ข่าวการเมืองช่วงนี้

ภูมิใจไทยย้ำผู้เล่นไม่ใช่กรรมการ โยนกกต.แจงบาร์โค้ด

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังร้อนระอุ เมื่อมีมวลชนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆ ทำให้หลายฝ่ายจับตากระบวนการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยย้ำว่าเป็นผู้เล่น ไม่ใช่กรรมการ จึงโยนให้ กกต. ชี้แจงประเด็นร้อนอย่างปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ภูมิใจไทย ย้ำเป็นผู้เล่นไม่ใช่กรรมการ โยน กกต. แจงปม บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ ส.ส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับกระบวนการของ กกต. ว่าจะรับรองผลการเลือกตั้งได้เมื่อใด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้เล่นในสนามการเมือง จึงต้องรอความชัดเจนจากผู้จัดการแข่งขันอย่าง กกต. เท่านั้น ไม่สามารถแทรกแซงหรือตัดสินใจแทนได้

โฆษกพรรคฯ ยังได้ยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2566 ที่แม้ไม่มีปัญหาใหญ่โต แต่ กกต. ใช้เวลารับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการถึง 36 วัน จึงย้ำว่าปีนี้ที่สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น ก็ต้องรอขั้นตอนตามกฎหมายให้ครบถ้วน โดยแยกแยะระหว่างหน้าที่ของ กกต. การยื่นคำร้อง และการวินิจฉัยของศาลให้ชัดเจน

ภูมิใจไทย ย้ำเป็นผู้เล่นไม่ใช่กรรมการ โยน กกต. แจงปม บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

สำหรับประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงหนัก คือกรณีศาลปกครองรับคดีขอระงับการรับรองผลเลือกตั้ง เนื่องจากบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นางสาวแนน ย้ำว่าเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ประชาชนรับทราบ พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่เป็นผู้รอฟังคำวินิจฉัย เหตุการณ์คล้ายๆ นี้เคยเกิดขึ้นในปี 2566 มาแล้ว ดังนั้นต้องรอผลอย่างเป็นทางการ

มุมมองต่อการเคลื่อนไหวของมวลชนหลังเลือกตั้ง

เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อกลุ่มมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหว โฆษกพรรคฯ กล่าวว่าทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็นในช่องทางที่เหมาะสม แม้จะไม่สามารถทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้ แต่การตัดสินต้องยึดหลักพยานหลักฐานและกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่อารมณ์หรือความรู้สึก

ประเด็น บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นี้ กลายเป็นจุดถกเถียงสำคัญ โดยฝ่ายที่คัดค้านมองว่าเป็นช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริต ขณะที่ฝ่ายอื่นเห็นว่าเป็นระบบมาตรฐานเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร การโต้แย้งนี้ทำให้กระบวนการรับรองผลล่าช้าออกไป สร้างความไม่แน่นอนให้กับว่าที่ ส.ส. ทุกพรรค รวมถึงพรรคภูมิใจไทย

เปรียบเทียบกระบวนการรับรองผลเลือกตั้งปี 2566

  • กกต. ใช้เวลา 36 วันในการรับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการ
  • แม้ไม่มีข้อพิพาทใหญ่ แต่ขั้นตอนทางกฎหมายต้องครบถ้วน
  • ปี 2569 มีประเด็นบาร์โค้ดและมวลชนเคลื่อนไหว อาจยืดเยื้อยิ่งกว่า
  • พรรคการเมืองต้องรอ ไม่สามารถเร่งได้

จากตัวอย่างดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งไทยมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด เพื่อความโปร่งใส แต่ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องเคารพกระบวนการ เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่บานปลาย

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ยังเน้นย้ำจุดยืนทางการเมืองที่มุ่งแก้ปัญหาประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจ สุขภาพ และการศึกษา โดยจะรอรับตำแหน่ง ส.ส. อย่างถูกต้องตามกฎหมายก่อนเข้าสู่สนามรัฐสภา

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของระบบเลือกตั้งไทยที่ต้องปรับปรุงให้รวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น เพื่อลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจจากประชาชน หาก กกต. ชี้แจงได้ชัดเจน จะช่วยคลายความตึงเครียดได้มาก

คุณคิดอย่างไรกับปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง? และจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลย!

ที่มา – ภูมิใจไทย ย้ำเป็นผู้เล่นไม่ใช่กรรมการ โยน กกต. แจงปม บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย โดยล่าสุด โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย อย่างชัดเจน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ ส.ส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงความคืบหน้าการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยโยนหน้าที่หลักให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการเป็นผู้ตัดสินใจคุยกับพรรคกล้าธรรม

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

นางสาวแนน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคขนาดเล็กเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคที่ยืนยันเจตจำนงแล้วมี พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน และล่าสุดพรรคมิติใหม่ รวม 7 พรรค มีว่าที่ ส.ส. 9 คน การเจรจาดำเนินไปตามลำดับ โดยนายอนุทินและนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสานงานหลัก

สถานการณ์เจรจากับพรรคกล้าธรรมและเพื่อไทย

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะหากดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย แต่ย้ำว่าการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างต้องรอการรับรอง ส.ส. จาก กกต. และการประชุมสภาเลือกประธานสภาภายใน 15 วัน หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะพูดคุยกับทุกพรรคเพื่อฟอร์มทีมรัฐบาลที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ในที่ประชุมพรรคล่าสุด ได้หารือเรื่องการเตรียมงานสภาและแสดงความยินดีกับว่าที่ ส.ส. ใหม่ โดยมอบอำนาจให้หัวหน้าและเลขาธิการเจรจา เมื่อเสร็จสิ้นจะนำกลับเข้าคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหม่

  • พรรคที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ: พรรคเศรษฐกิจ, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่
  • จำนวนเสียงรวมปัจจุบัน: ส.ส.ภูมิใจไทย 193 เสียง + เพื่อไทย 74 + พลังประชารัฐ 5 + เศรษฐกิจ 3 + ใหม่ 1 + รวมใจไทย 1 + ไทยทรัพย์ทวี 1 + รวมพลังประชาชน 1 + มิติใหม่ 1 + ประชาธิปไตยใหม่ 1 = 281 เสียง

โฆษกยังกล่าวถึงกระแสไม่พอใจจากแฟนคลับภูมิใจไทยที่เห็นการจับมือเพื่อไทย โดยขอให้กองเชียร์มองอนาคตและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หลังเลือกตั้งฝุ่นควันยังไม่จาง มีประเด็นค้างคาจากการหาเสียงหลายเรื่อง แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริง

ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งอันดับหนึ่ง กำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทินเป็นตัวชูโรง สิ่งสำคัญคือการรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อควบคุมสภา ปัจจุบันรวม 281 เสียงถือว่ามั่นใจ แต่ยังต้องเจรจาต่อกับพรรคใหญ่ๆ อย่างประชาธิปัตย์หรือกล้าธรรม หากดึงเพื่อไทยเต็มตัว อาจกระทบภาพลักษณ์ “สีเทา” ที่กองเชียร์กังวล แต่โฆษกย้ำว่า ต้องโฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ ควรเข้าใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องประนีประนอมเพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่แค่ค่านิยมส่วนตัว นี่คือบทเรียนสำคัญจากอดีตที่รัฐบาลล้มเหลวเพราะขาดเอกภาพ

ในมุมมองของเรา การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในการเมือง หวังว่ารัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สุขภาพ และการศึกษาได้จริง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย โยนหน้าที่ หัวหน้า-เลขา คุยกล้าธรรม

รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ 11 ชิ้นให้ไทย

วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนรักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเลยนะ! รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 11 ชิ้น กลับคืนสู่ประเทศไทย อย่างเป็นทางการแล้ว เป็นโมเมนต์ที่ทำให้ใจชื้นใจกล้าเพราะสมบัติชาติของเรากำลังเดินทางกลับบ้าน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบิร์น โดยมีเอกอัครราชทูตพรรณนภา จันทรารมย์ เป็นผู้รับมอบจากตัวแทนสวิส

รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 11 ชิ้น กลับคืนสู่ประเทศไทย

พิธีนี้จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมายสำคัญ ผู้ส่งมอบคือ นาง Fabienne Baraga หัวหน้าหน่วยงานเชี่ยวชาญด้านการส่งมอบทรัพย์สินทางวัฒนธรรม จากสำนักงานวัฒนธรรมสหพันธ์สวิส ภายใต้กระทรวงมหาดไทยสวิส โบราณวัตถุเหล่านี้ถูกส่งมอบโดยสมัครใจจากเจ้าของที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้คืนสมบัติล้ำค่านี้ให้แผ่นดินเกิด คาดว่ามาจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก UNESCO ที่มีชื่อเสียงเรื่องอารยธรรมยุคสำริดเก่าแก่ที่สุดในโลก

พิธีรับมอบโบราณวัตถุจากสวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 11 ชิ้น กลับคืนสู่ประเทศไทย

เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ โบราณวัตถุที่หายไปนานหลายสิบปี กำลังได้กลับมาบนแผ่นดินไทยอีกครั้ง การกระทำนี้ไม่ใช่แค่การคืนของ แต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพไทย-สวิสที่แน่นแฟ้น มีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและมหาดไทยสวิส รวมถึงชุมชนไทยในสวิส มาร่วมยินดีกันอย่างคึกคัก

เอกอัครราชทูตไทยรับมอบโบราณวัตถุจากสวิส

โบราณวัตถุจากบ้านเชียงมีอะไรบ้าง

เบื้องต้นยังไม่ระบุรายละเอียดชัดเจน แต่คาดว่าเป็นเครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองแดง หรือสิ่งของจากวัฒนธรรมบ้านเชียง ซึ่งอายุกว่า 3,600 ปี บ้านเชียงเป็นแหล่งโบราณคดีที่พิสูจน์ว่าคนไทยโบราณเก่งด้านโลหกรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การที่ รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 11 ชิ้น กลับคืนสู่ประเทศไทย จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างประวัติศาสตร์ของเรา

โบราณวัตถุที่ได้รับการส่งคืนจากสวิตเซอร์แลนด์
รายละเอียดโบราณวัตถุบ้านเชียงที่สวิสคืนให้ไทย

หลังพิธี สถานทูตจะส่งของเหล่านี้กลับไทยทันที เพื่อให้กรมศิลปากรตรวจสอบ อนุรักษ์ ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติ และอาจจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ให้ทุกคนได้ชื่นชม นี่คือตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการค้าของเถื่อน

  • เสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-สวิสด้านวัฒนธรรม
  • ปกป้องมรดกชาติจากขโมยโบราณวัตถุ
  • เพิ่มข้อมูลทางวิชาการให้บ้านเชียง
  • สร้างแรงบันดาลใจให้เจ้าของในต่างประเทศคืนของ
ผู้แทนสวิสและไทยในพิธีส่งมอบ

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าโลกกำลังตระหนักถึงคุณค่ามรดกวัฒนธรรมมากขึ้น ไทยเรามีสมบัติมากมายที่กระจายไปทั่วโลก การคืนครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่ดี หวังว่าจะมีตามมาอีกเพียบ!

โบราณวัตถุพร้อมส่งกลับประเทศไทย

คุณคิดยังไงกับข่าวนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามบล็อกเพื่อข่าววัฒนธรรมไทยอัปเดตทุกวันนะ!

ที่มา – รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ส่งคืนโบราณวัตถุ จำนวน 11 ชิ้น กลับคืนสู่ประเทศไทย

ชี้เพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล รับผิดชอบเสียงประชาชน

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากๆ นะคะ กับการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยที่เลือกเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลายคนอาจจะงงๆ หรือมีคำถามในใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ในเมื่อก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลมาหลายรอบ จนสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567 นางสาวขัตติยา สวัสดิผล หรือ “เดียร์ ขัตติยา” รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) อย่างชัดเจน โดยย้ำว่าการที่เพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลไม่ใช่เพราะอยากได้อำนาจอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะความรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทยมาเพื่อทำงานให้เกิดผลจริงๆ ค่ะ ถ้าพรรคเพื่อไทยเลือกไปนั่งเป็นฝ่ายค้านแทน นโยบายดีๆ ที่เราสัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนก็จะไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรมหรอกนะคะ คะแนนเสียงที่ทุกคนตั้งใจกดให้ก็จะสูญเปล่าไปโดยปริยาย

เพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

การตัดสินใจเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นทางเลือกที่หนักแน่นและรับผิดชอบที่สุดต่อประเทศชาติและคะแนนเสียงของประชาชน พรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่านโยบายที่ดีต้องไม่ใช่แค่นโยบายสวยๆ บนกระดาษ แต่ต้องทำได้จริง ส่งมอบได้จริง และเห็นผลได้จริงต่อชีวิตคนไทยทุกคน การเข้าร่วมรัฐบาลจึงเป็นโอกาสที่จะใช้อำนาจฝ่ายบริหารในการผลักดันนโยบายเหล่านั้นให้เกิดขึ้นทันที ไม่ใช่แค่นั่งวิจารณ์เฉยๆ จากม้านั่งฝ่ายค้าน

หากเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน จะเกิดอะไรขึ้น?

สมมติว่าเพื่อไทยเลือกเป็นฝ่ายค้าน นโยบายที่ครอบคลุมทุกกระทรวงอย่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน ยกระดับทักษะแรงงาน และยกระดับคุณภาพชีวิต ก็จะติดขัดไปหมด เพราะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจจริงๆ ประเทศไทยกำลังเจอปัญหาหนักๆ หลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้สินครัวเรือนสูง การว่างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ไม่มีพรรคไหนแก้ได้คนเดียว ดังนั้นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมืองจึงจำเป็นมาก เพื่อพาปประเทศเดินหน้าต่อไป

  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: ผ่านมาตรการลดภาษี ลดค่าน้ำมัน ลดค่าไฟ เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือใช้มากขึ้น
  • เพิ่มรายได้: ส่งเสริมอาชีพใหม่ๆ สร้างงาน สนับสนุน SME และฟรีแลนซ์
  • ยกระดับทักษะ: อบรมฟรี โครงการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อแข่งขันในยุคดิจิทัล
  • คุณภาพชีวิต: สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย

นโยบายเหล่านี้ถูกออกแบบมาอย่างรอบคอบ หากได้โอกาสในรัฐบาล เราพร้อมเดินหน้าทันที ไม่ต้องรอ! พรรคเพื่อไทยพร้อมรับทุกคำวิจารณ์ และพิสูจน์ด้วยผลงานจริงๆ ในทุกวันค่ะ

ในมุมมองของเรา การที่เพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของนักการเมืองที่คิดถึงประชาชนก่อนตัวเอง สถานการณ์การเมืองไทยที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความขัดแย้งมานาน ถ้าการร่วมมือแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ประเทศเราก็จะก้าวหน้าขึ้นเยอะเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ การปฏิรูป หรือแม้แต่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่เลือกเพื่อไทยมั่นใจได้เลยค่ะ ว่าคะแนนเสียงของทุกคนจะไม่สูญเปล่าแน่นอน เราจะทำงานหนักเพื่อผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงๆ

ความเห็นส่วนตัว: การตัดสินใจเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยให้ดีขึ้น คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? เชิญแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะคะ อย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองและนโยบายเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ชี้ เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน เดินหน้านโยบายไม่ได้ เข้าร่วมรัฐบาลเพื่อรับผิดชอบเสียงประชาชน

ปชน. จ่อยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ปชน. จ่อยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมทำบาร์โค้ดไว้ในบัตรเลือกตั้ง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมากในขณะนี้ หลังจากที่พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ประกาศชัดเจนว่าจะดำเนินการทางกฎหมายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากปัญหาการพิมพ์บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเปิดช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตเลือกตั้งได้

ปชน. จ่อยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมทำบาร์โค้ดไว้ในบัตรเลือกตั้ง

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถใช้ติดตามหรือระบุต้นขั้วบัตรได้นั้น ถือเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ขัดต่อหลักการเลือกตั้งลับ และอาจส่งผลกระทบต่อความสุจริต เที่ยงธรรมของการเลือกตั้งในอนาคต กกต. ได้สรุปชัดเจนแล้วว่าบาร์โค้ดสามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิได้ในเชิงทฤษฎี ซึ่งไม่ใช่เรื่องของความยากง่ายในการตรวจสอบการลงคะแนน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้มีการแทรกแซง เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง หรือการบังคับให้ผู้มาใช้สิทธิแจ้งเลขต้นขั้วแก่หัวคะแนน

ภาพประชุมพรรคประชาชน

แม้ กกต. จะอ้างว่าใส่บาร์โค้ดเพื่อความปลอดภัย แต่พรรคประชาชนมองว่ามันกลับสร้างช่องทางให้เกิดการไม่โปร่งใส โดยเฉพาะหากข้อมูลรั่วไหล จะทำให้ทราบว่าประชาชนลงคะแนนให้พรรคใด สร้างความได้เปรียบ-เสียเปรียบทางการเมืองได้ง่ายดาย นายพริษฐ์ ย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนผลเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนและให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ

ช่องโหว่บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง: ภัยร้ายต่อประชาธิปไตย

ปัญหาบาร์โค้ดนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะหากมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ที่ทุจริต สามารถถ่ายภาพบัตรต้นขั้วได้ง่ายๆ แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่หากเข้าถึงเลขต้นขั้วได้ ก็เสี่ยงต่อการถูกติดตามการลงคะแนน พรรคประชาชนจึงมอบหมายให้ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรื่อง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อ กกต. และเลขาธิการ กกต. ในข้อหาละเว้นหน้าที่

ภาพนายพริษฐ์ วัชรสินธุ
  • บาร์โค้ดช่วยระบุต้นขั้วบัตรได้ ทำให้ไม่เป็นการเลือกตั้งลับ
  • เสี่ยงต่อการซื้อสิทธิขายเสียง โดยใช้เลขต้นขั้วตรวจสอบ
  • อาจกระทบการเลือกตั้งครั้งหน้า หากข้อมูลรั่วไหล
  • กกต. ละเว้นหน้าที่ ไม่ป้องกันช่องโหว่นี้

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการตรวจสอบระบบเลือกตั้งให้โปร่งใส พรรคประชาชนยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการประชาธิปไตย หากปล่อยไว้ อาจเกิดการทุจริตซ้ำซากได้

ในมุมมองของเรา การเลือกตั้งต้องสุจริต 100% ชาวเน็ตและนักการเมืองหลายฝ่ายเห็นด้วยกับ ปชน. จ่อยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมทำบาร์โค้ดไว้ในบัตรเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคล้ายๆ กันในอนาคต คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะนะครับ

ที่มา – ปชน. จ่อยื่นฟ้อง กกต.-เลขาฯ ผิด ม.157 ปมทำบาร์โค้ดไว้ในบัตรเลือกตั้ง

ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล เลือกตั้ง 69 ไม่โปร่งใส

ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล เลือกตั้ง 69 ไม่โปร่งใส

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคไทยสร้างไทย หรือ ทสท. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยนายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ร่วมกับนายภัชริ นิจสิริภัช และนายโรจนินท์ ศิริเบญญาภิรมย์ เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อ 3 ศาลหลัก ได้แก่ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ กรณี ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล เลือกตั้ง 69 ไม่โปร่งใส ซึ่งถือเป็นการทุจริตที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย

พรรคไทยสร้างไทยยืนยันว่าการจัดการเลือกตั้งปี 2569 ของ กกต. มีปัญหาความไม่โปร่งใสหลายประการ โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด และรหัสที่สามารถสืบค้นตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่กำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังพบบัตรเขย่งจำนวนมาก รวมถึงความแตกต่างของจำนวนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในบางเขตที่ห่างกันนับหมื่นใบ ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการทุจริต

หลักฐานสำคัญที่ ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล

จากข้อมูลที่ประชาชนส่งมาให้พรรคไทยสร้างไทย พบปัญหาหลายด้านที่ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของ กกต. เช่น

  • จำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกันในหลายเขตเลือกตั้ง สูงถึงหมื่นใบ
  • ปัญหาการซื้อเสียงที่เป็นข่าว แต่ กกต. ไม่มีการดำเนินการชัดเจน ซึ่งอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
  • บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและรหัสที่เชื่อมโยงกับต้นขั้ว สามารถระบุผู้ลงคะแนนได้ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85
  • การจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามมาตรา 224 ที่กำหนดให้ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม

นายศุชัยวุธ เน้นย้ำสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 41(2)(3) มาตรา 50(1) และมาตรา 51 ที่ให้ประชาชนร้องทุกข์และฟ้องร้องหน่วยงานรัฐเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตย

ทำไม ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล เลือกตั้ง 69 ไม่โปร่งใส ถึงสำคัญ

การเลือกตั้งที่โปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย การที่ กกต. ใช้วิธีการที่อาจละเมิดความลับของคะแนนเสียง สร้างความไม่ไว้วางใจให้กับระบบเลือกตั้งทั้งหมด หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่การทุจริตซ้ำซากในอนาคต พรรคไทยสร้างไทยจึงเรียกร้องให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและส่งหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นบรรทัดฐานสำหรับการเลือกตั้งที่ถูกต้อง

นอกจากประเด็นบาร์โค้ดบนบัตร นายภัชริ ยังชี้ว่าการอ้างของ กกต. ว่าจะเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยนั้นไม่เพียงพอ เพราะกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญที่ห้ามการสืบค้นตัวตนผู้ลงคะแนนเด็ดขาด ปัญหาบัตรเขย่งยังสะท้อนถึงการควบคุมคุณภาพบัตรที่ล้มเหลว ซึ่งอาจเกิดจากการพิมพ์หรือการขนส่งที่ไม่เหมาะสม

ในอดีต การเลือกตั้งไทยเคยมีปัญหาคล้ายกัน เช่น การทุจริตในปี 2550 หรือ 2562 ที่นำไปสู่การยุบพรรคและฟ้องร้องศาล แต่ครั้งนี้ ทสท. มุ่งเน้นการฟ้องหน่วยงานหลักอย่าง กกต. โดยตรง เพื่อสร้างความยุติธรรมให้คะแนนเสียงประชาชนทุกใบ

สิทธิประชาชนในการต่อต้านทุจริตเลือกตั้ง

รัฐธรรมนูญมาตรา 41 ให้อำนาจประชาชนร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ หากพบการประพฤติมิชอบ มาตรา 50 และ 51 ยังปกป้องสิทธิในการพิทักษ์การปกครองระบอบประชาธิปไตย การที่พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานทั่วประเทศ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง

ผู้สนใจสามารถติดตามการอัปเดตคดีได้ที่เว็บไซต์พรรคไทยสร้างไทย หรือร่วมส่งหลักฐานได้ทันที เพื่อช่วยให้การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใสยิ่งขึ้น

สุดท้าย การเลือกตั้ง 2569 ต้องเป็นจุดเริ่มต้นของระบบที่ไร้ทุจริต คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ที่มา – ทสท. จ่อฟ้อง กกต. 3 ศาล จัดการเลือกตั้ง 69 ไม่โปร่งใส ทั้งมีบาร์โค้ด-บัตรเขย่ง ขัด รธน. ชัดเจน

รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาล็อตใหญ่

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสกันเลยนะครับ รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ล็อตใหญ่สุดๆ กว่า 42,451 ชิ้น มูลค่าความเสียหายทะลุ 223 ล้านบาท! เป็นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง ที่ทำให้พวกของปลอมแบรนด์ดังต้องสะดุดยับเยิน

รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาล็อตใหญ่ เกิดขึ้นที่ไหนบ้าง?

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวสุดมันส์นี้ครับ โดยเป็นผลจากการปราบปรามสินค้าละเมิด IP ตามนโยบายรัฐบาล หน่วยงานที่ร่วมมือกันมี กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร และ สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) สถานที่เกิดเหตุคือ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ เขตปลอดอากรศรีราชา จ.ชลบุรี และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ช่วง 13 ม.ค. – 6 ก.พ. 2569

สินค้าที่โดนยึดส่วนใหญ่เป็นของปลอมแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Dior, Gucci, Prada, Balenciaga อะไรแบบนี้เลยครับ ประเภทกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม โช้คอัพรถ ผ้าเบรก และโคมไฟโซลาร์ไลท์ พวกนี้ไม่ใช่แค่ปลอมลิขสิทธิ์ แต่บางชิ้นยังไม่มีมาตรฐาน อาจอันตรายต่อผู้ใช้ได้นะ

รายละเอียดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกจับกุม

  • กระเป๋าและรองเท้าแบรนด์หรู: ปลอมยับ ลายเหมือนของจริงแต่คุณภาพห่วย
  • นาฬิกาและน้ำหอม: กลิ่นและงานไม่เหมือนต้นฉบับ
  • ชิ้นส่วนรถยนต์: โช้คอัพ ผ้าเบรก ไร้มาตรฐาน ใช้แล้วเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • โคมไฟ Solar: อาจระเบิดหรือไฟไหม้ได้ง่าย

นี่แหละครับที่ทำให้มูลค่าเสียหายพุ่งสูงขนาดนี้ เพราะของพวกนี้ถ้าขายในตลาด จะกระทบเศรษฐกิจจริงจัง

ผลงานปราบปรามทั้งปีงบ 2569 ของกรมศุลกากร

ไม่ใช่แค่ล็อตนี้เท่านั้นนะ กรมศุลกากรปราบปรามไปแล้ว 38 คดี ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 – 6 ก.พ. 2569 มูลค่าเสียหายรวมกว่า 885 ล้านบาท! ตามกฎหมาย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534, พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์, และประกาศห้ามนำเข้าของปลอม พ.ร.บ.แสดงกำเนิดเท็จ ฯลฯ ของพวกนี้เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าเด็ดขาด

รัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานทำงานเชิงรุก ตรวจเข้มทุกด่าน ชาวไทยอย่างเราก็ช่วยได้นะ ถ้าพบของปลอม สามารถแจ้งเบาะแสได้เลย

ทำไมรัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาถึงสำคัญ?

การละเมิด IP ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ มันทำลายชื่อเสียงแบรนด์ สูญเสียรายได้ภาษี และที่สำคัญ ผู้บริโภคอย่างเราซื้อของปลอมไป อาจได้ของห่วยๆ แถมอันตรายอีก เช่น ชิ้นส่วนรถที่ไม่มีมาตรฐาน ใช้แล้วรถพัง แถมเสี่ยงชีวิต ช่วยปกป้องเศรษฐกิจไทย รักษางานให้ผู้ผลิตจริง และให้เราซื้อของแท้ได้อย่างสบายใจ

นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติ เพราะหลายประเทศจับตาเรื่องนี้ ถ้าเราปราบปรามดี จะดึงดูดการลงทุนจากแบรนด์ดังได้มากขึ้น

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าตลาดเต็มไปด้วยของปลอม แบรนด์จริงจะกล้ามาลงทุนไหม? รัฐบาลเลยต้องเข้มงวดแบบนี้แหละ

วิธีตรวจสอบสินค้าปลอม หลีกเลี่ยงการซื้อของเถื่อน

  • เช็คโลโก้และ stitching ให้ละเอียด
  • ซื้อจากร้าน官方หรือเว็บไซต์จริง
  • ใช้แอปตรวจสอบ QR code ของแบรนด์
  • ราคาถูกเกินจริง มักเป็นของปลอม

สุดท้ายนี้ ขอชวนทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็น รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่เรื่องของรัฐอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่เราด้วย สามารถแจ้งได้ที่ กองปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร 02-547-4702 หรือสายด่วน 1368 เว็บ www.ipthailand.go.th มาช่วยกันปราบของปลอม สร้างไทยให้ดีขึ้นนะครับ!

การปราบปรามแบบนี้จะช่วยให้ตลาดสะอาดขึ้น ผู้บริโภคปลอดภัย และเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยสิ

ที่มา – รัฐบาลจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาล็อตใหญ่ กว่า 42,451 ชิ้น มูลค่าเสียหายกว่า 223 ล้านบาท

“อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุทายาแลนด์สไลด์

สวัสดีครับชาวอยุธยาและแฟนข่าวการเมืองทุกท่าน! วันนี้เรามีเรื่องฮา ๆ และอบอุ่นใจมาฝากกัน จากเหตุการณ์สุดประทับใจเมื่อ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยกวาดชัยชนะแบบถล่มทลาย ครองทุกเขตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยทีเดียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมทีมงานแกนนำอย่างนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, นายวราวุธ ศิลปอาชา และว่าที่ ส.ส. แต่ละเขต ขึ้นขบวนรถแห่โบกมือไหว้ขอบคุณชาวอยุธยาที่ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลาม

“อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์

เวลา 19.15 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 (เช็คปีนะครับ 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ที่อยุธยา บรรยากาศคึกคักมาก ขบวนรถแห่เคลื่อนตัวไปตามถนน ชาวบ้านทั้งสองฝั่งทางโบกมือต้อนรับ นายอนุทินยิ้มแย้มทักทายอย่างเป็นกันเอง เรียกได้ว่าความนิยมพุ่งปรี๊ด! โดยเฉพาะเด็กเจน Z ที่กรี๊ดลั่น รุมขอเซลฟี่กันใหญ่ นึกภาพตามนะครับ พี่ ๆ เจน Z วิ่งกรูกันมา นายกฯ ยิ้มแก้มปริ ถ่ายรูปร่วมกันสนุกสุด ๆ ด้านกลุ่ม อสม. อยุธยาก็ไม่ยอมแพ้ ตะโกนบอกรักนายกฯ ดังลั่น “อสม. รักนายกฯ!” ก่อนจะถ่ายรูปหมู่กันอย่างอบอุ่น

หลังจากนั้น คณะของนายอนุทินก็ลงเดินตลาดนัดทางเข้างาน “ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” ถ่ายรูปทักทายประชาชนแบบใกล้ชิด สักการะศาลหลักเมืองพระนครศรีอยุธยา แล้วก็เดินเล่นตลาด ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ ในงาน นายอนุทินยังกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของอยุธยาในอดีตอีกด้วยนะครับ ว่าเป็นราชธานีมานาน 419 ปี ศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม ติดต่อกับนานาชาติ สร้างเอกลักษณ์สยามที่งดงาม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะ ผังเมือง ล้วนสะท้อนภูมิปัญญาบรรพชน โดยเฉพาะการใช้แม่น้ำล้อมเมืองทั้งคมนาคม เลี้ยงชีวิต และป้องกันตัว ฉลาดล้ำจริง ๆ!

แวะบูธโรงพักอโยธยา ถ่ายป้าย “รักเมียมาก” สุดฮา

ไฮไลต์ที่ฮามาก ๆ คือตอนที่ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ แล้วแวะบูธโรงพักอโยธยา เซ็นชื่อในบันทึกประจำวัน แล้วถ่ายรูปคู่กับป้ายดัง “รักเมียมาก”! นายอนุทินยืนโพสต์ท่ากับภริยา ยิ้มกว้าง สร้างสีสันให้งานคึกคักยิ่งขึ้น ภาพนี้กลายเป็นไวรัลทันที ชาวเน็ตแซวกันยกใหญ่ ว่า “รักเมียมากจริง ๆ นะท่านรองฯ” แสดงให้เห็นด้านชิล ๆ น่ารักของนักการเมืองรุ่นใหญ่

สำหรับว่าที่ ส.ส. อยุธยา 5 เขต จากพรรคภูมิใจไทย ที่สร้างประวัติศาสตร์แลนด์สไลด์ครั้งนี้ มีดังนี้:

  • เขต 1: นายทรงพล สุขสมบูรณ์ หรือ “ส.จ.เบียร์”
  • เขต 2: นายนพ ชีวานันท์
  • เขต 3: นางสาวพิมพฤดิ์ ตันจรารักษ์
  • เขต 4: นายคงกฤช รามศักดิ์
  • เขต 5: นายประดิษฐ์ สังขจาย

ทีมนี้แกร่งมาก สะท้อนฐานเสียงที่เหนียวแน่นของพรรคในพื้นที่ประวัติศาสตร์อย่างอยุธยา ไม่ใช่แค่ชนะ แต่ชนะแบบขาดลอย!

อนุทิน แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์
ภาพบรรยากาศอนุทินกับชาวอยุธยา
อนุทิน ถ่ายเซลฟี่กับเจน Z
กลุ่ม อสม. รักนายกฯ
นายอนุทินกับป้ายรักเมียมาก
ว่าที่ ส.ส. อยุธยา
ขบวนรถแห่พรรคภูมิใจไทย

เหตุการณ์ “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์ นี้ ไม่ใช่แค่การขอบคุณ แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีพลังในภาคกลาง โดยเฉพาะพื้นที่วัฒนธรรมอย่างอยุธยา การที่เจน Z และ อสม. รักและสนับสนุนขนาดนี้ แสดงถึงนโยบายที่ตอบโจทย์ทุกวัย ในอนาคต พรรคคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

คุณคิดยังไงกับเหตุการณ์นี้? คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อน ๆ รับรู้บรรยากาศสุดมันส์! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบเป็นกันเองได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – “อนุทิน” แห่รถขอบคุณอยุธยาแลนด์สไลด์-แวะบูธโรงพักอโยธยา ถ่ายป้าย “รักเมียมาก”

เพื่อไทยเปลี่ยนโลโก้ใหม่สีน้ำเงิน ยิ้มโพสต์จุลพันธ์ป่วย

ในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ มีข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวสำคัญของพรรคในการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข่าวนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการปรับภาพลักษณ์ของพรรคเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นด้านมนุษย์ของนักการเมืองด้วย

เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 พรรคเพื่อไทยได้ทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรคอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่ใช้พื้นสีแดงกับตัวอักษรสีขาว กลับมาใช้อีกครั้งกับโลโก้พื้นสีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน พร้อมลายธงชาติตรงกลางตัวอักษร ซึ่งคล้ายกับที่เคยใช้ในปี 2563 การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพอดีกับวันที่พรรคประกาศพร้อมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย โดยเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง และเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลใหม่

หลายคนมองว่าการเปลี่ยนโลโก้สู่สีน้ำเงินนี้ เป็นสัญญาณของการปรับตัวให้เข้ากับพันธมิตรใหม่ สีน้ำเงินที่สื่อถึงความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความสงบ อาจช่วยเสริมภาพลักษณ์ของพรรคในสายตาประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองไทยกำลังเข้าสู่โหมดจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน: ด้านมนุษย์ของหัวหน้าพรรค

ในขณะเดียวกัน ข่าวที่สร้างความฮือฮาอีกด้านหนึ่งคือ โพสต์จากนางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หรือ “ยิ้ม” อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นภรรยาของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เธอได้โพสต์ภาพสามีขณะนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล พร้อมลูกโป่งรูปหัวใจ และข้อความว่า “วันนี้หัวหน้าพรรคไม่สบาย Influenza B เล่นงาน ปีนี้ดอกไม้ไม่ต้อง ขอแค่หายป่วยเร็ว ๆ ก็พอ ปกติดูแลหลายคน วันนี้ขอให้ได้พักให้เต็มที่บ้างนะคะ หายไว ๆ ค่ะ”

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ที่เล่นงานหัวหน้าพรรคในช่วงเวลาสำคัญนี้ ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ แม้จะเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่านักการเมืองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ป่วยไข้ได้ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่โรคนี้ระบาดหนัก

  • ประวัติโลโก้พรรคเพื่อไทย: โลโก้สีแดง-ขาว ใช้ช่วงหลังเพื่อแสดงความเข้มแข็ง แต่การกลับสู่น้ำเงิน-ขาว อาจบ่งบอกถึงการเริ่มต้นใหม่
  • ความหมายสีน้ำเงิน: สื่อถึงความโปร่งใส ความเชื่อถือได้ เหมาะกับการร่วมรัฐบาล
  • สถานการณ์สุขภาพ: Influenza B อาการรุนแรง รักษาด้วยยาต้านไวรัสและพักผ่อน
  • ผลกระทบต่อการเมือง: ไม่น่าจะกระทบการตัดสินใจจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากทีมงานยังแข็งแกร่ง

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคใหญ่ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่มั่นคงมากขึ้น ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่า เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน เป็นสัญญาณบวกที่ผสมผสานระหว่างการเมืองและชีวิตส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์จากโซเชียลมีเดียว่า การโพสต์ของ “ยิ้ม” ช่วยสร้างภาพลักษณ์อบอุ่นให้กับพรรค ทำให้ประชาชนเห็นด้านอ่อนโยนของผู้นำ ไม่ใช่แค่นักการเมืองหักเหลี่ยมเฉือนคมเท่านั้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนโลโก้ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ SEO การเมืองที่ชาญฉลาด ช่วยให้พรรคดูสดชื่นและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ขณะที่เรื่องสุขภาพของนายจุลพันธ์ เตือนใจว่าการเมืองต้องคำนึงถึงสุขภาพด้วย หากหัวหน้าป่วย ทีมงานต้องช่วยกันสานต่อ

คุณคิดอย่างไรกับข่าว เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – เพื่อไทย เปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นสีน้ำเงิน- “ยิ้ม” โพสต์ภาพ “จุลพันธ์” ป่วยไข้หวัดใหญ่เล่นงาน

Scroll to top