สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวสำคัญจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เพิ่งไฟเขียวมาตรการสำคัญเพื่อสกัดกั้นปัญหาทุจริต โดยเฉพาะเรื่อง ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความโปร่งใสให้กับระบบราชการไทยเลยนะครับ ปัญหาสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นและนักลงทุนต่างชาติลังเล ถ้าสำเร็จจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศได้มาก
ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบ ป.ป.ท. เป็นแม่งานหลักขับเคลื่อน
หลังจากที่ประชุมครม. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้แถลงว่าครม.รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีรับสินบนที่ ป.ป.ช. เสนอมา 8 ประเด็นหลัก ซึ่งครอบคลุมทุกมิติในการแก้ปัญหานี้อย่างครบถ้วน ป.ป.ท. จะเป็นแม่งานใหญ่ ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงบประมาณ สตช. และภาคเอกชน โดยต้องสรุปผลภายใน 30 วันเพื่อเสนอครม.ชุดต่อไป
มาดูกันว่ามาตรการ 8 ประเด็นนี้มีอะไรบ้างครับ:
- 1. เร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อให้ทุกหน่วยงานยึดแนวทางเดียวกัน
- 2. ส่งเสริมหน่วยงานตรวจสอบและดำเนินคดี เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. ให้มีเครื่องมือและบุคลากรเพียงพอ
- 3. เปิดเผยข้อมูลภาครัฐและส่งเสริมประชาชนมีส่วนร่วม ใช้เทคโนโลยีให้ประชาชนรายงานทุจริตได้ง่าย
- 4. กำหนดนโยบายเร่งรัดปฏิรูปกฎหมาย อัปเดตกฎหมายให้ทันสมัย ลดช่องโหว่
- 5. ปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงรับ-ให้สินบน เช่น ระบบออนไลน์แทนการพบปะ
- 6. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจ
- 7. ส่งเสริมภาคเอกชนต่อต้านการให้สินบน เพราะบางครั้งเอกชนเป็นฝ่ายให้เพื่อผลประโยชน์
- 8. รณรงค์สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์ ปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่
มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นแผนปฏิบัติจริงที่จะช่วยกำจัดรากเหง้าของปัญหาสินบนได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหาที่คาราคาซังมานานจะค่อยๆ ลดลง สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งในและต่างประเทศ
ครม. ไฟเขียวตั้งกองทุนสงเคราะห์-ฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย
นอกจากเรื่องปราบทุจริตแล้ว ครม.ยังเห็นชอบจัดตั้ง “กองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย” โดยแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น ปัจจุบันภัยพิบัติเกิดบ่อยและรุนแรง เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ดินถล่ม รัฐใช้งบช่วยเหลือรวม 1.23 แสนล้านบาทตั้งแต่ปี 2546-2569 เฉลี่ยปีละ 5.3 พันล้าน แต่ปี 2569 สูงถึง 2.5 หมื่นล้าน เพราะงบกลางมีข้อจำกัด ทำให้เยียวยาช้า
ทำไมกองทุนนี้ถึงสำคัญ
กองทุนจะเป็นแหล่งเงินทุนเฉพาะกิจ มีความยืดหยุ่น ลดขั้นตอนเบิกจ่าย ทำให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที สอดคล้องนโยบายนายกฯ ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคเหนือหรือภัยแล้งภาคอีสาน กองทุนนี้จะเป็นหลักประกันด้านการคลัง ช่วยฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับสู่ปกติเร็วขึ้น
โดยรวมแล้ว ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และกองทุนภัยพิบัติ ถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ช่วยสร้างสังคมที่โปร่งใสและมั่นคง หากดำเนินการจริงจัง จะเห็นผลชัดเจนในไม่ช้า คุณคิดว่ามาตรการไหนจะได้ผลมากที่สุด? หรือมีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมบ้าง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยครับ จะได้ช่วยกันผลักดันให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติ!
ที่มา – ครม. ไฟเขียวมาตรการสกัดทุจริตสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ มอบ ป.ป.ท. เป็นแม่งานหลักขับเคลื่อน


