สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องการเปิดด่านชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่มีการสั่งการใดๆ เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ และทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลชุดเดิม ท่านย้ำว่าการตัดสินใจในเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นหลัก
เรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาจแฝงตัวเข้ามา
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงข้อกังวลของสังคมที่มีต่อการผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ต้องเรียนว่าในช่วงเวลานี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจอะไร ซึ่งแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดไปแล้วในวันที่รับพระบรมราชโองการ คือการใช้แนวทางสันติวิธีและจะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่ตารางเซ็นติเมตรเดียว ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมาโดยตลอด ซึ่งในการที่จะเปิด-ปิดด่าน เป็นกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ตนก็ต้องยืนยันว่าการที่จะเปิด-ปิด จะต้องเป็นประโยชน์กับคนไทยในชาติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาติใดหรือประเทศที่ 3
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ดังนั้นแนวทางที่จะดำเนินการเปิด-ปิดด่าน ต้องพิจารณาอันดับแรก คือต้องดูความจริงใจของกัมพูชาก่อนว่ามีความจริงใจในการถอนกองกำลังจริงหรือไม่ ตนมั่นใจว่าทีมเจรจาจะต้องไปพูดคุยเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการเปิดพื้นที่ที่มีผลกระทบน้อย แต่ก็เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงไม่สบายใจ ดังนั้นสิ่งที่กองทัพจะต้องดู คือความจริงใจของกัมพูชาและการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งในฝั่งประชาชนผู้อยู่อาศัยและในฝั่งของผู้ที่ค้าขาย เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าทันทีที่ท่านนายกรัฐมนตรีรับตำแหน่งก็จะได้มีการหารือในเรื่องนี้
“อนุทิน” ยันยังไม่มีสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
ท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความระมัดระวังในการพิจารณาประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ การตัดสินใจใดๆ จะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และที่สำคัญที่สุดคือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
“เท่าที่ตนทราบไม่ได้อยู่ดี ๆ จะไปเปิดด่านได้เลย เพราะต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ ซึ่งต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้ พร้อมย้ำว่าขณะนี้ทุกอย่างเข้าใจกันอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุดเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
ถึงแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีการสั่งการให้เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการค้าชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา มีการเจรจาและหารือกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งสินค้า
อย่างไรก็ตาม การเปิดด่านชายแดนจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ยังคงเป็นมาตรการที่เข้มงวด
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป การตัดสินใจเรื่องการเปิดด่านชายแดนจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนคนไทย
การที่นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่ายังไม่มีการสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความรอบคอบและผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรก การพิจารณาเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จึงต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างถี่ถ้วน และคำนึงถึงความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
ที่มา – “อนุทิน” ยัน ยังไม่มีสั่งการเรื่องเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกอย่างยังอยู่ภายใต้รัฐบาลชุดเดิม

