ข่าวการเมืองไทย

เดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่ม 5 รายการใหม่

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเจอปัญหาข้าวของราคาแพงกันอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีข่าวดีที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเพื่อดูแลพวกเราทุกคน ด้วยการประกาศมาตรการเดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาเอาเปรียบหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเกินความจำเป็นครับ

เดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน

เหตุผลหลักที่รัฐบาลต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้ เพราะต้องการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้เห็นชอบให้มีรายการสินค้าควบคุมรวม 66 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 61 รายการ และบริการอีก 5 รายการ ซึ่งครอบคลุมชีวิตประจำวันของเราแทบทั้งสิ้นครับ

รายละเอียดสินค้าใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามา

นอกจากรายการเดิมที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลได้ตัดสินใจเพิ่มรายการสินค้าใหม่ 5 รายการเพื่อให้การดูแลครอบคลุมยิ่งขึ้น ดังนี้ครับ:

  • กากถั่วเหลือง
  • ปลากะพงขาว
  • มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์
  • ซีอิ๊ว
  • น้ำปลา

สังเกตได้ว่าการแยกซีอิ๊วและน้ำปลาออกมาจากกลุ่มซอสปรุงรส จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบราคาได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้นครับ การเดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน ในครั้งนี้ ไม่ได้ทำเพื่อกดดันผู้ค้าฝ่ายเดียว แต่เน้นให้เกิดความสมดุลระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และคนซื้ออย่างพวกเราครับ

รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เป็นเครื่องมือหลักในการติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการขายเกินราคาหรือกักตุนสินค้าจนของขาดแคลน สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากในช่วงที่เศษฐกิจมีความผันผวนแบบนี้ครับ

สุดท้ายนี้ ในมุมมองของผม มาตรการ เดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ แต่อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของผู้บริโภคอย่างเราในการแจ้งเบาะแสหากพบการขายสินค้าที่เอาเปรียบ ก็เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้มาตรการนี้ได้ผลจริงในระยะยาวครับ ใครคิดเห็นอย่างไรหรือพบเจอร้านที่ขายของแพงเกินจริง อย่าลืมช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคมที่ดีขึ้นของเรานะครับ

ที่มา – เดินหน้าคุมราคาสินค้า-บริการ 66 รายการ เพิ่มสินค้าใหม่ 5 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน

มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น

มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทยเมื่อล่าสุดมีคำสั่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับเรื่อง มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งย้าย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ออกจากตำแหน่งเดิมเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส หลังจากพบข้อมูลความไม่ชอบมาพากลในการจัดสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

เบื้องลึกคำสั่ง มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น

สืบเนื่องมาจากการขยายผลของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจ บก.ปปป. ที่ได้เข้าตรวจค้นและจับกุมขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นอย่างมาก การทุจริตในครั้งนี้มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 4.5 พันล้านบาท ทำให้กระทรวงมหาดไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่อสะสางปัญหาและกู้คืนความศรัทธาของหน่วยงานภาครัฐกลับมาให้เร็วที่สุด

รายละเอียดในคำสั่งระบุว่าการย้ายครั้งนี้เป็นการให้ไปประจำที่กระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว เพื่อความเรียบร้อยของทางราชการ โดยต้องจับตามองต่อไปว่ากระบวนการสอบสวนจะสาวไปถึงใครอีกบ้าง เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นระดับโครงสร้างที่ต้องได้รับความกระจ่างจากสังคม

  • สาเหตุหลัก: การพบหลักฐานการทุจริตในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
  • ผลกระทบ: กระทบความเชื่อมั่นประชาชนต่องานบริหารงานบุคคลของกระทรวงมหาดไทย
  • ขั้นตอนต่อจากนี้: รอการตรวจสอบเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกระบวนการยุติธรรม

สำหรับท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเป็นเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทยในการบริหารจัดการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางกระทรวงกำลังเร่งดำเนินการจัดการปัญหาภายในอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทุจริตคอร์รัปชันในอนาคต

สุดท้ายแล้ว การที่เกิดเหตุการณ์ มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นสัญญาณเตือนใจข้าราชการทุกคนว่า ความยุติธรรมและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการรับราชการ หากประชาชนเสื่อมศรัทธาแล้ว การเรียกความเชื่อมั่นกลับมานั้นยากยิ่งกว่าสิ่งใดครับ

ที่มา – มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า “ธีรุตม์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ่นปมทุจริตสอบท้องถิ่น

“ไอติม” ลั่น ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ ชี้ ถ้าชะลอร่างแก้ รธน. อาจเสร็จไม่ทันปี 72

ความเข้มข้นของการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรทวีคูณขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “ไอติม” ลั่น ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ ชี้ ถ้าชะลอร่างแก้ รธน. อาจเสร็จไม่ทันปี 72 โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเชิงรุกในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นงบประมาณและกระบวนการยุติธรรมที่สังคมให้ความสนใจ

“ไอติม” ลั่น ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ ชี้ ถ้าชะลอร่างแก้ รธน. อาจเสร็จไม่ทันปี 72

ในการให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ได้เปิดเผยถึงแผนการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 โดยมุ่งเน้นไปที่โครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ซึ่งมีข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสและพิรุธในทีโออาร์ที่ไม่ต่างจากโครงการในกระทรวง อว. และ ศธ. ที่ผ่านมา การตั้งคำถามนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า “ไอติม” ลั่น ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ ชี้ ถ้าชะลอร่างแก้ รธน. อาจเสร็จไม่ทันปี 72 แม้รัฐบาลจะพยายามบ่ายเบี่ยงในหลายประเด็น แต่พรรคประชาชนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มกำลัง

ประเด็นร้อนที่ต้องจับตา: จากรัฐธรรมนูญสู่โครงการเมกะโปรเจกต์

สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์แสดงความกังวลว่าหากมีการชะลอเวลาเพื่อรอร่างจากภาคประชาชนมากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาจนไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2572 ได้ อย่างไรก็ตาม ทางพรรคยืนยันในหลักการเดิมคือการผลักดัน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100%

นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังจ่อคิวตรวจสอบใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่:

  • ความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.
  • การดำเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีคดีซุกหุ้น
  • การสอบสวนอธิบดีกรมการปกครอง
  • ความโปร่งใสในโครงการ TH-AI Passport

การยืนยันของนายพริษฐ์สะท้อนให้เห็นว่าในระบอบประชาธิปไตย หน้าที่ของฝ่ายค้านไม่ใช่เพียงแค่คัดค้าน แต่คือการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผ่านการตรวจสอบงบประมาณและนโยบายรัฐที่ดูมีความผิดปกติ การเมืองไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะตอบคำถามเหล่านี้อย่างไร เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา

ที่มา – “ไอติม” ลั่น ไม่มีอะไรหยุดยั้งฝ่ายค้านตรวจสอบ ชี้ ถ้าชะลอร่างแก้ รธน. อาจเสร็จไม่ทันปี 72

ดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ตหรูรุกที่อุทยานสิรินาถ – หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เดือนหน้า

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวความคืบหน้าเรื่องการทวงคืนผืนป่าและพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ตกันมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว โดยล่าสุดได้มีความเคลื่อนไหวสำคัญจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับแผนการดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ตหรูรุกที่อุทยานสิรินาถ – หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เดือนหน้า ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความหวังให้แก่ประชาชนที่ต้องการเห็นผืนป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริง

ดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ตหรูรุกที่อุทยานสิรินาถ – หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เดือนหน้า

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า หลังจากการตรวจสอบและพิจารณาคำอุทธรณ์ของผู้ประกอบการที่รุกที่อุทยาน ทางกระทรวงได้มีคำสั่งตีตกคำอุทธรณ์ดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการติดหมายประกาศสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำในบริเวณหาดนุ้ยแล้ว ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

รายละเอียดการปฏิบัติงานทวงคืนพื้นที่

สำหรับแผนการดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ตหรูรุกที่อุทยานสิรินาถ – หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เดือนหน้า นั้น ไม่ได้เน้นแค่เพียงหาดนุ้ยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงพื้นที่ข้างเคียงอีกด้วย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้
  • การขยายผลตรวจสอบในหาดฟรีด้อมและหาดอื่นๆ ที่มีหลักฐานการบุกรุก
  • การประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อตรวจสอบโฉนดที่มิชอบ
  • กรณี ส.ค. บิน ที่ศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้ว

รัฐมนตรีได้ย้ำชัดเจนว่า การดำเนินการนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความผิดพลาดเรื่องการทำลายทรัพย์สิน ก่อนที่จะมีการรื้อถอนจริงจะต้องผ่านกระบวนการเพิกถอนโฉนดให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเสียก่อน โดยในขณะนี้มีการรวบรวมหลักฐานและเลขที่โฉนดเพื่อส่งให้กรมที่ดินดำเนินการขั้นเด็ดขาดแล้ว

หลายคนอาจมีความกังวลใจว่า จะมีอิทธิพลมืดเข้ามาแทรกแซงหรือวิ่งเต้นเพื่อขอผ่อนผันหรือไม่ แต่คำยืนยันจากรัฐมนตรีคือ “ไม่มีผู้มีอิทธิพล ไม่มีใครใหญ่กว่าประชาชน” ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันดีที่สะท้อนว่าภาครัฐเอาจริงกับการกอบกู้พื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ตให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติอีกครั้ง

ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการจัดการกับปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ หากการดำเนินการในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก็จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการจัดการกับพื้นที่รุกอุทยานทั่วประเทศให้หมดไป เพื่อคืนทัศนียภาพที่สวยงามและธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไปครับ

ที่มา – ดีเดย์รื้อถอนรีสอร์ตหรูรุกที่อุทยานสิรินาถ – หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต เดือนหน้า

นายกฯ สั่งฟาดโกงสอบท้องถิ่น พร้อมแจง F-16 บินฝึกซ้อม

นายกฯ สั่งฟาดโกงสอบท้องถิ่น พร้อมแจง F-16 บินฝึกซ้อม

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนหยิบยกมาพูดถึงกันหนาหูในช่วงนี้ เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเห็นเครื่องบินขับไล่ F-16 ทะยานขึ้นบินกลางดึกบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนไม่น้อย ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาคลายความกังวลในประเด็นนี้ทันทีว่า นายกฯ สั่งฟาดโกงสอบท้องถิ่น พร้อมแจง F-16 บินฝึกซ้อม โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรน่ากังวล เป็นเพียงแค่การฝึกซ้อมตามภารกิจปกติของกองทัพเท่านั้น

มาตรการเด็ดขาดจัดการการทุจริต

นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากนั่นคือ กรณีที่มีการจับกุมขบวนการทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยท่านนายกฯ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของท่านจะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ท่านกล่าวว่าเรื่องนี้ต้อง นายกฯ สั่งฟาดโกงสอบท้องถิ่น พร้อมแจง F-16 บินฝึกซ้อม เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมให้แก่ผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจจริง โดยได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่และเฉียบขาดที่สุด

การทุจริตในการสอบเข้ารับราชการไม่ใช่เพียงแค่การกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นการทำลายความหวังของคนรุ่นใหม่ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอ่านหนังสือเพื่ออนาคต การที่รัฐบาลประกาศจุดยืน นายกฯ สั่งฟาดโกงสอบท้องถิ่น พร้อมแจง F-16 บินฝึกซ้อม ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการจัดการกับปัญหาการคอร์รัปชันในแวดวงข้าราชการไทย

ให้กำลังใจเยาวชนไทยในเวทีโลก

ในอีกมุมหนึ่ง นายกรัฐมนตรียังได้ให้โอวาทแก่วงดุริยางค์จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี ที่เตรียมตัวไปแข่งขันดนตรีโลก ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยท่านยังได้แบ่งปันประสบการณ์ในสมัยที่ท่านเคยเป็นสมาชิกวงดนตรี และฝากให้เด็กๆ ทุกคนมีความมั่นใจ ใส่ให้เต็มที่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย นับว่าเป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนได้เป็นอย่างดี

  • การฝึกซ้อมของกองทัพเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนก
  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสอบแข่งขัน
  • การสนับสนุนเยาวชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

ท้ายที่สุด การทำงานของรัฐบาลในหลายมิตินี้ สะท้อนให้เห็นว่าในขณะที่ต้องดูแลเรื่องความมั่นคงของชาติ นายกรัฐมนตรีก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจกับปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพบนเวทีระดับสากล เราคงต้องจับตากันต่อไปว่ามาตรการการจัดการทุจริตจะเข้มข้นขึ้นเพียงใดในอนาคต แต่เชื่อว่าการเอาจริงเอาจังในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบสอบราชการไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – นายกฯ บอกไม่มีอะไร แค่ฝึกซ้อม หลัง F-16 ขึ้นบินกลางดึก สั่งฟาดเต็มที่ “โกงสอบท้องถิ่น”

“รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

“รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที หลังจากที่มีรายงานข่าวถึงความคืบหน้าของคดี Forex-3D ซึ่งมีการพาดพิงถึงบุคคลสำคัญในสภา ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง หรือเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อหวังผลบางอย่างกันแน่

เบื้องลึกการเปิดเผยข้อมูล: “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มิใช่การจงใจกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองแต่อย่างใด

ทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า การที่ชื่อของ นายภาวุธ เข้าไปเกี่ยวข้องกับ “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง นั้น เป็นเพียงการทำงานตามห้วงเวลาปกติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครหรือสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม

  • การสอบสวนดำเนินไปตามขั้นตอนของ DSI
  • ยังไม่มีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในขณะนี้
  • รัฐมนตรียืนยันไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคประชาชนที่ต้องออกมาชี้แจงต่อประชาชนให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของพรรค โดยทางพรรคประชาชนเองมองว่าการเปิดเผยข้อมูลชื่อของ สส. ก่อนที่จะรู้ผลสอบสวนแน่ชัด อาจมีนัยยะบางอย่างที่ดูเหมือนการพยายามทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การทำงานของหน่วยงานยุติธรรมควรเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือสังคมที่รอฟังความจริง หากคดีนี้สามารถสรุปได้อย่างกระจ่าง ก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นไร้อคติจริงๆ

หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะพลเมืองที่ใส่ใจเรื่องการเมืองและกระบวนการยุติธรรมครับ

ที่มา – “รุทธพล” ย้ำเปิดชื่อ “ภาวุธ” สส.ปชน. เอี่ยวคดี Forex ปัดดิสเครดิตการเมือง

จัดการปม ค่าไฟแฝง ต้องหาผู้ชำระแทน โดยไม่บวกค่า FT

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมบิลค่าไฟแต่ละเดือนถึงดูสูงผิดปกติกันบ้างใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่พูดถึงกันในวงกว้าง เมื่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ทางรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเร่งแก้ไขปัญหาเรื่อง จัดการปม ค่าไฟแฝง ต้องหาผู้ชำระแทน โดยไม่บวกค่า FT เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนโดยตรง

จัดการปม ค่าไฟแฝง ต้องหาผู้ชำระแทน โดยไม่บวกค่า FT

ปัญหาเรื่องค่าไฟส่องสว่างริมทางและไฟสาธารณะที่แฝงมากับบิลค่าไฟบ้านของประชาชนนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งนายพิพัฒน์ยอมรับว่าเป็นความจริงที่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถูกผลักภาระมาให้ผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะค่าไฟจากทางหลวงชนบทที่ปีหนึ่งสูงถึง 10,000 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ

แนวทางการแก้ไขปัญหา ค่าไฟแฝง อย่างยั่งยืน

นายกฯ ได้กำชับให้กระทรวงพลังงานและกระทรวงคมนาคมหาทางออกที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระส่วนนี้อีกต่อไป โดยแนวทางที่กำลังพิจารณามีดังนี้ครับ:

  • การเปลี่ยนมาใช้หลอด LED: กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการเปลี่ยนโคมไฟบนถนนให้เป็นระบบ LED เพื่อช่วยประหยัดพลังงานลงได้ถึง 40-50% ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการลดต้นทุนค่าไฟภาพรวม
  • การหาแหล่งงบประมาณใหม่: รัฐบาลกำลังหารือกับสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเพื่อหาผู้ชำระแทนที่เหมาะสม ไม่ใช่ผลักภาระไปให้ประชาชนผ่านค่า FT
  • ความรับผิดชอบในระดับนโยบาย: รัฐบาลมุ่งเน้นการจัดการระบบให้มีความโปร่งใส ไม่ให้ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางมาแฝงอยู่ในบิลครัวเรือนอีกต่อไป

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐออกมาให้ความสำคัญและพยายาม จัดการปม ค่าไฟแฝง ต้องหาผู้ชำระแทน โดยไม่บวกค่า FT ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เพราะนี่คือการคืนความยุติธรรมให้กับผู้ใช้ไฟทั่วประเทศ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนระบบอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว จะช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้มากน้อยเพียงใด และหวังว่าการบริหารจัดการงบประมาณครั้งนี้จะมีความโปร่งใสและเห็นผลในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” เผย นายกฯ สั่งเร่งจัดการปม “ค่าไฟแฝง” ต้องหาผู้ชำระแทน โดยไม่บวกอยู่ในค่า FT

ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ขับเคลื่อนประเทศ

เชื่อเลยว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวที่น่าตื่นเต้นเมื่อรัฐบาลประกาศเดินหน้าเต็มตัว โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชี้ให้เห็นว่า พลังของผู้หญิงคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี อย่างเป็นรูปธรรม

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายในโครงการ W-Unity โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสตรีที่มีต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ขานรับนโยบายนี้ทันที โดยเตรียมใช้สื่อรัฐทั้งหมดขยายสารไปยังผู้นำสตรีในทุกระดับทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลเชื่อมั่นในแนวคิด “ผู้หญิงก้าวหน้า ประเทศก้าวหน้า” อย่างแท้จริง

พลังของ ศุภมาส รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี ผ่านพลังโซเชียลและสื่อรัฐ

ไม่เพียงแค่การพูดบนเวทีเท่านั้น แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่านโยบายเหล่านี้จะเข้าถึงมือชาวบ้านในระดับตำบล โดยมีการวางแผนงานที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • นำสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และสื่อภายใต้กรมประชาสัมพันธ์เข้ามาสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
  • ใช้ช่อง 9 MCOT HD ถ่ายทอดความสำเร็จของผู้นำสตรีต้นแบบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนในพื้นที่
  • จัดทำเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาชีพ การคุ้มครองความปลอดภัย และการสนับสนุนสวัสดิการสตรีแบบครบวงจร

นางสาวศุภมาสกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นแม่หรือผู้ดูแลครอบครัว แต่พวกเธอคือผู้ประกอบการและผู้นำชุมชนที่มีศักยภาพสูง การที่ภาครัฐเข้ามาเชื่อมโยงจะเป็นสะพานที่ช่วยให้ผู้หญิงไทยก้าวข้ามทุกข้อจำกัดได้” สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จริงจังกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงแสดงศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจฐานราก หรือการตัดสินใจในระดับนโยบาย

นอกเหนือจากงานนโยบายแล้ว การที่รัฐบาลยังคงสนับสนุนงาน OTOP Midyear ก็เป็นอีกสิ่งที่พิสูจน์ว่าผู้หญิงในชุมชนคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยจริงๆ การที่ผู้นำสตรีทั่วประเทศได้รับฟังและรู้ถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ย่อมส่งผลให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวไทยดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ท้ายที่สุด การขับเคลื่อนนโยบายนี้ไม่ได้จบลงแค่การสื่อสาร แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อผู้หญิงได้รับโอกาส สังคมไทยจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น หากใครที่เป็นผู้นำเครือข่ายสตรี หรือสนใจข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายนี้ อย่าลืมติดตามช่องทางสื่อของรัฐกันให้ดี เพราะความรู้และโอกาสดีๆ กำลังส่งตรงถึงคุณแล้วครับ

ที่มา – “ศุภมาส” รับลูกนายกฯ ยกระดับบทบาทสตรี สั่งสื่อรัฐ ส่งสารถึงผู้นำสตรีทั่วประเทศ

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน สร้างสีสันและเข้าถึงใจพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง พร้อมด้วยทีมรองโฆษกพรรค ได้ลงพื้นที่ลุยตลาดท่าดินแดงเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ตอกย้ำความพร้อม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งพัฒนาเมืองกรุงอย่างยั่งยืน โดย ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมพันสำคัญอย่างคลองสาน พร้อมชูนโยบายที่จะเปลี่ยนเขตคลองสานให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยกว่าเดิม

วิสัยทัศน์ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ว่าที่ สก.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2 ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพื้นที่ 3 ด้านหลักที่จะผลักดันหากได้รับโอกาสกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง:

  • สร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา: เชื่อมต่อคลองสานและสัมพันธวงศ์ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก
  • ขยายรถไฟฟ้าสายสีทอง: ผลักดันให้ไปถึงสถานีประชาธิปก เพื่อเชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง เพิ่มความสะดวกในการสัญจรของคนในเขต
  • พัฒนาโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า: เพิ่มเส้นทางและเที่ยววิ่งเชื่อมสถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ และคลองสาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง ยังได้เชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงร่วมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่านโยบายที่นำเสนอจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและการเดินทางของพี่น้องชาวไทยได้อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทน แต่คือการเลือกอนาคตของเขตคลองสาน หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่ย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเขตอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ชู “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯ เลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์

Scroll to top