การเปิดด่านชายแดน

นายกฯ ขอบคุณชาวปราจีนฯ เทคะแนนยกจังหวัด รับปากคนละครึ่งพลัส

นายกฯ ขอบคุณชาวปราจีนฯ เทคะแนนยกจังหวัด รับปาก “คนละครึ่งพลัส”มาแน่! เหตุการณ์สุดคึกคักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปพบปะประชาชนเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง หลังจากพรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ทั้งจังหวัดแบบยกแผง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและยินดี ประชาชนมารอต้อนรับเพียบ รวมถึงอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และเด็กนักเรียนที่แห่ขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นกันอย่างคึกคัก

นายกฯ อนุทิน พบปะประชาชนปราจีนบุรี

นายกฯ ขอบคุณชาวปราจีนฯ เทคะแนนยกจังหวัด รับปาก “คนละครึ่งพลัส”มาแน่

ในงานพบปะครั้งนี้ นายอนุทินได้พูดถึงโครงการที่ประชาชนรอคอยอย่างคนละครึ่งพลัส เฟส 2 โดยยอมรับว่าเสียดายที่สภายุบเร็วเกินไป ทำให้ไม่ทันอนุมัติก่อนตรุษจีน แต่ยืนยันชัดเจน หากพรรคภูมิใจไทยได้บริหารต่อ โดยเฉพาะถ้ามี “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” เป็นรัฐมนตรีคลัง โครงการนี้จะเกิดขึ้นแน่นอน! นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เอื้อประโยชน์ให้ร้านค้าท้องถิ่นและประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐช่วยจ่ายส่วนหนึ่ง เหมือนเฟสก่อนที่ช่วยหมุนเงินในชุมชนได้มหาศาล

สัญญาเรื่องคนละครึ่งพลัส: ความหวังใหม่ของประชาชน

นายกฯ อนุทิน พูดถึงคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลจัดการคืนดินแดนได้สำเร็จ ทุกตารางนิ้วเป็นของไทยทั้งหมด ตอนนี้เร่งพัฒนาพื้นที่ให้ปลอดภัย เพื่อให้ชาวบ้านกลับไปทำมาหากินได้ปกติ ส่วนด่านชายแดน ยังไม่เปิดกว้างจนกว่าจะได้ประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตรของไทย นี่คือตัวอย่างการปกป้องผลประโยชน์ชาติที่ชัดเจน

นายกฯ อนุทิน พูดชายแดนไทยกัมพูชา

ตอบคำถามอสม. และผู้นำท้องถิ่น

ตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ได้ทวงถามความคืบหน้ากฎหมายอสม. นายกฯ รับปากเต็มที่ว่าจะผลักดัน หากได้เสียงข้างมากในสภา พร้อมแซวติดตลกว่า “อสม. คือพ่อ อนท.” แสดงถึงความสนิทสนม ไม่มีนายกฯ คนไหนให้ประชาชนมาสั่งการแบบนี้ได้ นี่คือสไตล์บริหารแบบใกล้ชิดประชาชนจริงๆ

นายกฯ อนุทิน กับอสม.

นายกฯ ยังย้ำหลักการบริหาร ไม่เล่นพรรคเล่นพวก หากโครงการพรรคร่วมดีต่อประชาชน ไม่ผิดกฎหมาย และไม่กระทบวินัยการคลัง จะสนับสนุนเต็มที่ เพราะหัวหน้ารัฐบาลต้องใจกว้าง หลังงานพบปะ ก็มีขบวนรถแห่รอบตลาดเมืองปราจีนบุรี ร่วมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี, นางสาวไตรศุลี ไตสรณกุล และว่าที่ ส.ส. ทั้ง 3 เขต ประชาชนโบกมือ มอบดอกไม้ ก่อนลงตลาดคนเดินเพื่อพบปะเพิ่มเติม โดยหลายคนถามถึงนโยบายคนละครึ่งพลัสอีกเพียบ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ชาวปราจีนบุรีมีต่อพรรคภูมิใจไทย นโยบายอย่างคนละครึ่งพลัสไม่ใช่แค่สัญญา แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่พิสูจน์แล้ว หากคุณเป็นคนปราจีนบุรีหรือสนใจนโยบายเศรษฐกิจ คิดดูนะว่ามันจะช่วยธุรกิจท้องถิ่นของคุณยังไง

  • ช่วยลดภาระค่าครองชีพ
  • กระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน
  • สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย

คุณคิดว่านโยบายคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้แค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – นายกฯ ขอบคุณชาวปราจีนฯ เทคะแนนยกจังหวัด รับปาก “คนละครึ่งพลัส”มาแน่

นายกฯ ปลื้ม! ไทยกลับมาบนจอเรดาร์โลกอีกครั้ง

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ แถลงถึงการเดินทางไปร่วมประชุมเอเปค ที่ประเทศเกาหลีใต้ว่า การไปร่วมประชุมนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างมาก มีโอกาสพบกับผู้นำเกือบทุกประเทศ มีการหารือทุกรูปแบบ เราได้ไปเปิดตลาดและชักชวนให้มาลงทุน ซึ่งทุกประเทศให้การตอบรับอย่างดี

นายกรัฐมนตรีบอกอย่างภูมิใจด้วยว่า ภารกิจครั้งนี้คือการนำประเทศไทยกลับมาอยู่บนเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ประเทศก็กลับเข้ามาอยู่ในนายกฯ ชื่นใจไทยกลับมาอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้งหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังได้คุยกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยขอให้เปิดรับแรงงานไทยเพิ่มขึ้น จะได้ไม่ต้องมาเป็นผีน้อย ซึ่งท่านก็ยินดีที่จะรับแรงงานไทยเข้ามาทำงาน และบอกว่าที่ผ่านมาเกิดความผิดพลาดเรื่องการสื่อสาร ทำให้คนไทยติด ตม.ที่เกาหลีจำนวนมาก

นายกฯ ชื่นใจไทยกลับมาอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้ง

ส่วนปัญหาเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีบอกว่า หลายประเทศสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของทุกประเทศ โดยไทยจะเสนอตัวในการจัดการประชุมในเรื่องนี้ สำหรับความกังวลในเรื่องการถ่วงดุลอำนาจระหว่างประเทศมหาอำนาจ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ได้พูดคุยกับโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานาธิบดีจีน สีจิ้นผิง ก็เป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะจีนที่เขาเคยกังวลจนนักท่องเที่ยวไม่มาไทย ตอนนี้ก็ทำความเข้าใจแล้ว เขาก็จะไปแจ้งและให้คนของเขากลับมาเที่ยวอีกครั้ง

ทั้งนี้ก่อนจบการแถลง นายกฯได้ขอบคุณกองทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยดูแลไม่ให้ประชาชนบริเวณชายแดนทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน เพื่อให้ความสงบในภูมิภาคกลับมาโดยเร็ว พร้อมขออภัยต่อการสื่อสารที่ผิดพลาดไปก่อนหน้านี้ ยืนยันจะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียขึ้นอย่างเด็ดขาด สำหรับเรื่องการเปิดด่านชายแดน ถ้ายังเป็นรัฐบาลอยู่จะต้องถามประชาชนก่อน เราจะไม่เปิดจนกว่าภัยความมั่นคงจะลดลงจนเราจะมั่นใจได้

ทำไมนายกฯ ถึงชื่นใจที่ไทยกลับมาอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้ง

การที่นายกฯ ชื่นใจไทยกลับมาอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก หลังจากที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่ทำให้ประเทศไทยถูกมองข้ามไป การกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งจึงเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

  • การประชุมเอเปคเป็นโอกาสสำคัญ: การเข้าร่วมการประชุมเอเปคและการได้พบปะผู้นำจากประเทศต่างๆ เป็นโอกาสอันดีในการสร้างความสัมพันธ์และดึงดูดการลงทุน
  • การแก้ไขปัญหาแรงงานไทยในเกาหลีใต้: การหารือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานไทยที่ผิดกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อความเป็นอยู่ของคนไทยในต่างแดน
  • การจัดการอาชญากรรมข้ามชาติ: การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของไทยในการแก้ไขปัญหาระดับโลก
  • การสร้างความเข้าใจกับประเทศมหาอำนาจ: การพูดคุยกับผู้นำสหรัฐฯ และจีน เพื่อสร้างความเข้าใจและแก้ไขความกังวล เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การที่นายกฯ ชื่นใจไทยกลับมาอยู่บนจอเรดาร์โลกอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าเราจะประสบความสำเร็จแล้ว แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำงานหนักต่อไป รัฐบาลและประชาชนทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าลงทุน และมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกต่อไป

การที่ประเทศไทยกลับมาได้รับความสนใจจากนานาชาติอีกครั้ง ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาประเทศในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราควรร่วมมือกันใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ที่มา – นายกฯ ชื่นใจไทยกลัับมาอยู่บนจอเรด้าหฺโลกอีกครั้ง เผยเคลียร์ 2 ชาติหหาอำนาจแล้วเข้าใจดี

“อนุทิน” ยันยังไม่มีสั่งเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องการเปิดด่านชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มีการสั่งการใดๆ เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ และทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลชุดเดิม ท่านย้ำว่าการตัดสินใจในเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นหลัก

เรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาจแฝงตัวเข้ามา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงข้อกังวลของสังคมที่มีต่อการผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ต้องเรียนว่าในช่วงเวลานี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจอะไร ซึ่งแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดไปแล้วในวันที่รับพระบรมราชโองการ คือการใช้แนวทางสันติวิธีและจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางเซ็นติเมตรเดียว ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมาโดยตลอด ซึ่งในการที่จะเปิด-ปิดด่าน เป็นกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ตนก็ต้องยืนยันว่าการที่จะเปิด-ปิด จะต้องเป็นประโยชน์กับคนไทยในชาติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาติใดหรือประเทศที่ 3

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้นแนวทางที่จะดำเนินการเปิด-ปิดด่าน ต้องพิจารณาอันดับแรก คือต้องดูความจริงใจของกัมพูชาก่อนว่ามีความจริงใจในการถอนกองกำลังจริงหรือไม่ ตนมั่นใจว่าทีมเจรจาจะต้องไปพูดคุยเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการเปิดพื้นที่ที่มีผลกระทบน้อย แต่ก็เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงไม่สบายใจ ดังนั้นสิ่งที่กองทัพจะต้องดู คือความจริงใจของกัมพูชาและการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งในฝั่งประชาชนผู้อยู่อาศัยและในฝั่งของผู้ที่ค้าขาย เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าทันทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับตำแหน่งก็จะได้มีการหารือในเรื่องนี้

“อนุทิน” ยันยังไม่มีสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

ท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความระมัดระวังในการพิจารณาประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ การตัดสินใจใดๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และที่สำคัญที่สุดคือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

“เท่าที่ตนทราบไม่ได้อยู่ดี ๆ จะไปเปิดด่านได้เลย เพราะต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ ซึ่งต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้ พร้อมย้ำว่าขณะนี้ทุกอย่างเข้าใจกันอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา

ถึงแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีการสั่งการให้เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการค้าชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา มีการเจรจาและหารือกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม การเปิดด่านชายแดนจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ยังคงเป็นมาตรการที่เข้มงวด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป การตัดสินใจเรื่องการเปิดด่านชายแดนจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนคนไทย

การที่นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่ายังไม่มีการสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความรอบคอบและผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรก การพิจารณาเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จึงต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน และคำนึงถึงความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ที่มา – “อนุทิน” ยัน ยังไม่มีสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้รัฐบาลชุดเดิม

Scroll to top