การจัดตั้งรัฐบาล

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เป็นข่าวใหญ่ที่คนการเมืองและประชาชนกำลังจับตา หลังจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคใหญ่ที่มี สส. ถึง 192 คน และกำลังเตรียมตัวเป็นแกนนำรัฐบาล การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่แค่รวมตัวกันธรรมดา แต่เป็นการวางแผนกลยุทธ์สำคัญที่จะกำหนดอนาคตรัฐบาลไทยชุดใหม่

8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้จะจัดขึ้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 8-9 มีนาคม 2567 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานนำ นอกจากนี้ยังมีนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมด้วย สส. ทั้ง 192 คนจะมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทำให้เป็นการประชุม สส. ครั้งแรกหลังเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ

สาระสำคัญของ 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์

นอกจากกำหนดทิศทางการทำงานของ สส. ในฐานะแกนนำรัฐบาลแล้ว หัวหน้าพรรคจะนำเสนอข้อมูลสะท้อนความต้องการของประชาชนจากทั่วประเทศ โดยรวบรวมจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดกรอบนโยบายและลำดับความเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน สส. แต่ละคนจะได้สะท้อนปัญหาในเขตเลือกตั้งของตน เพื่อนำไปรวบรวมเป็นนโยบายหลักที่จะแถลงต่อรัฐสภา

  • กำหนดนโยบายเร่งด่วน: ฟังเสียงประชาชนจาก สส. 192 เขต
  • เจรจาพรรคร่วม: เคาะเลือกพรรคพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง
  • วางยุทธศาสตร์: เตรียมแถลงนโยบายต่อสภาให้ชัดเจน
  • เสริมทีม领导: แคนดิเดตนายกฯ และรองนายกฯ จะนำเสนอวิสัยทัศน์

ไฮไลต์สำคัญคือการมีมติชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล คณะกรรมการบริหารพรรคจะรับฟังความเห็นจาก สส. ก่อนตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วม เช่น พรรคที่เห็นพ้องในนโยบายหลัก เพื่อให้รัฐบาลใหม่เดินหน้าได้ทันที โดยไม่ล่าช้าหรือขัดแย้งภายใน

บุรีรัมย์ถูกเลือกเป็นสถานที่เพราะเป็นฐานที่มั่นของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะตระกูลชิดชอบที่ครองพื้นที่มานาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสถานที่ทันสมัย เหมาะสำหรับการประชุมขนาดใหญ่ สามารถรองรับ สส. และทีมงานได้สบายๆ พร้อมบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การประชุม 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นตัวชี้วัดความเป็นเอกภาพของพรรค หากมีมติตรงกัน จะเร่งให้การเจรจาพรรคร่วมสำเร็จเร็วขึ้น ช่วยให้ไทยมีรัฐบาลใหม่ภายในเวลาที่กำหนด หลีกเลี่ยงวิกฤตว่างเปล่ารัฐบาล

พรรคภูมิใจไทยมีจุดเด่นเรื่องนโยบายที่ใกล้ชิดประชาชน เช่น การผลักดันยาเสพติดให้พ้นภัย การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่ง สส. 192 คนจะช่วยขยายนโยบายเหล่านี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด ค่าครองชีพ และการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ประชาชนทั่วไปต่างคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะนำพาประเทศก้าวหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่พรรคภูมิใจไทยมีฐานเสียงแข็งแกร่ง การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นการรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ

ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพราะการตัดสินใจในวันที่ 8-9 มีนาคมนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้ารัฐบาลไทย คุณคิดว่าพรรคไหนจะได้ร่วมรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ

ที่มา – 8-9 มี.ค. ภูมิใจไทยประชุม 192 สส.ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ จ่อเคาะเลือกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีอัพเดทสุดร้อนแรงมาฝากกันเลย จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ เริ่มเห็นเค้าลางชัดเจนแล้วนะครับ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลเจรจากันจนได้ข้อยุติคร่าวๆ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีการเปิดเผยโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีแบบเบื้องต้น ทำให้แฟนข่าวการเมืองอย่างเราตื่นเต้นกันไม่น้อย มาดูกันว่าพรรคไหนได้อะไรบ้าง และจะส่งผลต่อนโยบายบ้านเมืองยังไง

จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยดูจะเป็นตัวเต็งใหญ่เลยครับ ได้โควตารัฐมนตรีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง และควบคุมบังเหียนถึง 14 กระทรวงหลักๆ ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและ民生 ส่วนพรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวหอกหลัก ได้แบ่งเค้กไป 8 เก้าอี้ ที่เหลือแจกจ่ายให้พรรคพลังประชารัฐและพรรคเล็กๆ อีก ส่วนกระทรวงกลาโหมยังรอลุ้นบุคคลภายนอกเข้ามาคุม เหมือนจะเป็นด่านสุดท้ายที่ยังไม่เคลียร์

โควตานายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ 5 ตำแหน่ง

เริ่มจากโควตาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีก่อน มี 5 ที่นั่งเด่นๆ ได้แก่:

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี
  • กระทรวงกลาโหม ยังรอพิจารณาคนเหมาะสม

กระทรวงการคลัง การต่างประเทศ พาณิชย์ ล้วนเป็นกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ถ้าภูมิใจไทยได้คุม นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คงมาแบบจัดเต็มแน่นอน

รายชื่อกระทรวงหลักที่ภูมิใจไทยคุม 14 แห่ง

พรรคภูมิใจไทยได้กระทรวงเด็ดๆ เพียบเลยครับ เช่น:

  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงการคลัง
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงการต่างประเทศ
  • กระทรวงคมนาคม
  • กระทรวงพลังงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงอุตสาหกรรม
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงวัฒนธรรม
  • กระทรวงยุติธรรม
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • สำนักนายกรัฐมนตรี

นี่คือพอร์ตสำคัญทั้งหมด ถ้าดูจากรายชื่อผู้สมัครรับตำแหน่ง ก็มีตัวเด่นๆ อย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมเป็นนายกรัฐมนตรีและคุมกระทรวงมหาดไทย, นายทรงศักดิ์ ทองศรี และ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กระทรวงคมนาคม, นายไชยชนก ชิดชอบ ดิจิทัล, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ สาธารณสุข, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อุตสาหกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น ทรัพยากรธรรมชาติฯ, นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ วัฒนธรรม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกอีกหลายคนอย่าง นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์

นอกจากนี้ยังมี นายวราวุธ ศิลปอาชา จากกลุ่มบ้านใหญ่ที่ย้ายมาร่วม รอรับตำแหน่งเพิ่มเติมหลังเจรจาเสร็จ

พรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้ และพรรคอื่นๆ

ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 8 ตำแหน่ง คาดคุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ศึกษาธิการ, แรงงาน ชื่อเด่นอย่าง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส่วนพลังประชารัฐและพรรคเล็กได้อีก 3 เก้าอี้ น่าจะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การแบ่งแบบนี้แสดงให้เห็นอิทธิพลของภูมิใจไทยที่แข็งแกร่งมาก ถ้าดูจากกระทรวงที่ได้ ทั้งมหาดไทย คมนาคม สาธารณสุข พลังงาน ล้วนกระทบชีวิตประชาชนโดยตรง คาดว่านโยบายอย่างรถไฟฟ้า ท่องเที่ยวหมอพร้อม จะเร่งเดินหน้าเร็วขึ้น นอกจากนี้ การคลังและพาณิชย์ในมือเดียวกัน จะช่วยประสานเศรษฐกิจได้ดี ส่วนเพื่อไทยได้กระทรวงศึกษาเกษตร ที่ตรงกับฐานเสียงชาวนา นักศึกษา

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการเคาะตัวจริงจากนายกฯ และพระราชทานโปรดเกล้าฯ แต่เค้าลาง จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้ แบบนี้ ทำให้เห็นอนาคตชัดขึ้นเยอะ

คุณคิดยังไงกับการแบ่งโควตาครั้งนี้? พรรคภูมิใจไทยจะบริหารได้ดีแค่ไหน หรือมีดราม่าอะไรรออยู่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองสดๆ ร้อนๆ ทุกวัน!

ที่มา – จัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัด รมต.ภูมิใจไทย 19 ที่นั่ง คุม 14 กระทรวง แบ่งเค้กเพื่อไทย 8 เก้าอี้

นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องดราม่าร้อนๆ ในแวดวงรัฐสภา นั่นคือ นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ นี่แหละครับ! หลังจากเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านไป กกต. กำลังจะประกาศรับรองผล แต่ยังมีประเด็นค้างคาเพียบ จน น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกรัฐสภา (สว.) ออกมาแสดงความเห็นแบบแซ่บๆ ว่า อย่ารีบร้อนนักเลย ไม่งั้นอาจดูเหมือนก้าวก่ายงาน กกต. ไปแล้วนะ

นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์

ย้อนเหตุการณ์วันที่ 24 ก.พ. 2567 ที่รัฐสภา นันทนาได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจน ถึงกรณีที่ กกต. เตรียมรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ภายในสิ้นเดือน ก.พ. แต่จนบัดนี้ กกต. ยังไม่เคลียร์ข้อสงสัยสำคัญให้สังคมฟังเลย เช่น จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริงๆ เป็นเท่าไหร่? กระบวนการลงคะแนนมีปัญหาอะไรบ้าง? โดยเฉพาะบัตรเขย่งที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ถ้าเร่งรับรองตอนนี้ มันขัดใจประชาชนชัดๆ เลยครับ

ที่หนักกว่านั้นคือคำพูดของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่บอกว่าต้องจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ให้เสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน นันทนาเลยแคลงใจหนักมาก! เธอบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันเหมือนเข้าไปแทรกแซง แกว่งก่ายการทำงานของ กกต. โดยตรง เพราะการจัดตั้งรัฐบาลต้องรอให้ กกต. ตรวจสอบทุกประเด็นให้กระจ่างก่อนสิ ไม่ใช่รีบเร่งให้ประกาศรับรองแบบหักคอ ถ้าทำจริง อาจโดนมองว่ารับคำสั่ง ไม่เป็นกลางเอาได้นะ

ทำไมนันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ ถึงขนาดนี้

นันทนาแนะนำชัดๆ ว่า กกต. ควรใช้เวลาให้เต็มที่ โดยมีกฎหมายให้เวลา 60 วันนับจากวันเลือกตั้งในการตรวจสอบ เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส สุจริต และยุติธรรม อย่ารีบรับรอง ส.ส. ทั้งที่ยังมีปมปัญหาค้างคา มันจะทำให้สังคมไทยไม่ไว้ใจได้ยังไงล่ะครับ นอกจากนี้ยังมีเรื่องรอผลพิจารณาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่กำลังดูคำร้องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องกระบวนการเลือกตั้ง และวันที่ 27 ก.พ. กกต. ต้องชี้แจงเพิ่มด้วย ถ้าคนยังสงสัยอยู่ แต่รีบรับรอง มันอาจถูกตีความว่าเอื้อพรรคการเมืองบางพรรคเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองชัดๆ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูประเด็นหลักๆ ที่ยังค้างคากันครับ

  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง: ตัวเลขจริงๆ คือเท่าไหร่? ยังไม่ชัดเจน สร้างความสับสนให้ประชาชน
  • ปัญหาการลงคะแนน: มีจุดบอดหลายแห่ง ต้องตรวจสอบให้ละเอียด
  • บัตรเขย่งหรือบัตรเปล่า: ไม่มีสรุปชัด อาจกระทบผลรวมคะแนน
  • การร้องเรียนจากผู้สมัคร: หลายพรรคยังไม่ยอมรับผล ต้องรอศาลตัดสิน

นันทนากล่าวเน้นย้ำว่า “กกต. ควรเร่งชี้แจง สื่อสารกับประชาชนในทุกประเด็นข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงควรรอผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน… การตรวจสอบผลการเลือกตั้งก่อนประกาศรับรอง กกต. มีเวลา 60 วัน… ควรใช้เวลาที่ได้รับตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้หมดข้อสงสัย ไม่มีปัญหา” คำพูดนี้สะท้อนความห่วงใยต่อประชาธิปไตยไทยจริงๆ ครับ

จากมุมมองของผมเองนะครับ เรื่อง นันทนา แคลงใจ พิพัฒน์ เร่งตั้งรัฐบาลก่อนสงกรานต์ นี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองไทยยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ โดยเฉพาะความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ถ้ารัฐบาลใหม่จะมั่นคงจริง ต้องเริ่มจากฐานที่แข็งแรง ไม่ใช่รีบร้อนแบบนี้ สงกรานต์ปีนี้ ถ้าตั้งรัฐบาลไม่ทัน ก็ช่างมันเถอะครับ อย่าให้เสียชื่อวันหยุดสงกรานต์ที่แสนสนุกไปเลย

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าประชาชนอย่างเราควรติดตามใกล้ชิด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่ออนาคตของชาติ คุณล่ะครับคิดเห็นยังไงกับประเด็นนี้? มาคอมเมนต์แชร์ความคิดกันด้านล่างเลยนะ หรือกดแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – “นันทนา” แคลงใจ “พิพัฒน์” เร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ ชี้ ส่อก้าวก่ายงาน กกต.

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินอย่างไม่มีเงื่อนไข รอเพียงการรับรองผลจาก กกต. เท่านั้น ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักการเมืองและประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิด

ตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 (ย่อจาก 2569 ในข่าว) นางสาวตรีนุช เทียนทอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ซึ่งเป็นจุดยืนที่พรรคยึดถือมาตั้งแต่แรก เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด จึงสมควรเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ตรีนุช เน้นย้ำว่ายังไม่มีการกำหนดเงื่อนไขใดๆ ในการเจรจา และต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งก่อน จึงจะเข้าสู่การหารือเรื่องการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แม้พรรคพลังประชารัฐจะมี ส.ส. เพียง 5 เสียง แต่ก็พร้อมสนับสนุน โดยเรื่องจำนวนเก้าอี้จะขึ้นอยู่กับพรรคใหญ่

บริบทการประชุมพรรคพลังประชารัฐ

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคครบกำหนด 60 วันตามกฎหมาย พรรคจึงต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญในเดือนหน้า ตรีนุช ชี้แจงถึงกระแสวิจารณ์จากผู้สมัคร ส.ส. บางส่วนที่เรียกร้องให้บิ๊กป้อมกลับมา ว่า พรรคมีนโยบายและอุดมการณ์ชัดเจน แม้ช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่ลงพื้นที่ทั่วถึง แต่ทุกคนที่ร่วมงานตกลงใจกันแล้ว

จุดยืนต่อกระแสตั้งรัฐบาลแข่ง

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ตรีนุช ปัดตอบและย้ำให้เกียรติพรรคที่ได้คะแนนสูงสุดก่อน โดยตรีนุช ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทินเต็มที่ โดยฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก ไม่ปิดประตูเจรจากับพรรคอื่นแบบสิ้นเชิง แต่ขณะนี้โฟกัสที่พรรคแกนนำ

  • ไม่มีเงื่อนไขชัดเจน: เจรจาเบื้องต้นแล้ว แต่รอ กกต. รับรอง
  • ยึดผลเลือกตั้ง: ภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุด สมควรนำ
  • จำนวน ส.ส. จำกัด: 5 เสียง แต่พร้อมต่อรองเก้าอี้
  • เตรียมประชุมใหญ่: หลังประวิตรลาเก้าอี้ 60 วัน
  • ตอบโต้กระแส: ไม่ปิดประตูพรรคอื่น แต่ให้เกียรติก่อน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคพลังประชารัฐในการเคารพผลการเลือกตั้ง หาก กกต. รับรองผลเร็ว รัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นโดยเร็ว สร้างเสถียรภาพให้ประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันจุดยืนของตรีนุชนี้เป็นสัญญาณดีต่อการเมืองไทยที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง หลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่จำเป็น คุณคิดอย่างไรกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – “ตรีนุช” ยืนยันพร้อมร่วมรัฐบาลอนุทิน ยังไม่มีเงื่อนไข รอคุยเก้าอี้หลัง กกต. รับรองผล

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ยันหนุนอนุทินนายกฯ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งล่าสุด พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมี ส.ส. เพียง 1 เสียง แต่ประกาศชัดเจนว่าจะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ

หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า พรรคของเขาพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมอบ 1 เสียงจาก ส.ส. เขตที่ได้มา คือ น.ส.วรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ว่าที่ ส.ส. อุตรดิตถ์ เขต 2 ซึ่งเป็นบุตรสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต ส.ส. ประสบการณ์สูง 4 สมัย การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประสานงานกันเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

นายจตุพร เน้นย้ำว่า การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับความไว้วางใจจากประชาชนเสียงข้างมากที่ให้กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคโอกาสใหม่พร้อมนำนโยบายของพรรคไปผลักดันร่วมกัน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งและบทบาทพรรคโอกาสใหม่

หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเร่งด่วน พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงนำหน้าหลายพรรคใหญ่ ทำให้มีโอกาสสูงในการเป็นพรรคแกนนำ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายนี้ แม้จะเป็นเพียง 1 เสียง แต่ในสถานการณ์ที่ทุกคะแนนมีค่า มันสามารถเป็นตัวตัดสินในการโหวตนายกรัฐมนตรีได้

พรรคโอกาสใหม่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน โดยเน้นนโยบายที่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างอุตรดิตถ์ การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้พรรคได้มีเวทีแสดงศักยภาพในการผลักดันนโยบาย เช่น:

  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น
  • สนับสนุนเกษตรกรและ SME
  • ปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุขให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น
  • ต่อต้านคอร์รัปชันและเพิ่มความโปร่งใส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่โดดเด่นในช่วงโควิด-19 การที่เขาได้รับการสนับสนุนจากพรรคเล็กอย่างโอกาสใหม่ แสดงถึงความน่าเชื่อถือและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

ผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลและอนาคตการเมืองไทย

การประกาศดังกล่าวช่วยลดความไม่แน่นอนในการเจรจาร่วมรัฐบาล คาดว่ารัฐบาลใหม่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไม่ช้า โดยพรรคโอกาสใหม่จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานเพื่อชาติและประชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณว่าพรรคเล็กๆ สามารถมีบทบาทสำคัญได้ หากยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของประชาชน

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การรวมตัวนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล สามารถผลักดันนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด การแก้ปัญหาน้ำท่วม และการกระจายโอกาสสู่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาการเจรจาระหว่างพรรคร่วมอื่นๆ ว่าจะมีอุปสรรคหรือไม่

สุดท้ายแล้ว หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความสามัคคีในหมู่พรรคที่ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก หากรัฐบาลชุดนี้ทำงานได้ดี จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างยิ่ง คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยันร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย มอบ 1 เสียง หนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ

เผย ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ภูมิใจไทย-เพื่อไทยคุยครม.

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ จริงหรือไม่? จากรายงานล่าสุดในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทยกำลังวางตัวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ก.อว.) แม้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเขาเอง แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า นายยศชนันให้ความสนใจมาก เพราะมีประสบการณ์ตรงในวงการศึกษาของมหาวิทยาลัย สามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานได้ทันที

ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ด้วยเหตุผลอะไร

ทำไม ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ล่ะครับ? ต้องบอกว่าประสบการณ์ของนายยศชนันในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ทำให้เขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มาก กระทรวงอว. เป็นหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศไทยในยุคดิจิทัล การที่มีคนที่มีประสบการณ์จริงเข้าไปบริหาร จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การขาดแคลนบุคลากรคุณภาพ การวิจัยที่ไม่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม หรือการศึกษาที่ล้าหลังเทคโนโลยีได้ดีกว่าเดิม

นอกจากนี้ การจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รับโควตาเต็ม 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายเสนอชื่อนายยศชนันเข้าไป เพื่อเสริมทีมงานให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและนวัตกรรม

ภูมิใจไทย-เพื่อไทย เตรียมคุยเก้าอี้ครม. อีกรอบ 24 ก.พ.

ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ครม. อีกรอบในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งน่าจะเป็นการยืนยันดีลต่างๆ รวมถึงตำแหน่งของนายยศชนันด้วย หากทุกอย่างลงตัว เราอาจเห็นครม.ชุดใหม่ประกาศอย่างเป็นทางการในไม่ช้า

โควตาเก้าอี้ครม. ของพรรคภูมิใจไทย

  • รัฐมนตรีว่าการ: 4 ตำแหน่ง
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการ: 4 ตำแหน่ง
  • รวมทั้งหมด: 8 เก้าอี้
  • พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อยศชนันคุม ก.อุดมศึกษาฯ

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ๆ อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย ซึ่งจะช่วยให้การบริหารประเทศราบรื่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การศึกษาไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบให้ทันสมัย เช่น ส่งเสริมการเรียนออนไลน์ AI และการวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง นายยศชนันซึ่งมี background จากมหาวิทยาลัย น่าจะนำวิสัยทัศน์ใหม่ๆ มาปรับใช้

นอกจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ตำแหน่งรัฐมนตรี ก.อว. ยังเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์เยาวชนไทย เช่น เพิ่มทุนการศึกษาสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ สร้างศูนย์นวัตกรรมในมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือเชื่อมโยงหลักสูตรกับความต้องการของตลาดแรงงาน หากยศชนันรับตำแหน่งจริง คงมีเซอร์ไพรส์มากมายรออยู่

ในมุมมองของผม การเลือกยศชนันมาคุมกระทรวงนี้เป็นไอเดียที่ดี เพราะเขาเข้าใจปัญหาจากภายใน สามารถขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้เฉยๆ แต่จะสร้างผลกระทบยั่งยืนต่ออนาคตไทยได้จริงๆ

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คิดว่ายศชนันเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุดด้วยนะครับ!

ที่มา – เผย “ยศชนัน” สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ภูมิใจไทย-เพื่อไทยคุยเก้าอี้ ครม. อีกรอบ 24 ก.พ.

“อนุทิน” ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ไม่ปิดกั้น ปชป.

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็น อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ทุกคนจับตามอง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล รอสถานการณ์นิ่งก่อน

นายอนุทิน กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ระฆังยังไม่นับหนึ่ง จะปิดดีลตั้งรัฐบาลได้อย่างไร” โดยเน้นย้ำว่าต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งตามประสบการณ์ที่ผ่านมา การรับรองผลมักใช้เวลานานกว่า 1 เดือน และกฎหมายกำหนดไว้สูงสุด 2 เดือน ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงไม่รีบร้อนออกตัว เพื่อให้ทุกอย่างมีความชัดเจนและพูดได้เต็มปาก

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ว่าปิดดีลรวบรวมเสียงได้ 300 เสียงแล้ว นายอนุทิน ชี้แจงว่า ดีลยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ สถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม และต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งสนิทเสียก่อน เมื่อถึงเวลาแล้ว จะเคลียร์รวดเร็ว “โป้งเดียวจอด” แน่นอน

ไม่ปิดกั้นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคกล้าธรรม

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ยืนยันชัดเจนว่า อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ปิดกั้นการเจรจาใดๆ จนกว่าจะมีผลรับรองอย่างเป็นทางการจาก กกต. “ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเคารพกระบวนการและให้เกียรติทุกฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ในบางเขต

สำหรับกระแสที่บางพรรครอการติดต่อแต่ไม่ได้รับ แล้วออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ นายอนุทิน มองว่าเป็นโอกาสในการอ่านใจกัน ทำให้รู้ว่าฝ่ายไหนพร้อมจริงๆ ตอนนี้จึงปล่อยให้นิ่งก่อน

เลือกตั้งโมฆะเป็นหน้าที่ของ กกต. เท่านั้น

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการเลือกตั้งโมฆะ นายอนุทิน ตอบว่าไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต. โดยเชื่อมั่นในเจตนาบริสุทธิ์ของ กกต. ในการทำงาน และไม่มีใครรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร “เชื่อว่า กกต. ทำงานโปร่งใส” เขากล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้โหวตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาก่อนแบ่งกระทรวง ซึ่งนายอนุทิน ระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีผลรับรอง พรรคต่างๆ ที่คุยกันก็เห็นชอบให้โหวตนายกฯ ก่อน

  • จุดยืนหลักของอนุทิน: รอ กกต. รับรองผลก่อนตัดสินใจ
  • ไม่ปิดกั้น: พรรค ปชป. และอื่นๆ สามารถเจรจาได้
  • โมฆะเลือกตั้ง: หน้าที่ กกต. พรรคไม่กังวล
  • เป้าหมาย: ตั้งรัฐบาลที่มั่นคง เพื่อประโยชน์ประชาชน

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในระดับหนึ่ง ทำให้มีศักยภาพเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ย้ำว่ารัฐบาลปัจจุบันยังบริหารราชการตามปกติ ประชาชนไม่ต้องกังวล และเมื่อชัดเจนแล้ว จะดำเนินการรวดเร็วเพื่อบ้านเมือง โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ประชาชนเหนือเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิมา 20-30 ปี โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นต้นมา นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 แล้ว ทำให้รู้ดีว่าต้องเคารพกระบวนการ

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเด็นการนับคะแนนใหม่และการอุทธรณ์ผล ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล หาก กกต. รับรองเร็ว ทุกอย่างอาจคลี่คลายในไม่ช้า

อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่พร้อมลุยเมื่อถึงเวลา สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความอดทนและหลักการของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลที่มั่นคงยิ่งขึ้น ชาวเน็ตและประชาชนควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด หากคุณมีมุมมองอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ไม่ปิดกั้นปชป. เลือกตั้งโมฆะเป็นหน้าที่ กกต.

“ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง จี้รวยจนทนไม่ไหว

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งล่าสุด “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง ด้วยเสียงสนับสนุนกว่า 300 เสียง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเผชิญฝ่ายค้านสายแข็ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยจี้ให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจำคำสัญญาเลือกตั้งสำคัญอย่าง “รวยจนทนไม่ไหว” ไว้ให้ดี และเตือนว่ารัฐบาลจะไม่ได้เดินเส้นทางโรยกลีบกุหลาบ

“ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ตกลงกับพรรคร่วมได้สำเร็จ รวมเสียงประมาณ 300 เสียงในสภา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มั่นคงพอสมควรสำหรับการบริหารประเทศ “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง แน่นอน แต่ก็ต้องระวัง 3 เสาหลักฝ่ายค้านที่พร้อมแท็กทีมโจมตีอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน (ปชน.) พรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น

นายชัยวุฒิ เน้นย้ำว่าการมีฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะช่วยถ่วงดุลอำนาจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในสภา ทำให้การอภิปรายและตรวจสอบรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมาก แต่เส้นทางการทำงานจะเต็มไปด้วยความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ฝีมือจริง

จี้รัฐบาลอย่าลืมคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว”

หนึ่งในประเด็นที่นายชัยวุฒิขยี้หนักคือ นโยบายเศรษฐกิจที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะวาทกรรมสุดแซ่บ “รวยจนทนไม่ไหว” ซึ่งประชาชนต่างรอคอยการแก้ปัญหาปากท้องมานาน รัฐบาลต้องเร่งดำเนินนโยบายที่ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่โฆษณาชวนเชื่อ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยเหลือประชาชนฐานรากให้ร่ำรวยขึ้นอย่างแท้จริง

  • เร่งนโยบายปากท้อง เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ
  • แก้ปัญหาเศรษฐกิจกระจุกตัว สร้างโอกาสให้ SME และผู้ประกอบการรายย่อย
  • ปฏิรูประบบภาษีและสวัสดิการให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม
  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “พี่หนู อนุทิน” ที่หาเสียงไว้ต้องทำให้ได้ทุกข้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอยจากโควิดและปัจจัยภายนอก รัฐบาลต้องทำงานให้ตรงใจประชาชน ตรงตามความต้องการที่รอคอยมานาน

ฝ่ายค้านสายแข็ง: โอกาสหรืออุปสรรค?

แม้ “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง แต่ฝ่ายค้านทั้ง 3 พรรคใหญ่ก็พร้อมเป็นด่านทดสอบที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี พรรคประชาชนที่เน้นประชานิยม พรรคกล้าธรรมที่เด่นเรื่องธรรมาภิบาล และพรรคประชาธิปัตย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน จะร่วมกันตรวจสอบทุกระดับ ไม่ว่าจะนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณ สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลต้องทำงานหนักขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องรับประกันความโปร่งใส

จากมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง สถานการณ์นี้คล้ายกับรัฐบาลก่อนหน้าที่มีเสียงมั่นคงแต่โดนฝ่ายค้านจับผิดจนปรับตัวได้ยาก รัฐบาลอนุทินจึงต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่ม โดยเน้นการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจน และพิสูจน์ผลงานด้วยตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่คำพูด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องจับตา เช่น การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี การผลักดันนโยบายเร่งด่วนอย่างดิจิทัลวอลเล็ตหรือแก้หนี้ครัวเรือน ซึ่งหากทำได้ดี จะช่วยยืนยันความมั่นคงของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง

สรุปแล้ว การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะคำสัญญาเศรษฐกิจที่แสนหวานอย่าง “รวยจนทนไม่ไหว” หากทำสำเร็จ ประชาชนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด

ความเห็นส่วนตัว: ฝ่ายค้านสายแข็งอาจเป็นพระเอกเงียบที่ช่วยป้องกันการใช้อำนาจผิดพลาด รัฐบาลอนุทินมีโอกาสพิสูจน์ศักยภาพ หากฟังเสียงประชาชนและทำงานโปร่งใส ก็จะมั่นคงยั่งยืนได้แน่นอน

ชวนคุณผู้อ่าน: คุณคิดว่ารัฐบาล “อนุทิน” จะทำคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว” ได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง จี้อย่าลืมคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว” เตือนเจอฝ่ายค้านสายแข็ง

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเฉพาะเรื่อง พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ซึ่งเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามอง

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.สระแก้ว และรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพรรคพลังประชารัฐ

วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ การขอมติสนับสนุนจาก 5 ว่าที่ ส.ส. ของพรรค เพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย

背景และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินัยร้ายแรงต่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจารัฐบาล จึงเลือกทางสายกลางในการสนับสนุนนายอนุทิน ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองและเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าในวันที่ 7 มีนาคม 2567 พรรคพลังประชารัฐจะจัดการประชุมใหญ่สามัญของพรรค เพื่อขอมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการวางหมากเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

  • เสริมสร้างเสถียรภาพรัฐบาล: การสนับสนุนนายอนุทิน จะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากที่มั่นคงมากขึ้น
  • เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำ: น.ส.ตรีนุช ในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำภาพลักษณ์สดชื่นมาสู่พรรคพลังประชารัฐ
  • การเจรจาพรรคร่วม: คาดว่าจะมีผลต่อการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะใหม่

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของพรรคในระยะยาว โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณสุขที่นายอนุทินมีความเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม การประชุม กก.บห. ครั้งนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น คาดว่าผลการลงมติจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ดร.สมชาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง กล่าวว่า “พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องติดตามการเจรจาระหว่างพรรคร่วมด้วย”

สำหรับประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายถึงนโยบายใหม่ๆ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และสาธารณสุขให้ดีขึ้น หากนายอนุทินได้นั่งเก้าอี้นายกฯ จริง

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแสดงความเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าการสนับสนุนนี้จะสำเร็จหรือไม่? แชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

Scroll to top