การดําเนินคดี

“เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องเคารพสิทธิเสรีภาพทุกฝ่าย

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ บรรดานักการเมืองและผู้สนับสนุนต่างใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวทีหลักในการสื่อสาร ล่าสุด “เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย หลังเกิดกรณีเพจแฟนคลับถูกกล่าวหาว่าคุกคามนักข่าว สร้างความกังวลให้กับวงการสื่อมวลชน เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการสื่อสารที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง หากไม่มีการควบคุมที่ดี

“เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ หรือที่รู้จักในชื่อ “เต้น ณัฐวุฒิ” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กเพจอย่างเป็นทางการของตนเอง “นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ” (www.facebook.com/Nattawut.UDD) โดยยืนยันว่า “เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเพจหรือกลุ่มเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อคล้ายคลึงกัน เช่น “นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ Fc” ที่โพสต์โดย “เย็นฉ่ำ เย็นฉ่ำ” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของนักข่าวเพื่อยุยงให้เกิดการคุกคาม

นายณัฐวุฒิ เน้นย้ำว่า ช่องทางการสื่อสารของตนมีเพียงเพจดังกล่าวเท่านั้น และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย หากมีการกระทำที่สร้างความเสียหาย เช่น การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ผู้กระทำต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่

สมาคมสื่อเรียกร้องให้ “เต้น ณัฐวุฒิ” ห้ามปรามแฟนคลับ

ก่อนหน้านี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อกรณีเพจสนับสนุนนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สื่อข่าวสตรีในเครือเนชั่น โดยเปิดเผยภาพถ่าย ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ พร้อมข้อความรุนแรงกล่าวหาว่าเป็นผู้ตั้งคำถามเสียดสีหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่สภาผู้แทนราษฎร

จากการตรวจสอบ พบว่านักข่าวรายนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเลย สมาคมสื่อจึงเรียกร้องให้เจ้าของเพจหรือผู้ถูกอ้างชื่อ ห้ามปรามผู้สนับสนุนไม่ให้กระทำการผิดกฎหมาย เพื่อรักษาบรรยากาศการสื่อสารที่สร้างสรรค์และยุติการข่มขู่สื่อมวลชน

เครือเนชั่นและกรุงเทพธุรกิจเตรียมดำเนินคดี

ด้านกรุงเทพธุรกิจ สื่อในเครือเนชั่น ออกคำชี้แจงยืนยันว่านักข่าวของตนไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และการกระทำดังกล่าวละเมิดกฎหมาย PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) รวมถึงเป็นการหมิ่นประมาทและยุยงปลุกปั่นให้เกิดอันตราย โดยเรียกร้องให้ลบเนื้อหาโดยด่วน และสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีทุกอย่าง

  • เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ใช้ถ้อยคำรุนแรงเพื่อก่อให้เกิดความเกลียดชัง
  • มุ่งหวังให้เกิดอันตรายต่อสื่อมวลชน

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการคุกคามทางออนไลน์ในยุคดิจิทัล ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในโลกจริง หากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแชร์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของแฟนคลับนักการเมือง ที่มักรวมตัวในโซเชียลมีเดียเพื่อปกป้องศรัทธา แต่บางครั้งข้ามเส้นทางกฎหมาย สร้างความเสียหายให้กับบุคคลและสถาบัน การที่ “เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้นำการเมือง

ในมุมมองของผู้เขียน สังคมไทยควรส่งเสริมวัฒนธรรมการโต้แย้งอย่างมีเหตุผล แทนการใช้ความรุนแรงทางคำพูดหรือการคุกคาม เพราะสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นเป็นรากฐานของประชาธิปไตย หากละเมิดกันเอง สังคมจะแตกแยกยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายสื่อสารอย่างสร้างสรรค์

ที่มา – “เต้น ณัฐวุฒิ” เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเคารพสิทธิเสรีภาพของทุกฝ่าย

ฟังสองมุม หนุ่มสติไม่สมประกอบขโมยถุงกับข้าว

วันนี้เรามาฟังสองมุมกันในคดีที่กำลังเป็นกระแส ฟังสองมุม หนุ่มสติไม่สมประกอบขโมยถุงกับข้าวไม่กี่ร้อย เจ้าของไม่ยอมยืนยันดำเนินคดี เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างความเมตตากับหลักกฎหมาย หนุ่มวัย 34 ปีที่สติไม่สมประกอบ ขโมยถุงอาหารราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาท แต่เจ้าของกลับยืนกรานจะดำเนินคดีเต็มที่ ครอบครัวผู้ต้องหาก็เดือดร้อนหนัก มาดูรายละเอียดกันเลย

ฟังสองมุม หนุ่มสติไม่สมประกอบขโมยถุงกับข้าวไม่กี่ร้อย เจ้าของไม่ยอมยืนยันดำเนินคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. เวลา 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานาวา นำโดย พ.ต.ท.ฉัตรชัย พรชวลิตหิรัญ และทีมสายตรวจ ได้รับแจ้งจากห้องวิทยุให้ไปตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ ผู้เสียหายชื่อนายอภิชาติ สั่งอาหารเดลิเวอรีมาถึงหน้าบ้าน ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ เวลา 17.45 น. วางถุงแขวนไว้ที่รั้วบ้าน แต่ถูกคนร้ายขโมยไป

จากกล้องวงจรปิดเห็นชัด คนร้ายสวมเสื้อยืดคอกลมสีแดงลายเหลือง กางเกงขาสั้นสีดำ ผมสั้นทรงนักเรียน ขี่รถจักรยานยี่ห้อ Turbo สีน้ำเงิน มาดอดๆ มองๆ แล้วหยิบถุงอาหารห้อยแฮนด์หนีไป ตำรวจกระจายกำลังไล่ล่า จนเจอผู้ต้องหา “นายโย” อายุ 34 ปี ที่ถนนจันทน์ตัดเจริญราษฎร์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร พบของกลางเต็มถุง

ของกลางที่ถูกขโมยในคดีนี้

  • ราเมน (ไม่ใส่ขิงดอง) ราคา 123 บาท
  • ไพตัน ชาชูเมน (แยกผัก) ราคา 125 บาท
  • เกี๊ยวซ่า 6 ชิ้น ราคา 88 บาท

รวมมูลค่าไม่ถึง 400 บาท แต่กลายเป็นประเด็นใหญ่ นายโยรับสารภาพว่าเอาไปกินเอง ตำรวจนํตัวไปให้ผู้เสียหายชี้ยืนยัน ผู้เสียหายยืนกรานดำเนินคดีเต็มรูปแบบ

มุมมองครอบครัวผู้ต้องหา: สติไม่สมประกอบตั้งแต่เด็ก

น.ส.น้ำฝน น้องสาวของนายโย เล่าว่าพี่ชายมีปัญหาสติไม่สมประกอบตั้งแต่เด็ก อายุ 1-2 ขวบ ชอบปีนสูงแล้วตกหัวฟาดพื้นบ่อยครั้ง เคยขโมยของกินแถว สน.วัดพระยาไกร แต่ชาวบ้านรู้สภาพก็ไม่เอาเรื่อง พ่อร้องไห้ขอร้องผู้เสียหาย จะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด แต่ผู้เสียหายบอกว่า “จะดัดสันดานมัน” และขอหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน

ครอบครัวกำลังรีบหาใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล เพื่อนำไปยื่นก่อนส่งฟ้องศาลวันที่ 19 ก.พ. พ่อบอกว่า “มืดแปดด้าน ไม่รู้จะทำยังไง” สงสารลูกที่เลี้ยงมาตั้งแต่นอนข้างๆ กัน

มุมมองผู้เสียหาย: ต้องมีบทลงโทษ

แม้เจ้าหน้าที่จะช่วยไกล่เกลี่ย แต่ผู้เสียหายไม่ยอมถอน แม้ค่าอาหารแค่นี้ แต่ย้ำว่าต้องให้เป็นบทเรียน ตำรวจทำบันทึกจับกุม นายโยไม่ยอมเซ็นชื่อ ครอบครัวรีบมาที่โรงพัก

คดีนี้ชวนคิด ในสังคมที่เราควรเมตตาคนมีปัญหาสุขภาพจิต หรือยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด? การขโมยแม้เล็กน้อย แต่กระทบความรู้สึกผู้เสียหายที่รออาหารหิวๆ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวผู้ต้องหาที่เดือดร้อนขนาดนี้ ก็น่าสงสาร

จากประสบการณ์ คดีลักทรัพย์เล็กน้อยแบบนี้ ถ้าครอบครัวชดใช้และมีหลักฐานสติไม่สมประกอบ ศาลอาจผ่อนผันได้ เช่น ลดโทษหรือรอลงอาญา แต่ต้องรอคำตัดสิน

คุณล่ะ คิดว่าควรฟังสองมุมยังไง? เมตตาหรือยุติธรรม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ฟังสองมุมกันนะ สังคมเราต้องการความเข้าใจมากขึ้น!

ที่มา – ฟังสองมุม หนุ่มสติไม่สมประกอบขโมยถุงกับข้าวไม่กี่ร้อย เจ้าของไม่ยอมยืนยันดำเนินคดี

Scroll to top