การป้องกันการทุจริต

“นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นไม่ต้องกังวล

“นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นไม่ต้องกังวล

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า “นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นไม่ต้องกังวล เนื่องจากทุกกระบวนการตรวจสอบมีความรัดกุมและผ่านการรับรองจากคณะกรรมการหลายชุด ไม่ว่าจะเป็น กสถ. หรือ ก.กลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลคะแนนสอบมีความถูกต้องและโปร่งใสที่สุด

กระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นายนิรัตน์ได้ย้ำชัดเจนว่า สาเหตุที่ผู้บริหารท้องถิ่นอาจเกิดความกังวลในช่วงแรก เป็นเพราะยังไม่เห็นเอกสารใบคะแนนฉบับจริง ซึ่งจะมีการเปิดเผยในที่ประชุมของแต่ละจังหวัดเท่านั้น โดยยืนยันว่า “นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นไม่ต้องกังวล เพราะบัญชีคะแนนทั้งหมดมีการสอบทานซ้ำถึง 4 รอบ ทั้งจากระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทคู่สัญญาและการตรวจทานด้วยมืออย่างละเอียดโดยเจ้าหน้าที่ของ สถ. เอง

  • บัญชีคะแนนชุดเดียวกับที่ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลางใช้ในการตรวจสอบ
  • ขั้นตอนการส่งเอกสารลับไปยังคณะกรรมการจังหวัดแต่ละชุด
  • การเปิดเผยข้อมูลใบคะแนนที่ถูกต้องในที่ประชุมเพื่อคลายข้อสงสัย

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมข้อมูลถึงไม่ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะโดยตรง ซึ่งนายนิรัตน์ได้ชี้แจงว่า ด้วยเหตุผลทางด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การนำคะแนนรายบุคคลไปเผยแพร่ทั่วไปอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ ดังนั้นการนำเข้าที่ประชุมในลักษณะเอกสารลับจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและถูกต้องตามระเบียบที่สุด

ในส่วนของสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด อย่างเช่นที่ อบจ.ลำพูน ซึ่งเคยมีกระแสความกังวลนั้น หลังจากที่มีการประชุมและได้เห็นเอกสารใบคะแนนตัวจริง ทุกฝ่ายต่างก็เกิดความมั่นใจมากขึ้น โดยนายนิรัตน์ได้เปรียบเทียบว่า จากตอนแรกที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องหนักใจหรือ “เผือกร้อน” ตอนนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและ “อุ่นลง” ไปมากแล้ว ด้วยความรอบคอบในการกลั่นกรองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับท้องถิ่น การยืนยันว่า “นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นไม่ต้องกังวล จึงถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ หากผู้เกี่ยวข้องมีความสงสัย ควรตรวจสอบผ่านเอกสารรับรองที่ส่งไปยังคณะกรรมการจังหวัดของท่าน เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสของกระบวนการนี้ครับ

ที่มา – “นิรัตน์” ให้ความมั่นใจ สอบปมทุจริตเข้าท้องถิ่นผ่านการรับรองหลายคกก. ผู้บริหารท้องถิ่นไม่ต้องกังวล

“อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

“อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้เข้าสอบจำนวนมาก ล่าสุด นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญโดยการจี้ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เร่งดำเนินการส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,925 ราย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

เปิดกลยุทธ์ “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถอย่างสุจริต โดยนายอาสพลธ์ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งรายชื่อดังกล่าวให้กับ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ป.ป.ช., ปปง., DSI, ป.ป.ท. และ CIB เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่และผู้ได้รับผลประโยชน์จากขบวนการโกงสอบ โดยมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนดังนี้:

  • การประสานความร่วมมือ: ใช้กลไก MOU ระหว่าง 5 หน่วยงานเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงิน: ปปง. จะเข้ามามีบทบาทหลักในการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ผิดปกติของกลุ่มรายชื่อที่ถูกส่งมา
  • การดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด: ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องถูกถอนชื่อและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

นายอาสพลธ์ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นว่า คดีนี้จะต้องมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจของผู้ที่ตั้งใจสอบและต้องเสียโอกาสไปจากขบวนการทุจริตนี้ การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงโทษผู้กระทำความผิด แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับระบบการสอบคัดเลือกเข้ารับราชการไทยให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทยอีกครั้ง

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการดำเนินงานของทั้ง 5 หน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของงานภาครัฐ หากปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นโดยไม่จัดการให้ถึงที่สุด อนาคตของระบบราชการไทยอาจสั่นคลอนได้ หวังว่าภายใน 30 วันนี้ เราจะได้รับข่าวดีที่แสดงถึงความยุติธรรมที่คืนกลับสู่มือคนเก่งที่ตั้งใจจริงครับ

ที่มา – “อาสพลธ์” จี้ สถ. ส่งชื่อ 5,925 รายโยงทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 5 หน่วยงานเช็กเส้นเงิน

เจาะลึก “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวร้อนแรงเกี่ยวกับวงการข้าราชการไทย เมื่อข่าว “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ออกมาเปิดเผยความผิดปกติในการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของระบบสอบคัดเลือกอย่างรุนแรง

“ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ เผยเบื้องหลังทุจริต

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการทุจริตทั่วไป แต่เป็นการพบจุดบกพร่องที่ซับซ้อน ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดตำแหน่ง อัตราว่างที่ควรจะเป็น 8,000 ตำแหน่ง กลับพุ่งสูงถึง 10,000 ตำแหน่ง โดยไม่มีมติรองรับ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ จนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

พบผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย ทั้งภาครัฐและเอกชน

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด คณะกรรมการพบพยานหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 100 ราย โดยพฤติการณ์มีความน่าสงสัยทั้งในส่วนของอำนาจหน้าที่และการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น:

  • การกำหนดเงื่อนไข TOR ที่เอื้อประโยชน์
  • สัญญาจัดจ้างที่ไม่เป็นมาตรฐานตามแบบ ก.พ.
  • กระบวนการจัดสอบที่ขาดความเป็นมืออาชีพ
  • ความผิดปกติในขั้นตอนการประกาศผลและการบรรจุแต่งตั้ง

นายปกรณ์ยังได้ระบุด้วยความหนักใจว่า ในชีวิตการทำงานไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน ถึงขนาดที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังต้องแซวว่าการประชุมแต่ละครั้ง ท่านประธานแทบจะหมดลมหายใจกับการถอนหายใจ เพราะความไม่สมเหตุสมผลของข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้า

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การแจ้งเตือน แต่คณะทำงานจะส่งต่อข้อมูลไปยังหน่วยงานตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ ปปง. เพื่อให้ดำเนินการตามเส้นทางการเงินและคดีอาญาอย่างเด็ดขาด นี่จึงเป็นบทเรียนราคาแพงที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งปฏิรูปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าสู่ระบบราชการด้วยความสามารถของตนเองอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “ปกรณ์” ถอนหายใจโกงสอบท้องถิ่นผู้เกี่ยวข้องเพียบ

ปลัดมหาดไทย เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบ 15 ก.ค. นี้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและส่งผลกระทบต่อหลายๆ คน โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ปลัดมหาดไทย เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบ 15 ก.ค. นี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมากครับ

ปลัดมหาดไทย เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบ 15 ก.ค. นี้

จากการตรวจสอบพบว่ามีการทำคะแนนดิบไม่ตรงกับผลการประกาศสอบจริง ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบข้าราชการไทย

กระบวนการตรวจสอบและขั้นตอนถัดไป

สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะมีการประชุมเพื่อตัดสินเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • นำผลการตรวจสอบคะแนนที่ไม่ตรงกันเข้าสู่ที่ประชุม
  • ส่งเรื่องเสนอไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก กลาง)
  • แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพิกถอนคำสั่งบรรจุข้าราชการที่มีปัญหา

หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร นายอรรษิษฐ์ได้ให้สัมภาษณ์เน้นย้ำว่า ปลัดมหาดไทย เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบ 15 ก.ค. นี้ โดยเชื่อมั่นว่าหน่วยงานอย่าง ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,014 คนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้นำความจริงมาสู่สาธารณชนโดยเร็วที่สุด

ผมมองว่าการออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังของภาครัฐ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการปัดกวาดบ้านครั้งใหญ่ หากการตรวจสอบนี้ทำได้โปร่งใสและยุติธรรม จะถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ระบบราชการในอนาคตครับ เรามารอลุ้นผลการประชุมในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้กันว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป

ที่มา – ปลัดมหาดไทย เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ข้าราชการท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบ 15 ก.ค. นี้

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวคราวความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันทีเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เปิดเบื้องลึกการประชุมเพื่อจัดการปมโกงสอบท้องถิ่น

ในการประชุมวันที่ 9 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้เตรียมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฝ่ายเข้ามาให้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการพิจารณาเรื่อง ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น ครั้งนี้ จะต้องมีความชัดเจนและโปร่งใสที่สุด โดยหน่วยงานที่ถูกเชิญมาประกอบด้วย:

  • อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ นายอาสพลธ์ยังได้ย้ำจุดยืนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยว่า เราจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะการสอบบรรจุข้าราชการควรเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมที่สุด หากพบว่ามีการทุจริตจริง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

สำหรับความคืบหน้าของ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทางภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการคอร์รัปชัน และพร้อมที่จะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจฝากอนาคตไว้กับการสอบครั้งนี้

ในฐานะประชาชนเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ เพราะความเชื่อมั่นของระบบราชการไทยขึ้นอยู่กับความตรงไปตรงมาในกระบวนการสรรหาบุคลากรเหล่านี้ หากใครมีเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม ประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของภาษีสามารถร่วมกันเป็นหูเป็นตา เพื่อไม่ให้ช่องว่างของการทุจริตทำลายโอกาสของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อีกต่อไป

ที่มา – ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญ อธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่น พรุ่งนี้

อนุทินป้องอรรษิษฐ์ ปมคลิปทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นโกงสับเละ

อนุทินป้องอรรษิษฐ์ ปมคลิปทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นโกงสับเละ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการข้าราชการไทย เมื่อมีคลิปเสียงปริศนาถูกปล่อยออกมาผ่านเพจ CSI LA กล่าวหาว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณี อนุทินป้องอรรษิษฐ์ ปมคลิปทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นโกงสับเละ โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อและไม่มีสาระ ทั้งยังเน้นย้ำเรื่องการยึดถือข้อเท็จจริงจากการสอบสวนมากกว่าการฟังข้อมูลลอยๆ ในโซเชียลมีเดีย

จุดยืนชัดเจนของกระทรวงมหาดไทยต่อกรณีการทุจริต

นายอนุทินย้ำชัดเจนว่า หากพบการทุจริตเกิดขึ้นที่ไหน จะจัดการขั้นเด็ดขาด โดยกล่าวว่า อนุทินป้องอรรษิษฐ์ ปมคลิปทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นโกงสับเละ เพราะนโยบายของตนคือความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้เข้าสอบทุกคน สำหรับประเด็นเรื่องการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น แม้จะมีเสียงข้างมากในคณะกรรมการเห็นชอบให้บรรจุไปก่อน แต่หากผลการสืบสวนย้อนหลังพบว่ามีการทุจริตจริง ก็พร้อมดำเนินการทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากการทุจริตคอรัปชันไม่มีอายุความ

  • ตำรวจ ป.ป.ช. และ ปปง. เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบ
  • ทางกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายแล้ว
  • มติคณะกรรมการท้องถิ่นให้บรรจุไปก่อน แต่สามารถสอยทีหลังได้หากพบหลักฐาน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการตรวจสอบกระบวนการสอบท้องถิ่นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ตั้งใจมาสอบบรรจุเข้ารับราชการ แม้จะต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อด้วยหลักฐานทางกฎหมายและข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้เท่านั้น

ในส่วนของข้อกังวลที่โยงไปถึงการสอบนายอำเภอนั้น นายอนุทินระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับตน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาไม่มีการจัดสอบในส่วนดังกล่าว และขอให้สื่อมวลชนมุ่งเน้นคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากกว่าการนำเสนอเรื่องราวที่ยังไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัด อนุทินป้องอรรษิษฐ์ ปมคลิปทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นโกงสับเละ ครั้งนี้จึงถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการทำงานในกระทรวงมหาดไทยยุคนี้ หากพบใครกระทำผิดจริง จะไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด การทำงานภายใต้กฎระเบียบและความซื่อสัตย์คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับระบบราชการไทย การปล่อยข่าวลือที่ขาดหลักฐานอาจสร้างความเสียหาย แต่การเอาจริงกับการทุจริตอย่างมีแบบแผนจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นตรงไหนโกงสับให้เละ ป้อง “อรรษิษฐ์” หลังคลิปว่อนกล่าวหาปลัดเอี่ยวสอบท้องถิ่น

ด่วนที่สุด สถ. สั่งเบรกบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 1 ก.ค.

ด่วนที่สุด สถ. สั่งเบรกบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 1 ก.ค.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดเพื่อระงับการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่นล็อตใหม่ โดยมีสาเหตุสืบเนื่องมาจาก ด่วนที่สุด สถ. สั่งเบรกบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 1 ก.ค. เนื่องจากกังวลเรื่องความโปร่งใสในการสอบแข่งขันที่กำลังถูกตรวจสอบอยู่ในขณะนี้

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ผ่านการสอบแข่งขันหรือกำลังรอการรายงานตัว ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์ ด่วนที่สุด สถ. สั่งเบรกบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 1 ก.ค. ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เกิดจากกระบวนการตรวจสอบทุจริตที่เข้มข้นขึ้น โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

เจาะลึกปมเหตุ: ทำไมต้องเบรกการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น?

สืบเนื่องจากการที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. บุกค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และพบหลักฐานการแก้ไขกระดาษคำตอบอย่างเป็นระบบ การสั่งการให้ระงับการแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ได้รับการบรรจุนั้นผ่านการคัดเลือกด้วยความสามารถจริงๆ ไม่ใช่ด้วยเงินตราหรือเส้นสาย

  • การสั่งระงับ: ให้ชะลองานบรรจุแต่งตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นี้ไว้ก่อนทั้งหมด
  • ผลกระทบ: ผู้มีรายชื่อในบัญชีให้ชะลอการรายงานตัวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
  • เป้าหมาย: เพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีทุจริตสอบ

หลายคนมองว่าการที่หน่วยงานออกมาชี้แจงและตัดสินใจสั่งการอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ถือเป็นการกู้คืนความเชื่อมั่นให้กับระบบราชการไทย การกระทำในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยึดถือเอาประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในระยะยาว และยังเป็นการให้โอกาสผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากความไม่โปร่งใสได้พิสูจน์ความจริง

บทเรียนในครั้งนี้ฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนว่า เรื่องของมาตรฐานการสอบและจริยธรรมของข้าราชการเป็นสิ่งที่สังคมตรวจสอบได้เสมอ ดังนั้นความโปร่งใสจึงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการทำงานภาครัฐ หากใครมีข้อสงสัยหรืออัปเดตเพิ่มเติม ควรติดตามประกาศจาก สถ. โดยตรงเพื่อความถูกต้องของข้อมูล

ที่มา – ด่วนที่สุด สถ. ร่อนหนังสือสั่งเบรกบรรจุแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 1 ก.ค. เซ่มปมโกงข้อสอบ

ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน

ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสัปดาห์นี้ หลังจากที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตกเป็นเป้าสายตาของสังคมและกรรมาธิการเกี่ยวกับโครงการยักษ์ใหญ่ที่ชื่อว่า TH-AI Passport ซึ่งมุ่งเน้นการผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ให้ได้ถึง 20 ล้านคน ล่าสุดปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ออกมาเปิดใจและหอบหลักฐานชุดใหญ่เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสและปฏิเสธข้อครหาเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่หลายคนกำลังสงสัย

เปิดเบื้องลึกความเป็นมาของโครงการ TH-AI Passport

นายพชร ปลัดกระทรวงดีอี ได้แจกแจงรายละเอียดไทม์ไลน์เชิงลึก โดยระบุว่าโครงการที่มีข้อกังขาเรื่องความรวดเร็วนั้น แท้จริงแล้วได้มีการวางแผนและหารือกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ในยุครัฐบาลก่อนหน้า ไม่ได้เป็นการเร่งรีบจัดทำขึ้นแต่อย่างใด และ ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการยกร่าง TOR ไปจนถึงขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับจ้าง เพื่อให้ประเทศก้าวทันกระแสโลกเทคโนโลยี

ประเด็นสำคัญที่หลายคนตั้งข้อสังเกตมีดังนี้:

  • การใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแทนงบประมาณปกติ
  • ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและ TOR ที่ถูกวิจารณ์ว่าคล้ายคลึงกับโครงการอื่น
  • ความกังวลเรื่องการล็อคสเปคหรือความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบริษัทเอกชน

อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงยืนยันว่ากระบวนการใช้เงินกองทุนฯ นั้นผ่านการกลั่นกรองโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่ในกระทรวงตัดสินใจเอง ส่วนตัวเลขการเข้าถึง 20 ล้านคนนั้น เป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดภายในปี พ.ศ. 2570

ในประเด็นเรื่อง TOR ที่ถูกทักท้วงว่ามีการคัดลอกรายละเอียดมานั้น ทางผู้รับผิดชอบระบุว่าเป็นเพียงมาตรฐานราคากลางที่อ้างอิงจากหน่วยงานอื่นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและมีมาตรฐานสากล สำหรับข้อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทนั้น ปลัดกระทรวงดีอีได้ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า หากยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ ทางกระทรวงอาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ราชการต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ท้ายที่สุด การทำงานของภาครัฐในยุคดิจิทัลเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไวและความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการความโปร่งใสตรวจสอบได้ การที่ ปลัดดีอีแจง TH-AI Passport ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการแสดงให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินที่จ่ายไปจะเปลี่ยนเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “ปลัดดีอี” หอบหลักฐานแจงยิบยันบิ๊กโปรเจกต์ “TH-AI Passport” ทำถูกกฎหมายทุกขั้นตอน

ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เพิ่งไฟเขียวมาตรการสำคัญเพื่อสกัดกั้นปัญหาทุจริต โดยเฉพาะเรื่อง ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้กับระบบราชการไทยเลยนะครับ ปัญหาสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและนักลงทุนต่างชาติลังเล ถ้าสำเร็จจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศได้มาก

ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบ ป.ป.ท. เป็นแม่งานหลักขับเคลื่อน

หลังจากที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้แถลงว่าครม.รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีรับสินบนที่ ป.ป.ช. เสนอมา 8 ประเด็นหลัก ซึ่งครอบคลุมทุกมิติในการแก้ปัญหานี้อย่างครบถ้วน ป.ป.ท. จะเป็นแม่งานใหญ่ ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงบประมาณ สตช. และภาคเอกชน โดยต้องสรุปผลภายใน 30 วันเพื่อเสนอครม.ชุดต่อไป

มาดูกันว่ามาตรการ 8 ประเด็นนี้มีอะไรบ้างครับ:

  • 1. เร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้ทุกหน่วยงานยึดแนวทางเดียวกัน
  • 2. ส่งเสริมหน่วยงานตรวจสอบและดำเนินคดี เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ให้มีเครื่องมือและบุคลากรเพียงพอ
  • 3. เปิดเผยข้อมูลภาครัฐและส่งเสริมประชาชนมีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีให้ประชาชนรายงานทุจริตได้ง่าย
  • 4. กำหนดนโยบายเร่งรัดปฏิรูปกฎหมาย อัปเดตกฎหมายให้ทันสมัย ลดช่องโหว่
  • 5. ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงรับ-ให้สินบน เช่น ระบบออนไลน์แทนการพบปะ
  • 6. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจ
  • 7. ส่งเสริมภาคเอกชนต่อต้านการให้สินบน เพราะบางครั้งเอกชนเป็นฝ่ายให้เพื่อผลประโยชน์
  • 8. รณรงค์สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์ ปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่

มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแผนปฏิบัติจริงที่จะช่วยกำจัดรากเหง้าของปัญหาสินบนได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาที่คาราคาซังมานานจะค่อยๆ ลดลง สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งในและต่างประเทศ

ครม. ไฟเขียวตั้งกองทุนสงเคราะห์-ฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย

นอกจากเรื่องปราบทุจริตแล้ว ครม.ยังเห็นชอบจัดตั้ง “กองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย” โดยแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น ปัจจุบันภัยพิบัติเกิดบ่อยและรุนแรง เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ดินถล่ม รัฐใช้งบช่วยเหลือรวม 1.23 แสนล้านบาทตั้งแต่ปี 2546-2569 เฉลี่ยปีละ 5.3 พันล้าน แต่ปี 2569 สูงถึง 2.5 หมื่นล้าน เพราะงบกลางมีข้อจำกัด ทำให้เยียวยาช้า

ทำไมกองทุนนี้ถึงสำคัญ

กองทุนจะเป็นแหล่งเงินทุนเฉพาะกิจ มีความยืดหยุ่น ลดขั้นตอนเบิกจ่าย ทำให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที สอดคล้องนโยบายนายกฯ ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคเหนือหรือภัยแล้งภาคอีสาน กองทุนนี้จะเป็นหลักประกันด้านการคลัง ช่วยฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับสู่ปกติเร็วขึ้น

โดยรวมแล้ว ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และกองทุนภัยพิบัติ ถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ช่วยสร้างสังคมที่โปร่งใสและมั่นคง หากดำเนินการจริงจัง จะเห็นผลชัดเจนในไม่ช้า คุณคิดว่ามาตรการไหนจะได้ผลมากที่สุด? หรือมีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติ!

ที่มา – ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบ ป.ป.ท. เป็นแม่งานหลักขับเคลื่อน

Scroll to top