การเมืองท้องถิ่น

นฤพนธ์ หลานชาย ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี เบอร์ 1

เรียกได้ว่าสนามการเมืองท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรีกำลังคึกคักสุดๆ เลยครับ เมื่อบรรยากาศการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ล่าสุดมีสีสันจากการปรากฏตัวของ นฤพนธ์ หลานชาย ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ได้เบอร์ 1 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มผึ้งหลวงที่ต้องการสานต่อเจตนารมณ์เดิมให้สำเร็จ

นฤพนธ์ หลานชาย ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ได้เบอร์ 1

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ท่ามกลางกองเชียร์ที่มารวมตัวกันให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ได้เข้ายื่นเอกสารการสมัครเป็นลำดับแรก ทำให้เขาคว้าหมายเลข 1 ไปครอง โดยเจ้าตัวเผยความรู้สึกว่าพร้อมที่จะนำประสบการณ์และความตั้งใจมาสานต่องานด้านการศึกษา สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมที่คุณอา (ธงชัย เย็นประเสริฐ) ได้วางรากฐานเอาไว้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องชาวนนทบุรีทุกคน

ประวัติและก้าวสำคัญของ นฤพนธ์ หลานชาย ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ได้เบอร์ 1

นายนฤพนธ์ไม่ได้มีดีแค่เรื่องนามสกุลเท่านั้น แต่ยังมีโปรไฟล์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ:

  • จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • มีประสบการณ์การทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทมหาชน
  • เป็นบุตรชายของนายณรงค์ เย็นประเสริฐ อดีต สจ.นนทบุรี

ทางด้านลูกสาวของอดีตนายกธงชัยเอง ก็ได้ออกมากล่าวขอโอกาสให้พี่ชายคนนี้ได้เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อสานต่อความฝันและโครงการต่างๆ ที่คุณพ่อเคยตั้งใจไว้ โดยเฉพาะโครงการด้านดนตรีและกีฬาที่ตั้งใจจะผลักดันให้เห็นผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ในสนามการเมืองครั้งนี้ยังมีผู้สมัครท่านอื่นเช่น พลเอกนิพนธ์ สีตบุตร ที่ลงสมัครในนามอิสระเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับสนามแข่งนี้ด้วย

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกตัวบุคคล แต่เป็นการเลือกว่าเราจะก้าวต่อไปอย่างไรในทิศทางที่เคยถูกวางไว้ การที่ นฤพนธ์ หลานชาย ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ได้เบอร์ 1 ถือเป็นการยืนยันความตั้งใจที่จะรักษาสิ่งดีๆ เดิมเอาไว้พร้อมกับพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร แต่การเห็นคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นอาสาเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเกิด ก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนครับ อย่าลืมติดตามนโยบายของแต่ละทีมให้ดีก่อนตัดสินใจใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ

ที่มา – “นฤพนธ์” หลานชาย “ธงชัย เย็นประเสริฐ” ลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี ได้เบอร์ 1

เงียบเหงา วันแรกไร้ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนนทบุรีทุกคน วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นที่หลายคนกำลังจับตามองกันอยู่ นั่นคือการเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ แต่บรรยากาศการเปิดรับสมัครในวันแรกกลับกลายเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจไม่น้อย เพราะเกิดเหตุการณ์ เงียบเหงา วันแรกไร้ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี อย่างแท้จริง

สรุปสถานการณ์ เงียบเหงา วันแรกไร้ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ส.ค. 69 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเปิดรับสมัครเวลา 08.30 น. เป็นต้นมา จนกระทั่งปิดรับสมัครในเวลา 16.30 น. ปรากฏว่ายังไม่มีผู้สนใจเดินทางมายื่นใบสมัครเพื่อชิงเก้าอี้นายก อบจ. เลยแม้แต่รายเดียว โดยมีเจ้าหน้าที่จาก กกต. ประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ คอยดูแลความเรียบร้อยและสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ทำไมถึงยังไม่มีใครมาสมัครใน เงียบเหงา วันแรกไร้ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี?

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงไม่มีใครรีบมาลงชื่อสมัครตั้งแต่วันแรก ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์มีความเป็นไปได้หลายประเด็นครับ:

  • การเตรียมเอกสารและคุณสมบัติ: ผู้สมัครหลายท่านอาจกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการถูกตัดสิทธิ์ภายหลังตามข้อกฎหมายเลือกตั้งที่เข้มงวด
  • การบริหารจัดการเวลา: มีกระแสข่าวว่ากลุ่มการเมืองหลักอย่าง ‘กลุ่มผึ้งหลวง’ ที่เปิดตัวนายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ อาจรอให้เสร็จสิ้นภารกิจงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ในวันที่ 19 ส.ค. 69 ก่อนจะดำเนินการสมัครอย่างเป็นทางการ
  • ความพร้อมของพรรคการเมือง: ผู้สมัครในนามอิสระหรือตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ อาจกำลังวางกลยุทธ์ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัครในวันที่ 21 ส.ค. 69 นี้

สำหรับการเปิดรับสมัครจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายวัน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากผ่านพ้นช่วงวันหยุดหรือเสร็จสิ้นภารกิจส่วนตัวแล้ว เราน่าจะเริ่มเห็นรายชื่อผู้สมัครทยอยเดินเข้ามาที่ อบจ. นนทบุรี กันมากขึ้นครับ การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาจังหวัดของเรา ดังนั้นการตรวจสอบคุณสมบัติให้ครบถ้วนถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพื่อให้ได้ผู้นำที่สง่างาม

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เรามารอลุ้นกันดีกว่าครับว่า ใครจะเป็นคนแรกที่ประเดิมก้าวเข้ามาลงสมัครอย่างเป็นทางการ แล้วโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัครจะคึกคักสมกับการรอคอยของชาวนนทบุรีหรือไม่ เพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ คอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ

ที่มา – เงียบเหงา วันแรกไร้ผู้สมัคร ชิงตำแหน่งนายก อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนเปิดตัว เดชรัต ชิงนายก อบจ. นนทบุรี

พรรคประชาชนเปิดตัว เดชรัต ชิงนายก อบจ. นนทบุรี

การเมืองท้องถิ่นนนทบุรีกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อพรรคประชาชนเปิดตัว “เดชรัต” ชิงนายก อบจ. นนทบุรี โดยได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมงาน ได้ร่วมกันแถลงเปิดตัว นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและลูกหลานคนนนทบุรี เพื่อลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งซ่อมที่จะมาถึงในวันที่ 20 กันยายนนี้

ก้าวใหม่กับนโยบาย นิว นนท์ ของเดชรัต

ภายใต้การนำของพรรคประชาชน พรรคประชาชนเปิดตัว “เดชรัต” ชิงนายก อบจ. นนทบุรี พร้อมชูนโยบาย “นิว นนท์” ที่เน้นการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองของทุกคน โดยนายเดชรัตได้ย้ำชัดเจนว่าตนพร้อมสานต่องานที่ดีของอดีตนายก อบจ. เดิม พร้อมทั้งเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านหลักการ “น-น-ท” ที่มุ่งเน้นความน่าอยู่ การก้าวไปข้างหน้า และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม

รายละเอียดนโยบายที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • น – น่าอยู่: ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและดูแลสุขภาพจิตของชาวนนทบุรี
  • น – นำหน้า: พัฒนาทักษะเด็ก เกษตรกร และกลุ่ม SME เพื่อให้พร้อมรับมือกับเศรษฐกิจยุคใหม่
  • ท – ทุกคน: เปิดพื้นที่ให้คนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณและทิศทางของจังหวัด

นอกจากนี้ ในการหาเสียงครั้งนี้ นายเดชรัตยังได้นำเสนอแนวคิด “อิฐ 5 ก้อน” ซึ่งสื่อถึงการทำงานที่โปร่งใส ใส่ใจปัญหา มีส่วนร่วม มุ่งมั่นแก้ไขที่ต้นตอ และการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาขับเคลื่อนจังหวัดนนทบุรีให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของพรรคประชาชน การที่ พรรคประชาชนเปิดตัว “เดชรัต” ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการส่งผู้สมัครเข้าสู่สนามเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารท้องถิ่นด้วยวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยและเข้าใจปัญหาของพี่น้องชาวนนท์อย่างแท้จริง ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร การนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้และตอบโจทย์ปัญหาชีวิตของประชาชนถือเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคประชาชนยึดถือเสมอมา

สุดท้ายนี้ ชาวนนทบุรีต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่า ใครคือคนที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามาขับเคลื่อนจังหวัดของเราให้เติบโตต่อไปในอนาคต

ที่มา – พรรคประชาชนเปิดตัว “เดชรัต” ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ชูนโยบาย “นิว นนท์” นำนนทบุรีสู่เมืองของทุกคน

เจ็กวัฒน์ หลั่งน้ำตาขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายกฯ พัทยา

เจ็กวัฒน์ หลั่งน้ำตาขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายกฯ พัทยา

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนเฝ้าติดตาม สำหรับผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยล่าสุด “เจ็กวัฒน์” อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาหลังทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ แม้ครั้งนี้จะพ่ายแพ้ให้กับแชมป์เก่าอย่าง คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ แต่เจ้าตัวก็ได้แสดงสปิริตนักกีฬาอย่างเต็มที่ในการยอมรับผลการตัดสินของพี่น้องชาวพัทยา

ก้าวต่อไปของ เจ็กวัฒน์ หลั่งน้ำตาขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายกฯ พัทยา

ในงานแถลงข่าวที่โรงแรมฟลิปเปอร์ลอดจ์ พัทยา นายอิทธิวัฒน์ได้กล่าวขอบคุณทีมงานและทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการเดินทางการเมืองครั้งนี้ยังไม่จบ แม้ผลลัพธ์ เจ็กวัฒน์ หลั่งน้ำตาขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายกฯ พัทยา จะออกมาเป็นเช่นไร แต่เขาก็พร้อมที่จะทำการบ้านหนักขึ้นเพื่อพัฒนาเมืองพัทยาตามอุดมการณ์ที่ตั้งใจไว้

โดยตัวแทนจากพรรคประชาชนได้มีการวิเคราะห์ถึงทิศทางการทำงานในอนาคต โดยมองว่าพรรคยังต้องลงพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของประชาชนให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญหลายด้าน อาทิ:

  • นโยบายศูนย์รับฝากบุตรหลานสำหรับคนทำงานกลางคืน
  • การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้ชาวเกาะล้าน
  • การลดความเหลื่อมล้ำของค่าน้ำประปาและค่าครองชีพ

สรุปทิศทางในอนาคต
การที่ “เจ็กวัฒน์” ออกมาแสดงความยินดีกับผู้ชนะถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการเมืองไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพัทยาให้น่าอยู่ขึ้น แม้ในวันนี้จะยังไม่ได้รับความไว้วางใจให้บริหารงาน แต่การมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งและตรวจสอบได้ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เมืองพัทยาก้าวหน้าต่อไป เชื่อเหลือเกินว่าอีก 4 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาทองที่พรรคประชาชนและตัวเขาเองจะได้พิสูจน์ตนเองให้ประชาชนเห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทที่มีต่อเมืองแห่งนี้อย่างแท้จริงครับ

ที่มา – “เจ็กวัฒน์” หลั่งน้ำตาขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังพ่ายศึกเลือกตั้งนายกฯ พัทยา

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ หลายคนคงได้ยินกระแสความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในขณะนี้ เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการสนับสนุน ดร.โจ และ สก. จากพรรคประชาชน ในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

การเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกพ่อเมืองคนใหม่ แต่คือการผลักดันวาระการเมืองที่ก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ย้ำเสมอว่า พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะรื้อระบบงบประมาณแสนล้านให้โปร่งใส และการที่ “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคไม่ได้มองแค่เรื่องงบประมาณพื้นฐาน แต่พยายามผลักดันการเลือกตั้งระดับเขตเพื่อให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปจัดการปัญหาที่ฝังรากลึกอย่าง “ส่วย” และความไม่โปร่งใสในระดับเขตโดยตรง

เหตุผลที่ต้องเลือก ดร.โจ และ สก. พรรคประชาชน

การทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือการปฏิรูปกองทัพ พิสูจน์แล้วว่าหากเราฝันใหญ่และลงมือทำอย่างจริงจัง ประชาชนจะอยู่เคียงข้างเสมอ การที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ “แคร์คน” ได้นั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการดังนี้:

  • การบริหารที่มืออาชีพ: ดร.โจและทีมงานพร้อมเข้ามาทำงานทันทีโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ความโปร่งใสของสภากทม.: สก.จากพรรคประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบการอนุมัติงบแสนล้าน
  • การแก้ไขปัญหาส่วยอย่างเป็นรูปธรรม: ขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังทิ้งท้ายด้วยประสบการณ์ขำๆ กรณีไมโครโฟนดับกลางงาน โดยเปรียบเทียบว่า “สายไมค์เปราะบางเหมือนการเมืองไทย สะกิดนิดเดียวคดีก็มา” ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและเตือนสติให้เห็นถึงความท้าทายที่พรรคต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจยังคงแน่วแน่ว่าการกากบาทเลือกพรรคประชาชนคือการกากบาทเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนเมือง

หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่ใช้งานดิจิทัลได้จริง มากกว่าแค่แอปพลิเคชันที่ล่มบ่อย และต้องการให้เงินภาษีแสนล้านถูกใช้ไปในทางที่เกิดประโยชน์กับคนตัวเล็กตัวน้อยที่สุด นี่คือโอกาสที่เราจะร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกทม. ออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้บริหารเมืองที่มีวิสัยทัศน์และการเมืองที่โปร่งใสไปด้วยกันครับ!

ที่มา – “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เลือก “ดร.โจ-สก.ปชน.” แก้ส่วย

ทวี เยี่ยม เด่น โต๊ะมีนา สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชายแดนใต้

ทวี เยี่ยม เด่น โต๊ะมีนา สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ทวี สอดสึง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้นำคณะเดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของ นายเด่น โต๊ะมีนา นักการเมืองอาวุโสผู้เป็นที่เคารพรักของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจในฐานะนักการเมืองรุ่นน้อง แต่ยังเป็นการย้ำเตือนถึงความผูกพันที่เปรียบเสมือน ทวี เยี่ยม เด่น โต๊ะมีนา สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชายแดนใต้ ที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตของพื้นที่นี้ไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น

นายเด่น โต๊ะมีนา ถือเป็นบุตรชายของ หะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ ผู้นำทางจิตวิญญาณที่สำคัญของชาวมลายู และเป็นบุคคลที่ผ่านประสบการณ์ทางการเมืองระดับชาติมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งบทบาทของท่านได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการยอมรับความแตกต่างทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

บทบาทสำคัญในฐานะสะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณ

พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวระหว่างการเยี่ยมเยียนว่า การที่เขาได้เข้ามาร่วมงานกับพรรคประชาชาติและกลุ่มวาดะห์นั้น มีนายเด่น โต๊ะมีนา เป็นเสมือนครูใหญ่ทางจริยธรรมและการเมือง การเข้าเยี่ยมในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงการรำลึกถึง ทวี เยี่ยม เด่น โต๊ะมีนา สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชายแดนใต้ ที่เปรียบเสมือนเข็มทิศในการทำงานเพื่อความยุติธรรม โดยเฉพาะการพยายามคืนความชอบธรรมให้กับประวัติศาสตร์พื้นที่ผ่านโครงการบูรณะบ้านหะยีสุหลง เพื่อสร้างให้โลกเห็นว่ารัฐไทยพร้อมจะรับฟังเสียงของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ในวงสนทนายังได้หยิบยกประเด็นการเมืองสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ:

  • การส่งต่อเรื่องราวชีวประวัติเพื่อการเรียนรู้ของคนรุ่นหลัง
  • ความสำคัญของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในการสร้างอำนาจต่อรองในสภาฯ
  • การผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมในคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่
  • ความคล้ายคลึงระหว่างบททดสอบทางการเมืองของหะยีสุหลงในอดีต และสถานการณ์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในปัจจุบัน

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แม้จะเป็นการเยี่ยมในสถานพยาบาล แต่ความรู้สึกถึงความเป็นพี่เป็นน้องที่เชื่อมโยงผ่านอุดมการณ์ไม่ได้จางหายไปเลย การที่ ทวี เยี่ยม เด่น โต๊ะมีนา สะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณชายแดนใต้ ย้ำให้เราเห็นว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่สามารถใช้เพียงแค่หลักการบริหารหรืออำนาจรัฐ แต่ต้องใช้ ‘หัวใจ’ และ ‘การเคารพอดีต’ เป็นเครื่องนำทางด้วย

ในฐานะประชาชนเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การสืบทอดเจตนารมณ์ในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการแสวงหาความยุติธรรม จะเป็นมรดกที่ถูกส่งต่อผ่านคนรุ่นหลัง เพื่อให้ความขัดแย้งในอดีตได้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจและสันติสุขที่ยั่งยืนในอนาคต ขอบคุณทุกแรงกายแรงใจของผู้ใหญ่ที่พยายามรักษาจิตวิญญาณของพื้นที่นี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป

ที่มา – “ทวี” นำคณะพรรคประชาชาติ เยี่ยม “เด่น โต๊ะมีนา” ย้ำผูกพันในฐานะสะพานเชื่อมทางจิตวิญญาณ

“ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง

“ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกระแสความคึกคักอย่างมากในพื้นที่ชลบุรี เมื่อ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง โดยชูประเด็นสำคัญว่าการมี สส. ในสภาฯ เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องยกระดับการเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

การลงพื้นที่ครั้งนี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร่วมเดินรณรงค์พบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่บริเวณชายหาดพัทยา ไปจนถึงชุมชนประมงพื้นบ้าน โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุน “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เบอร์ 1 ให้เข้ามาเป็นตัวแทนในการบริหารเมือง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ทำไมการเมืองท้องถิ่นจึงสำคัญ?

จากการรับฟังปัญหาตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด น้ำท่วม หรือปัญหาการรีดไถ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ย้ำชัดว่าปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ท้องถิ่นต้องจัดการเองได้ หากบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส จะเป็นการลดต้นทุนให้กับประชาชนและเพิ่มโอกาสในการทำมาหากินอย่างยั่งยืน โดยพรรคประชาชนมีนโยบายหลักในการผลักดันประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • การกระจายรายได้: สนับสนุนให้ผู้ค้ารายย่อยได้รับโอกาสเข้าถึงพื้นที่การค้าอย่างเท่าเทียม
  • การแก้ไขปัญหาโครงสร้าง: จัดการเรื่องระบายน้ำและการจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การบริหารที่โปร่งใส: ปราบปรามส่วยและสินบนเพื่อให้งบประมาณเมืองพัทยาถูกใช้ไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ด้านนายอิทธิวัฒน์เองก็ได้ระบุว่า หัวใจสำคัญของการทำงานคือการทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ ขยะ หรือเรื่องพื้นฐานต่างๆ ทีมพัทยาพรรคประชาชนพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนเมืองพัทยาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจของทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มทุนใหญ่เพียงอย่างเดียว

การที่ “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า พรรคประชาชนมุ่งมั่นที่จะไม่ทิ้งพื้นที่ท้องถิ่น เพราะเมื่อการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยน การเมืองระดับชาติก็จะเข้มแข็งขึ้นตามไปด้วย เชื่อว่าพี่น้องชาวพัทยาจะได้รับทางเลือกใหม่ในการตัดสินใจเลือกผู้ที่จะเข้ามาพัฒนาเมืองของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นพัทยาเปลี่ยนแปลง ร่วมติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

ที่มา – “ศิริกัญญา” ลุยหาเสียงพัทยา หนุน “อิทธิวัฒน์” นั่งนายกเมือง ย้ำต้องเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นด้วย

KPI Poll เผย ชัชชาติ ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง

เชื่อว่าวินาทีนี้คอการเมืองไทยคงจับตามองสถานการณ์สนามกทม. กันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดสถาบันพระปกเกล้าได้ปล่อยข้อมูลชุดใหม่ผ่าน KPI Poll ครั้งที่ 23 ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองตัวเลขกันอีกรอบ กับหัวข้อที่ว่า “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความน่าสนใจของทิศทางเมืองหลวงในปี 2569 นี้

“KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,600 คนทั่วกรุงเทพฯ พบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากว่าคนกทม. ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 61.8 มีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองมากกว่า สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าชาวเมืองหลวงต้องการผู้บริหารที่มีความเป็นกลาง มีความคล่องตัว และพร้อมแก้ปัญหามากกว่าการยึดติดกับเกมการเมืองระดับพรรค

เจาะลึกความน่าจะเป็นจากผลสำรวจ

แม้ว่าในภาพรวมผลสำรวจระบุชัดเจนว่า “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ เพราะหากเราเจาะไปที่รายเขตพื้นที่ จะพบความแตกต่างที่น่าสนใจดังนี้:

  • เขตชั้นใน: มีคะแนนความไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจสูงที่สุดถึง 26.8%
  • เขตชั้นกลาง: มีแนวโน้มเทใจให้ผู้สมัครอิสระมากถึง 29.3%
  • เขตชั้นนอก: คะแนนเริ่มเอนเอียงไปทางพรรคฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ยังวิเคราะห์ได้ยากคือกลุ่มคนที่ยัง “ไม่ตัดสินใจ” ซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูงในทุกเขตพื้นที่ ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนยังมีโอกาสช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานคะแนนนิยมเดิมเพียงอย่างเดียว

หากเรามองไปที่ฐานเสียงของส.ก.เดิม จะเห็นภาพที่น่าสนใจว่าแม้ “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ ในหลายพื้นที่ แต่หากดูในกลุ่มคนที่เคยเลือกพรรคก้าวไกล ผู้สมัครอย่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กลับได้รับความสนใจมากกว่า สิ่งนี้ตอกย้ำว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในยุคปัจจุบัน คือการเลือกที่ตัวบุคคลและความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการพึ่งพาเพียงแค่กระแสพรรคการเมือง

บทสรุปที่ได้จากโพลครั้งนี้เตือนใจนักการเมืองทุกคนว่า “เสียงลังเล” คือสมรภูมิสำคัญ ผู้สมัครคนไหนสามารถออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ของแต่ละเขตชั้นได้ดีกว่า และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนจากคะแนนที่ยังไม่ตัดสินใจให้กลายเป็นคะแนนสนับสนุนได้สำเร็จ ความนิ่งนอนใจในคะแนนนำในขณะนี้ อาจไม่ใช่เครื่องการันตีชัยชนะที่แท้จริง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ที่มา – “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

ดร.โจ ไม่หวั่นโพลหนุนอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่น

ดร.โจ ไม่หวั่นโพลหนุนอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองกรุงเทพมหานคร เมื่อ ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังนิด้าโพลเผยผลสำรวจว่าชาวกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่อาจเทใจให้ผู้สมัครอิสระ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ดร.โจ ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส. ที่เคยทำผลงานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจากการเลือกตั้งระดับชาติที่ผ่านมา

นายชัยวัฒน์มองว่าผลโพลดังกล่าวสามารถตีความได้หลากหลายมุม โดยเฉพาะเรื่องความเข้าใจในระบบการทำงานระหว่าง สก. และผู้ว่าฯ กทม. การที่ประชาชนกว่า 38% ต้องการเลือกผู้ว่าฯ และ สก. จากพรรคเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าคนเมืองหลวงเริ่มตระหนักถึงความสอดคล้องของการใช้อำนาจบริหารและการออกกฎหมายท้องถิ่น

ทำไมต้องเลือกคนจากพรรคเดียวกัน?

ดร.โจ อธิบายเพิ่มเติมว่ากุญแจสำคัญคือการขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม หากผู้ว่าฯ และ สก. มีอุดมการณ์เดียวกัน จะช่วยให้การอนุมัติงบประมาณและการผลักดันข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งต่างจากอดีตที่นโยบายหลายอย่างมักจะสะดุดเพราะขาดแรงสนับสนุนในสภากรุงเทพมหานคร

สาเหตุที่ ดร.โจ ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส. นั้นมาจากปัจจัยหลักดังนี้:

  • ฐานเสียงเดิมจากการเลือกตั้ง ส.ส. ที่พรรคประชาชนกวาดไปถึง 33 เขตทั่วกรุงเทพฯ
  • ความเชื่อมั่นในผลงานการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  • กระแสตอบรับที่ดีจากพื้นที่จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องของเหล่าว่าที่ สก.
  • ความชัดเจนทางการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากกว่าการเมืองแบบซ่อนเร้น

ในมุมมองของคุณชัยวัฒน์ การเมืองระดับท้องถิ่นต้องการความโปร่งใสที่จับต้องได้มากกว่าเดิม ประชาชนอยากเห็นตัวแทนที่เป็นคนธรรมดาเข้ามาแก้ปัญหาจริง ไม่ใช่แค่การฝากความหวังไว้กับกลุ่มทุนหรือบ้านใหญ่ ดังนั้นจุดยืนของพรรคประชาชนที่เน้นความซื่อสัตย์จึงกลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

นอกจากนี้ ดร.โจยังได้ฝากข้อคิดถึงเรื่องดรามาต่างๆ ในช่วงหาเสียงว่า ประชาชนชาวกรุงเทพฯ มีวิจารณญาณสูง พวกเขาสามารถแยกแยะการแสดงออกที่จริงใจกับการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่หวังผลทางการเมืองได้ดี ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าโพลจะออกมาเป็นอย่างไร การลงพื้นที่จริงและนำเสนอวาระก้าวหน้ายังคงเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคประชาชนยึดมั่นเสมอมา

ท้ายที่สุดนี้ สังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่การเลือกตัวแทนต้องดูที่ความชัดเจนและทีมงานที่มีศักยภาพ หากคุณกำลังหาคำตอบว่าพรรคการเมืองที่มีฐานแนวร่วมเข้มแข็งอย่างพรรคประชาชนจะสามารถเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้จริงหรือไม่ วันที่ 28 มิถุนายนนี้ คือคำตอบสุดท้ายจากปลายปากกาของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน

ที่มา – “ดร.โจ” ไม่หวั่นกระแสโพลหนุนผู้สมัครอิสระ มั่นใจฐานเสียง ปชน. แน่นจากเวที สส.

Scroll to top