“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี
“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ลุยเวทีหาเสียงเขต 2 หนุน “ศาสตรา” คนร่วมกว่า 1,200 ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันโครงการสำคัญ ทั้งถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ รถไฟรางคู่ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังฟื้นฟูให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำและแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย เพื่อสนับสนุน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 ของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ และการที่พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง
นายพิพัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนเองนั้นเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ ผู้คนจากทุกสารทิศและประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาที่เป็นระบบ จนถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนี้ต้องถอยหลังต่อไป
นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่มีศักยภาพที่ครบถ้วน ทั้งระบบถนน ระบบรถไฟ และการคมนาคมทางอากาศ ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 โดยมีระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น
“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จทันในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์กล่าว
ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ระบบถนนอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสิ้นสุดเพียงแค่จังหวัดชุมพรเท่านั้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายที่จะผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนในการเดินทาง
ทำไมต้องทวงคืนโอกาส 30 ปี ให้หาดใหญ่?
นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ
ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวเสริมถึงความร่วมมือกับการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” เพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจถึงปัญหาของพื้นที่ กล้าที่จะตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะ “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง
การทวงคืนโอกาส 30 ปี ไม่ใช่เเค่การหาเสียง เเต่เป็นการสัญญาที่จะเปลี่ยนแปลง
ที่มา – “พิพัฒน์”ลุยหาเสียงหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้






