ข่าวชลบุรี

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ เกาะขามใหญ่สุดคึกคัก

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้คึกคักสุดๆ โดยเฉพาะที่เกาะขามใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแห่กันมาร่วมงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีเก่าแก่ที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีสุดแปลกที่ใครๆ ก็หลงรัก

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขาม โดยมีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติมาร่วมเพียบ บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่ ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง สร้างบรรยากาศคึกคักไปทั้งเกาะ

ประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำนี้จัดทุกปี เป็นเอกลักษณ์ของคนเกาะขามใหญ่ ห่างจากอำเภอเกาะสีชังแค่ 1 กม. นั่งเรือจากท่าเรือจรินทร์ ศรีราชา มาประมาณ 12 กม. ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น ใครอยากมาเล่นน้ำสงกรานต์แบบแปลกใหม่ต้องที่นี่เลย

กิจกรรมเด็ดในงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ

  • พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ
  • พิธีกองข้าวบวงสรวง
  • การก่อพระเจดีย์ทราย
  • ละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือพาย
  • มวยทะเล และไฮไลต์อุ้มสาวลงน้ำ

ทุกกิจกรรมสนุกสนาน ทำให้ผู้เข้าร่วมหัวเราะร่า ยิ้มแย้มไปทั้งวัน โดยเฉพาะไฮไลต์สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำที่ไม่มีที่ไหนเหมือน มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวเกาะซึ่งเป็นชาวประมงหลักๆ จะหยุดออกทะเลช่วงนี้ พาครอบครัวมารวมตัวกัน

ในวันนี้ หนุ่มๆ หรือผู้ใหญ่บ้านจะเลือกสาวที่ชอบ ขออนุญาตแล้วอุ้มลงทะเล พร้อมอวยพรกัน ขอขมาลาโทษปรับความเข้าใจ ลูกหลานก็อุ้มผู้ใหญ่ลงน้ำเพื่อขอพร สร้างความอบอุ่นในครอบครัว นักท่องเที่ยวหญิงที่มาร่วม ไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ ก็ยอมให้อุ้มแบบไม่ถือสา สนุกกันเต็มที่

ชาวต่างชาติจากหลายประเทศพากันมา ค้างที่เกาะสีชังแล้วมาร่วมงาน ถ่ายรูปอัพโซเชียลให้เพื่อนๆ ดู ประเพณีนี้ดังไกลระดับโลก เพราะความแปลกและวัฒนธรรมโบราณที่ยังคงไว้ ลูกหลานเกาะสีชังที่ทำงานต่างถิ่นก็กลับมาบ้านเกิดทุกปี เพิ่มความคึกคักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เกาะขามใหญ่ยังมีหาดสวย น้ำใส เหมาะพักผ่อน ใครมาสงกรานต์ที่นี่ ได้ทั้งเล่นน้ำ ได้ทั้งเรียนรู้ประเพณีไทยแท้ๆ สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ห้ามพลาด

ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวสงกรานต์ปีหน้า ลองวางแผนมาที่นี่ดู สัมผัสความสนุกแบบดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณจะติดใจ!

ที่มา – นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ” สืบสานประเพณีเก่าแก่ของชุมชน

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้งสุดโรแมนติก

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวความรักสุดน่ารักและโรแมนติกมาฝากกันอีกแล้วนะคะ! คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง เนี่ย กลายเป็นข่าวฮือฮาที่ทำให้หลายคนยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน บินลัดฟ้าจากแดนมะกะโทมามาเซอร์ไพรส์ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี เลยทีเดียว ใครที่ชอบเรื่องรักหวานๆ หรือหลงใหลในความน่ารักของฮิปโปแคระซุปตาร์ “น้องหมูเด้ง” ต้องห้ามพลาดเลยนะ!

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง ฉากหลังสุดเพอร์เฟกต์

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ส่วนแสดงฮิปโปโปเตมัสแคระของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี คู่รักหนุ่มสาวชาวอิตาลีที่เป็นนักท่องเที่ยว ตั้งใจบินตรงมาประเทศไทยเพื่อพบกับน้องหมูเด้งโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ เขาเตรียมเค้กผักสุดพิเศษที่ทำจากผักบุ้ง ฟักทอง แครอท และข้าวโพด ซึ่งเป็นของโปรดของน้องหมูเด้งและคุณแม่โจน่า มอบให้เจ้าหน้าที่นำไปวางไว้

พอเจ้าหน้าที่วางเค้กเสร็จ น้องหมูเด้งก็เดินออกมาอย่างร่าเริงตามสไตล์ซุปตาร์ตัวจริง! กำลังเพลินกินเค้กอยู่นั้น หนุ่มอิตาลีก็คว้าโอกาสทอง จับมือแฟนสาว หยิบแหวนเพชรกับช่อดอกไม้ออกมาคุกเข่าขอแต่งงานทันที ฉากหลังคือภาพน้องหมูเด้งกินของอร่อยอย่างเอ็นดู นักท่องเที่ยวรอบข้างทั้งไทยทั้งต่างชาติปรบมือยินดีกันกึกก้อง บรรยากาศอบอุ่นหัวใจสุดๆ ไปเลยค่ะ

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง

ทำไมคู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้งถึงน่ารักขนาดนี้?

ฝ่ายหญิงชาวอิตาลีเล่าว่า เธอติดตามความน่ารักของน้องหมูเด้งผ่านโซเชียลมีเดียมานาน ชอบที่มันเต้นท่าตายังไงให้คนดูมีความสุข เธอเลยอยากให้วันสำคัญในชีวิตคู่เกิดขึ้นที่นี่ เพื่อให้เต็มไปด้วยพลังบวกและความสุข เหมือนที่หมูเด้งมอบให้โลกใบนี้ ฟังแล้วก็น้ำตาซึมเลยนะคะ รักที่มาพร้อมสัตว์น่ารักแบบนี้ มันพิเศษจริงๆ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก น้องหมูเด้ง ล่ะก็ มันคือฮิปโปโปเตมัสแคระที่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลก จากคลิปเต้นและทำหน้าตาน่ารักๆ ใน TikTok และ Instagram มีผู้ติดตามเป็นล้านๆ เลยนะคะ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวก็เลยกลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตสำหรับสายสัตว์และสายรัก!

เค้กผักให้น้องหมูเด้ง

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมีเสน่ห์มากมาย เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากสร้างโมเมนต์พิเศษ เช่น

  • พื้นที่กว้างใหญ่ สัตว์หลากหลายชนิด เดินเล่นชิลๆ
  • บรรยากาศธรรมชาติ สดชื่น เหมาะถ่ายรูปวิวสวย
  • ใกล้กรุงเทพฯ แค่ 1-2 ชม. ขับรถไปวันเดย์ทริปได้
  • มีโซนกินดื่ม และกิจกรรมสัตว์ใกล้ชิด

ถ้าคุณกำลังหาสถานที่เซอร์ไพรส์แฟน ลองพิจารณาที่นี่ดูนะคะ รับรองโรแมนติกไม่แพ้ต่างประเทศ!

โมเมนต์ขอแต่งงาน

ในความเห็นส่วนตัวนะคะ คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง แบบนี้ มันไม่ใช่แค่เซอร์ไพรส์ แต่เป็นการผสมผสานความรักระหว่างคนกับสัตว์ได้อย่างลงตัว รักที่มาพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้ คงยั่งยืนแน่นอน ใครมีประสบการณ์เซอร์ไพรส์แบบนี้ แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ หรือถ้าอยากไปเที่ยวเขาเขียว ลองเช็คโปรแกรมทริปแล้วไปสร้างความทรงจำของคุณเองเถอะ!

ที่มา – คู่รักชาวอิตาลี บินลัดฟ้าเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน มีซุปตาร์ “หมูเด้ง” เป็นพยานรัก

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิตเหล้าเถื่อนรายใหญ่ชลบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดชลบุรี เมื่อตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่รำคาญกลิ่นและน้ำเสียมานาน การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงทลายแหล่งผลิตผิดกฎหมาย แต่ยังยึดของกลางเพียบเลยทีเดียว มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 โดย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา สวป.สภ.เมืองชลบุรี นำทีมร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต นายปิยวัชร์ วรรณใส หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก บุกตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่กว่า 200 ตารางวา ในหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ที่มาของการบุกครั้งนี้คือการร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ่นเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงหมักและน้ำเสียไหลลงคลองสาธารณะ แม้ก่อนหน้านี้ อบต.หนองข้างคอกเคยมาตรวจแต่เจ้าของบ้านไม่ยอมเปิดประตู คราวนี้จึงรวมกำลังทุกฝ่ายบุกเข้าไปเต็มตัว

ของกลางที่พบจำนวนมหาศาล

จากการตรวจค้น พบโรงหมักเหล้าข้างบ้านและเครื่องกลั่นคุณภาพดี 3 เครื่อง กำลังผลิตเหล้าจากน้ำตาลผสมยีสต์ หมักนาน 14 วัน แล้วกลั่นเป็นเหล้าขาว 30 ดีกรี นอกจากนี้ยังยึดของกลางได้เพียบ ดังนี้

  • ยาดองขนาด 300 มล. จำนวน 72 ขวด
  • ยาดองขนาด 700 มล. จำนวน 32 ขวด
  • สุราขาวแกลลอน 30 ลิตร จำนวน 22 แกลลอน
  • สุราขาวแกลลอน 5 ลิตร จำนวน 11 แกลลอน
  • เครื่องกลั่นเหล้าและถังหมักจำนวนมาก

เจ้าของบ้านคือ นางขนิษฐา อายุ 63 ปี มีลูกจ้างชาวลาว 1 คน ถูกตั้งข้อหาผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

คำให้การจากเจ้าหน้าที่และกำนัน

นายขวัญชัย เดชชีวะ กำนัน ต.หนองข้างคอก เผยว่าชาวบ้านร้องเรียนมานานเพราะกลิ่นรบกวนและน้ำเสีย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา ยืนยันว่าประสานทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบ ส่วนนายปิยวัชร์ วรรณใส จากสรรพสามิต ชี้ว่าผิด พ.ร.บ.สรรพสามิตหลายข้อหา เช่น มีเครื่องกลั่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายสุราเถื่อน โทษปรับ 50,000 บาท น้ำหมักที่ยังไม่กลั่นจะนำไปทำน้ำหมักชีวภาพใช้ประโยชน์ได้

เหล้าเถื่อนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ มันอาจปนเปื้อนสารพิษ ทำให้เมาแบบผิดปกติ ตาบอด หรือถึงตายได้ ชาวบ้านในพื้นที่โล่งใจมากที่แหล่งนี้ถูกทลาย แต่ยังมีเหล้าเถื่อนซ่อนตัวอีกเยอะ การผลิตแบบนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

จากข่าวตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายเข้มงวด หากคุณเจอแหล่งผลิตผิดกฎหมายหรือสงสัยอะไร แจ้งได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 เลยครับ ช่วยกันปราบปรามเพื่อสังคมที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ส่วนตัวผมคิดว่า การดื่มเหล้าเถื่อนเสี่ยงเกินไป ควรเลือกของถูกกฎหมายและมีคุณภาพดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักทุกท่านด้วยนะครับ

ที่มา – ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี พบของกลางจำนวนมาก

ขอโทษแล้ว เปิดใจครูดีเด่นทำร้ายเด็กนักเรียน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังพูดถึง นั่นคือกรณีครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ จากเดิมที่พ่อแม่เด็กไม่ยอม ออกมาแจ้งความพร้อมหลักฐานคลิปเสียงและใบรับรองแพทย์ ล่าสุดครูคนนี้ก็ออกมาเปิดใจแล้วนะครับ ยอมรับผิดทั้งหมดและขอโทษแบบกราบเท้าเลยทีเดียว

เรื่องราวเริ่มต้นจากเด็กชายคนหนึ่งในชั้น ป.6 ที่มีพฤติกรรมไม่ส่งงานที่ครูสั่งบ่อยๆ จนครูทนไม่ไหว เกิดความโมโหขาดสติ ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กแบบรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งผู้ปกครองทนไม่ได้ รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความทันที และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามที่เคยมีข่าวพ่อแม่ไม่ทน แจ้งความครูดีเด่นทำร้ายลูกชาย

ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน

ในวันที่ 18 มีนาคม 2567 นายเสรี ครูผู้ก่อเหตุได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด เขายอมรับตรงๆ ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นรุนแรงเกินไป แต่เกิดจากความปรารถนาดีต่อเด็กจริงๆ เด็กคนนี้มีนิสัยไม่รับผิดชอบ สั่งงานอะไรก็ไม่ส่ง จนเกือบไม่มีคะแนนจบชั้น ป.6 และกระทบการต่อมัธยม ครูเลยอยากสอนให้เขารู้จักวินัยและความรับผิดชอบ แต่สุดท้ายก็ขาดการยั้งคิด กลายเป็นครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนที่ไม่มีใครคาดคิด

ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ยอมรับทำโดยขาดสติ

ครูเสรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า “ผมกราบขอโทษเด็กคนนั้น ผู้ปกครอง เพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน และสังคมทุกคน ผมยอมรับว่าทำจริง ทำโดยขาดสติ มีพฤติกรรมรุนแรงต่อเด็ก” เขาย้ำว่าที่ทำไปเพราะความเป็นครูที่อยากสอนทั้งความรู้และวินัย แต่พลาดไปเองจนถูกสังคมตำหนิ และพร้อมน้อมรับโทษทั้งหมด ไม่มีแก้ตัวใดๆ

กรณีนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าครูที่เคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ก็ยังเป็นมนุษย์ที่พลาดพลั้งได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอปัญหานักเรียนไม่เอาไหน แต่การใช้กำลังกายไม่ใช่คำตอบนะครับ มันส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กอย่างมาก

มาดูกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง:

  • เด็กไม่ส่งงาน ส่งผลต่อคะแนนและการจบชั้นเรียน
  • ครูโมโห ขาดสติ ทำร้ายร่างกายและข่มขู่
  • ผู้ปกครองรวบรวมหลักฐาน แจ้งความดำเนินคดี
  • ครูออกมาขอโทษ น้อมรับผิดทั้งหมด
  • สังคมวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจครูที่ไม่เหมาะสม

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราพบกรณีคล้ายๆ กันบ่อยครั้งในโรงเรียนไทย ปัญหาวินัยเด็กเป็นเรื่องใหญ่ แต่ครูควรใช้วิธีอื่น เช่น:

  • พูดคุยให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
  • ใช้ระบบให้รางวัลแทนการลงโทษ
  • ประสานงานกับผู้ปกครองตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ฝึกอบรมครูเรื่องการจัดการอารมณ์

ในมุมมองของผม แม้ครูจะตั้งใจดี แต่ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนแบบนี้เป็นบทเรียนราคาแพง ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคน โดยเฉพาะครูว่า การสอนวินัยต้องมาพร้อมความเมตตา ไม่ใช่หมัดหรือคำขู่ สังคมเราก็ควรสนับสนุนครูที่มีปัญหา ด้วยการจัดอบรมหรือ counseling เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จบลงด้วยการขอโทษ แต่บาดแผลในใจเด็กอาจใช้เวลารักษานาน คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับกรณีครูดีเด่นทำร้ายเด็กแบบนี้? มาแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเถอะครับ หรือถ้าคุณเป็นครู/ผู้ปกครอง มีเคล็ดลับสอนวินัยเด็กอย่างไร แชร์ให้ฟังหน่อยนะ จะได้ช่วยกันสร้างโรงเรียนที่ดีขึ้น!

ที่มา – ขอโทษแล้ว เปิดใจ “ครูดีเด่น” ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ยอมรับทำโดยขาดสติ

ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการข่าวอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะโรงงานลักลอบผลิตน้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผิดกฎหมายและอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน น้ำกระท่อมหรือน้ำพืชกระท่อม เป็นเครื่องดื่มที่สกัดจากใบกระท่อม มีสารอัลคาลอยด์ที่ทำให้เกิดอาการเมาคล้ายยาเสพติด หากผสมกับยาแก้ไอหรือยาแก้แพ้ที่มีสารออกฤทธิ์จะยิ่งอันตราย อาจนำไปสู่การเสพติดหรือเสียชีวิตได้ การที่ตำรวจบุกทลายครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมที่มอมเมาเยาวชน

ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ หรือ ผบช.สอท. ร่วมกับ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านผ่านระบบออนไลน์ ว่ามีโรงงานลับผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่อ.เมืองชลบุรี โดยมีการกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบผ่านรถส่งของไปยังร้านค้าต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนทันที พบว่าโรงงานตั้งอยู่ในโกดังไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี มีรั้วสูงล้อมรอบและติดป้ายปลอมว่าเป็นโรงงานรีไซเคิลเพื่ออำพราง

เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลแขวงชลบุรี ที่ ค.20/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 บุกเข้าตรวจค้น พบคนงานกำลังผลิตน้ำกระท่อมอย่างคึกคัก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทันที นอกจากตำรวจไซเบอร์แล้ว ยังมีเจ้าพนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีและตำรวจชลบุรีเข้าร่วมปฏิบัติการ ทำให้การจับกุมราบรื่นและยึดของกลางได้จำนวนมาก โรงงานแห่งนี้ลอบเปิดมานานกว่า 1 เดือน โดยผลิตน้ำกระท่อมพร้อมดื่มขนาด 1 ลิตร คละกลิ่นต่างๆ จำนวนวันละกว่า 4,000 ขวด ขายส่งให้ร้านค้าที่ราคาขวดละ 35 บาท และร้านค้าขายปลีกที่ 60 บาท

รายละเอียดผู้ต้องหาและของกลางจากการทลายโรงงาน

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายรัฐพล เหี่ยวขุนทด อายุ 31 ปี, นายอติโรจน์ สถาวร อายุ 33 ปี, นายพีรวัฒน์ ธุระพล อายุ 28 ปี ชาวไทยทั้งหมด และคนงานชาวเมียนมาชายหญิง 20 คน ซึ่งทำหน้าที่ผลิตตลอด 24 ชั่วโมง ของกลางที่ยึดได้มีจำนวนมหาศาล แสดงให้เห็นว่านี่คือโรงงานรายใหญ่จริงๆ

  • ใบกระท่อมสด 415 กิโลกรัม
  • ยาแก้ไอชนิดน้ำ (ยาอันตราย) หลายยี่ห้อ รวม 724 ขวด
  • ยาแก้แพ้ชนิดน้ำ (ยาอันตราย) 456 ขวด
  • ยาทรามาดอล ไฮโดรคลอไรด์ 250 เม็ด
  • สารกันบูด 24 กิโลกรัม
  • สารแต่งกลิ่น 23 กิโลกรัม
  • น้ำกระท่อมบรรจุขวดพร้อมดื่มขนาด 1 ลิตร คละกลิ่น 5,660 ขวด
  • ขวดเปล่า 23,856 ใบ
  • หม้อต้มขนาดใหญ่ 31 ใบ
  • ชุดเตาแก๊ส 33 เตา
  • สติกเกอร์ S1 SUPER ONE และอุปกรณ์ผลิตอื่นๆ

ผลการสอบสวนและข้อกล่าวหา

จากการสอบสวน นายอติโรจน์ ผู้ดูแลการผลิต ยอมรับว่าทำงานร่วมกับเพื่อนไทยอีก 2 คน รับค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท โดยมีเจ้าของชื่อ “เจ้” ไม่ทราบนามสกุลจริง เป็นผู้ว่าจ้าง ชาวเมียนมาทำงานผลิตทั้งวันทั้งคืน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พรบ.ยา พ.ศ.2510, ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องอาหารห้ามผลิต-จำหน่าย, ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศเรื่องฉลากอาหารตาม พรบ.อาหาร พ.ศ.2522” สำหรับคนงานเมียนมา เพิ่มข้อหาลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

เหตุการณ์ ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี ครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งช่วยลดปัญหายาเสพติดในชุมชน น้ำกระท่อมไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในขวดสวยๆ หากประชาชนพบเห็นเบาะแส ควรรายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อปกป้องสังคม

ในมุมมองของผู้เขียน การปราบปรามเช่นนี้ต้องทำต่อเนื่อง เพราะโรงงานเหล่านี้อาจผุดขึ้นใหม่ได้ง่าย หากไม่ตัดวงจรการกระจาย คุณล่ะคิดอย่างไรกับปัญหาน้ำกระท่อมในพื้นที่ของคุณ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี ลอบเปิดมานานกว่า 1 เดือน

พี่เลี้ยงหมูเด้งยืนยันสภาพคอกฮิปโปธรรมชาติ

สวัสดีครับเพื่อนๆ แฟนคลับสัตว์น่ารักทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย นั่นคือสภาพคอกของ หมูเด้ง ฮิปโปแคระสุดฮอตจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว หลายคนเห็นภาพแล้วใจหาย รู้สึกว่าสวนสัตว์ดูแลไม่ดีใช่มั้ยล่ะ? แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ พี่เลี้ยงหมูเด้ง ออกมาชี้แจงแล้วว่า มันเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของฮิปโปเลยล่ะ ไม่ใช่ความประมาทเลยสักนิด!

พี่เลี้ยงหมูเด้งยืนยันสภาพคอกเป็นพฤติกรรมธรรมชาติ

นายณรงค์วิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อหาเป็น 2569 คงพิมพ์ผิด) โดยขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยหมูเด้งก่อนเลย สวนสัตว์ยึดมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ระดับโลกจาก World Association of Zoos and Aquariums (WAZA) เป็นหลักนะครับ ภาพที่เห็นมูลเต็มคอกน่ะ เป็นมูลที่ฮิปโปขับถ่ายระหว่างวัน ซึ่งฮิปโปชอบถ่ายทั้งในน้ำและบนบก เพื่อกำหนดอาณาเขตของตัวเอง เป็นพฤติกรรมปกติสุดๆ เจ้าหน้าที่ก็ทำความสะอาดทุกเช้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้สกปรกค้างคืนแน่นอน

ส่วนสภาพคอกที่มีดิน โคลน และพืชน้ำชุ่มชื้นนั้น ออกแบบมาให้เหมาะกับชีววิทยาของฮิปโปแคระโดยเฉพาะ เพราะพวกมันต้องการความชื้นสูงเพื่อสุขภาพผิวหนัง ช่วยป้องกันผิวแห้งและให้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้เต็มที่ ไม่ใช่คอกแห้งๆ แบบที่เราคิดกันหรอกครับ

พี่เลี้ยงหมูเด้งเล่าปากเปล่าเรื่องการดูแลประจำวัน

มาฟังจากปาก พี่เลี้ยงหมูเด้ง โดยตรงกันเลยครับ คุณเบนซ์ หรือนายอรรถพล พี่เลี้ยงสุดหล่อที่รับผิดชอบหมูเด้ง บอกว่าตัวเขาเป็นซูคลิปเปอร์ (Zookeeper) หน้าที่หลักคือสังเกตพฤติกรรมสัตว์ จัดอาหาร บันทึกข้อมูลทุกวัน เช้ามาก็อาบน้ำให้หมูเด้ง ดูพฤติกรรมการกิน และเตรียมอาหารตามสัดส่วน

เรื่องน้ำในบ่อที่สีเขียว? อันนี้ธรรมชาติสุดๆ ครับ เช้าๆ เปลี่ยนน้ำใหม่ใสแจ๋ว แต่พอหมูเด้งลงเล่นน้ำตอนเช้า-บ่าย แถมแดดจัดๆ ก็ทำให้สาหร่ายขึ้น น้ำเลยเขียวได้ ถ้ามาเที่ยวเช้าจะเห็นน้ำใส แต่บ่ายๆ ก็เขียวตามธรรมชาติของฮิปโป พี่เลี้ยงย้ำชัดว่า ดูแลหมูเด้งไม่ต่างจากสัตว์ตัวอื่นเลย ไม่ได้พิเศษเพราะดัง ไม่ได้หวังผลกำไรหรือทำธุรกิจอะไรทั้งนั้น แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทีมงานสวนสัตว์ทุกคนช่วยกันดูแล ไม่ใช่พี่เบนซ์คนเดียว ไปดูแลตัวอื่นบ้างตามกะด้วย

สวนสัตว์เขาเขียวมีแผนยกระดับ! โครงการฮิปโปวิลเลจ

ไม่หยุดแค่นี้ครับ สวนสัตว์ยังมีแผนพัฒนาใหญ่โต โครงการ ฮิปโปวิลเลจ บนพื้นที่ 10 ไร่เต็มๆ ได้รับอนุมัติแบบก่อสร้างแล้ว จะรองรับฮิปโปแคระ 6 ตัว และฮิปโปใหญ่ 7 ตัว มีพื้นที่กว้างขวาง สภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติ 100% ก่อสร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้สัตว์เครียดจากเสียงดังหรือก่อสร้างรบกวน แสดงให้เห็นว่าสวนสัตว์ใส่ใจจริงๆ

นอกจากนี้ ยังเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ด้วย ถ้ามีไอเดียดีๆ ส่งมาได้เลย จะช่วยยกระดับการดูแลสัตว์ให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

  • ทำความสะอาดคอกทุกเช้า
  • เปลี่ยนน้ำบ่อประจำวัน
  • สังเกตพฤติกรรมและบันทึกข้อมูล
  • จัดอาหารตามความต้องการทางชีวภาพ
  • ออกแบบคอกชุ่มชื้นตามธรรมชาติ

เห็นมั้ยครับว่า พี่เลี้ยงหมูเด้ง และทีมสวนสัตว์ทุ่มเทแค่ไหน ดราม่าครั้งนี้กลายเป็นโอกาสให้ทุกคนเข้าใจฮิปโปมากขึ้นแทน สัตว์ทุกตัวในสวนสัตว์ได้รับการดูแลเท่าเทียม ไม่ว่าจะดังหรือไม่ดัง

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณรักหมูเด้งและอยากเห็นด้วยตาตัวเอง ลองแวะไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวดูนะครับ โดยเฉพาะช่วงเช้า จะได้เห็นน้ำใสๆ และพี่เลี้ยงหมูเด้งกำลังดูแลน่ารักๆ มาแชร์รูปและความรู้สึกในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ ว่าคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้!

ที่มา – พี่เลี้ยง “หมูเด้ง” ยืนยันสภาพคอกเป็นพฤติกรรมธรรมชาติของฮิปโปฯ ย้ำไม่ได้หวังผลกำไร

ก็แดดร้อน! “หมูเด้ง” เล่นน้ำสุดฟินกะละมัง

แดดร้อนแผดเผาแบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากเล่นน้ำคลายร้อนใช่ไหมล่ะ? แต่มีเจ้าหนึ่งที่ฟินยิ่งกว่าใคร นั่นคือ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระสุดน่ารักจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว! วันนี้เราจะพาคุณไปดูโมเมนต์สุดเอ็นดู เมื่อ หมูเด้ง เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ แม้ตัวจะโตขึ้นจนแทบไม่ลง แต่ก็ยังดิ้นรนยัดตัวเข้าไปแบบน่าหมั่นไส้สุด ๆ

หมูเด้ง เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เล่าว่า ช่วงอากาศร้อนอบอ้าว น้องหมูเด้งชอบมุมพักผ่อนสุดโปรดในกะละมังใบเก่า แม้ขนาดตัวจะใหญ่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กะละมังดูเล็กลงถนัดตา แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังยืนกรานจะลงไปแช่ให้ได้ เพื่อความชุ่มฉ่ำแบบสุดฟิน พร้อมโชว์ลีลาอ้าปากกว้างรับสายน้ำที่พี่เลี้ยงฉีดมาอย่างเอร็ดอร่อย

การขยับตัวเด้งดึ๋ง ๆ สู้สายน้ำในพื้นที่จำกัดนี่แหละ ที่ทำให้ดูคล่องแคล่วน่ารักสุด ๆ พี่เลี้ยงคอยฉีดน้ำเพิ่มความสดชื่นตลอด ช็อตเด็ดตอนพยายามนอนยัดตัวในกะละมังนี้ ได้รับไลก์และแชร์จากนักท่องเที่ยวเพียบเลยนะ!

หมูเด้ง เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ

เสน่ห์ที่ทำให้ใจฟูของหมูเด้ง เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ

สิ่งที่แฟนคลับกรี๊ดคือผิวพรรณเนียนเกลี้ยงเกลาแบบฮิปโปแคระวัยซน สายตาแป๋วแว๋วตอนเงยหน้ามองกล้องขณะอยู่ในอ่าง และความทุ่มเทจัดร่างม้วนตัวให้พอดีกะละมังสีขาวคู่ใจ แม้จะแน่นเอี๊ยะเพราะโตขึ้นเรื่อย ๆ กิจกรรมนี้เป็นเวลาผ่อนคลายที่เผยนิสัยซนตามธรรมชาติของน้องได้ดีเลย

ฮิปโปแคระอย่างหมูเด้งมาจากแอฟริกาตะวันตก มีชื่อเสียงจากความน่ารัก ไม่เหมือนฮิปโปตัวใหญ่ที่ดุร้าย ที่สวนสัตว์เขาเขียว พวกเขามีบ่อน้ำใหญ่ แต่หมูเด้งดันติดใจกะละมังใบนี้ซะงั้น! นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้กลายเป็นดาวเด่น ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมมากขึ้น

รู้จักสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จุดเช็คอินหมูเด้ง

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน มีสัตว์หายากมากมาย เช่น ช้าง африканский, ยีราฟ, และแน่นอน ฮิปโปแคระส่วนของหมูเด้ง! ที่นี่เน้นระบบเปิด ให้สัตว์ใช้ชีวิตใกล้เคียงธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมหรือนั่งรถรางได้ สนุกและปลอดภัย

  • การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ขับทางมอเตอร์เวย์มาประมาณ 1.30 ชม.
  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 240 บาท เด็ก 140 บาท
  • ไฮไลต์: โซนฮิปโปแคระ ดูหมูเด้งเล่นน้ำได้ใกล้ชิด
  • เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ หลีกแดดร้อน และเตรียมกล้องถ่ายคลิปน่ารัก ๆ

นอกจากหมูเด้งแล้ว ยังมีเพื่อนฮิปโปแคระตัวอื่น ๆ ที่น่ารักไม่แพ้กัน มาพร้อมนิสัยขี้เล่น ว่ายน้ำเก่ง เหมาะสำหรับครอบครัวพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้เรื่องสัตว์ การมาเยี่ยมช่วยให้เราเห็นว่าสัตว์ต้องการการดูแลอย่างไร และส่งเสริมการอนุรักษ์

ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ การดูคลิป หมูเด้ง เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ แบบนี้ ช่วยรีเฟรชสมองได้ดีเลยนะ ผ่อนคลาย ลดเครียด แถมได้ยิ้มฟรี! ถ้าคุณเป็นทาสหมูเด้งเหมือนเรา อย่ารอช้า รีบแพ็คกระเป๋าไปทักทายน้องที่ส่วนฮิปโปแคระ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว รับรองติดใจ อยากกลับมาอีกแน่นอน

ความน่ารักของสัตว์อย่างนี้เตือนใจว่า แม้โลกจะร้อน แต่ความสุขเล็ก ๆ ยังมีให้เห็นเสมอ ลองไปพิสูจน์ดูสิ!

ที่มา – ก็แดดมันร้อน “หมูเด้ง” เล่นน้ำสุดฟินในกะละมังคู่ใจ โชว์ลีลาเด็ดอวดนักท่องเที่ยว

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้มีเรื่องร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือกรณีมวลชนชลบุรีที่ยังเดือดจัด เรียกร้องให้มีการตรวจสอบหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ล่าสุด รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยจาก กกต. ชุดใหญ่เท่านั้น เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสในการเลือกตั้งที่ประชาชนยังไม่หนำใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบนับคะแนนเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

เหตุการณ์เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ๆ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือตามวันที่เกิดเหตุ) ประชาชนนับร้อยเดินทางมารวมตัวกันที่สนามหน้าอำเภอเมือง จ.ชลบุรี ตรงข้ามโรงยิม ต.บางปลาสร้อย เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ชลบุรี อนุญาตให้ตรวจสอบหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 หลังจากที่มีการร้องเรียนหลายประเด็นเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน

เดิมที เมื่อประชาชนสอบถามเจ้าหน้าที่ กกต. ก็ได้รับคำตอบว่าหีบบัตรถูกเก็บไว้ในห้องปิดมิดชิดที่ทำการอำเภอเมืองชลบุรี และมีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูอยู่ แต่พอมาตรวจสอบจริงๆ กลับพบว่าหีบทั้งหมดวางเกลื่อนอยู่ที่สนามแบดมินตันของอำเภอ ไม่มีความมิดชิดอย่างที่บอกเลยสักนิด แถมยังกำลังจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังสำนักงาน กกต. โดยไม่มีเคเบิลไทร์ผูกล็อกตามระเบียบของ กกต. อีก เมื่อถามเหตุผลก็ได้คำตอบฮาๆ ว่า “เคเบิลไทร์หมด” มวลชนเลยเดือดจัด ล้อมรถไม่ยอมให้ขนย้าย จนต้องรอให้ กกต. ออกมาชี้แจง

รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ ชี้ต้องรอชุดใหญ่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.35 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (รองเลขาฯ กกต.) เดินทางมาถึงพื้นที่ด้วยตัวเองทันที พร้อมกล่าวกับมวลชนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผมรักความถูกต้อง อยู่ข้างพวกท่านอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย” เขาย้ำชัดว่าการเปิดหีบนับคะแนนใหม่ในกรณีนี้ รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบ “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้ เพราะตนเองไม่มีอำนาจในการสั่งการดังกล่าว ต้องรอให้ กกต. ชุดใหญ่ 7 คนประชุมกันในช่วงเวลา 10.00 น. เพื่อวินิจฉัยคำร้อง

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ทำได้คือรวบรวมหลักฐานทั้งหมดจากเหตุการณ์ เพื่อยื่นให้ กกต. ชุดใหญ่พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วิดีโอ หรือพยานบุคคลที่เห็นหีบถูกวางไม่เป็นไปตามระเบียบ บรรยากาศยังตึงเครียด มวลชนปักหลักค้างคืนจำนวนมาก รอคำตอบที่ชัดเจน

ประเด็นร้องเรียนที่ทำให้มวลชนไม่เชื่อถือ

  • หีบบัตรเลือกตั้งถูกเก็บไว้ที่สนามแบดมินตัน ไม่ใช่ห้องปิดมิดชิดตามที่แจ้ง
  • ไม่มีกล้องวงจรปิดเฝ้าดูอย่างแท้จริง
  • การเคลื่อนย้ายหีบไม่มีเคเบิลไทร์ล็อกตามข้อกำหนดของ กกต.
  • ผลการนับคะแนนมีข้อสงสัยหลายจุด เช่น คะแนนไม่ตรงกับบัตรที่ออก
  • ขาดความโปร่งใสในทุกขั้นตอนตั้งแต่ปิดหีบจนนับเสร็จ

เรื่องเหล่านี้ทำให้ประชาชนในชลบุรีเขต 1 ไม่ยอมรับผลเลือกตั้งง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อผลคะแนนออกมารวดเร็วแต่มีกลิ่นตุๆ การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของระบบประชาธิปไตยไทย ที่ กกต. ต้องพิสูจน์ความน่าเชื่อถือ

ในมุมมองของผม ความโปร่งใสคือหัวใจของการเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เชื่อใจ ระบบทั้งหมดก็ล้มเหลวได้ง่ายๆ กรณีชลบุรีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ กกต. ควรนำไปปรับปรุง เช่น เพิ่มกล้อง CCTV ทุกจุด เพิ่มเจ้าหน้าที่อิสระในการตรวจ และสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนกว่านี้

ตอนนี้ต้องรอการประชุม กกต. ชุดใหญ่พรุ่งนี้ ถ้ามีความคืบหน้า เราจะอัปเดตให้ทราบทันที คุณคิดว่ากรณีนี้ควรนับใหม่ไหม? หรือมีหลักฐานอะไรเพิ่มเติม? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างเลยครับ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวการเมืองด้วยนะ เพื่อให้ทุกเสียงถูกรับฟัง!

ที่มา – รองเลขาฯ กกต. มาแล้ว แจงเปิดหีบนับคะแนนเลือกตั้ง “ชลบุรีเขต 1” ใหม่ไม่ได้

ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง โดนจับคืนป่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวสุดฮาแต่ก็ตื่นเต้นมาฝากกัน นั่นคือ ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง กลางเมืองสัตหีบ! ลองนึกภาพดูสิครับ ตัวเงินตัวทองยาวกว่า 2 เมตร โผล่พรวดมาจากป่า หิวจัดเลยบุกเข้าร้านอาหารตามสั่งเพื่อหาอาหารกิน แต่สุดท้ายก็โดนทีมกู้ภัยจับส่งกลับบ้านเดิมแบบปลอดภัย เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ชลบุรี มาดูรายละเอียดกันเลย

ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง เกิดขึ้นอย่างไร

ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านอาหารตามสั่ง “ครัวกัลย์ยา” ซึ่งอยู่กม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ มี ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง ขนาดใหญ่ พยายามกินอาหารในร้าน เจ้าของร้านเลยรีบเรียกช่วยเพราะกลัวลูกค้าตกใจและอันตราย

ทีมกู้ภัยมือโปรอย่าง นายวิชา จินดานิล (นามเรียกขาน 142), นายอานนท์ ราชพิทักษ์ (037) และนายสุวัฒน์ บัวบาน (303) รีบรุดไปเหตุการณ์ทันที พวกเขาปิดล้อมพื้นที่เพราะตัวเงินตัวทองตัวนี้ยาวกว่า 2 เมตร แข็งแรงมาก! แต่พอเห็นคนมา มันก็วิ่งหนีไปซ่อนในซอกกำแพง ทีมต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที ไล่จับแบบทุลักทุลาย กว่าจะลากออกมาได้ แล้วก็ลำเลียงขึ้นรถจักรยานยนต์ไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ

ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง เพราะหิวจัดจากป่า

ตามคำบอกเล่าของนายวิชา เจ้าหน้าที่กู้ภัย บอกว่าตัวเงินตัวทองตัวนี้คงออกจากป่ามาหาอาหาร เห็นร้านตามสั่งที่มีกลิ่นหอมๆ ล่อใจเลยบุกเข้ามาแบบไม่มีเงินจ่าย หวังกินฟรี! แต่เจ้าของร้านไม่อาจยอมขาดทุนได้ เลยแจ้งกู้ภัยมาจัดการ สุดท้ายจับได้ปล่อยคืนธรรมชาติแบบ win-win ทุกฝ่าย

ตัวเงินตัวทองคืออะไร ทำไมถึงชอบบุกเข้ามาในเมือง

ตัวเงินตัวทอง หรือที่รู้จักในชื่อ Varanus salvator เป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ในตระกูลกิ้งก่าป่า พบได้ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ป่า ชายเลน มันกินทุกอย่างที่ขยับได้ ทั้งปลา กบ หนู แมลง และเศษอาหารมนุษย์ ทำไมถึง ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง บ่อยๆ? เพราะป่าลดลง อาหารในธรรมชาติขาดแคลน บวกกับกลิ่นอาหารมนุษย์ล่อใจ ทำให้มันกล้าเข้ามาในเขตชุมชน

  • ขนาดตัว: ยาวได้ถึง 3 เมตร น้ำหนัก 10-20 กก.
  • นิสัย: ว่ายน้ำเก่ง ปีนต้นไม้ได้ ไม่มีพิษ แต่ฟันและกรงเล็บแหลมคม
  • สถานะ: ถูกกฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าบุกบ้านเรือนสามารถแจ้งจับได้
  • ที่อยู่อาศัย: ป่า ชายหาด ทะเลสาบ

วิธีรับมือถ้าเจอตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง หรือบ้านคุณ

อย่าตื่นตระหนกนะครับ! นี่คือเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ

  • อย่าไล่ตีหรือฆ่า: มันอาจโต้กลับอันตราย
  • ปิดประตูหน้าต่าง: กันไม่ให้เข้าเพิ่ม
  • แจ้งหน่วยกู้ภัยทันที: เช่น สว่างโรจนธรรม หรือ 1669
  • อย่าให้อาหาร: จะทำให้ติดใจมาซ้ำ
  • ทำความสะอาดเศษอาหาร: ลดสิ่งล่อใจ

เหตุการณ์ ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง นี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าสัตว์ป่ากับมนุษย์อยู่ร่วมกันได้ ถ้าเรามีสติและรู้วิธีรับมือ ในยุคที่ป่าลดลง เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ทิ้งขยะ และไม่รบกวนที่อยู่อาศัยของพวกมัน

ส่วนตัวผมคิดว่าเรื่องแบบนี้ทั้งน่ากลัวทั้งตลก ถ้าเป็นร้านของผม คงต้องตั้งชื่อเมนูพิเศษ “ผัดกะเพราใส่ตัวเงินตัวทอง” ซะแล้ว ฮ่าๆ แต่จริงจังนะครับ ถ้าเจอสัตว์ป่า ปล่อยให้มืออาชีพจัดการดีที่สุด สุดท้ายก็จบ happy ending ตัวเงินตัวทองกลับบ้าน ร้านขายอาหารต่อได้ ลูกค้าไม่เดือดร้อน

คุณเคยเจอเหตุการณ์ตัวเงินตัวทองบุก ร้านตามสั่ง หรือสัตว์ป่าอื่นๆ บ้างไหม? ลองมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ป่าได้อ่าน จะได้รู้วิธีรับมือถูกต้อง!

ที่มา – “ตัวเงินตัวทอง” ออกจากป่าหิวปุ๊บ บุกเข้าร้านตามสั่ง สุดท้ายโดนจับส่งกลับที่เดิม

Scroll to top