วัน: 19 มกราคม 2026

ใบแดง, VAR และกฎล้ำหน้า เตรียมทบทวน

คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (Ifab) เตรียมพิจารณาขยายขอบเขตการให้ใบแดง เมื่อมีการปฏิเสธโอกาสทำประตูที่ชัดเจน ในการประชุมวันอังคารนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเรื่องกฎล้ำหน้า “daylight” ของ Arsene Wenger คาดว่าจะถูกปัดตกไป โดยจะหันไปพิจารณาแนวคิดอื่น ๆ ที่ยุติธรรมกว่าสำหรับฝ่ายรับ

การขอเวลานอกทางยุทธวิธีของผู้รักษาประตู, การถ่วงเวลา และการปรับปรุงแก้ไขระบบวิดีโอช่วยตัดสิน (VAR) เป็นหัวข้ออื่น ๆ ที่อยู่ในวาระการประชุม

การประชุมธุรกิจประจำปีของ Ifab ในกรุงลอนดอน ถือเป็นขั้นตอนต่อไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงกฎใด ๆ ที่จะนำไปใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup และในลีกภายในประเทศในฤดูกาลหน้า

ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการอนุมัติ คือการประชุมสามัญประจำปีในเมืองคาร์ดิฟฟ์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์

คณะกรรมการ Ifab ประกอบด้วย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Fifa) และสมาคมฟุตบอลของอังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ

ในการประชุมเดือนกุมภาพันธ์ สมาคมฟุตบอลแต่ละแห่งจะมี 1 เสียง และ Fifa จะมี 4 เสียง หากจะมีการแก้ไขกฎหมาย จะต้องมีคะแนนเสียงสนับสนุน 6 เสียง

การเปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม สามารถนำไปใช้ก่อนหน้านี้ได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก และโดยลีกที่เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ก่อนวันที่ดังกล่าว

ต่อไปนี้คือสิ่งที่จะมีการหารือกัน

ทบทวนใบแดง

ปัจจุบัน กองหลังจะถูกไล่ออกได้ก็ต่อเมื่อปฏิเสธโอกาสทำประตูที่ชัดเจน (Dogso) หากผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถทำประตูได้

Ifab กำลังเสนอให้ขยายขอบเขตนี้ให้ครอบคลุมถึงเพื่อนร่วมทีมของผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์ด้วย

คำว่า “ตำแหน่งและจำนวนผู้เล่นในแนวรุก” อาจถูกเพิ่มเข้าไปในการพิจารณา Dogso

คาดว่าจะมีการนำไปใช้กับทีมที่อยู่ในสถานการณ์โต้กลับเร็ว ตัวอย่างเช่น

ผู้เล่นที่ถูกทำฟาวล์อาจไม่มีโอกาสทำประตู แต่หากพวกเขาสามารถส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมที่มีโอกาสทำประตูได้ นี่อาจเป็น Dogso ในฤดูกาลหน้า

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ยกเลิกใบเหลืองที่แสดงต่อผู้เล่นที่กระทำความผิด Dogso เมื่อมีการเล่นต่อและมีการทำประตูได้

ตัวอย่างเช่น เมื่อฤดูกาลที่แล้ว Leon Bailey ของ Aston Villa ทำฟาวล์ Mohamed Salah ขณะที่กองหน้าของ Liverpool กำลังจะทำประตู บอลไปเข้าทาง Darwin Nunez ซึ่งทำประตูได้

แม้ว่าผู้ตัดสินจะพลาดการทำฟาวล์ในเหตุการณ์นั้น แต่ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน Bailey ควรจะโดนใบเหลือง จากฤดูกาลหน้า ข้อเสนอคือไม่ควรมีการลงโทษ

การทดลองกฎล้ำหน้าของ Wenger ถูกยกเลิก

มีการพูดถึงกฎล้ำหน้า “daylight” ของ Wenger กันมากมาย

ข้อเสนอของอดีตผู้จัดการทีม Arsenal คือ ถ้า “ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของคุณอยู่ในแนวเดียวกับกองหลัง คุณจะไม่ถือว่าล้ำหน้า”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือต้องมีช่องว่างระหว่างผู้เล่นในแนวรุกและผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนรองสุดท้าย ซึ่งก็คือกองหลังคนสุดท้าย เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งปกติของผู้รักษาประตู

อย่างไรก็ตาม การอภิปรายในวันอังคารนี้ จะเกี่ยวกับกฎล้ำหน้า “torso” (ลำตัว)

แทนที่จะใช้ศีรษะและเท้าในการตัดสินล้ำหน้า จะใช้ส่วนบนของร่างกาย

แนวคิดของ Wenger ดูเหมือนจะถูกปัดตก เพราะให้ความได้เปรียบกับผู้เล่นในแนวรุกมากเกินไป

ดังนั้น Ifab จึงดูเหมือนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง และเริ่มการทดลองใช้วิธี “torso” ในฟุตบอลเยาวชน

ผู้รักษาประตูแกล้งบาดเจ็บเพื่อขอเวลานอกทางยุทธวิธี

นี่ถือเป็นภัยพิบัติของเกมสมัยใหม่ ผู้รักษาประตูล้มลงโดยไม่มีบอล และเกมหยุดลง ผู้เล่น 10 คนที่เหลือวิ่งไปยังพื้นที่เทคนิคเพื่อพูดคุยกับทีม

ทันทีที่โค้ชได้รับคำแนะนำใหม่ ผู้รักษาประตูก็ลุกขึ้น ไม่มีอะไรที่ผู้ตัดสินจะทำได้

โค้ชมักใช้เมื่อทีมกำลังลำบาก หรืออาจมีผู้เล่นถูกไล่ออก และจำเป็นต้องปรับโครงสร้างทีมใหม่

ในเดือนพฤศจิกายน Daniel Farke ผู้จัดการทีม Leeds United กล่าวหา Gianluigi Donnarumma ผู้รักษาประตูของ Manchester City ว่า แกล้งบาดเจ็บเพื่อ “บิดเบือนกฎ”

ผู้เล่นนอกสนามที่ได้รับการรักษาต้องออกจากสนามเป็นเวลา 30 วินาที

ตรรกะเดียวกันนี้ไม่สามารถใช้กับผู้รักษาประตูได้ ดังนั้น Ifab จึงกำลังพิจารณา บังคับให้โค้ชถอดผู้เล่นนอกสนามออกแทน

บางคนไม่เห็นด้วย โดยเชื่อว่าเป็นการตั้งสมมติฐานว่าผู้รักษาประตูกำลังโกง ทั้งที่พวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บจริง ๆ

Ifab ยอมรับว่าต้องมีอะไรบางอย่างทำ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะมีการทดลองในระดับล่างในฤดูกาลหน้า และประเมินผลลัพธ์

แต่ถ้าคุณคิดว่า 30 วินาทีมากเกินไป มันอาจจะนานกว่านั้นอีก

ในการแข่งขัน Arab Cup เมื่อเดือนที่แล้ว Fifa ได้ทดลองให้ผู้เล่นต้องออกจากสนามเป็นเวลาสองนาที หากพวกเขาได้รับการดูแลจากนักกายภาพบำบัด

ไม่ใช่ความคิดใหม่ และมีอยู่ในการแข่งขัน Major League Soccer ในสหรัฐอเมริกาในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ผู้เล่นที่ล้มลงนานกว่า 15 วินาที นอนอยู่บนพื้น และได้รับการรักษา ต้องออกไปข้างนอกเป็นเวลาสองนาที โดยมีข้อยกเว้นเล็กน้อย

เชื่อกันว่า Premier League ต่อต้านการขยายเวลาใด ๆ ที่เกิน 30 วินาที

VAR เข้ามาเกี่ยวข้องกับลูกเตะมุมและใบเหลืองที่สอง

เมื่อคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านฟุตบอลของ Ifab ประชุมกันในเดือนตุลาคม พวกเขาปฏิเสธแนวคิดที่จะทบทวนลูกเตะมุม ความกลัวคือมันจะเพิ่มเวลามากเกินไป เป็นมุมมองที่แชร์กันทั่วทั้งเกม ยกเว้นที่ Fifa

Fifa เชื่อว่า มีทรัพยากรที่จะทบทวนลูกเตะมุม ทุกครั้งก่อนที่จะเตะ ไม่ใช่แค่ลูกที่นำไปสู่ประตูเท่านั้น

Fifa ประเมินว่าการตรวจสอบลูกเตะมุมจะเสร็จสิ้นเกือบตลอดเวลาก่อนที่ทีมจะจัดตำแหน่ง ดังนั้นจึงไม่มีการเสียเวลา แต่จะมีการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ดังนั้น องค์กรปกครองโลกของเกมจึงกำลังยื่นคำร้องขอสิทธิพิเศษในการทบทวนลูกเตะมุมในการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ มีแนวโน้มว่าจะได้รับไฟเขียว

แต่สิ่งนี้สร้างความขัดแย้งระหว่าง Fifa และส่วนที่เหลือของคณะกรรมการ Ifab และในแง่นี้ก็คือเกม

Fifa เข้าควบคุม VAR อย่างเต็มที่จาก Ifab ในปี 2020 แต่ยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ Ifab เพื่อทำการเปลี่ยนแปลง

หาก Fifa สามารถผลักดันสิ่งนี้ได้สำเร็จ พวกเขาอาจพิจารณาด้านอื่น ๆ Pierluigi Collina หัวหน้าผู้ตัดสินสนับสนุนแนวคิดที่ว่า หากสามารถระบุข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ควรแก้ไข และรวมถึงใบเหลืองที่ไม่ถูกต้องโดยทั่วไป

มีความเห็นตรงกันมากขึ้นเกี่ยวกับใบเหลืองที่สอง ดูเหมือนว่าการทบทวน VAR จะถูกนำมาใช้สำหรับผู้เล่นที่ถูกไล่ออกอย่างแน่นอน

การกระทำผิดที่อาจนำไปสู่การได้รับใบเหลืองที่สองจะไม่สามารถทบทวนได้ นั่นจะเปิดประตูให้ทุกการท้าทายของผู้เล่นที่ได้รับใบเหลืองถูกตรวจสอบ

นับถอยหลังสำหรับการขว้างบอลและการเตะจากประตู

คณะกรรมการที่ปรึกษาให้ “ความสำคัญเป็นพิเศษกับมาตรการเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงการไหลของเกมและลดการหยุดชะงักและการเสียเวลา”

ผู้รักษาประตูที่ล้มลงเพื่อหยุดเกมเป็นอีกด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งคือ เวลาที่ใช้ในการขว้างบอลและการเตะจากประตู

ข้อเสนอคือการครอบครองบอลจะเปลี่ยนไปเป็นฝ่ายตรงข้าม หากการนับถอยหลังหมดลง

เป็นไปตามความสำเร็จของการเพิ่มเวลาจำกัดแปดวินาทีสำหรับผู้รักษาประตูที่ถือบอล

เช่นเดียวกับกฎหมายผู้รักษาประตู ผู้ตัดสินจะไม่คาดหวังว่าจะใช้กฎหมายนี้อย่างเคร่งครัดตามตัวอักษร แต่จะใช้เป็นเครื่องยับยั้งอย่างแท้จริง

ดังนั้น หากผู้รักษาประตูใช้เวลานานเกินไปในการเตะจากประตู ฝ่ายตรงข้ามจะได้บอล และการเริ่มต้นใหม่จะเป็นลูกเตะมุม

จะต้องมีการทดลองในระดับล่างของฟุตบอลก่อน ดังนั้นอย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นในการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือในฟุตบอลในประเทศในฤดูกาลหน้า

Ifab จะหารือเกี่ยวกับการนำกฎ MLS อีกข้อหนึ่งมาใช้เกี่ยวกับการเปลี่ยนตัว

“กฎการเปลี่ยนตัวแบบตั้งเวลา” กำหนดให้ผู้เล่นต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที หากพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น ผู้เล่นสำรองจะต้องรอ 60 วินาทีเพื่อเข้าสู่เกมหลังจากเริ่มเกมใหม่

อุปกรณ์เสริมหรือเครื่องประดับสามารถติดเทปได้

เมื่อต้นเดือนนี้ Estelle Cascarino ของ West Ham ถูกห้ามไม่ให้ลงเล่นเป็นตัวสำรองกับ Chelsea ใน Women’s Super League เพราะเธอสวมต่างหู

มันถูกปิดด้วยเทป แต่ไม่สามารถนำออกได้

กฎของ FA ระบุว่า “เครื่องประดับทุกชิ้นเป็นสิ่งต้องห้ามและต้องถอดออก” โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ

โชคดีสำหรับ Cascarino สถานการณ์นี้ถูกอภิปรายโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านฟุตบอลและเทคนิคในเดือนตุลาคม

ครอบคลุมผู้เล่นที่มีอุปกรณ์เสริมหรือเครื่องประดับที่ไม่สามารถถอดออกได้ ตัวอย่างเช่น ติดอยู่กับร่างกายอย่างถาวร

หากสามารถปิดได้อย่างปลอดภัย Ifab กำลังถกเถียงกันว่าพวกเขาควรจะสามารถเล่นได้

การเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่จะมีการอภิปราย

Ifab จะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวล่าสุดบางส่วนเพื่อเพิ่มลงในกฎหมายอย่างถาวร

แนวทาง ‘เฉพาะกัปตันทีม’ ที่ครอบคลุมผู้ที่สามารถพูดคุยกับผู้ตัดสิน และการชี้แจงบทลงโทษ ‘สัมผัสสองครั้ง’

นั่นหมายความว่า หากผู้เล่นทำประตูได้ แต่บังเอิญสัมผัสบอลสองครั้ง จะเป็นการเตะใหม่ แทนที่จะเป็นการเตะฟรีคิกให้กับฝ่ายตรงข้าม

เราเห็นสิ่งนี้ในการดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน เมื่อ Jean-Philippe Mateta กองหน้า Crystal Palace ต้องเตะลูกโทษใหม่หลังจากเตะบอลไปโดนเท้าที่ยืนอยู่

การเปลี่ยนแปลงกฎฟุตบอลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างที่น่าสนใจ และอาจส่งผลต่อรูปแบบการเล่นในอนาคต คอยติดตามอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ ใบแดง, VAR และกฎล้ำหน้า อย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ ใบแดง, VAR และกฎล้ำหน้า

โดยรวมแล้วการประชุม Ifab ครั้งนี้ มีเรื่องให้ติดตามมากมาย โดยเฉพาะการปรับปรุง VAR และการพิจารณาเกี่ยวกับการถ่วงเวลา ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงกฎต่างๆ หากได้รับการอนุมัติ จะส่งผลกระทบต่อเกมฟุตบอลในวงกว้าง ทั้งในระดับนานาชาติและระดับสโมสร

ที่มา – Red cards, VAR and offside laws facing Ifab review

ส้มโอเวียงแก่น GI: สินค้าเด่น เนื้อแน่น เปรี้ยวอมหวาน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน ส้มโอเวียงแก่น เป็นสินค้า GI น้องใหม่ สร้างชื่อเสียงให้เชียงรายเป็นอันดับ 2 ของประเทศที่มีสินค้า GI มากที่สุด! มาดูกันว่าอะไรทำให้ส้มโอจากเวียงแก่นถึงพิเศษขนาดนี้

ส้มโอเวียงแก่น: GI น้องใหม่ เนื้อแน่น เปรี้ยวอมหวาน

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มโอเวียงแก่น” เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นทางการ เพื่อคุ้มครองชื่อเสียง คุณภาพ และอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การขึ้นทะเบียนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับมูลค่าทางการตลาด แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการผลิตของชุมชน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การส่งเสริมการคุ้มครอง GI เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา การขึ้นทะเบียนสินค้า GI ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของไทยอย่างเป็นรูปธรรม มีระบบควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ พร้อมเชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าชุมชนท้องถิ่นของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ทำไมต้องส้มโอเวียงแก่น? อะไรคือความพิเศษ

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ส้มโอเวียงแก่น” เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 9 ของจังหวัดเชียงราย ต่อจากสินค้าขึ้นชื่อต่างๆ เช่น กาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง สับปะรดนางแล สับปะรดภูแลเชียงราย ชาเชียงราย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ข้าวก่ำล้านนา และเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ซึ่งสินค้า GI ทั้งหมดนี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดกว่า 300 ล้านบาทต่อปี การเพิ่ม ส้มโอเวียงแก่น เข้าไป ทำให้เชียงรายกลายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากนครราชสีมา แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา และศักยภาพของคนในพื้นที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

ส้มโอเวียงแก่น ปลูกในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์คือเป็นแอ่งกระทะ ล้อมรอบด้วยภูเขา และมีแม่น้ำงาวไหลผ่าน ดินในบริเวณนี้เป็นดินตะกอนแม่น้ำที่อุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ มีการระบายน้ำที่ดี และมีค่าความเป็นกรด–ด่างที่เหมาะสม สภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ทำให้ส้มโอเวียงแก่นมีคุณภาพโดดเด่น ทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความสดฉ่ำ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

ส้มโอเวียงแก่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI มีทั้งหมด 3 พันธุ์ ได้แก่

  • พันธุ์ขาวใหญ่: ผลทรงรี น้ำหนักเฉลี่ย 1.2 – 2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลือง เนื้อแน่นกรอบ ฉ่ำน้ำ มีสีขาวอมเหลืองอ่อน รสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีความซ่า ฝาดและขมเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์
  • พันธุ์ทองดี: ผลทรงกลมแป้น น้ำหนักเฉลี่ย 1 – 2 กิโลกรัม เปลือกสีเหลือง เนื้อนิ่ม ฉ่ำน้ำ มีสีชมพูอ่อน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความขมและซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์
  • พันธุ์เซลเลอร์: ผลทรงกลม น้ำหนักเฉลี่ย 0.8 – 2.0 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอ่อน เนื้อกรอบ มีสีแดงทับทิม รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีความซ่าเล็กน้อย ความหวานไม่ต่ำกว่า 9 องศาบริกซ์

ปัจจุบัน มีผู้ผลิตส้มโอเวียงแก่นในจังหวัดเชียงราย 1,383 ครัวเรือน มีผลผลิตเฉลี่ยราว 25,130 ตันต่อปี สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยมีการส่งออกประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี โดยมีประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของศักยภาพสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้

การขึ้นทะเบียน GI “ส้มโอเวียงแก่น” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การคุ้มครองชื่อสินค้าและคุณภาพตามแหล่งภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าขับเคลื่อนงาน GI อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และส่งเสริมช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มรายได้และต่อยอดธุรกิจชุมชน

นอกจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น TikTok Shop, Shopee และ Lazada เพื่อสนับสนุนช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ออนไลน์ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าผ่านการไลฟ์สด การจัดทำคลิปสั้น และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ รวมถึงการเปิดตลาดส่งออกสู่ต่างประเทศ

การขึ้นทะเบียน GI ส้มโอเวียงแก่น เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเกษตรกรและผู้บริโภค เพราะเป็นการรับประกันคุณภาพและความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ การรักษามาตรฐานและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ส้มโอเวียงแก่นยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศไปอีกนาน

ที่มา – ขึ้นทะเบียน “ส้มโอเวียงแก่น” สินค้า GI น้องใหม่ เนื้อแน่น เปรี้ยวอมหวาน

วิโรจน์โต้ชูวิทย์ ปชช. ไม่มีดีลลับบิ๊กโจ๊ก

“วิโรจน์” โต้ “ชูวิทย์” ปชช. ไม่มีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก”

“วิโรจน์” โต้ “ชูวิทย์” ปชช. ปัดมีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” นั่งรองนายกฯ เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายร้อง กกต. เอาผิดใส่ร้ายป้ายสีทำพรรคเสื่อมเสีย ชี้อย่าใช้จินตนาการ ย้ำยังเคารพแต่จะแฉใครต้องมีหลักฐาน

วันที่ 19 มกราคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แถลงข่าวกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ออกมากล่าวหาว่าพรรคประชาชนมีการทำดีลลับกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกกับการสนับสนุนให้พรรคได้รับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 10 ที่นั่ง และผลักดันให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายวิโรจน์ ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการกล่าวหาเกินขอบเขตของการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายพรรค และจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายที่เหมาะสมกับนายชูวิทย์ ตนไม่ต้องการกล่าวหานายชูวิทย์ว่าไปรับงานใดๆ แต่เห็นว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเกินกว่าการแสดงอคติส่วนตัวหรือการวิจารณ์ทางการเมืองตามปกติ และเชื่อว่านายชูวิทย์ควรไตร่ตรองถึงผลกระทบของการกระทำดังกล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่ต้องการใช้วิธีการเดียวกันกับการกล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่นแบบนายชูวิทย์ แม้ว่าจะสามารถนำข้อมูลบางส่วนมาปะติดปะต่อเพื่อโจมตีตอบโต้ได้ แต่ด้วยมโนธรรมส่วนตัวและความเคารพที่มีต่อนายชูวิทย์ในฐานะบุคคลหนึ่ง ตนไม่ประสงค์จะกระทำเช่นนั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกรณีอิทธิพลทางการเมือง อิทธิพลทางสังคม และตำแหน่งหน้าที่ของนายทหารระดับสูงบางรายในอดีต ซึ่งเป็นคนสนิทของนายชูวิทย์ ชื่อ “บิ๊ก ด.” ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในช่วงรับราชการและหลังเกษียณ โดยระบุว่า หากมีภาพหรือพฤติกรรมที่แสดงความใกล้ชิดสนิทสนมกับบุคคลบางราย ประชาชนย่อมตั้งคำถามได้ถึงเหตุผลและผลประโยชน์ที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลชาวต่างชาติคนหนึ่งคือนายเบน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน และอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์

ส่วนสาเหตุที่ออกมาแฉนายชูวิทย์ระบุว่า ต้องการ “สั่งสอน” พรรคประชาชน เพราะเป็นเด็กที่คิดการใหญ่และเห็นว่าพรรคอาจทำในสิ่งที่เกินความสามารถ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ในช่วงแรกของการวิพากษ์วิจารณ์ ตนไม่ได้ติดใจ เนื่องจากถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แม้กระทั่งเรื่องการโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ เรื่องนี้ นายชูวิทย์ก็มีความเห็นไม่แตกต่างจากสมาชิกพรรคเช่นกัน แม้สมาชิกพรรคบางส่วนจะมีความเห็นส่วนตัวแตกต่างกัน แต่ทุกคนเคารพมติพรรคและเข้าใจกลไกของพรรคการเมือง ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของนายชูวิทย์ หากเป็นไปโดยสุจริตพรรคก็พร้อมน้อมรับ ต่อให้จะถูกนายชูวิทย์ด่าหรือจะทำด้วยอคติเราก็น้อมรับ

นายวิโรจน์ ระบุว่า ในระยะหลังการกล่าวหาของนายชูวิทย์มีลักษณะของการโยงข้อมูลและจับคู่เหตุการณ์โดยใช้จินตนาการมั่วที่สุด โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าพรรคประชาชนมีข้อตกลงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มั่วและไม่เป็นความจริง พร้อมตั้งคำถามว่า การนำข้อมูลจริงบางส่วนผสมกับข้อมูลเท็จ เพื่อทำให้ประชาชนคล้อยตาม และผลักภาระการพิสูจน์ไปยังผู้ถูกกล่าวหา เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่ พร้อมถามกลับว่าพฤติกรรมแบบนี้สมควรทำหรือไม่ โดยย้ำว่าการกล่าวหาเช่นนี้ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนพร้อมท้าให้เปิดหลักฐาน

นายวิโรจน์ยังกล่าวถึงการแถลงข่าวของนายชูวิทย์ ที่จะมีขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ (19 ม.ค.) ว่า คาดว่าจะเป็นลักษณะการแถลงข่าวรายวันเช่นเดียวกับที่เคยทำกับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่เสียเวลาโต้เถียงรายวัน และไม่ให้ค่า แต่จะชี้แจงต่อประชาชนเพื่อให้สังคมได้พิจารณาและตั้งคำถามด้วยวิจารณญาณของตนเอง ว่าควรให้คุณค่ากับข้อมูลที่นายชูวิทย์นำเสนอหรือไม่ และหากไม่มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงรองรับ เชื่อว่าประชาชนย่อมตัดสินได้เอง

ส่วนในประเด็นที่นายชูวิทย์อ้างว่า ได้ยินข้อมูลเรื่องดีลลับจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยตรง นายวิโรจน์กล่าวว่า ขอให้แสดงหลักฐานที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่าพรรคไม่ต้องการใช้วิธีการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน แม้จะสามารถทำได้ แต่ไม่ประสงค์จะทำเช่นนั้น ทั้งนี้ แม้ยังคงให้ความเคารพต่อนายชูวิทย์ แต่กระบวนการทางกฎหมายจำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เนื่องจากกรณีดังกล่าวเกินขอบเขตที่พรรคจะยอมรับได้ นายวิโรจน์ยังเปรียบกรณีนี้เป็นการเหมือนตนเองแย่งมีดมาจากมือนายชูวิทย์ “เมื่อผมแย่งมีดมาจากมือพี่ชูวิทย์ได้แล้วผมก็จะไม่นำมีดนั้นกลับไปแทงพี่ชูวิทย์อีก จะขอเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไม่เอามีดกลับไปแทง” 

นายวิโรจน์ยังชี้แจงถึงกระบวนการรับข้อมูลของพรรคประชาชนว่า พรรคไม่ได้ปฏิเสธว่ารับข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง แต่ได้รับข้อมูลจากหลายแหล่ง ทั้งจากข้าราชการและบุคคลที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานรัฐ

ส่วนเมื่อถามว่าเรื่องตั๋วช้างที่พรรคประชาชนออกมาแฉสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้ข้อมูลมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือไม่นั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า ก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายแหล่ง บางข้อมูลเป็นการส่งมาโดยไม่เปิดเผยตัวตนเป็นนิรนาม และพรรคจะนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเปรียบเทียบ ตรวจสอบ และสอบเทียบผ่านกลไกของรัฐสภา หากเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกันหรือเข้าข่ายใส่ร้ายเลื่อนลอย พรรคจะไม่นำมาใช้

นายวิโรจน์ยังกล่าวด้วยว่า “เหตุใดนายชูวิทย์จึงไม่สร้างเรื่องว่าพรรคประชาชนจะให้ตำแหน่งรองนายกฯ กับ บิ๊ก ด. ทำไมต้องเป็น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะบิ๊ก ด. เกลียดคนหนักแผ่นดินที่สุด ดังนั้นพวกที่มาฟอกเงินก็เป็นพวกหนักแผ่นดิน”

นายวิโรจน์กล่าวว่า ข้าราชการจำนวนมากให้ความไว้วางใจพรรคประชาชน เนื่องจากมั่นใจว่าพรรคจะไม่ใช้ข้อมูลไปในทางแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเป็นการตบทรัพย์แบบนักการเมืองรุ่นเก่า เมื่อพรรคทำงานอย่างตรงไปตรงมา ข้าราชการที่มีเจตนาดีก็พร้อมส่งข้อมูลให้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายชูวิทย์เปิดเผยรายชื่อนักการเมือง ส. ในพรรคประชาชน เกี่ยวข้องกับทุนสีเทานั้น นายวิโรจน์ระบุว่า พรรคไม่ได้หวั่นไหวกับสิ่งที่เรียกว่า “สงครามปั่นประสาทรายวัน” โดยพรรคได้กำหนดมาตรฐานการจัดการปัญหาไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะมีกรณีกี่รายก็จะใช้มาตรฐานเดียวกัน คือเคารพกระบวนการยุติธรรม และหากเกี่ยวข้องกับสมาชิกพรรค จะมีการเจรจาให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้คุณสมบัติการเป็นผู้สมัครสิ้นสุดลง ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนอย่างเหมาะสม ต่อให้จะมีอีกกี่รายก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน พร้อมกับท้าให้เปิดหลักฐานออกมาได้เลย นายวิโรจน์ยังเปรียบเทียบด้วยว่าขณะเดียวกันยังมีผู้สมัคร สส.บางพรรค ถูกดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ และ ป.ป.ง.อายัดทรัพย์ แต่พรรคการเมืองนั้นก็ยังให้ลงสมัครต่อได้ รวมไปถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีบางพรรค ที่ถูกศาลต่างประเทศพิพากษาเรียบร้อยก็ยังเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้ รวมถึง ส.ส. อีกไม่น้อยที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทุจริตคอร์รัปชัน แต่พรรคการเมืองพรรคนั้นก็ยังส่งเป็นผู้สมัครต่อไปได้

ในส่วนของการดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ นายวิโรจน์ระบุว่า จะดำเนินการในความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง กรณีใส่ร้ายและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณาของฝ่ายกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน จังหวัดตราด ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่แตกต่างจากกรณีสแกมเมอร์ แต่ทำไมพรรคไม่ดำเนินการก่อนหน้านี้ตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งเป็น สส. ในสภา ขณะเดียวกันนายรังสิมันต์ โรม ก็ได้ลงพื้นที่ไปปราบสแกมเมอร์ที่จังหวัดตราดมาแล้ว

นายวิโรจน์กล่าวว่า พรรคเราไม่โทษที่ตัวบุคคล เพราะหากโทษที่ตัวบุคคลจะทำให้เกิดความสั่นคลอน หาคนรับผิดชอบในพรรค เพราะถ้าอย่างนั้นก็คงออกกันทั้งพรรค แต่โทษไปยังระบบดีกว่าเพราะสังคมไทยเวลาเกิดปัญหาจะถามว่าใคร แต่พรรคเราจะถามว่าเกิดจากอะไร โดยพรรคได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ มีการรับเรื่องร้องเรียนและพยายามรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่ยอมรับว่าพรรคไม่ใช่หน่วยงานรัฐ จึงตรวจสอบได้เพียงประวัติอาชญากรรม ไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ อีกทั้งในบางกรณี ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลด้วยวาจาโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ขณะที่ผู้ถูกร้องก็สามารถชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล

ส่วนกรณีที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ออกมาระบุว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้กับพรรคตนเอง หัวหน้าพรรคก็คงรับผิดชอบด้วยการลาออกไปแล้วนั้น นายวิโรจน์ย้อนว่า นายจตุพร ต้องย้อนไปดูประวัติการทำงานของตัวเองตั้งแต่สมัยเป็นข้าราชการประจำว่าการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสหรือไม่

เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายกับนายชูวิทย์ เหมือนกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และนายเศรษฐา ทวีสิน ที่เคยถูกนายชูวิทย์แฉลักษณะนี้เช่นกันนั้น นายวิโรจน์ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีแค่กฎหมายเลือกตั้ง พรรคไม่ได้ต้องการให้นายชูวิทย์หยุดวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอให้การวิจารณ์เป็นไปโดยตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช้จินตนาการหรือข้อมูลเท็จในการใส่ร้ายป้ายสี โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณ ตั้งคำถามว่าการกระทำของนายชูวิทย์มีเป้าหมายเพื่อใคร หรือพรรคการเมืองใดได้ประโยชน์ และข้อกล่าวหามีหลักฐานรองรับเพียงใด โดยระบุว่า ข้อมูลที่เป็นความจริงย่อมมีคุณค่า ส่วนข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงก็จะด้อยค่าลงไปเองในสายตาของสังคม

วิเคราะห์สถานการณ์ “วิโรจน์” โต้ “ชูวิทย์” ปชช. ปัดมีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก”

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การที่นายวิโรจน์ออกมาโต้ตอบข้อกล่าวหาของนายชูวิทย์ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคประชาชนในการปกป้องชื่อเสียงของพรรค และความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ การตอบโต้ดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาชนว่าพรรคประชาชนพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาและพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏ

อนาคตของพรรคประชาชนจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นขึ้นอยู่กับการดำเนินการทางกฎหมายและการตอบสนองของประชาชนต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว การที่พรรคประชาชนเปิดเผยข้อมูลและพร้อมที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหา แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในความถูกต้องของตนเอง และความมุ่งมั่นที่จะรักษาความน่าเชื่อถือของพรรค

อย่างไรก็ตาม การที่พรรคประชาชนถูกกล่าวหาถึงเรื่อง “วิโรจน์” โต้ “ชูวิทย์” ปชช. ปัดมีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคได้ ดังนั้น พรรคประชาชนจึงต้องพยายามชี้แจงข้อเท็จจริงและโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของพรรค

สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลและพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใด การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลและติดตามการดำเนินงานของพรรคการเมือง จะช่วยให้การเมืองไทยมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเรื่องของ “วิโรจน์” โต้ “ชูวิทย์” ปชช. ปัดมีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” นี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – “วิโรจน์” แถลงโต้ ปชน. ปัดมีดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” เตรียมร้อง กกต. เอาผิด “ชูวิทย์” ใส่ร้ายพรรค

เลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ย้ำ! 1 ก.พ. นี้ ไม่มีประชามติ

เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ย้ำ! สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ไว้ อย่าลืมไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือในการเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ครั้งนี้ จะไม่มีการออกเสียงประชามติล่วงหน้า หากต้องการออกเสียงประชามติ จะต้องไปเข้าคูหาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

ภายหลังจากการประกาศกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. จะมีการเลือกตั้งทั้ง สส.แบบแบ่งเขต สส.แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เลือกตั้งล่วงหน้า 2569

กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า คือ วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 มีทั้งการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร สิ่งที่ต้องย้ำคือ การออกเสียงประชามติ จะไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า จะมีเพียงการออกเสียงนอกเขต และนอกราชอาณาจักรเท่านั้น

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

คำถามประชามติในการเลือกตั้ง 2569

คำถามประชามติที่จะให้ประชาชนออกเสียงว่า เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบนั้น มีคำถามในบัตรระบุว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งบัตรประชามติในครั้งนี้เป็น “สีเหลือง” กรณีที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเดียวกัน จะต้องแสดงตน 2 ครั้ง ครั้งแรกรับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ คือสีเขียว บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต และสีชมพู บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อใช้สิทธิเลือก สส.เสร็จ จะต้องแสดงตนเพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติอีกครั้ง

สำหรับท่านที่ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ทางหน่วยเลือกตั้งจะมีการจัดช่องทางพิเศษเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้มาใช้สิทธิออกเสียง

ตรวจสอบผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ท่านจะต้องแจ้งเหตุภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่าน

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้งของท่าน และวางแผนการเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อให้ท่านสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้อย่างสะดวกและราบรื่น

ที่มา – เลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ย้ำวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ไม่มีออกเสียงประชามติล่วงหน้า

ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” ภูมิปัญญากว่า 500 ปี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดตัว GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นจากธัญพืชบนเกาะไอร์แลนด์ รสชาติแห่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมากว่า 500 ปี

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) ลำดับที่ 25 ของต่างประเทศ (ลำดับที่ 11 ของสหภาพยุโรป) ที่ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนพัฒนาการความร่วมมือที่ดีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีภารกิจในการให้ความคุ้มครอง GI แก่สินค้าไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่มีชื่อเสียง มีความเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต และมีประวัติศาสตร์การผลิตมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ การคุ้มครองสินค้า GI ของต่างประเทศในไทยนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนและต่อยอดความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการนำสินค้า GI ไทยไปขึ้นทะเบียนและได้รับการคุ้มครองในต่างประเทศเช่นกัน โดยล่าสุด กรมฯ ได้ประกาศให้ “ไอริช วิสกี้” เป็นสินค้าจากต่างประเทศที่ได้รับ GI ลำดับที่ 25 ในไทย

ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นธัญพืช จากไอร์แลนด์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกว่า 500 ปี

สำหรับ “ไอริช วิสกี้” สินค้าที่ได้รับ GI ล่าสุดนั้น นางอรมน อธิบายว่า เป็นสุรากลั่นที่ผลิตบนเกาะไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือ ที่สะท้อนเรื่องราวทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภูมิประเทศ และภูมิอากาศเฉพาะถิ่นผสมผสานอยู่ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดธัญพืชท้องถิ่น เช่น ข้าวบาร์เลย์ที่ผ่านการเพาะงอกอย่างเหมาะสม มาใช้เป็นวัตถุดิบแทนองุ่นหรือผลไม้ชนิดอื่น การใช้น้ำที่กลั่นจากแหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติเป็นน้ำกระด้างหรือน้ำอ่อน ส่งผลต่อรสชาติของเมล็ดข้าวในกระบวนการบด ประกอบกับทักษะ ภูมิปัญญา และความเชี่ยวชาญของผู้ผลิตในท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 6

นอกจากนี้ สภาพอากาศของไอร์แลนด์ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ทำให้เกิดความอบอุ่นและความชื้นตลอดปี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการบ่มสุราที่ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี โดยอุณหภูมิระดับปานกลางจะช่วยให้แอลกอฮอล์สามารถดูดซึมสีและสารประกอบจากไม้ของถังบ่มได้อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สุราที่ได้มีสีทองอ่อนไปจนถึงสีอำพันเข้ม มีรสชาตินุ่มลื่น กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไอริช วิสกี้ ได้รับการรับรอง GI และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนาน

ซึ่งการยื่นขอขึ้นทะเบียน GI ไอริช วิสกี้ ในประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในไทย และยังช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยว่าสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นของแท้ มีคุณภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

สินค้าของต่างประเทศ ที่ขึ้นทะเบียน GI ในไทย มีอะไรบ้าง?

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสินค้าต่างประเทศที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในไทยรวมทั้งสิ้น 25 รายการ ครอบคลุมสินค้าจากสหภาพยุโรป เอเชีย และภูมิภาคต่างๆ อาทิ แชมเปญ (ฝรั่งเศส) สกอตช์ วิสกี้ (สกอตแลนด์) พรอสชูตโต ดี ปาร์มา (อิตาลี) ไวน์นาปา วัลเลย์ (สหรัฐเมริกา) เตกีลา (เม็กซิโก) เมลอนยูบาริ (ญี่ปุ่น) กาแฟบวนมาถวด (เวียดนาม) เป็นต้น

ทั้งนี้ ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย การที่กรมฯ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน GI สินค้าจากสหภาพยุโรปครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ที่วางขายในประเทศแล้ว ยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการสร้างความเชื่อมั่นทางการค้า ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะประเทศที่มีระบบการคุ้มครอง GI ที่ได้มาตรฐาน และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ขณะที่ในปัจจุบัน มีสินค้าไทยได้รับ GI ในต่างประเทศแล้ว 10 รายการ ใน 33 ประเทศ อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ในสหภาพยุโรป มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) กาแฟดอยช้าง (ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น) ผ้าไหมยกดอกลำพูน (ในอินเดีย และอินโดนีเซีย) เป็นต้น

นางอรมน กล่าวด้วยว่า ในปี 2569 กรมฯ มีแผนจัดทำคำขอ GI ในต่างประเทศเพิ่ม 2 สินค้า ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เตรียมยื่นในประเทศญี่ปุ่น และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก เตรียมยื่นในประเทศมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ สร้างโอกาสทางการค้า ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์และสร้างมาตรฐานให้แก่สินค้า GI ในระดับสากล เพื่อประโยชน์ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

การขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” ไม่เพียงแต่เป็นการรับรองคุณภาพและแหล่งที่มา แต่ยังเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนาน หวังว่าการดำเนินการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

ที่มา – ขึ้นทะเบียน GI “ไอริช วิสกี้” สุรากลั่นธัญพืช จากไอร์แลนด์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดกว่า 500 ปี

“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี


“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี

“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ลุยเวทีหาเสียงเขต 2 หนุน “ศาสตรา” คนร่วมกว่า 1,200 ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันโครงการสำคัญ ทั้งถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ รถไฟรางคู่ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังฟื้นฟูให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำและแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย เพื่อสนับสนุน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 ของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ และการที่พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนเองนั้นเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ ผู้คนจากทุกสารทิศและประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาที่เป็นระบบ จนถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนี้ต้องถอยหลังต่อไป

นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่มีศักยภาพที่ครบถ้วน ทั้งระบบถนน ระบบรถไฟ และการคมนาคมทางอากาศ ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 โดยมีระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น

“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จทันในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์กล่าว

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ระบบถนนอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสิ้นสุดเพียงแค่จังหวัดชุมพรเท่านั้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายที่จะผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนในการเดินทาง

ทำไมต้องทวงคืนโอกาส 30 ปี ให้หาดใหญ่?

นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวเสริมถึงความร่วมมือกับการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” เพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจถึงปัญหาของพื้นที่ กล้าที่จะตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะ “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง

การทวงคืนโอกาส 30 ปี ไม่ใช่เเค่การหาเสียง เเต่เป็นการสัญญาที่จะเปลี่ยนแปลง

ที่มา – “พิพัฒน์”ลุยหาเสียงหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

เอฟเวอร์ตันถูกริบประตู การตัดสินใจที่ถูกต้อง

เอฟเวอร์ตันถูกริบประตู การตัดสินใจที่ถูกต้อง

เนื้อหานี้ไม่สามารถใช้ได้ในประเทศของคุณ

เกิดข้อผิดพลาด

โจ ฮาร์ท นักวิเคราะห์จาก Match of the Day กล่าวว่า ถึงแม้ผู้เล่นและแฟนบอลเอฟเวอร์ตันจะผิดหวังกับการถูกริบประตู แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

WATCH MORE: แบร์รี่ช่วยให้เอฟเวอร์ตันคว้าชัยชนะเหนือวิลล่า

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

การตัดสินใจที่กรรมการริบประตูของเอฟเวอร์ตันนั้น เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงการฟุตบอล หลายคนอาจไม่เห็นด้วย แต่การพิจารณาจากภาพช้านั้นชัดเจนว่ามีการทำฟาวล์เกิดขึ้นก่อนที่จะเป็นประตูได้ ซึ่งทำให้การตัดสินใจของกรรมการนั้นถูกต้องตามกฎ

เอฟเวอร์ตันถูกริบประตู การตัดสินใจที่ถูกต้อง

จากมุมมองของ Joe Hart ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจาก Match of the Day นั้น การริบประตูครั้งนี้แม้จะสร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
กรรมการในสนามต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน แต่ VAR (Video Assistant Referee) ช่วยให้การตัดสินใจมีความแม่นยำมากขึ้น
เหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมี VAR ในเกมฟุตบอลสมัยใหม่

ทำไมถึงเกิดการริบประตู เอฟเวอร์ตันถูกริบประตู การตัดสินใจที่ถูกต้อง?

สาเหตุหลักของการริบประตูคือการทำฟาวล์ ก่อนที่จะมีการทำประตูเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการผลัก การดึง หรือการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกติกา การตัดสินใจนี้เป็นไปตามกฎของฟุตบอลที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากมีการทำฟาว์ลกเกิดขึ้นก่อนการทำประตู ประตูนั้นจะไม่ถูกนับ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎกติกาของฟุตบอลในปัจจุบัน การมี VAR ช่วยให้กรรมการสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมมากขึ้น แม้ว่าบางครั้งการตัดสินใจเหล่านี้อาจจะไม่ถูกใจแฟนบอลเสมอไป

  • ความสำคัญของ VAR ในการตัดสินใจ
  • การบังคับใช้กฎกติกาที่เข้มงวด
  • ผลกระทบต่อเกมการแข่งขัน

การถูกริบประตูเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลและแฟนบอลไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ในบางครั้งก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเข้าใจกฎกติกาและการยอมรับการตัดสินใจของกรรมการเป็นสิ่งที่สำคัญในการเล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา
ถึงแม้ว่าเอฟเวอร์ตันจะเสียประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ แต่ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทีมในการพัฒนาการเล่นให้ดีขึ้น

ในท้ายที่สุด ถึงแม้ว่าแฟนบอลเอฟเวอร์ตันจะไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าว เราจำเป็นต้องเคารพการตัดสินใจของกรรมการและการทำงานของ VAR เพราะมีขึ้นเพื่อความเป็นธรรมของเกม สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการที่เอฟเวอร์ตันต้องกลับมาให้ได้ และพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ซาดิโอ มาเน่: ทูตฟุตบอลแอฟริกาฮีโร่เซเนกัล

ซาดิโอ มาเน่ กลับมาเป็นฮีโร่ของเซเนกัลอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่คุณคาดหวัง

อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลและบาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ (Afcon) สมัยที่สอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยทีม Teranga Lions เอาชนะโมร็อกโกเจ้าภาพในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียง

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปาเป้ เทียว หัวหน้าโค้ชของเซเนกัล พยายามนำทีมออกจากสนาม หลังจากที่โมร็อกโกได้รับลูกโทษในนาทีที่ 98 เมื่อกองหลัง เอล ฮัดจิ มาลิค ดิยุฟ ทำฟาวล์ บราฮิม ดิอาซ

เมื่อผู้เล่นเซเนกัลกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว มาเน่ก็ถูกถ่ายภาพขณะเดินเข้าไปและนำพวกเขากลับออกมาในสนาม

ประมาณ 16 นาทีหลังจากได้รับจุดโทษ บราฮิม ดิอาซ ยิงจุดโทษแบบปาเนนก้า แต่ถูก เอดูอาร์ เมนดี้ จับได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายสำหรับหนึ่งในดาวเด่นของทัวร์นาเมนต์

เมื่อสกอร์ 0-0 เกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ปาเป้ เกย์ ยิงประตูชัยและคว้าแชมป์

มาเน่ ซึ่งกล่าวว่านี่จะเป็น Afcon ครั้งสุดท้ายของเขา จบลงในฐานะผู้นำ โดยได้รับปลอกแขนกัปตันทีมจากเพื่อนร่วมทีมก่อนพิธีมอบถ้วยรางวัล

ดาเนียล อโมคาชิ อดีตกองหน้าทีมชาติไนจีเรีย กล่าวกับ BBC World Service ว่า “มาเน่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทีมของเขากลับมา และมันก็คุ้มค่า

“เขาเป็นทูตฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม เราทราบดีว่าเขาเป็นคนอย่างไรนอกสนาม และเขารู้ว่าฟุตบอลคืออะไร”

ฮัสซัน คัชลูล อดีตนักเตะทีมชาติโมร็อกโก กล่าวว่า “ฟุตบอลแอฟริกาและฟุตบอลโลกกำลังสูญเสีย” จนกระทั่งมาเน่เข้ามาแทรกแซง

“สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือ มีผู้เล่นเพียงคนเดียวจากทีมเซเนกัลคือ ซาดิโอ มาเน่” เขากล่าวกับ E4

“นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน เขากลับไปที่ห้องแต่งตัวและพาผู้เล่นเหล่านั้นกลับมา มาเน่เป็นคนที่พาพวกเขากลับมา”

ซาดิโอ มาเน่: ทูตฟุตบอลแอฟริกาฮีโร่เซเนกัล

สำหรับมาเน่ ทุกอย่างเริ่มต้นที่บามบาลี

ในเซเนกัลตะวันตกเฉียงใต้ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลบนถนนที่เรียงรายไปด้วยดินสีแดงและสนามทราย และเมื่ออายุ 13 ปี เขาได้ชมเกมคัมแบ็กอันโด่งดังของลิเวอร์พูลที่พบกับเอซี มิลาน ในแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศปี 2005

ตั้งแต่นั้นมา เขาได้ชูถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติและพรีเมียร์ลีกกับทีมหงส์แดง รวมถึงคว้าแชมป์ Afcon สองสมัยกับ Teranga Lions

มาเน่ยิงจุดโทษตัดสิน ชนะอียิปต์ในรอบชิงชนะเลิศปี 2021 และบรรยายว่ามันเป็น “วันที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันและถ้วยรางวัลที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน”

สนามกีฬาแห่งหนึ่งได้รับการตั้งชื่อตามเขาในเมืองเซดิอู ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดของเขาไม่ถึง 20 กม. หลังจากการคว้าชัยชนะครั้งนั้น เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของเขา

ตอนนี้ มาเน่เป็นแชมป์สองสมัยและอายุ 33 ปี เขาได้ปิดฉากอาชีพ Afcon ของเขาด้วยความสำเร็จสูงสุด

แต่ เกย์กล่าวว่า ทีมมีเป้าหมายที่จะโน้มน้าวให้มาเน่ ซึ่งเขาเรียกว่า “ตำนานของเซเนกัล” เปลี่ยนใจเกี่ยวกับการที่นี่เป็น Afcon ครั้งสุดท้ายของเขา และอยู่กับทีมต่อไปอย่างน้อยที่สุดจนถึงปี 2027 ที่เคนยา, แทนซาเนีย และยูกันดาจะเป็นเจ้าภาพ

“เราจะพยายามรั้งเขาไว้กับเราอีกหน่อย เพราะเขายังมีปีที่ดีๆ อีกหลายปีที่จะมอบให้” นักเตะบียาร์เรอัล วัย 26 ปี กล่าวกับ BBC Afrique

“ผมได้ยินสิ่งที่เขาพูด และเราจะรอดูว่าเขาตัดสินใจทำอะไร แต่เราต้องการให้เขาอยู่กับเราไปอีกหลายปี”

ซาดิโอ มาเน่: นักเตะถ่อมตัวและใจบุญ

มาเน่ ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งในซาอุดีอาระเบียกับอัล-นาสเซอร์ อาจมีตู้โชว์ถ้วยรางวัลที่ส่องประกายระยิบระยับ แต่เขาไม่เคยลืมรากเหง้าของเขา

เขาชนะใจผู้คนด้วยการทำบุญในบามบาลี โดยให้คำมั่นว่าจะสร้างโรงพยาบาลและโรงเรียน สนับสนุนการสร้างมัสยิด และให้เงินทุนเพื่อช่วยเหลือในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

เขายัง ส่งเสื้อลิเวอร์พูล 300 ตัวไปยังบ้านเกิดของเขา ก่อนที่สโมสรแอนฟิลด์จะปรากฏตัวในแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศปี 2018 ซึ่งเรอัล มาดริด ชนะ 3-1 ในท้ายที่สุด

“ถ้าซาดิโอมาที่นี่ เขาจะประพฤติตนอย่างถ่อมตัวมาก อยู่ในระดับเดียวกับผู้คนในบามบาลี” โฟเด้ บูการ์ ดาฮาบา ประธานลีกภูมิภาค กล่าวกับ BBC Sport Africa ในการเยี่ยมชมหมู่บ้านเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“เขาไม่อยากโดดเด่น หมู่บ้านมอบความรักทั้งหมดนี้กลับคืนให้เขา”

สมาชิกในครอบครัวอธิบายว่าเขาเป็นคนที่ “ทำงานเพื่อทุกคน” และ “มุสลิมที่ดี”

เห็นได้ชัดเจนในช่วงที่เขาอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษ เมื่อเขาช่วยทำความสะอาดห้องน้ำที่มัสยิดในท็อกซ์เทธ หลังจากลิเวอร์พูลชนะครั้งหนึ่ง

“เขาต้องการที่จะไม่เปิดเผยตัวและไม่ได้ทำเพื่อประชาสัมพันธ์” อาบู อุซามะห์ อัล-ทาฮาบี อิหม่ามประจำมัสยิด อัล เราะห์มา กล่าว

“เขาไม่ใช่คนที่มองหาการโฆษณา ไม่มีความเย่อหยิ่ง”

มุสซ่า เนียคาเต้ เซ็นเตอร์แบ็คของเซเนกัล ยกย่องมาเน่ว่าเป็น “ผู้ชายที่เหลือเชื่อ” ในช่วงนำไปสู่รอบชิงชนะเลิศ

“ผมคงไม่มีเวลาพอที่จะอธิบายว่าซาดิโอเป็นตัวแทนของฟุตบอลแอฟริกาอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวเซเนกัล” เขากล่าวเสริม

เซเนกัล ‘คาดหวัง’ การมีส่วนร่วมจาก ซาดิโอ มาเน่: ทูตฟุตบอลแอฟริกาฮีโร่เซเนกัล

มาเน่มีมากกว่า 120 นัดและเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของประเทศด้วยจำนวน 53 ประตู

เขาเป็นฮีโร่ในสนามมาโดยตลอดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และตั้งใจที่จะเล่นในฟุตบอลโลกปลายปีนี้ ซึ่งอาจสร้างความทรงจำที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้อีก

เขาพลาดจุดโทษในช่วงครึ่งแรกของรอบชิงชนะเลิศ Afcon ปี 2021 แต่ก้าวขึ้นมาอีกครั้งเพื่อตัดสินการดวลจุดโทษกับอียิปต์ใน Yaounde

หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งเดือน เขา ตัดสินรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2022 ของฟีฟ่ากับทีมฟาโรห์ ในลักษณะเดียวกัน หลังจากที่แมตช์นั้นก็ดำเนินไปจนสุดทาง แม้ว่าในท้ายที่สุดเขาจะพลาดทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

โดยหลักแล้วเขาเป็นกองกำลังสร้างสรรค์ในการแข่งขัน Afcon รอบสุดท้ายของปีนี้ แต่การยิงประตูในนาทีที่ 78 ของเขาที่พบกับอียิปต์ ซึ่งเคยเป็นผู้รับเวทมนตร์ของมาเน่อีกครั้ง พิสูจน์แล้วว่าเพียงพอที่จะส่งให้ทีม Teranga Lions ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

“[เขาเป็น] ผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ และเขาต้องแสดงมันในเกมใหญ่ เขาแสดงให้เห็นอีกครั้ง”

‘เราต้องการรั้งเขาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’

มาเน่อาจมีท่าทีถ่อมตัวและไม่ได้เป็นกัปตันทีมเซเนกัล แต่เมื่อเขาพูด เพื่อนร่วมทีมของเขาให้ความสนใจ

“ในการกล่าวสุนทรพจน์ก่อนการแข่งขัน [ก่อนเล่นกับอียิปต์] เขาสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน” ปาเป้ เกย์กล่าว

“เขามีคำพูดที่ถูกต้องเพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าสู่การแข่งขันโดยมีสมาธิอย่างเต็มที่

“เขามีประสบการณ์ในการแข่งขันใหญ่ ดังนั้นเขายังรู้วิธีทำให้เราสงบลง คุณสามารถเห็นได้มากในท่าทางของเขา เขาบอกให้เราสงบสติอารมณ์ แม้หลังจากที่เราทำประตูได้หรือเสียประตู”

มาเน่ชนะการแข่งขันระดับนานาชาติส่วนใหญ่ของเขาภายใต้การคุมทีมของอาลิอู ซิสเซ่ ซึ่งรับผิดชอบทีมชาติแอฟริกาตะวันตกตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2024 แต่ปาเป้ เทียว โค้ชคนปัจจุบัน เข้าใจดีว่าต้องการให้ผู้เล่นคนสำคัญของเขาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทีมชาติ

“ผมคิดว่าเขาตัดสินใจในช่วงเวลาที่ร้อนระอุ และประเทศไม่เห็นด้วยเลย และผมในฐานะโค้ชทีมชาติไม่เห็นด้วยเลย” เทียวกล่าว

“เราต้องการรั้งเขาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

ในฐานะแฟนบอล พวกเราหวังว่ามาเน่จะอยู่กับทีมชาติเซเนกัลต่อไปอีกนาน เพราะฝีเท้าและประสบการณ์ของเขาเป็นสิ่งล้ำค่า และจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทีมชาติ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเตะรุ่นใหม่ๆ

ที่มา – ‘An ambassador for African football’ – Mane is Senegal’s Afcon hero

เซเนกัลวอล์คเอาท์ ชิงแอฟริกาคัพ เหตุเป널ตี้

เซเนกัลวอล์คเอาท์ ชิงแอฟริกาคัพ เหตุเป널ตี้

เซเนกัลเอาชนะโมร็อกโก คว้าแชมป์แอฟริกาคัพออฟเนชันส์เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ แต่ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยความขัดแย้ง เมื่อพวกเขาปฏิเสธที่จะเล่นต่อชั่วคราว หลังเจ้าภาพได้รับลูกโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ท่ามกลางผลเสมอ 0-0

ปาเป้ เกย์ กองกลางจากบียาร์เรอัล ทำประตูชัยในนาทีที่ 4 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ เพื่อคว้าชัยชนะครั้งที่สองในรอบ 5 ปีให้กับทีมสิงโตแห่งเตรังก้า

เกมดังกล่าวเต็มไปด้วยความขัดแย้งในช่วงท้ายเกม เมื่อปาเป้ เธียว หัวหน้าโค้ชของเซเนกัล พยายามนำทีมออกจากสนาม เมื่อโมร็อกโกได้รับลูกโทษในนาทีที่ 98 เมื่อเอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ กองหลัง ทำฟาวล์ บราฮิม ดิอาซ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องยิงจุดโทษในนาทีที่ 114 ดิอาซ กองหน้าของเรอัลมาดริด พลาดโอกาส เมื่อเขาพยายามยิงลูกโทษแบบปาเนนก้า แต่ถูก เอดูอาร์ เมนดี้ เซฟไว้ได้

เธียว วัย 44 ปี ไม่พอใจ ฌ็อง ฌักส์ เอ็นดาลา กรรมการผู้ตัดสิน ที่ให้จุดโทษหลังจากตรวจสอบเหตุการณ์จาก VAR รวมถึงการริบประตูของทีมเขาในช่วงก่อนหน้านี้

อิสไมลา ซาร์ กองหน้าจากคริสตัล พาเลซ ทำประตูได้จากระยะใกล้ แต่ถูกริบคืนเนื่องจาก อับดูลาย เซ็ค ทำฟาวล์ อาชราฟ ฮาคิมิ

หลังจากกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมหลายคน เมนดี้ได้รับการสนับสนุนจาก ซาดิโอ มาเน กัปตันทีมให้กลับลงสนาม

เกย์ทำประตูเดียวของเกมด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยมในนาทีที่ 94

ดิอาซ ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่โมร็อกโกพลาดโอกาสในการคว้าแชมป์แอฟริกาคัพสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1976

‘ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลแอฟริกา’ ทำไม เซเนกัลวอล์คเอาท์?

เอฟาน เอโกกู อดีตกองหน้าวิมเบิลดัน วิจารณ์เธียวและลูกทีมของเขา โดยยืนยันว่าการปฏิเสธที่จะเล่นต่อชั่วคราวของพวกเขาเป็น “ภาพลักษณ์ที่ไม่ดีสำหรับวงการฟุตบอลแอฟริกา”

“มัน [การให้ลูกโทษ] เบาเกินไป” เอโกกูกล่าวกับ E4 “เป็นการกระทำที่โง่เขลาและประมาทของ เอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ แต่การตัดสินใจได้เกิดขึ้นแล้ว และผู้เล่นต้องปฏิบัติตาม”

“คุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ [ออกจากสนาม] ไม่ว่าคุณจะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน คุณต้องปล่อยให้กรรมการและกฎ [ทำการตัดสินใจ]… ฉันมีความเห็นใจอยู่บ้าง แต่นี่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดีเลย”

ขณะเดียวกัน จอห์น โอบี มิเกล ผู้ชนะแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ปี 2013 กล่าวว่าเขา “เข้าใจถึงความหงุดหงิด” แต่การเดินออกจากสนาม “ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากเห็น”

‘มีเรื่องดีๆ ให้น้อยมาก แต่มาเน่ทำได้ดี’

มีเรื่องดีๆ ให้น้อยมากที่จะพูดถึงในช่วงท้ายเกมนี้ แต่คนหนึ่งที่ทำได้ดีคือมาเน่

เขาคือผู้เล่นเซเนกัลเพียงคนเดียวที่ไม่อยากเดินลงอุโมงค์อย่างชัดเจน และกำลังบอกให้เพื่อนร่วมทีมกลับออกมา

เขายังเดินไปหาแฟนบอลเซเนกัลหลังจากเสียงนกหวีดหมดเวลา ขอให้พวกเขาใจเย็นๆ

ตอนนี้มีตำรวจติดอาวุธยืนเรียงแถวอยู่หน้าแฟนบอลเหล่านั้นทางด้านซ้ายมือของฉัน ที่นั่นค่อนข้างรุนแรงในหลายๆ ครั้ง

โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ เซเนกัลวอล์คเอาท์ ชิงแอฟริกาคัพ เหตุเป널ตี้ แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดและความกดดันที่สูงในการแข่งขันระดับนานาชาติ ทว่าการตอบสนองด้วยการวอล์คเอาท์นั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของทีมและวงการฟุตบอลแอฟริกา

การควบคุมอารมณ์และการเคารพการตัดสินใจของกรรมการถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาอาชีพ แม้ว่าสถานการณ์อาจจะไม่เป็นใจก็ตาม บทเรียนจากเหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสปิริตและความเป็นมืออาชีพในการเล่นกีฬา

ที่มา – Senegal walk off in Afcon final over penalty award