ข่าวชลบุรี

ชลบุรี! **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** เหตุเสพยา

สำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดชลบุรี สั่ง **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** “สำนักสงฆ์พรหมสุนทร” หลังตรวจพบการเสพยาเสพติด, พบสื่อลามกอนาจาร, และมีเครื่องบริหารอวัยวะเพศภายในกุฏิ เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เมื่อเวลา 14.20 น. ของวันที่ 27 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดชลบุรี ร่วมกับพระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา, พระสมุห์อนันต์ อติภทฺโท พระวินยาธิการ สังกัดศูนย์พระวินยาธิการประจำจังหวัดชลบุรี, พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี, นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี, นายวินัย พ้นภัยพาล นายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนสุข และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในสำนักสงฆ์พรหมสุนทร ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้ พบพระโพธิ์สังฆ์ ซึ่งเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ และพระลูกวัดอีก 3 รูป ได้แก่ พระศุภชัย จันทวงษ์ อายุ 35 ปี, พระวิรัตน์ มุกดาสนิท อายุ 45 ปี, และพระธนพล หมายซ่อนกลาง อายุ 59 ปี หลังจากการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด พบว่าพระลูกวัดทั้ง 3 รูปมีผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการให้ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** ทันที นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของพระโพธิ์สังฆ์ พบว่าไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์ และมีสัญชาติกะเหรี่ยง ภายในที่พักของเจ้าสำนักสงฆ์ยังพบเงินสดจำนวน 89,000 บาท เครื่องฉายวิดีโอโป๊ที่ยังเปิดทิ้งไว้ และเครื่องบริหารอวัยวะเพศ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจับสึกพระทั้งหมด

จากการสอบสวน อดีตพระศุภชัยให้การว่า ที่ตนเสพยาบ้าเนื่องจากมีอาการป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย เมื่อเสพยาบ้าแล้วอาการจะทุเลาลง และสามารถทำงานได้ โดยอ้างว่าเสพมาได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น

พระครูภัทรธีราภรณ์ เจ้าคณะตำบลอ่างศิลา กล่าวว่า หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีพระเสพยาเสพติดจริง จึงได้ทำการจับสึกทั้ง 3 รูป และจะส่งตัวไปบำบัดต่อไป การกระทำดังกล่าวถือเป็นการผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง และเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ทำให้ชาวโลกติเตียน ท่านยังกล่าวอีกว่า เจ้าอาวาสที่ถูกจับสึกนั้น น่าจะเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกะเหรี่ยง เนื่องจากชื่อที่ให้ไว้ไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ จึงได้จับสึกและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายคเณศ ศรีตระกูล ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี และ พ.อ.ศักดิ์ศิลป์ กำเนิดสินธุ์ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี ร่วมกันเปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า มีพระในวัดดังกล่าวมีอาวุธปืนและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการตรวจค้น พบว่ามีพระอยู่ 4 รูป ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบว่าพระลูกวัด 3 รูปมีสารเสพติดในร่างกาย ทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ส่วนเจ้าสำนักสงฆ์ พบเงินสดจำนวนมาก เครื่องฉายวิดีโอโป๊ และเครื่องปั๊มอวัยวะเพศ และไม่พบชื่อในทะเบียนราษฎร์ จึงได้ดำเนินการ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** โดยจะส่งตัวพระลูกวัดที่เสพยาเสพติดไปบำบัดรักษา และส่งตัวเจ้าสำนักสงฆ์ให้ตำรวจสอบสวนและส่งตัวให้ ตม. ดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลวัดต่างๆ ในพื้นที่ หากพบพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือประพฤตินอกรีต อันเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา ให้แจ้งมายังอำเภอเมืองชลบุรี หรือ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรีได้ตลอดเวลา เพื่อร่วมกันปกป้องพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์

ทำไมถึงต้องจับพระสึกหมดสำนักสงฆ์?

การตัดสินใจ **จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์** ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์อย่างร้ายแรง การเสพยาเสพติด การครอบครองสื่อลามกอนาจาร และการมีเครื่องบริหารอวัยวะเพศ ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา การปล่อยให้พระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่ในสมณเพศต่อไป จะเป็นการทำลายศรัทธาของประชาชน และทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย

การดำเนินการครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปกป้องพระพุทธศาสนา และรักษาศีลธรรมอันดีงามของสังคม การจับสึกพระสงฆ์ที่กระทำผิด เป็นการส่งสัญญาณให้พระสงฆ์รูปอื่นๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และดำรงตนอยู่ในศีลในธรรม

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้ามาตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจัง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์จะไม่ถูกปล่อยปละละเลย และจะได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องตามกฎหมายและพระธรรมวินัย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้พุทธศาสนิกชนทุกคน ร่วมกันสอดส่องดูแลพระสงฆ์ และวัดวาอารามในชุมชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม ควรรีบแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะช่วยให้พระพุทธศาสนาคงอยู่สืบไป และเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนตลอดไป

ที่มา – จับพระสึกหมดสำนักสงฆ์ จ.ชลบุรี หลังตรวจพบเสพยา-มีเครื่องบริหารอวัยวะเพศ

งานพลุพัทยา 2568 อลังการ นักท่องเที่ยวแน่นหาด

สุดยิ่งใหญ่อลังการ “งานพลุพัทยา 2568” นักท่องเที่ยวเรือนแสนแห่ชมพลุแน่นชายหาด! เปิดฉากสุดเจ๋งด้วย “พลุเฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวง”

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชายหาดเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมกันเป็นประธานเปิดงาน การแสดงพลุนานาชาติ ประจำปี 2568 (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL 2025) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีมงาน “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” (The Light of Eternal Loyalty) โดยมีหน่วยงานต่างๆ พร้อมใจสวมเสื้อผ้าไหมสีดำ เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง

ส่วนบรรยากาศภายในงาน งานพลุพัทยา 2568 มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างชาติ เรือนแสน แห่มาจับจองที่นั่งจนเต็มชายหาดเมืองพัทยากันตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้ชายหาดเมืองพัทยาระยะทาง 3.2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยผู้คนจนแน่นขนัด

สำหรับในปีนี้มี 5 ประเทศ เข้าร่วมการแสดงพลุ ได้แก่ มาเลเซีย, เยอรมนี, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์ และ อังกฤษ โดยไฮไลท์ของพลุปีนี้ เป็นการแสดงพลุร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่อพลุ “น้อมจงรักภักดี สดุดีสมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ซึ่งการแสดงพลุในชุดนี้เรียกเสียงฮือฮา เสียงปรบมือ และ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดง โขน เฉลิมพระเกียรติ ชื่อเรื่อง “ยกรบ พระรามคืนนคร” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยการแสดงโขน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่องค์พระพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์ไว้ และ เคยมีพระราชเสาวนีย์ ทรงตรัสไว้ว่า “ถ้าไม่มีใครจะดู ฉันจะดูเอง” โดยภายในงานมีการงดการแสดงคอนเสิร์ต แต่เปลี่ยนมาเป็นวงออร์เคสตรา เล่นเพลงประจำพระองค์ และเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระพันปีหลวง

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศรอบบริเวณการจัดงาน เมืองพัทยาได้จัดให้ประชาชนในพื้นที่มาเปิดบูธให้บริการนักท่องเที่ยวเกือบ 400 ร้านค้า ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัย ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี, เจ้าหน้าที่ EOD, กรมการปกครอง, เมืองพัทยา และอาสาสมัครกว่า 2,000 นาย มาคอยดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร รวมถึงการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ในบริเวณงาน โดยการจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท.

สรุปไฮไลท์ งานพลุพัทยา 2568

งานพลุพัทยา 2568 ถือเป็นอีเว้นท์ใหญ่ประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ด้วยการแสดงพลุสุดอลังการจากนานาชาติ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และบรรยากาศที่คึกคักริมชายหาดพัทยา

ทำไมงานพลุพัทยา 2568 ถึงได้รับความนิยม?

  • การแสดงพลุระดับโลกที่ไม่ควรพลาด
  • กิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
  • บรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม

สำหรับใครที่พลาด งานพลุพัทยา 2568 ไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้ายังมีอีกแน่นอน! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจไปด้วยกัน

อย่าลืมวางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้า เพื่อให้คุณได้เต็มอิ่มกับ งานพลุพัทยา 2568 อย่างเต็มที่!

ที่มา – งานพลุพัทยา 2568 สุดยิ่งใหญ่อลังการ นักท่องเที่ยวเรือนแสนแห่ชมพลุแน่นชายหาด

ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายคนขับรถ


ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติออกหมายจับ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไฮโซลูกนัท” ในข้อหาทำร้ายร่างกายคนขับรถจาก U Drink I Drive หลังจากที่เขาไม่มาพบตำรวจตามหมายเรียกถึง 3 ครั้ง

ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายร่างกายคนขับรถ หลังเบี้ยวหมายเรียก

เรื่องราวเริ่มต้นจากกรณีที่ ปรางค์ อภินรา ศรีกาญจนา ผู้บริหารของ U Drink I Drive ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “พี่ฉลองชัย” พนักงานขับรถของบริษัท ซึ่งถูก “ไฮโซลูกนัท” ซึ่งเป็นลูกค้า ทำร้ายร่างกายขณะที่กำลังขับรถไปส่งยังสัตหีบ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดี และได้รับการยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดย “ไฮโซลูกนัท” ได้ว่าจ้างนายฉลองชัย พนักงานขับรถของ U Drink I Drive ให้ไปส่งที่สนามยิงปืนในสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดชลบุรี ระหว่างทาง “ไฮโซลูกนัท” พยายามเร่งให้คนขับรถไปถึงที่หมายโดยเร็ว และบังคับให้ขับรถฝ่าไฟแดง ซึ่งคนขับรถไม่ยินยอม จึงถูกทำร้ายร่างกาย จนทำให้ผู้เสียหายต้องจอดรถและวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนสุขุมวิท ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนกระทั่งมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางละมุง ให้เข้ามาช่วยเหลือและระงับเหตุการณ์ ก่อนที่จะให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก “ไฮโซลูกนัท” แล้วถึง 3 ครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดนัดหมาย

ศาลอนุมัติหมายจับ “ไฮโซลูกนัท”

ล่าสุด ศาลจังหวัดพัทยาได้อนุมัติหมายจับ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ “ไฮโซลูกนัท” ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ความคืบหน้าของเหตุการณ์นี้จะมีการรายงานให้ทราบต่อไป

การกระทำรุนแรงเช่นนี้เป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับ และการที่ผู้มีชื่อเสียงกระทำผิดกฎหมายยิ่งต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่สังคมว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้

ที่มา – ออกหมายจับ “ไฮโซลูกนัท” ทำร้ายร่างกายคนขับรถ หลังเบี้ยวหมายเรียก

ตำรวจเจ็บไหล่หลุด หนุ่มแย่งปืนหน้าธนาคาร

เกิดเหตุระทึกขวัญเมื่อหนุ่มสติไม่ดี จู่โจมเข้าแย่งปืนตำรวจหน้าธนาคาร จนเกิดการต่อสู้ชุลมุน ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บไหล่หลุด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขาแยก นย. ริมถนนสุขุมวิท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ขณะที่ จ.ส.ต.วิวัฒน์ คำสี ผบ.หมู่ สภ.สัตหีบ พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้มีนายอุดม (สงวนนามสกุล) เดินเข้ามาหา และพูดจาในลักษณะที่ไม่ปกติ โดยกล่าวว่าตำรวจแต่งกายไม่เรียบร้อย และถามว่า “ปืนมีกระสุนหรือไม่”

จากนั้น นายอุดมได้พยายามเข้าประชิดตัว จ.ส.ต.วิวัฒน์ และจู่โจมเพื่อแย่งปืนจากเอว ทำให้เกิดการต่อสู้ชุลมุนขึ้น ตำรวจเจ็บไหล่หลุด ในระหว่างการต่อสู้เพื่อป้องกันตนเองและควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายอุดมไว้ได้ในที่สุด โดย จ.ส.ต.วิวัฒน์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ เนื่องจากไหล่หลุด

ตำรวจเจ็บไหล่หลุด หลังหนุ่มสติไม่ดี จู่โจมบุกแย่งปืนหน้าธนาคาร

หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายแก่นายอุดม และนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายอุดมมีอาการทางจิต ไม่สามารถควบคุมสติและการกระทำของตนเองได้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุ ตำรวจเจ็บไหล่หลุด ในครั้งนี้

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ตำรวจเจ็บไหล่หลุด

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก และยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีอาการทางจิต หรือมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย การประเมินสถานการณ์และการใช้ยุทธวิธีที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้

นอกจากนี้ เหตุการณ์ ตำรวจเจ็บไหล่หลุด ยังแสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปกป้องความสงบเรียบร้อยของสังคม แม้จะต้องเสี่ยงกับอันตรายต่อตนเองก็ตาม

มาตรการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

  • เพิ่มการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการรับมือกับบุคคลที่มีอาการทางจิต
  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณที่มีความเสี่ยง
  • เพิ่มการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงวิธีการแจ้งเหตุฉุกเฉิน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตของประชาชน และการให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีอาการทางจิตอย่างเหมาะสม หากเราสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในสังคมได้

ที่มา – ตำรวจเจ็บไหล่หลุด หลังหนุ่มสติไม่ดี จู่โจมบุกแย่งปืนหน้าธนาคาร

Scroll to top