'KPI Poll' เผย 'ชัชชาติ' ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

KPI Poll เผย ชัชชาติ ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง

เชื่อว่าวินาทีนี้คอการเมืองไทยคงจับตามองสถานการณ์สนามกทม. กันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดสถาบันพระปกเกล้าได้ปล่อยข้อมูลชุดใหม่ผ่าน KPI Poll ครั้งที่ 23 ที่ทำเอาหลายคนต้องหันมามองตัวเลขกันอีกรอบ กับหัวข้อที่ว่า “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความน่าสนใจของทิศทางเมืองหลวงในปี 2569 นี้

“KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,600 คนทั่วกรุงเทพฯ พบข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากว่าคนกทม. ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 61.8 มีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองมากกว่า สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าชาวเมืองหลวงต้องการผู้บริหารที่มีความเป็นกลาง มีความคล่องตัว และพร้อมแก้ปัญหามากกว่าการยึดติดกับเกมการเมืองระดับพรรค

เจาะลึกความน่าจะเป็นจากผลสำรวจ

แม้ว่าในภาพรวมผลสำรวจระบุชัดเจนว่า “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ เพราะหากเราเจาะไปที่รายเขตพื้นที่ จะพบความแตกต่างที่น่าสนใจดังนี้:

  • เขตชั้นใน: มีคะแนนความไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจสูงที่สุดถึง 26.8%
  • เขตชั้นกลาง: มีแนวโน้มเทใจให้ผู้สมัครอิสระมากถึง 29.3%
  • เขตชั้นนอก: คะแนนเริ่มเอนเอียงไปทางพรรคฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ยังวิเคราะห์ได้ยากคือกลุ่มคนที่ยัง “ไม่ตัดสินใจ” ซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูงในทุกเขตพื้นที่ ทำให้ผู้สมัครแต่ละคนยังมีโอกาสช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานคะแนนนิยมเดิมเพียงอย่างเดียว

หากเรามองไปที่ฐานเสียงของส.ก.เดิม จะเห็นภาพที่น่าสนใจว่าแม้ “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้ ในหลายพื้นที่ แต่หากดูในกลุ่มคนที่เคยเลือกพรรคก้าวไกล ผู้สมัครอย่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กลับได้รับความสนใจมากกว่า สิ่งนี้ตอกย้ำว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในยุคปัจจุบัน คือการเลือกที่ตัวบุคคลและความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่าการพึ่งพาเพียงแค่กระแสพรรคการเมือง

บทสรุปที่ได้จากโพลครั้งนี้เตือนใจนักการเมืองทุกคนว่า “เสียงลังเล” คือสมรภูมิสำคัญ ผู้สมัครคนไหนสามารถออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่ของแต่ละเขตชั้นได้ดีกว่า และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนจากคะแนนที่ยังไม่ตัดสินใจให้กลายเป็นคะแนนสนับสนุนได้สำเร็จ ความนิ่งนอนใจในคะแนนนำในขณะนี้ อาจไม่ใช่เครื่องการันตีชัยชนะที่แท้จริง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ที่มา – “KPI Poll” เผย “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: