
  • ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต ที่ใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางอากาศ
  • ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำคัญสำหรับเครื่องบินรบและโดรน
  • ฐานทัพกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงมานามา ถือเป็นสำนักงานใหญ่ถาวรและพันธมิตรหลักในอ่าวเปอร์เซีย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งยืนยันว่า ฐานทัพเรือในบาห์เรนถูกโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธอิหร่าน และสถานการณ์ยังคงตึงเครียดไม่คลี่คลาย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ด่วนให้ประชาชนอพยพไปยังที่ปลอดภัยใกล้ที่สุดทันที

การตอบโต้จากอิหร่านและการโจมตีของอิสราเอล

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านอ้างแถลงการณ์จาก IRGC ว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อปฏิบัติการทางท軍事ของสหรัฐและอิสราเอลที่บุกโจมตีเมืองต่างๆ ในอิหร่านก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน อิสราเอลก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง โดยกองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายทางทหารของรัฐบาลอิหร่านทางตะวันตกของประเทศ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งหลังจากคลื่นแรก ทำให้ความขัดแย้งลุกลามหนักขึ้น

เหตุการณ์ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลางนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเสถียรภาพในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามใหญ่หากไม่มีการเจรจาทางการทูตเร่งด่วน น้ำมันในตลาดโลกอาจผันผวนรุนแรง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากพื้นที่นี้

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ อาจตอบโต้ด้วยกำลังทางอากาศและเรือรบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่อิหร่านมีขีปนาวุธข้ามทวีปที่พร้อมใช้งาน นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรอย่างฮูธีในเยเมนและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อาจเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป ควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจตามมา

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความเพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

ที่มา – ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน สถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง หลังจากที่อิสราเอลประกาศปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่าน ทำให้เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน สื่อท้องถิ่นรายงานเสียงระเบิดดังสนั่นใจกลางเมือง พร้อมภาพควันไฟลอยคละคลุ้ง

ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล แคตซ์ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการป้องกันตัวเองเพื่อขจัดภัยคุกคามที่ชัดเจนต่อความมั่นคงของชาติ อิสราเอลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพิเศษและถาวรทั่วประเทศทันที ขณะที่ไซเรนเตือนภัยดังก้องไปทั่วอิสราเอลตั้งแต่เวลา 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือกับการตอบโต้ที่อาจเกิดจากขีปนาวุธอิหร่าน

รายละเอียดเหตุระเบิดในเตหะราน

สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า มีเสียงระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งในย่านใจกลางกรุงเตหะราน โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสจอมโฮรี จัตุรัสฮัสซัน อาบัด พื้นที่รีพับลิก ตอนเหนือและตะวันออกของเมืองหลวง ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพจากบีบีซีแสดงให้เห็นกลุ่มควันหนาทึบลอยขึ้นเหนือเมืองหลวงอิหร่าน ทำให้ประชาชนแตกตื่นและรีบอพยพ

  • เสียงระเบิดครั้งแรก: ใจกลางเตหะราน
  • เป้าหมายหลัก: พื้นที่โครงการนิวเคลียร์และฐานทัพ
  • ผลกระทบ: ไฟไหม้และความเสียหายจำนวนมาก
  • ไซเรนดังทั่วอิสราเอล: เตรียมรับการโจมตีตอบโต้

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่กำลังเข้มข้น โดยมีกำหนดเจรจาต่อในสัปดาห์หน้า แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจกับความคืบหน้า และสั่งเพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลางมากที่สุดนับตั้งแต่บุกอิรักปี 2003

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

ก่อนหน้านี้ ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว อิสราเอลเคยโจมตีอิหร่านนำไปสู่สงคราม 12 วัน ซึ่งสหรัฐฯ เข้าร่วมโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ นายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เตือนซ้ำๆ ถึงภัยจากขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน และคัดค้านข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ไม่ครอบคลุมขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค เช่น ฮิซบุลลาห์และฮูธี

อิหร่านยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และประกาศว่าจะตอบโต้ด้วยกำลังทหารเต็มรูปแบบ สถานการณ์ปัจจุบันยังคงตึงเครียด โดยผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าอาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาคใหญ่ ลากสหรัฐฯ ซาอุฯ และชาติอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจ全球

นอกจากนี้ การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเมืองโลก โดยเฉพาะการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังใกล้เข้ามา ทรัมป์ใช้จุดนี้กดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงที่ดีกว่าเดิม

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ตลาดโลกตอบสนองทันที
  • การอพยพพลเรือน: ในทั้งสองประเทศ
  • การเจรจาสงบศึก: สหประชาชาติเรียกร้อง
  • บทบาทสหรัฐฯ: เพิ่มการสนับสนุนอิสราเอล

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลางอย่างถาวร หากไม่มีการแทรกแซงทางการทูตที่รวดเร็ว ชาวโลกควรจับตาอย่างใกล้ชิด

คุณคิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวด่วนอื่นๆ!

ที่มา – ด่วน! อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลายจุดในเตหะราน ไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ

Scroll to top