การขนส่งภาคใต้

ชัยชนะ ลั่นแลนด์บริดจ์ถึงทางตัน จี้พัฒนาระบบรางภาคใต้

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจทันที เมื่อล่าสุดคุณชัยชนะ เดชเดโช จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานะของเมกะโปรเจกต์ระดับประเทศ โดยมองว่าโครงการ ชัยชนะ ลั่นแลนด์บริดจ์ถึงทางตัน จี้พัฒนาระบบรางภาคใต้ หลังจากผลการศึกษาของคณะกรรมการระบุชัดเจนว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่ำและเสี่ยงต่อการแบกรับงบประมาณมหาศาล

ชัยชนะ ลั่นแลนด์บริดจ์ถึงทางตัน จี้พัฒนาระบบรางภาคใต้

การแสดงจุดยืนดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ธรรมดา แต่เป็นการเสนอทางออกใหม่ที่ดูเป็นรูปธรรมมากกว่า โดยคุณชัยชนะชี้ให้เห็นว่าแทนที่จะทุ่มงบประมาณไปกับโครงการที่ยังไม่มีความคุ้มค่าแน่ชัด รัฐบาลควรหันมาเน้นการพัฒนาระบบรางในพื้นที่ภาคใต้ให้เชื่อมโยงกับท่าเรือสำคัญอย่างปาดังเบซาร์ กันตัง และระนอง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์อย่างแท้จริง

ผลักดัน ทุ่งสง ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าฮับภาคใต้

นอกจากเรื่องระบบรางแล้ว อีกหนึ่งข้อเสนอที่น่าสนใจจาก ชัยชนะ ลั่นแลนด์บริดจ์ถึงทางตัน จี้พัฒนาระบบรางภาคใต้ คือการยกระดับอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กลายเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า หรือ ICD (Inland Container Depot) เพื่อสร้างระบบเชื่อมโยงระหว่างราง ถนน และทางน้ำให้สมบูรณ์แบบเสมือนกับ ICD ลาดกระบัง

ทำไมข้อเสนอนี้ถึงน่าสนใจ สำหรับผู้ที่ศึกษาด้านโลจิสติกส์จะทราบดีว่า:

  • การขยายระบบรางช่วยลดการพึ่งพาการขนส่งทางถนน ซึ่งลดทั้งค่าเชื้อเพลิงและอุบัติเหตุ
  • ทุ่งสงมีทำเลที่ตั้งเหมาะสมในการเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งข้ามภาค
  • การใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมมาพัฒนาต่อยอด ย่อมประหยัดงบประมาณมากกว่าการสร้างใหม่ยกโครงการ

ในมุมมองของภาคประชาชน การที่รัฐบาลยอมรับฟังผลการศึกษาที่ตรงไปตรงมาถือเป็นสัญญาณที่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโครงการที่สร้างภาระงบประมาณในอนาคต เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นภาษีของประชาชน ควรถูกนำไปใช้ในจุดที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้แก่พี่น้องในภูมิภาคอย่างยั่งยืนที่สุด

ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องปรับทิศทางจากการไล่ตามโครงการยักษ์ใหญ่ที่ฉาบฉวย มาสู่การวางโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง การเริ่มต้นจากระบบรางและศูนย์กระจายสินค้าที่เป็นสากล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ก้าวกระโดดได้จริงในระยะยาว

ที่มา – “ชัยชนะ” ลั่นแลนด์บริดจ์ถึงทางตัน จี้รัฐบาลพัฒนาระบบรางภาคใต้ ดัน “ทุ่งสง” เป็นศูนย์กระจายสินค้า

“พิพัฒน์” เปิดตัวเพจ “หยัดได้” โชว์ผลงานคมนาคม ไม่ใช่แค่หาเสียง

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามแวดวงการเมืองคงได้เห็นความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกระทรวงคมนาคมกันแล้ว เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้เปิดตัวเพจเฟซบุ๊กในชื่อว่า “พิพัฒน์” เปิดตัวเพจ “หยัดได้” โชว์ผลงานคมนาคม ไม่ใช่แค่หาเสียง ซึ่งต้องบอกเลยว่างานนี้ไม่ใช่แค่การทำเพจธรรมดาๆ แต่เป็นการประกาศจุดยืนในการสื่อสารผลงานการทำงานให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใสครับ

“พิพัฒน์” เปิดตัวเพจ “หยัดได้” โชว์ผลงานคมนาคม ไม่ใช่แค่หาเสียง

การเปิดตัวเพจ “หยัดได้” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงคมนาคมในการเจาะกลุ่มประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้การทำงานในแต่ละโครงการสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้จริง โดยแนวคิดหลักของเพจคือการทำนโยบายให้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่พูดเพื่อเอาใจใครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่กระทรวงทำนั้นมีเป้าหมายเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยโดยเฉพาะครับ

เปิดกลยุทธ์ 3 ภารกิจหลักจากเพจ “หยัดได้”

สำหรับภารกิจของเพจที่ตั้งเป้าไว้มีอยู่ 3 ส่วนหลักด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจการทำงานได้ง่ายขึ้น ได้แก่:

  • Update: รายงานความคืบหน้าโครงการคมนาคมแบบเรียลไทม์
  • Prove: นำเสนอผลสัมฤทธิ์ผ่านข้อมูลตัวเลขที่ตรวจสอบได้จริง
  • Connect: เชื่อมโยงทุกบริการสาธารณะและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนโดยตรง

นอกจากนี้ ในเพจยังเน้นการสื่อสารเรื่องนโยบาย “คมนาคมราคาประหยัด” เพื่อลดภาระค่าเดินทางของพ่อแม่พี่น้อง รวมไปถึงการพัฒนาโครงข่าย “เชื่อมโยงไร้รอยต่อ” ที่จะช่วยให้การเดินทางระหว่างจังหวัดสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟทางคู่หรือความเร็วสูง ทางกระทรวงก็มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เสร็จสิ้นตามเป้าหมาย

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเปรียบเสมือนด้ามขวานทองของไทย ก็เป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่ในเพจให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับสนามบินหรือการขยายโครงข่ายทางหลวง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด การที่ “พิพัฒน์” เปิดตัวเพจ “หยัดได้” โชว์ผลงานคมนาคม ไม่ใช่แค่หาเสียง ในครั้งนี้ จึงเป็นการยืนยันว่าทุกโครงการที่ว่ามาจะได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจังครับ

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผมมองว่านี่คือเรื่องที่ดีมากครับที่เราจะมีช่องทางในการตรวจสอบและรับรู้ข้อมูลจากภาครัฐได้ง่ายขึ้น หากท่านผู้อ่านสนใจอยากติดตามงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหรืออยากรู้ว่าโครงการแถวบ้านเรามีความคืบหน้าไปถึงไหน ก็อย่าลืมไปกดติดตามเพจ “หยัดได้” กันนะครับ รับรองว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างแน่นอน

ที่มา – “พิพัฒน์” เปิดตัวเพจ “หยัดได้” โชว์ผลงานคมนาคม ไม่ใช่แค่หาเสียง

“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี


“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี

“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ลุยเวทีหาเสียงเขต 2 หนุน “ศาสตรา” คนร่วมกว่า 1,200 ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันโครงการสำคัญ ทั้งถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ รถไฟรางคู่ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังฟื้นฟูให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำและแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย เพื่อสนับสนุน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 ของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ และการที่พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนเองนั้นเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ ผู้คนจากทุกสารทิศและประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาที่เป็นระบบ จนถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนี้ต้องถอยหลังต่อไป

นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่มีศักยภาพที่ครบถ้วน ทั้งระบบถนน ระบบรถไฟ และการคมนาคมทางอากาศ ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 โดยมีระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น

“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จทันในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์กล่าว

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ระบบถนนอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสิ้นสุดเพียงแค่จังหวัดชุมพรเท่านั้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายที่จะผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนในการเดินทาง

ทำไมต้องทวงคืนโอกาส 30 ปี ให้หาดใหญ่?

นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวเสริมถึงความร่วมมือกับการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” เพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจถึงปัญหาของพื้นที่ กล้าที่จะตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะ “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง

การทวงคืนโอกาส 30 ปี ไม่ใช่เเค่การหาเสียง เเต่เป็นการสัญญาที่จะเปลี่ยนแปลง

ที่มา – “พิพัฒน์”ลุยหาเสียงหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

Scroll to top