ข่าวไทยรัฐ

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมายืนยันถึงความห่วงใยและมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดได้สั่งการให้ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงทีที่สุด

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้เผยผ่านช่องทางส่วนตัวว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 แห่ง หรือที่เรียกกันว่า “5 เสือแรงงาน” ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในส่วนของลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจนไม่สามารถไปทำงานได้ รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟูธุรกิจ

มาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประเด็นที่พี่น้องแรงงานหลายท่านกังวลใจ ทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือไว้ดังนี้:

  • ลูกจ้างที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม ให้ถือว่าเป็นการหยุดงานโดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
  • สำหรับนายจ้างที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับซ่อมแซมสถานประกอบการ

การที่ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงานท่ามกลางวิกฤตภัยธรรมชาติ ซึ่งนอกจากมาตรการช่วยเหลือข้างต้นแล้ว ทางกระทรวงยังเปิดช่องทางสายด่วน 1506 ให้ประชาชนสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนจะช่วยให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D

ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง การขับเคลื่อนประเทศให้ทันต่อสถานการณ์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ล่าสุด ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการทำงานแบบร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เน้นผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง

ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D

การปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการรับมือกับความท้าทายรอบด้านที่เรียกว่า 5D ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์, การกระจายความเสี่ยง, เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI, การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร ซึ่ง ศุภจี เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D ได้อย่างตรงจุด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยไม่เพียงแค่อยู่รอด แต่ต้องเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

กลยุทธ์ยกระดับเกษตรและ SMEs แบบ Cluster

การทำงานภายใต้ 4 คณะทำงานนี้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาผ่านระบบ Cluster เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมและกลุ่ม SMEs โดยมีแนวทางที่ชัดเจน ดังนี้:

  • ภาคเกษตร: เน้นยกระดับการผลิต การแปรรูป และการสร้างมูลค่าเพิ่มตั้งแตต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรไทยพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
  • SMEs: สร้าง SME Journey ที่ดูแลผู้ประกอบการตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค ด้วยการปลดล็อกกฎระเบียบและเข้าถึงแหล่งทุน
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy: ปรับโฉมจากแค่การนับจำนวนนักท่องเที่ยว สู่การสร้างประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูง
  • การค้าระหว่างประเทศ: เน้นการขยายตลาดใหม่ๆ และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สิ่งที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำว่าเราต้องเปลี่ยนจากคำถามว่า “เรามีอะไร” เป็น “ตลาดต้องการอะไร” ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการปรับตัวในยุคใหม่ การทำงานที่มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริงโดยมีกูรูอย่าง คุณวีระศักดิ์ และ คุณกอบศักดิ์ เข้ามาช่วยขับเคลื่อน จะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในเร็วๆ นี้

โดยสรุป การผนึกกำลังครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ การให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs คือกุญแจหลักที่จะกระจายรายได้และความมั่งคั่งให้ลงไปถึงฐานรากของสังคมได้อย่างแท้จริง ซึ่งเราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลสัมฤทธิ์ใน 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “ศุภจี” เปิด 4 คณะทำงาน ดันเศรษฐกิจไทยรับมือความท้าทายโลก 5D ยกระดับเกษตร-SMEs

ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีรายงานว่า ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้ หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภูเขา ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลหลากเข้าสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประเมินเส้นทางน้ำ พบว่ามวลน้ำจากอำเภอปัวกำลังเคลื่อนตัวผ่านอำเภอท่าวังผา และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงก่อนจะเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่านในช่วงคืนนี้ ทาง ปภ. จึงได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านเซลล์บรอดคาสต์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งอพยพกลุ่มเปราะบางและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที

มาตรการรับมือเมื่อ ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด ทาง ปภ. ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และประสานความร่วมมือกับมูลนิธิต่างๆ เพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนดังนี้:

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • หากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำหรือพื้นที่ราบเชิงเขา ควรเตรียมตัวอพยพทันทีเมื่อได้รับแจ้งเตือน
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง และตัดกระแสไฟฟ้าหากน้ำเริ่มท่วมขังในตัวบ้าน
  • นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในลำธารหรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในช่วงนี้

นอกเหนือจากอำเภอเมืองน่านแล้ว มวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนตัวเข้าสู่อำเภอเวียงสาในลำดับถัดไป ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งจากการประเมินพบว่าเขื่อนยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกพอสมควร อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้มีฝนตกหนักซ้ำเติมในพื้นที่ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าประมาทและเฝ้าระวังภัยจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากอย่างต่อเนื่อง

ทางรัฐบาลได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์อพยพ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – ปภ. เตือนมวลน้ำป่าจาก อ.ปัว ไหลถึง อ.ท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

“สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ทันที

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดน่าน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ล่าสุด “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมความช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วนที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีและตัวแทนรัฐบาลลงพื้นที่ทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในการนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจทั้งหมดเพื่อมุ่งหน้าสู่พื้นที่วิกฤต โดยเน้นย้ำถึงมาตรการการช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การอพยพประชาชน การจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก รวมถึงการดูแลผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการเร่งด่วนหลัง “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ว่ามีการเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนายสุริยะได้กำชับให้โครงการชลประทานน่านเตรียมความพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้วในอำเภอเมือง และขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่องในอำเภอเวียงสา
  • ระดมรถแบ็กโฮและรถบรรทุก 7 คัน เพื่อเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตามคอสะพาน
  • สนับสนุนยารักษาโรค เวชภัณฑ์ และเสบียงสำหรับปศุสัตว์แก่พื้นที่ที่เข้าถึงยาก

สถานการณ์น้ำท่วมน่านถือเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด การที่ “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความห่วงใย แต่ยังเป็นการสั่งการเชิงรุกเพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมน้ำคอยติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และหวังว่าการช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความลำบากให้พี่น้องประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

ที่มา – “สุริยะ” รับลูกนายกฯ เร่งลงพื้นที่น้ำท่วมน่าน สั่งทุกหน่วยช่วยประชาชน-เกษตรกรทันที

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดน่านเผชิญกับอุทกภัยอย่างหนัก ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศยกเลิกภารกิจด่วนเพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้กรมชลประทานระดมเครื่องมือหนักเข้าพื้นที่ทันที

ในวันนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างเข้มข้น นายสุริยะย้ำว่า รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย เป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดหาอาหารกล่องปรุงสุก การอพยพผู้ประสบภัย และการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่

การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ได้รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอเมืองน่านอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานจึงต้องปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำจะถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

  • การติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในอำเภอเมืองน่าน
  • การส่งเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ไปยังอำเภอเวียงสา
  • การระดมเครื่องจักรกล รถแบคโฮ และรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

ความพยายามในการจัดการกับวิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐ การที่ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย นั้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสียหายของพื้นที่เกษตรกรรม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านที่กำลังลำบาก

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว และขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโปรดติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์น้ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์น้ำหลากเช่นนี้

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครอบครัวคุณเองครับ

ที่มา – รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมน่าน สั่งกรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-รถแบคโฮ ช่วยผู้ประสบภัย

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “เจ๊แมว” นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้เดินหน้าบุกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยการนำหมายศาลอาญามายื่นขอรับสำนวนการไต่สวนที่หลายคนรอคอย ซึ่งการที่ “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการรวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีความที่กำลังดำเนินอยู่

เปิดเบื้องหลังการเคลื่อนไหว กุสุมาลวตี นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงาน กกต. โดยคุณกุสุมาลวตีได้เดินทางเข้าพบเลขาธิการ กกต. เพื่อขอรับเอกสารสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเธออ้างว่าจำเป็นต้องรีบนำไปประกอบการพิจารณาคดีที่พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่เธอเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ที่ผ่านมา

ความสำคัญของสำนวนชุดนี้อยู่ที่:

  • เป็นข้อมูลคำวินิจฉัยของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทั้งหมด
  • เป็นหลักฐานที่ระบุถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 229 คน
  • ครอบคลุมเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดียุบพรรคและการเลือก สว.

นางกุสุมาลวตีเปิดเผยว่า หากทาง กกต. ไม่ส่งเอกสารชุดนี้ให้ศาล หรือเลือกส่งสำนวนของชุดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เธอและทีมกฎหมายก็พร้อมที่จะใช้มาตรา 144 เพื่อนำเอกสารชุดที่ 26 นี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการตรวจสอบ โดยศาลได้กำหนดนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นเดดไลน์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น

การเคลื่อนไหวของเจ๊แมวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ การติดตามว่าผลของสำนวนชุดที่ 26 จะนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในคดีการเมืองอย่างไร เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนราคาแพงของการตรวจสอบนักการเมืองที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่หนักแน่น

ที่มา – “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต

วงการบันเทิงไทยต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีการยืนยันการจากไปของนักแสดงชื่อดัง เร แม๊คโดแนลด์ ในวัย 49 ปี ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนพ้องในวงการ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทอย่าง ลีโอ พุฒ และ ต้าร์ บาร์บี้ ที่ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้

ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต

เหตุการณ์การเสียชีวิตของ เร แม๊คโดแนลด์ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค. โดยภรรยาพบว่าสามีเสียชีวิตขณะนอนหลับอยู่บนโซฟา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ครอบครัวและแฟนคลับเป็นอย่างมาก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลีโอ พุฒ เล่าว่าตนได้รับโทรศัพท์จากภรรยาของเรในช่วงเช้า ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องการทะเลาะกันทั่วไป แต่เมื่อทราบความจริงว่าเพื่อนรักได้จากไปแล้ว ก็รู้สึกช็อกและทำอะไรไม่ถูกในวินาทีนั้น

คาดการณ์สาเหตุการเสียชีวิตและไลฟ์สไตล์

เพื่อนสนิทอย่าง ลีโอ พุฒ และ ต้าร์ บาร์บี้ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุเบื้องต้น โดยคาดว่าอาจเกิดจากการโหมงานหนักและการพักผ่อนน้อย เพราะเรเป็นคนที่มีพลังงานล้นเหลือ รักการเดินทาง และไม่ค่อยแสดงออกเมื่อมีความเหนื่อยล้า หลายคนมองว่านี่คือบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและการพักผ่อนของวัยทำงานที่มองข้ามไม่ได้เลย แม้ ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้ เผยนาทีรู้ข่าวร้าย เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิต จะเป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าเพียงใด แต่ทุกคนก็พยายามทำใจยอมรับและระลึกถึงความดีของนักแสดงผู้ล่วงลับ

  • เร แม๊คโดแนลด์ เสียชีวิตด้วยวัย 49 ปี
  • เพื่อนสนิทร่วมไว้อาลัยและเผยความรู้สึกถึงความสูญเสียกะทันหัน
  • ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือการพักผ่อนไม่เพียงพอจากการทำงานหนัก

ในมุมของเพื่อนร่วมงาน เร แม๊คโดแนลด์ ถือเป็นนักแสดงที่มีความเป็นมืออาชีพและเป็นที่รักของทุกคน การจากไปของเขาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียของวงการบันเทิง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนหันกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ เร แม๊คโดแนลด์ การจากไปครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านของการเดินทางในชีวิต หวังว่าความทรงจำดีๆ ที่เขาทิ้งไว้จะเป็นที่จดจำตลอดไป

ที่มา – “ลีโอ พุฒ – ต้าร์ บาร์บี้” เผยนาทีรู้ข่าวร้าย “เร แม๊คโดแนลด์” เสียชีวิต คาดพักผ่อนน้อย

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนกันน่าดูเลยนะครับ ล่าสุดทางกรมทรัพยากรธรณีได้ออกมาประกาศเตือนภัยด่วนให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยมีการแจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 นี้ ใครที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องรีบเตรียมตัวและวางแผนรับมือให้พร้อมก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันนะครับ

ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

จากประกาศล่าสุดของศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยจำนวน 15 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังการเกิด แผ่นดินถล่ม อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งอาจมีฝนตกหนักสะสมติดต่อกันจนทำให้ดินไม่อุ้มน้ำและเกิดภัยพิบัติได้ง่ายกว่าปกติครับ

รายชื่อจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569

สำหรับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง แผ่นดินถล่ม ได้แก่ น่าน, พะเยา, แพร่, อุตรดิตถ์, เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, กาญจนบุรี, จันทบุรี และตราด หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ดังนี้ครับ:

  • คอยติดตามข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ฝนตกหนักมากกว่า 100 มม. ใน 24 ชั่วโมง
  • หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือใกล้ทางน้ำผ่าน ควรขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงโดยเร็ว
  • สังเกตสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ เช่น สีของน้ำในลำธารที่เปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม หรือมีเศษซากไม้พัดมากับน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามทางน้ำหรือเดินลัดเลาะลำธารในช่วงที่ฝนตกหนัก
  • จัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ต้นน้ำ
  • เตรียมไฟฉายและอุปกรณ์ส่องสว่างให้พร้อมสำหรับการอพยพในยามค่ำคืน

สถานการณ์ภัยพิบัติเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้แม่นยำ 100% แต่การเตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนในพื้นที่เสี่ยงภัยปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี หากเห็นสัญญาณไม่ชอบมาพากลอย่ารอช้า ให้รีบอพยพไปยังจุดปลอดภัยทันทีนะครับ

ที่มา – ทธ. แจ้งเฝ้าระวัง “แผ่นดินถล่ม” ช่วง 19-21 ส.ค. เช็ก 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีสถานการณ์ด่วนที่น่าเป็นห่วงมาแจ้งให้ทราบ โดยเฉพาะพี่น้องชาวน่านครับ ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน ซึ่งสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง หลังจากที่ฝนตกหนักต่อเนื่องกันหลายวันจนทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

ทางจังหวัดน่านไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน จึงได้ลงนามในประกาศจังหวัดฯ เรื่อง เขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอปัวอย่างเร่งด่วนที่สุดครับ

รายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุมถึง 12 ตำบล และ 107 หมู่บ้าน ดังนี้ครับ:

  • ตำบลเจดีย์ชัย (หมู่ 1-9)
  • ตำบลแงง (หมู่ 1-7)
  • ตำบลศิลาเพชร (หมู่ 1-10)
  • ตำบลภูคา (หมู่ 1-14)
  • ตำบลปัว (หมู่ 1-8)
  • ตำบลศิลาแลง (หมู่ 1-8)
  • ตำบลสถาน (หมู่ 1-13)
  • ตำบลไชยวัฒนา (หมู่ 1-8)
  • ตำบลวรนคร (หมู่ 1-8)
  • ตำบลอวน (หมู่ 1-11)
  • ตำบลสกาด (หมู่ 1-4)
  • ตำบลป่ากลาง (หมู่ 1-7)

ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจะช่วยให้งบประมาณฉุกเฉินสามารถนำมาใช้ในการเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยมีกรอบเวลาช่วยเหลือภายใน 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุครับ

ในยามวิกฤตเช่นนี้ การรวมพลังของคนในชุมชนและการติดตามข่าวสารจากทางราชการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ ขอให้พี่น้องในพื้นที่ อ.ปัว และพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดน่าน ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าและสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำด้วยนะครับ สำหรับใครที่อยากช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถติดตามช่องทางการรับบริจาคจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยตรงครับ

เราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และหวังว่าสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากจะคลี่คลายลงในเร็ววันครับ

ที่มา – น้ำท่วมน่าน ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก อ.ปัว กระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน

Scroll to top