ข่าววิทยาศาสตร์

หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้

หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเจ้าตูบที่บ้านถึงดูเหมือนจะรับรู้ได้ทันทีเวลาที่เรากำลังรู้สึกแย่หรือกำลังมีความสุข? ล่าสุดมีงานวิจัยที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยเวียนนา ประเทศออสเตรีย ยืนยันแล้วว่าสุนัขไม่ได้แค่เดาใจเราไปเรื่อยเปื่อย แต่พวกมันมีความสามารถพิเศษในการอ่านสีหน้าของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำครับ

สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้จริงหรือ?

นักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยี Machine Learning มาวิเคราะห์ภาพสแกนสมองของสุนัขจำนวน 12 ตัว ขณะที่พวกมันกำลังจ้องมองใบหน้ามนุษย์ที่แสดงอารมณ์แตกต่างกันออกไป ผลลัพธ์ที่ได้น่าทึ่งมาก เพราะงานวิจัยพบว่า หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้ โดยสมองของพวกมันมีการตอบสนองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเมื่อเห็นหน้าคนยิ้มเทียบกับใบหน้าที่ดูโกรธหรือเศร้า

จากการศึกษาในวารสาร iScience พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • เมื่อสุนัขเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สมองส่วนที่เกี่ยวกับการรับรู้ระดับสูงจะทำงานทันที
  • การตอบสนองต่ออารมณ์เชิงลบอย่าง ความกลัว ความโกรธ และความเศร้า ก็มีการประมวลผลที่แตกต่างกันในระดับสมอง
  • นี่เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่าสุนัขเข้าใจอารมณ์มนุษย์ผ่านสีหน้าโดยตรง

ความสามารถนี้เป็นผลมาจากการวิวัฒนาการร่วมกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ทำให้สุนัขกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะเข้าใจความรู้สึกของเราได้ดีที่สุด การที่ หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่พวกมันใช้เพื่อสร้างความผูกพันและอยู่ร่วมกับเราได้อย่างกลมกลืนนั่นเองครับ

แล้วเราควรทำอย่างไรต่อไป?

แน่นอนว่าในอนาคต นักวิจัยจะศึกษาต่อว่านอกจากสีหน้าแล้ว สุนัขยังใช้น้ำเสียง ภาษาทางกาย หรือแม้แต่กลิ่นในการอ่านใจเราอย่างไรบ้าง แต่สำหรับตอนนี้ สิ่งที่เจ้าของสุนัขอย่างเราได้รับรู้คือ เราต้องระมัดระวังการแสดงออกต่อหน้าสุนัขมากขึ้น เพราะพวกมันเข้าใจเรามากกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยครับ

ไม่ว่าคุณจะกำลังเศร้าหรือดีใจ สุนัขของคุณรับรู้ได้เสมอ ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่และมอบความรักให้พวกเขาก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพราะสุดท้ายแล้ว หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้ และพวกเขาก็พร้อมจะเป็นกำลังใจให้เราเสมอไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ที่มา – หมารู้ทันอารมณ์คน! งานวิจัยพบ สุนัขแยกสีหน้า สุข-โกรธ-กลัว-เศร้า ได้

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

เชื่อไหมครับว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ ยังมีเรื่องราวชวนทึ่งซ่อนอยู่มากมาย ล่าสุดเหล่านักดาราศาสตร์ต้องฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อมีการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะสุดแปลกที่ได้รับฉายาว่า ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีความหนาแน่นต่ำอย่างเหลือเชื่อ จนแทบจะเรียกได้ว่าพวกมันมีรูปร่างคล้ายก้อนฟองสบู่ขนาดมหึมาที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศเลยทีเดียว

ความลับของ ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

การค้นพบครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นจากดาวเทียม TESS ของนาซา ซึ่งทำหน้าที่สแกนหาดาวเคราะห์นอกระบบมาอย่างต่อเนื่อง ดาวเคราะห์สองดวงนี้ตั้งอยู่ห่างจากโลกเราไปประมาณ 1,110 ปีแสงในกลุ่มดาวโวแลนส์ หรือกลุ่มดาวปลาบิน แม้ขนาดของมันจะดูยิ่งใหญ่สมชื่อ แต่นักวิจัยพบว่าความหนาแน่นของพวกมันนั้นน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีถึง 35 เท่า จอร์จ ดรานส์ฟิลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเปรียบเทียบความฟูของมันได้เห็นภาพชัดเจนว่า เหมือนกับเนื้อสัมผัสของโฟมโกนหนวดที่เพิ่งบีบออกมาจากกระป๋องนั่นเองครับ

ทำไมถึงเรียกว่า ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

คำถามที่หลายคนสงสัยคือทำไมวัตถุท้องฟ้าเหล่านี้ถึงมีความหนาแน่นต่ำได้ขนาดนี้ นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่ามันอาจเกิดจากกระบวนการก่อตัวในจานก๊าซและฝุ่นรอบดาวฤกษ์เกิดใหม่ ซึ่งในขณะนั้นมีปริมาณก๊าซที่เข้มข้นอย่างมาก ทำให้ดาวเคราะห์เหล่านี้ขยายตัวจนมีขนาดมหึมาแต่มีมวลน้อย โดยมีองค์ประกอบหลักเป็นไฮโดรเจนและฮีเลียม

  • หายากสุดๆ: ปัจจุบันมีการพบดาวเคราะห์นอกระบบกว่า 6,300 ดวง แต่มีดาวเคราะห์กลุ่ม ‘ซูเปอร์พัฟฟ์’ (Super-puffs) เช่นนี้ไม่ถึง 40 ดวงเท่านั้น
  • ปริศนาบรรยากาศ: นักวิทยาศาสตร์คาดว่าชั้นบรรยากาศของพวกมันอาจมีสีขาวหรือสีน้ำเงิน ขึ้นอยู่กับว่ามีเมฆชนิดใดปกคลุมอยู่
  • ภารกิจต่อไป: ทีมนักวิจัยเตรียมใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ส่องดูองค์ประกอบเคมีเชิงลึกเพื่อไขคำตอบที่แท้จริง

แม้ชื่อเล่นจะฟังดูน่ารักเหมือนสายไหม แต่ในเชิงดาราศาสตร์แล้ว ข้อมูลเหล่านี้นับเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจกลไกการเกิดระบบสุริยะและการกระจายตัวของสสารในจักรวาลได้ดียิ่งขึ้นครับ การค้นพบวัตถุหายากเช่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบังเอิญ แต่คือการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอวกาศยังมีสิ่งลี้ลับรอให้มนุษย์ไปค้นพบอีกมากมาย ผมมองว่าการที่นักวิทยาศาสตร์พยายามออกไปสำรวจและทำความเข้าใจธรรมชาติของดวงดาวเหล่านี้ จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของจักรวาลชัดเจนขึ้น และเห็นว่าโลกใบเล็กๆ ของเราเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ซับซ้อนและงดงามเพียงใด

ที่มา – ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง

การแพทย์ก้าวล้ำ! ทีมแพทย์ในอังกฤษได้ทำการผ่าตัดสุดทึ่ง โดยให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเล่นคลาริเน็ตกลางห้องผ่าตัดเพื่อสังเกตการตอบสนองของสมองแบบเรียลไทม์ เทคนิคนี้เรียกว่าการกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) และแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้ทันที

วงการแพทย์อังกฤษสร้างความฮือฮาด้วยการผ่าตัดสมองรักษาอาการพาร์กินสัน โดยให้คนไข้เล่นเครื่องดนตรีอย่างคลาริเน็ตไปด้วย! เทคโนโลยี Deep Brain Stimulation (DBS) หรือการกระตุ้นสมองส่วนลึก ช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินผลการรักษาได้แบบเรียลไทม์ขณะผ่าตัดจริง ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ

คนไข้รายนี้ชื่อ เดนิส เบคอน หญิงวัย 64 ปี อดีตนักบำบัดการพูดและภาษา รวมถึงนักดนตรีสมัครเล่น เธอเคยเล่นคลาริเน็ตในวงดนตรี East Grinstead Concert Band แต่ต้องหยุดเล่นไปเมื่อ 5 ปีก่อน หลังอาการพาร์กินสันกำเริบ ทำให้เธอมีอาการแข็งเกร็งและเคลื่อนไหวช้า จนแทบขยับนิ้วไม่ได้

เดนิสตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด DBS ที่โรงพยาบาล King’s College Hospital ในกรุงลอนดอน การผ่าตัดใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง นำทีมโดย ศาสตราจารย์เคยูมาร์ส แอชคาน ศัลยแพทย์ระบบประสาทชื่อดัง

เทคนิค Deep Brain Stimulation (DBS) เป็นนวัตกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ป่วยพาร์กินสันและโรคลมชัก วิธีนี้จะฝังอิเล็กโทรดเล็กๆ เข้าไปในสมองส่วนลึกของผู้ป่วย เพื่อส่งสัญญาณไฟฟ้าควบคุมการเคลื่อนไหว คล้ายเครื่องกระตุ้นหัวใจสำหรับสมอง

ขณะผ่าตัด เดนิสได้รับเพียงยาชาเฉพาะที่บริเวณศีรษะและกะโหลก ทำให้เธอยังรู้สึกตัวและสามารถเล่นคลาริเน็ตได้ ขณะที่แพทย์ปรับระดับสัญญาณไฟฟ้าให้เหมาะสม การที่เธอเล่นคลาริเน็ตได้ขณะผ่าตัด ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถสังเกตการทำงานของสมองและปรับการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ทีมแพทย์เปิดเผยว่า ขณะที่เดนิสเริ่มเล่นคลาริเน็ต การเคลื่อนไหวของนิ้วเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเสียงเพลงช่วยให้แพทย์ปรับการกระตุ้นสมองได้อย่างแม่นยำ

ศ.แอชคาน กล่าวว่าเขามักออกแบบการผ่าตัดให้ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้ป่วยแต่ละคน สำหรับบางคน การกลับมาเดินได้คือเป้าหมาย แต่สำหรับเดนิส การได้กลับมาเล่นดนตรีคือคุณภาพชีวิตที่แท้จริง

หลังผ่าตัด เดนิสกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า เธอสามารถเดินได้ตามปกติทันทีหลังผ่าตัด มันเหมือนชีวิตเปิดประตูใหม่อีกครั้ง และเหมือนมีอนาคตอีกครั้ง เธอเลือกใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าสมองแบบชาร์จแบตเตอรี่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ปี

แม้โรคพาร์กินสันจะยังรักษาไม่หายขาด แต่เทคโนโลยี DBS ช่วยให้ผู้ป่วยอย่างเดนิสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก

สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง

เทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยพาร์กินสันกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง

การผ่าตัดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง และความสำคัญของการรักษาที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก เทคโนโลยี DBS ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการทางกายภาพ แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักและมีความสุขในชีวิตได้อีกครั้ง

ที่มา – สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง ทดสอบผลผ่าตัดรักษาพาร์กินสันแบบเรียลไทม์

Scroll to top