การออกเสียงประชามติ

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย กทม. น่าน อุดรธานี

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจในวันนี้ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มกระบวนการเปิดหีบออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ใน 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดน่าน และจังหวัดอุดรธานี โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 3 หน่วย และนับคะแนนใหม่ 1 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถมาใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่ ผอ.กกต.กทม. ได้ให้ข้อมูลไว้

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี

การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาในครั้งก่อน เช่น พายุฝนทำให้เต็นท์ถล่มและบัตรเลือกตั้งเสียหาย ส่งผลให้ต้องจัดใหม่เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม เริ่มจากกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยที่ 9 ณ อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ที่นี่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และประชามติใหม่ ประชาชนเริ่มทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดหน่วยเลือกตั้งใน กทม.

นอกจากหน่วย 9 แล้ว ยังมีการนับคะแนนใหม่ที่หน่วย 10 ในสถานที่เดียวกัน เริ่มเวลา 10.00 น. สำหรับบัตร ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ คาดว่าผู้มีสิทธิ 715 คนจะมาใช้สิทธิ 70% หรือราว 500 คน ผอ.กกต.กทม. ว่าที่ร้อยตรี ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ เผยว่าทุกอย่างพร้อม ไม่มีปัญหาแบบครั้งก่อนเพราะย้ายมาอาคาร

ต่อมาจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยที่ 4 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน ณ ศาลาอเนกประสงค์หมู่ 4 จัดเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

ส่วนจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด จัดเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต

  • กทม. หน่วย 9 และนับใหม่หน่วย 10: เลือกตั้ง ส.ส. ทุกแบบ + ประชามติ
  • อุดรธานี หน่วย 4: ส.ส. บัญชีรายชื่อ
  • น่าน หน่วย 3: ส.ส. แบ่งเขต

กกต. ย้ำใช้ระเบียบเดิมทุกประการ นับคะแนนหน้าหน่วย ประกาศผลทันที แล้วรายงานขึ้นไป บัตรชุดใหม่พิมพ์จากกกต.กลาง บัตรเก่ารอทำลาย ชุดนับคะแนนซ้อมเสมือนจริง ปรับปรุงจากบทเรียนสื่อ ไม่ซ้อนแผ่นขีดคะแนน ใช้ 3 บอร์ดต่อหน่วย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ชัดเจน

เรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กกต.ยืนยันยังลับและตรงไปตรงมา ขอความร่วมมือห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้ง เพราะผิดกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องถ่ายเก็บ และเพื่อความสบายใจทุกฝ่าย การถ่ายบัตรที่ลงเครื่องหมายถือว่าผิดแน่นอน

การเปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกกต.ในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบเลือกตั้งไทย แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยในอดีต แต่ครั้งนี้ทุกอย่างปรับปรุงดีขึ้น สถานที่มั่นคง อุปกรณ์พร้อม บรรยากาศคึกคัก ผู้มีสิทธิ์ที่มาใช้สิทธิ์ต่างยิ้มแย้มและมั่นใจในกระบวนการ

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งที่โปร่งใสแบบนี้คือหัวใจของประชาธิปไตยไทย ช่วยป้องกันข้อครหาและเสริมสร้างความศรัทธา หากทุกคนร่วมมือไม่ถ่ายบัตร หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผลลัพธ์จะออกมาดีแน่นอน

เชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ และอย่าลืมออกมาใช้สิทธิในโอกาสหน้าด้วยนะครับ เพื่ออนาคตของเรา!

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี ผอ.กกต.กทม. เผยภาพรวมเรียบร้อย

กกต. ชี้แจงบัตรประชามติไม่ปลอดภัย ไม่เป็นจริง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดคุยกันเรื่องข่าวการเมืองร้อนๆ ที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ นั่นคือประเด็น กกต. ชี้แจงบัตรประชามติไม่ปลอดภัย หลังจากมีข่าวลือว่าบัตรออกเสียงประชามติอาจไม่ปลอดภัย แต่กกต. ออกมาชี้แจงทันทีว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันระบบป้องกันที่แน่นหนาแบบสุดๆ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เรามาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.42 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกแถลงการณ์โต้กระแสข่าวที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า “บัตรประชามติไม่ปลอดภัย” กกต. ย้ำชัดว่าความเห็นนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะบัตรออกเสียงประชามติทุกใบมีการออกแบบระบบป้องกันการปลอมแปลงไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่ต้องกังวลเลยครับ

กกต. ชี้แจงบัตรประชามติไม่ปลอดภัย อย่างเป็นทางการ

ในแถลงการณ์ กกต. อธิบายว่าบัตรประชามติมีรหัสลับ เครื่องหมายพิเศษ หรือข้อความอื่นๆ ที่กำหนดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้เป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2565 ข้อ 68 วรรคสาม ซึ่งให้อำนาจกกต. ในการกำหนดมาตรการเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่เข้มงวดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิมพ์ การขนส่ง ไปจนถึงการแจกจ่ายที่หน่วยเลือกตั้ง

ระบบป้องกันการปลอมแปลงบัตรประชามติ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น กกต. มีระบบป้องกันหลายชั้นที่ทำให้บัตรปลอดภัย 100% ดังนี้

  • รหัสและเครื่องหมายพิเศษ: ใส่รหัสลับที่ตรวจสอบได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ ทำให้ปลอมยากมาก
  • กระดาษและหมึกพิเศษ: ใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติตรวจจับปลอม เช่น ใยแก้วหรือลายน้ำ
  • การควบคุมการพิมพ์: พิมพ์ในโรงพิมพ์ที่ได้รับอนุญาต มีการตรวจนับทุกขั้นตอน
  • รปภ. เข้มงวด: มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดสายโซ่ และใช้เทคโนโลยี CCTV ช่วยตรวจสอบ
  • การลงคะแนนลับ: ผู้มีสิทธิลงคะแนนด้วยตัวเองในคูหา เพื่อป้องกันการบงการ

มาตรการเหล่านี้ทำให้บัตรประชามติเป็นหัวใจสำคัญในการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง กกต. ย้ำหน้าที่หลักคือทำให้การออกเสียงเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และตามกฎหมายทุกประการ

บริบทและความสำคัญของข่าวนี้

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของบัตร ซึ่งอาจมาจากประสบการณ์ในอดีตของการเลือกตั้งที่เคยมีปัญหา แต่กกต. ชี้แจงชัดเจนเพื่อไม่ให้ข่าวลือแพร่กระจาย สร้างความไม่ไว้วางใจให้ประชาชน ในยุคที่ประชาธิปไตยไทยกำลังก้าวหน้า การมีระบบเลือกตั้งที่เชื่อถือได้จึงสำคัญยิ่ง เพราะประชามติคือเครื่องมือให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตชาติ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือนโยบายสำคัญต่างๆ

จากประสบการณ์การเลือกตั้งครั้งก่อนๆ กกต. ได้พัฒนาระบบให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น ใช้บาร์โค้ดดิจิทัลหรือ QR Code ในบางส่วน (แต่ยังคงความลับ) เพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้ หากมีข้อสงสัย เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กกต. อย่างเป็นทางการ

ส่วนตัวผมคิดว่า การที่กกต. ออกมาชี้แจงเร็วแบบนี้เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบ ช่วยลดข่าวปลอมในสังคมโซเชียลได้เยอะ หากปล่อยไว้ อาจทำให้ผู้มีสิทธิลังเลไม่ไปใช้สิทธิ์ได้นะครับ

ข้อคิดทิ้งท้าย: การเมืองไทยยังต้องพัฒนาอีกเยอะ แต่เชื่อมั่นในระบบที่กกต. วางไว้ แล้วเพื่อนๆ ล่ะคิดยังไง? เชื่อว่าปลอดภัยไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ จะได้ข้อมูลตรงๆ ไม่โดนข่าวลือหลอก!

ผอ.กกต.กทม. ยันพร้อมเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.

ผอ.กกต.กทม. ยังไม่เห็นบัตรเลือกตั้ง ยันมีความพร้อมเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. นี้ เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่กำลังรอคอยการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติรอบใหม่ในพื้นที่แขวงคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร วันนี้เรามาเจาะลึกความเคลื่อนไหวล่าสุดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

ผอ.กกต.กทม. ยังไม่เห็นบัตรเลือกตั้ง ยันมีความพร้อมเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. นี้

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่สำนักงาน กกต. ไม่มีการประชุมใหญ่ แต่ประธาน กกต. ได้นัดประชุมใหม่ในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาเรื่องหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาเพิ่มเติม หากสำนักงานตรวจสอบเสร็จทัน ก็จะเสนอเข้าที่ประชุมทันที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ส่วนที่โดดเด่นคือคำยืนยันจาก ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร หรือ ผอ.กกต.กทม. ที่ระบุชัดเจนว่า แม้ยังไม่เห็นตัวบัตรเลือกตั้งจริงๆ แต่ทุกอย่างพร้อมแล้วสำหรับการลงคะแนนในวันที่ 22 ก.พ. 2569 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 เขต 15 แขวงคันนายาว

รายละเอียดความพร้อมด้านวัสดุและบุคลากร

บัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกจัดส่งโดยบริษัทไปรษณีย์ไทยตรงไปยังสำนักงานเขต ส่วนรูปแบบบัตรจะเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนแปลง ผอ.กกต.กทม. บอกว่าจะทราบแน่ชัดในเช้าวันเลือกตั้ง ซึ่งตัวท่านเองจะไปตรวจสอบด้วย นอกจากนี้ ยังมีการประชุมเจ้าหน้าที่รับผิดชอบตามระเบียบ โดยเปลี่ยนกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ชุดใหม่สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. แต่สำหรับการนับคะแนนประชามติใหม่ที่หน่วย 10 เขต 15 จะใช้ กปน. ชุดเดิม เริ่มนับเวลา 10.00 น. ด้วยแบบขีดคะแนนเดิม

  • การเบิกจ่ายอุปกรณ์: วันที่ 22 ก.พ. เช้า เหมือนเดิม
  • ขั้นตอนลงคะแนน: คล้ายวันที่ 8 ก.พ. แต่กำชับให้รอบคอบยิ่งขึ้น
  • การนับคะแนนประชามติ: ใหม่ทั้งหมดในหน่วยที่กำหนด
  • บุคลากร: กปน. ได้รับคำสั่งให้ยึดกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด

สาเหตุที่ต้องเลือกตั้งและออกเสียงใหม่

เหตุผลหลักมาจากปัญหาในหน่วยเลือกตั้งบางแห่งที่ตรวจพบความไม่เรียบร้อยในการนับคะแนนครั้งก่อน ทำให้ กกต. มีมติสั่งนับใหม่และเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่จำกัดอย่างแขวงคันนายาว ซึ่งเป็นเขตสำคัญในกรุงเทพฯ การดำเนินการครั้งนี้จะช่วยรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนในการเลือกตั้ง สะท้อนถึงระบบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งของไทย

ผอ.กกต.กทม. ยังย้ำว่า ไม่มีความกังวลใดๆ ทุกฝ่ายพร้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด ชาวคันนายาวและพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมตัวให้พร้อม หิ้วบัตรประชาชนไปใช้สิทธิ์กันเยอะๆ นะครับ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดตัวแทน ส.ส. และผลประชามติที่อาจส่งผลต่ออนาคตของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยน กปน. ชุดใหม่เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย และการใช้รูปแบบเดิมเพื่อความคุ้นเคยของผู้มาใช้สิทธิ์ หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอน สามารถติดต่อสำนักงานเขตคันนายาวได้เลย

คำแนะนำสำหรับประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์

  • ไปถึงก่อน 08.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว
  • ตรวจสอบบัตรประชาชนให้พร้อม อย่าลืม!
  • ลงคะแนนให้ครบทุกประเภท: ส.ส. แบ่งเขต, บัญชีรายชื่อ, ประชามติ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบปัญหา
  • หลังลงคะแนน ตรวจสอบรอยตรายางให้ถูกต้อง

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ กกต. ในการจัดการปัญหาอย่างรวดเร็วและโปร่งใส หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะได้ผลการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือที่สุด ในมุมมองของผม การยืนยันความพร้อมจาก ผอ.กกต.กทม. แบบนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าประชาธิปไตยไทยยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวเลือกตั้ง ส.ส. และประชามติล่าสุดจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแชร์ให้เพื่อนๆ ไปใช้สิทธิ์กันด้วยนะครับ!

ที่มา – ผอ.กกต.กทม. ยังไม่เห็นบัตรเลือกตั้ง ยันมีความพร้อมเลือกตั้งและออกเสียงใหม่ 22 ก.พ. นี้

ภาคประชาชนจัดประชามติจำลองถอดถอน กกต. คึกคักปทุมวัน

ภาคประชาชนจัดประชามติจำลองถอดถอน กกต. กลายเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวันนี้ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มตัวแทนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้รวมตัวกันที่สกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน ใกล้หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เพื่อชวนทุกคนออกเสียงในคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกจากตำแหน่งหรือไม่” บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย ประชาชนทยอยมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนถึงความกังวลต่อการทำงานของ กกต. จากปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ประชามติจำลองถอดถอน กกต. เริ่มต้นอย่างไร

กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป แต่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ 16.00 น. ประชาชนบางส่วนก็เริ่มเดินทางมารอที่จุดรวมพลหน้าหอศิลป์แล้ว สื่อมวลชนต่างก็ปักหลักรอทำข่าวเช่นกัน ทำให้พื้นที่รอบๆ คึกคักตั้งแต่เนิ่นๆ การจัดตั้งคูหาเลือกตั้งจำลอง โต๊ะ ปากกา กระดาษลงคะแนน กล่องบัตร และตะกร้านับคะแนน ถูกนำมาจัดวางอย่างเรียบร้อย เพื่อล้อเลียนขั้นตอนการเลือกตั้งจริงของ กกต. โดยมีลำโพงและแท่นปราศรัยครบครัน

บรรยากาศก่อนเริ่มประชามติจำลองถอดถอน กกต.

ก่อนถึงเวลานัดหมาย พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ปทุมวัน หน่วยควบคุมฝูงชน ตำรวจหญิง ชุด EOD ประมาณ 50 นาย และสุนัข K-9 กระจายกำลังดูแลความปลอดภัย ตรวจตราสิ่งผิดปกติ เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม ทุกอย่างดูสงบเรียบร้อย แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบสร้างสรรค์

เวลา 16.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มนำอุปกรณ์มาจัดเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • คูหาเลือกตั้งจำลอง
  • โต๊ะและเก้าอี้สำหรับลงคะแนน
  • ปากกา กระดาษ และกล่องบัตรคะแนน
  • ตะกร้านับคะแนน
  • ลำโพง เครื่องเสียง และแท่นปราศรัย

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อจำลองการเลือกตั้งและประชามติที่ “โปร่งใสและสุจริต” ซึ่งกลุ่มผู้จัดมองว่าต่างจากที่ กกต. จัดการในอดีต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่าสุด ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น

คำถามหลักในประชามติจำลองถอดถอน กกต.

หัวใจของกิจกรรมคือการลงคะแนนในคำถามชัดเจน: “ท่านเห็นชอบว่าสมควรถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือไม่” เมื่อถึงเวลา 17.00 น. ประชาชนต่อแถวยาวเพื่อเข้าร่วม บางคนนำป้ายข้อความวิจารณ์การทำงานของ กกต. มาโชว์ เช่น ป้ายล้อการทุจริตหรือขาดความโปร่งใส กิจกรรมดำเนินไปอย่างลื่นไหล จนถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ที่จะมีการอ่านแถลงการณ์จุดยืน ก่อนยุติก่อน 21.00 น.

ความหมายของประชามติจำลองถอดถอน กกต. ต่อสังคมไทย

กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การชุมนุมธรรมดา แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นปัญหาใหญ่ในการเมืองไทย โดยเฉพาะบทบาทของ กกต. ที่ถูกมองว่าล้มเหลวในการรักษาความยุติธรรมในการเลือกตั้ง หลังเหตุการณ์วันที่ 8 ก.พ. ที่มีข้อร้องเรียนมากมายเรื่องการนับคะแนน ความล่าช้า และความไม่โปร่งใส ภาคประชาชนจึงใช้เวทีนี้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและถอดถอน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมของประชาชนในยุคดิจิทัล ที่ไม่เพียงมาร่วมเท่านั้น แต่ยังแชร์ภาพและวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเด็นประชามติจำลองถอดถอน กกต. แพร่กระจายไปทั่วประเทศ สร้างกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบคำถามสังคม

จากที่สังเกต บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและพลังของคนรุ่นใหม่ นักศึกษาหลายคนที่มาร่วมบอกว่า “เราต้องการเลือกตั้งที่ fair จริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อ” ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไข

ในมุมมองของผู้เขียน กิจกรรมเช่นนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปการเมือง แม้จะเป็นแค่จำลอง แต่ก็ส่งสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนไม่ยอมนิ่งเฉย คุณล่ะ คิดว่าสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่? ลองมาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ

ที่มา – ภาคประชาชนจัดกิจกรรมประชามติจำลอง ชวนคนออกเสียงเห็นชอบสมควรถอดถอน กกต. หรือไม่

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ.

หลังจากการเลือกตั้ง สส. และประชามติที่ผ่านมา มีประเด็น争议หลายพื้นที่ ล่าสุด กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมตามกฎหมาย วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์และรายละเอียดทั้งหมดให้ฟังแบบชัดเจน

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมทีมงานแถลงข่าวที่สำนักงาน กกต. โดยยืนยันว่าจะเปิดเผยทุกประเด็น ไม่ปิดบัง และตอบคำถามทุกข้อ เพราะ กกต. ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กรณีกรุงเทพมหานคร: หน่วยที่ 9 เขต 15 คันนายาว

เกิดจากฝนตกหนักและพายุ ทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด กกต. ตรวจสอบแล้วสั่งเลือกตั้งใหม่ทั้ง สส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ วันที่ 22 ก.พ. 2569 ตามมาตรา 121 พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.

กรณีจังหวัดน่าน: หน่วยที่ 3 เขต 1 อ.เมืองน่าน

กปน. ฉีกบัตรคร่อมหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถนับคะแนนได้ กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่เฉพาะ สส. แบ่งเขต วันที่ 22 ก.พ. และเปลี่ยนกรรมการชุดใหม่ตามมาตรา 21 พ.ร.ป.

ส่วนอุดรธานี หน่วยที่ 4 เขต 6 อ.ไชยวาน พบบัตรฉีกคร่อมหมายเลขพรรค สั่งเลือกตั้งใหม่เฉพาะ สส. บัญชีรายชื่อ วันที่เดียวกัน และเปลี่ยนกรรมการเช่นกัน

  • กทม. (คันนายาว): เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด เนื่องจากภัยธรรมชาติ
  • น่าน (เมืองน่าน): เฉพาะ สส. เขต จากบัตรชำรุด
  • อุดรธานี (ไชยวาน): เฉพาะ สส. บัญชีรายชื่อ จากบัตรฉีกคร่อม

สำหรับปทุมธานี เขต 7 ที่ มทร.ธัญบุรี มีการประท้วงนับคะแนนไม่ชัดเจน กกต. สั่งนับคะแนนใหม่ตามมาตรา 124 แต่ผลไม่เปลี่ยนแปลง

กรณีมหาสารคาม เขต 1 ป้ายรวมคะแนนคลาดเคลื่อน แต่ตรวจสอบแล้วแก้ไขได้ ไม่ต้องนับใหม่ เพราะไม่กระทบสุจริตภาพ

ชลบุรี เขต 1 มีคำร้อง 10 ราย แต่สอบสวนแล้วไม่พบผิดปกติ เช่น ไฟดับไม่กระทบการนับคะแนน ผู้มาแสดงตนตรงบัตร และนับถูกต้องทั้ง 160 หน่วย ไม่สั่งนับใหม่

ประธาน กกต. ย้ำว่า ทุกกรณีตรวจสอบละเอียด ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงต่อเคส ชั่งน้ำหนักพยานทั้งสองฝ่าย เหมือนเขียนคำพิพากษา เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่ แสดงถึงความรวดเร็วและโปร่งใสในการแก้ปัญหา แม้บางพื้นที่ไม่ต้องเปลี่ยน แต่ยืนยันตรวจทุกมิติ ไม่นิ่งนอนใจ

การดำเนินการนี้ช่วยเสริมความศรัทธาในระบบเลือกตั้งไทย หากคุณมีประเด็นสงสัยหรืออยากติดตามผลเลือกตั้งใหม่ สามารถเช็คเว็บ กกต. หรือแสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

นอกจากนี้ การเปลี่ยนกรรมการในน่านและอุดรฯ เป็นมาตรการป้องกันปัญหาซ้ำ ช่วยให้การเลือกตั้งรอบใหม่ราบรื่นยิ่งขึ้น ผู้มีสิทธิ์ในพื้นที่เหล่านี้เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ วันที่ 22 ก.พ. นี้สำคัญมาก

สรุปแล้ว มติ กกต. ครอบคลุมทุกประเด็นร้องเรียน ไม่ปล่อยให้ข้อสงสัยค้างคา สะท้อนความรับผิดชอบสูง

ที่มา – กกต. สั่งเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม.-น่าน-อุดรฯ 22 ก.พ. ส่วนปทุมฯ ให้นับคะแนนใหม่

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน เป็นคำถามที่หลายคนกำลังสงสัย หลังจากที่ผลไม่เป็นทางการออกมาแล้ว โดยเฉพาะอันดับพรรคต่างๆ ที่น่าติดตามมาก วันนี้เรามาอัปเดตผลคะแนนล่าสุดกันเลยครับ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2569 ดำเนินการไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีทั้งการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และประชามติ ทันทีที่ปิดหีบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เริ่มนับคะแนนและรายงานผลไม่เป็นทางการผ่านเว็บไซต์ ไทยรัฐเองก็รายงานตามข้อมูลจาก กกต. เรียลไทม์ด้วยนะครับ

ผลคะแนนเลือกตั้งล่าสุด กกต. วันนี้

ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 22.49 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นับคะแนนแล้ว 94% อันดับยังไม่เปลี่ยน พรรคภูมิใจไทยนำโด่งด้วยว่าที่ ส.ส. 193 เก้าอี้ สูงสุดอันดับ 1 ตามด้วยพรรคประชาชน 118 ที่นั่ง มาดูรายละเอียดกัน

พรรคภูมิใจไทย 193 ที่นั่ง

  • ส.ส.เขต 174 ที่นั่ง (9,993,777 คะแนน)
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง (5,964,814 คะแนน)

พรรคประชาชน 118 ที่นั่ง

  • ส.ส.เขต 87 ที่นั่ง (7,864,475 คะแนน)
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ 31 ที่นั่ง (9,802,658 คะแนน)

พรรคเพื่อไทย 74 ที่นั่ง

  • ส.ส.เขต 58 ที่นั่ง (5,789,512 คะแนน)
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 ที่นั่ง (5,158,066 คะแนน)

พรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่ง

  • ส.ส.เขต 56 ที่นั่ง (3,847,563 คะแนน)
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง (606,312 คะแนน)

พรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง, พรรคไทรวมพลัง 6 ที่นั่ง, พรรคประชาชาติ 5 ที่นั่ง, พรรคพลังประชารัฐ 5 ที่นั่ง และพรรคเล็กๆ อีกหลายพรรคที่ได้ที่นั่งคนละ 1-3 ที่นั่ง ผลรวมนี้แสดงให้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือด โดยพรรคใหญ่ๆ ครองความนิยมสูง

สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน

ถึงแม้ผลไม่เป็นทางการจะออกมาแล้ว แต่ สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน นั้น กกต. จะต้องตรวจสอบตามกฎหมายก่อนประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกรอบเวลาชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม

การประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

  • เมื่อนับคะแนนครบไม่น้อยกว่า 95% ของเขตทั้งหมด
  • กกต. ต้องประกาศผลภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

การประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

  • กกต. คำนวณสัดส่วนจากคะแนนรวมทั้งประเทศ
  • เรียงตามลำดับบัญชีพรรค
  • ประกาศภายใน 60 วันเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการคัดค้านได้ เช่น คัดค้านผลเขตภายใน 30 วันหลังประกาศ หรือคัดค้านค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง 180 วัน สำหรับประชามติ ประกาศผลไม่เกิน 30 วัน คัดค้านภายใน 48 ชม. หลังลงคะแนน

ผลคะแนนประชามติ 2569

  • เห็นชอบ 19,978,736 คะแนน
  • ไม่เห็นชอบ 10,553,327 คะแนน
  • ไม่แสดงความคิดเห็น 2,891,465 คะแนน

ผลประชามติเห็นชอบชัดเจน สะท้อนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน (ดูผลคะแนนทั้งหมดที่นี่)

สรุปคือ สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน คงไม่เกิน 60 วันแน่นอน แต่ระหว่างนี้ให้ติดตามการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ผลนี้บ่งบอกถึงกระแสการเมืองที่เปลี่ยนไป พรรคภูมิใจไทยมาแรงมาก อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่น่าสนใจ

ติดตามอัปเดตผลคะแนนล่าสุดและข่าวการเมืองได้ที่นี่ทุกวัน หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตของ ส.ส.ชุดนี้อย่างไรครับ!

ที่มา – สรุปผลการเลือกตั้ง 2569 ทางการ ต้องรอกี่วัน – อัปเดตผลคะแนนล่าสุดวันนี้

กกต. รับรองผลเลือกตั้งภายในกี่วัน มีขั้นตอนอย่างไร

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ปี 2569 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สร้างความคึกคักให้กับวงการการเมืองไทยอย่างมาก หลังจากนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจนถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่งอันดับ 1 ที่ 193 เสียง พรรคประชาชนอันดับ 2 ที่ 118 เสียง และพรรคเพื่อไทยอันดับ 3 ที่ 74 เสียง (ข้อมูล ณ 10.48 น.) แต่ผลเหล่านี้ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะทุกคนกำลังรอคำตอบสำคัญว่า กกต. รับรองผลเลือกตั้งภายในกี่วัน และกระบวนการจะเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงการประกาศผลการออกเสียงประชามติด้วย บทความนี้จะพาคุณไปดูกรอบเวลา ขั้นตอน และสิทธิ์การคัดค้านแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น

กกต. รับรองผลเลือกตั้งภายในกี่วัน

หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละเขตและบัญชีรายชื่อ ยังต้องรอการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดตามกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม โดยกกต. จะประกาศผลอย่างเป็นทางการหลังตรวจสอบเสร็จสิ้น

ขั้นตอนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

  • ต้องมีการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมในไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด
  • กกต. ต้องตรวจสอบและประกาศผลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

กระบวนการนี้รวมถึงการตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง การนับคะแนนซ้ำหากจำเป็น และการรับรองผู้ชนะในแต่ละเขต ซึ่งช่วยป้องกันข้อพิพาทและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ขั้นตอนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

  • กกต. ได้รับรายงานผลรวมคะแนนจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
  • คำนวณสัดส่วนตามสูตรกฎหมาย เพื่อกำหนดจำนวนที่นั่งของแต่ละพรรค
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครในบัญชีของพรรค เรียงตามลำดับจนครบจำนวน
  • ต้องประกาศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

สูตรคำนวณบัญชีรายชื่อเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การกระจายที่นั่งยุติธรรม โดยพิจารณาจากคะแนนรวมทั้งประเทศ

การคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส. ทำได้ภายในกี่วัน

หากมีข้อสงสัยหรือพบปัญหา คุณสามารถยื่นคัดค้านได้ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้กกต. ตรวจสอบเพิ่มเติม

  • กรณีทั่วไป: ยื่นตั้งแต่วันที่กกต. ประกาศวันเลือกตั้ง จนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผล
  • กรณีค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง: ตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึง 180 วันนับแต่วันประกาศผล
  • กรณีการนับคะแนน: คัดค้านระหว่างนับคะแนนยังไม่เสร็จ
  • กรณีการรวมคะแนน: คัดค้านก่อนประกาศผลที่หน่วยเลือกตั้ง

การคัดค้านเหล่านี้ช่วยให้ระบบตรวจสอบตัวเองได้ โดยผู้ยื่นต้องมีหลักฐานชัดเจน มิเช่นนั้นอาจถูกปฏิเสธ

การประกาศผลการออกเสียงประชามติ

นอกจากการเลือกตั้ง ส.ส. แล้ว ยังมีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน ซึ่งมีกรอบเวลาที่สั้นกว่า

  • เมื่อการออกเสียงสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. ประกาศผลไม่เกิน 30 วันนับแต่วันออกเสียง

ผลประชามติจะส่งผลต่อนโยบายสำคัญของชาติ ดังนั้นการประกาศที่รวดเร็วช่วยให้รัฐบาลวางแผนได้ทันท่วงที

การคัดค้านการออกเสียงประชามติ

  • ยื่นคัดค้านภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่การลงคะแนนสิ้นสุด

กรอบเวลาแคบนี้เพื่อให้ผลออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ผู้คัดค้านต้องรีบดำเนินการ

ขั้นตอนการตรวจสอบของ กกต. แบบละเอียด

กกต. จะเริ่มตรวจสอบทันทีหลังปิดหีบ โดยรวมถึงการสุ่มตรวจบัตร การตรวจสอบเครื่องนับคะแนน และการสอบสวนข้อร้องเรียน หากพบการทุจริต อาจสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นๆ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีตหลายครั้ง กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 30-45 วันในทางปฏิบัติ ก่อนประกาศสุดท้ายภายใน 60 วัน ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของระบบประชาธิปไตยไทย

หลังรับรองผลแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อกกต. รับรองผลเรียบร้อย ส.ส. ที่ได้รับเลือกจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรจัดการประชุมสมัยแรกภายใน 30 วัน จากนั้นพรรคการเมืองจะเจรจาตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ผลประชามติจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายใหญ่ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือเรื่องเศรษฐกิจ การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่รัฐบาลผสมอีกครั้ง เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง

สรุปแล้ว กกต. รับรองผลเลือกตั้งภายในกี่วัน คือไม่เกิน 60 วันสำหรับ ส.ส. และ 30 วันสำหรับประชามติ ซึ่งเป็นกรอบที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส หากคุณสนใจติดตามผลแบบเรียลไทม์ แนะนำให้เช็คเว็บไซต์กกต. อย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมใช้สิทธิ์คัดค้านหากพบเห็นการกระทำไม่ชอบธรรม สิ่งนี้คือหัวใจของประชาธิปไตยที่แท้จริง

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่เว็บไซต์ของเรา และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นอย่างไร!

ที่มา – กกต. รับรองผลเลือกตั้งภายในกี่วัน มีขั้นตอนอย่างไร ประกาศผลออกเสียงประชามติเมื่อไหร่

ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ.

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันอย่างมาก นั่นคือ ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในวันดังกล่าว หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากเลือกตั้งล่วงหน้ามา กกต. ก็ได้ออกมาชี้แจงและยืนยันความพร้อมเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจและออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก

ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ.

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ว่า แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เช่น เรื่องรหัสเขตผิดในซองบัตรเพียง 100 ซอง ซึ่งแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แต่ กกต. ก็รับฟังทุกเสียงวิจารณ์และปรับปรุงให้ดีที่สุด ยืนยันชัดเจนว่า ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. อย่างสมบูรณ์แบบ เชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมออกเสียงตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต แบบรายชื่อ หรือออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ยังฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมืองให้หาเสียงอยู่ในกรอบกฎหมายเท่านั้น

สำหรับเรื่องการตรวจสอบซื้อสิทธิ์ขายเสียง กกต. ติดตามทุกพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานและอื่นๆ แม้จะไม่ค่อยออกข่าวในช่วง敏感 แต่รับทุกข้อร้องเรียนและดำเนินการทันที โดยเฉพาะกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าสองมาตรฐาน เช่น ตรวจคลิปเด็กได้ 2,000 บาท แต่เงินสด 250 ล้านจากธปท. ไม่ตรวจ ประธาน กกต. ชี้แจงว่าไม่จริง ได้ประชุมและขอข้อมูลจากธนาคารทุกแห่งเพื่อตรวจสอบทุกเส้นเงิน ย้ำว่า กกต. เป็นผู้รักษากติกา ไม่มีสองมาตรฐานแน่นอน

ด้านรองเลขาฯ กกต. ชี้ใส่เสื้อบอลมีหมายเลข อยู่ที่เจตนา

ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. จะนับคะแนนทันที 3 กระดานพร้อมกัน คือ สส. รายชื่อ สส. แบ่งเขต และประชามติ บัตรล่วงหน้ามีนับแยก ส่วนพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้และชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงดูแลเข้มข้น ไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ยังชี้แจงประเด็นที่โซเชียลแพร่กระจายว่าหน่วยเลือกตั้งกับหน่วยประชามติแยกกัน ซึ่งไม่จริง เพราะคณะรัฐมนตรีมีมติให้วันเดียวกัน หน่วยเดียวกัน โดยลงคะแนนเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยประชามติ ไหลลื่นแน่นอน

ประเด็นฮอตอีกเรื่องคือการใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง รองเลขาฯ ชี้ว่าดูที่เจตนา ถ้าไม่ได้จูงใจผู้ใดก็โอเค แต่ถ้าแฝงเจตนาจูงใจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ดังนั้น ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. โดยยึดหลักเจตนาเป็นสำคัญ

สิ่งที่ประชาชนต้องรู้ก่อนไปเลือกตั้ง 8 ก.พ.

  • เตรียมบัตรประชาชนหรือบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าให้พร้อม
  • ลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก่อน แล้วค่อยประชามติ
  • ห้ามซื้อสิทธิ์ขายเสียง โทษหนักแน่นอน
  • แต่งกายสุภาพ ไม่แฝงการหาเสียง
  • เวลา 08.00-17.00 น. ปิดแล้วนับทันที

นอกจากข้อมูลจาก กกต. แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมากต่ออนาคตประเทศ ประชาชนควรศึกษานโยบายพรรคการเมืองให้ดีก่อนลงคะแนน เพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริง ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. ทำให้เรามั่นใจได้ว่ากระบวนการโปร่งใสยุติธรรม

เชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์วันพรุ่งนี้ อย่าปล่อยให้อนาคตตกอยู่ในมือคนอื่น สร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน! หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ กกต. จังหวัดได้เลย

ที่มา – ประธาน กกต. ยันพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. ด้านรองเลขาฯ กกต. ชี้ใส่เสื้อบอลมีหมายเลข อยู่ที่เจตนา

“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ระงับประชามติ 8 ก.พ.

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ดราม่าร้อนแรงสุดๆ เมื่อ“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้ เพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่คนไทยหลายคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 2569 และอนาคตรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ทันที และสั่งให้ กกต. ส่งเรื่องกลับไปยังรัฐสภาเพื่อแก้ไขมติให้ตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ผ่านทางคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นอกจากนี้ ยังมีคำขอให้ศาลออกมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว โดยสั่งระงับการจัดทำประชามติทั่วประเทศในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากดำเนินการต่อไปโดยไม่ถูกต้อง

เหตุผลหลักที่ “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต.

นายเรืองไกร อธิบายเหตุผลอย่างชัดเจน โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดว่ารัฐสภาต้องลงมติเห็นชอบในการตั้งคำถามประชามติ โดยใช้คำว่า “เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” แต่จากเอกสารมติรัฐสภา ตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด่วนที่สุด ที่ สผ 0014/13808 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2568 พบว่ารัฐสภาใช้คำว่า “เห็นด้วย” แทน “เห็นชอบ” และคำถามที่ใช้ตามญัตติด่วนของนายชูศักดิ์ ศิรินิล คือ “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

ดังนั้น มติรัฐสภาและคำถามประชามติของ กกต. จึงไม่ตรงตามคำวินิจฉัยศาล ทำให้การแจ้งให้ประชาชนไปลงคะแนนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 นายเรืองไกร จึงอ้างว่าตนได้รับความเดือดร้อนและขอให้ศาลสั่งตามที่ร้อง

  • ปัญหาคำถามไม่ตรง: “เห็นชอบ” vs “เห็นด้วย” – สร้างความคลุมเครือ
  • ขั้นตอนไม่ถูกต้อง: กกต. ดำเนินการโดยไม่มีอำนาจเต็ม
  • ผลกระทบ: อาจทำให้ประชามติล้มเหลว สิ้นเปลืองงบประมาณ

กรณีนี้สะท้อนปัญหาการร่างกฎหมายและขั้นตอนการเมืองที่ต้องเคร่งครัด โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ประชามติครั้งนี้เป็นขั้นตอนแรกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการเลือกตั้ง 2569 หากถูกระงับ อาจทำให้กระบวนการล่าช้า ส่งผลต่อตารางเลือกตั้ง

背景และความสำคัญของประชามติ 8 ก.พ.

ประชามติครั้งนี้เกิดจากกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2568 เพื่อให้มีฉบับใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้น คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เป็นตัวกำหนดกรอบชัดเจน แต่การใช้คำไม่ตรงกันกลายเป็นจุดถ่วง หากศาลรับคำร้องและสั่งระงับ จะเป็นการย้อนกลับไปแก้ไขที่รัฐสภาใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเมืองมองว่า เรื่องนี้เป็นการตรวจสอบถ่วงทางกฎหมาย (judicial review) ที่สำคัญ ช่วยให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างถูกต้อง ไม่ใช่แค่เร่งรีบเพื่อผลประโยชน์บางกลุ่ม

ในมุมมองของผู้เขียน การยื่นฟ้องครั้งนี้ของนายเรืองไกร แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่การเมืองไทยต้องการมากในตอนนี้ หากไม่แก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ อย่างคำศัพท์ อาจนำไปสู่ข้อพิพาทใหญ่ในอนาคต สุดท้ายแล้ว ประชาชนคือผู้ตัดสินใจ แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง 100%

คุณคิดอย่างไรกับกรณี “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตคดีจากศาลปกครองได้ที่นี่!

ที่มา – “เรืองไกร” ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลปกครอง ขอมีคำสั่ง ระงับการทำประชามติ 8 ก.พ.นี้

Scroll to top