ข่าวไทยรัฐ

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

กลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเมื่อ เปิ้ล นาคร ศิลาชัย นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาประกาศความพร้อมผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า กำลังเร่งระดมทีมงานมูลนิธิไทนาคาเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน หลังจากที่ได้รับทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวบ้านที่กำลังเผชิญกับมวลน้ำมหาศาล

ความเคลื่อนไหวจาก เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน

ความมุ่งมั่นของพี่เปิ้ล นาคร ครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเจ้าตัวถึงขั้นสั่งการให้ทีมงานเตรียมอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเปิ้ลได้โพสต์ข้อความว่า “ออกจากโรงพยาบาล แล้วบินเลย เจอกันคับน่าน” พร้อมย้ำเตือนให้ชาวบ้านเตรียมของใช้ที่จำเป็นไว้ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในช่วง 3 วันข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการลงมือทำด้วยใจจริงและมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ทางด้านสถานการณ์ในพื้นที่ จังหวัดน่าน เองนั้น นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน และทีมงานเทศบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการหลายมาตรการเพื่อรับมือกับวิกฤต ดังนี้:

  • เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในเขตบ้านน้ำล้อมเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยง
  • มีการวางแนวกระสอบทรายในจุดที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนพระเนตร เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมที่อยู่อาศัย
  • เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่านออกปฏิบัติการสำรวจและเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

การร่วมมือกันระหว่างคนดังอย่าง เปิ้ล นาคร ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน กับหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของพลังความสามัคคีที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยรู้สึกอุ่นใจขึ้น แม้สถานการณ์ภัยพิบัติจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีคนพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันแบบนี้ ทำให้รอยยิ้มและกำลังใจของคนในพื้นที่กลับมาได้เสมอ เราขอเป็นกำลังใจให้ทั้งทีมงานของเปิ้ล นาคร และเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอให้พี่น้องชาวน่านปลอดภัยและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “เปิ้ล นาคร” ประสานทีม เตรียมพร้อมช่วยน้ำท่วมน่าน บอกชาวบ้านรออยู่

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เรียกได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ครับ โดยล่าสุดมีการเคลื่อนไหวสำคัญจากรัฐบาล เมื่อ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ทันทีหลังจากได้รับคำสั่งการด่วนจากท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งในขณะนั้นกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ

ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในงาน ม.อ.วิชาการ และงานมหกรรมงานวิจัย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ปรับแผนการเดินทางทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่ จ.น่าน ในเวลา 15.00 น. เพื่อลงพื้นที่ อ.ปัว อย่างเร่งด่วน โดยการที่ ยศชนัน เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน ในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงบทบาทของประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือที่ชัดเจนมากครับ

สถานการณ์ในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน

บรรยากาศที่ อ.ปัว ตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียดมากครับ เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกตัดขาด นายยศชนันจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว ในเขตอำเภอเมือง และเครื่องสูบน้ำ 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่ อ.เวียงสา เพื่อระบายน้ำให้เร็วที่สุด
  • ระดมเครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งรถแบ็กโฮและรถบรรทุกเทท้ายกว่า 7 คัน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและคอสะพานที่ถูกน้ำพัดพามา
  • ประสานงานกับ พมจ.น่าน เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ตามจุดพักพิงต่างๆ อย่างเร่งด่วน

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเหนือ และพร้อมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อแก้ปัญหาหน้างานทันที เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านจะคลี่คลายลงในเร็ววัน และขอส่งกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – “ยศชนัน” เปลี่ยนภารกิจบินด่วนจากสุราษฎร์ธานี ขึ้นเหนือลุยช่วยน้ำท่วมน่าน

เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

เชื่อว่าแฟนคลับหลายคนคงได้รับข่าวที่สร้างความตกใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เมื่อมีรายงานข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของนักแสดงชื่อดัง เรย์ แมคโดนัลด์ โดยมีภรรยาคู่ชีวิตได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุดกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อภรรยาของเรย์ แมคโดนัลด์ เล่านาทีพบร่างสามีในบ้านพัก ย่านพัฒนาการ โดยเธอเล่าว่าในเช้าวันนั้นเธอตั้งใจจะลงไปปลุกสามีเพื่อให้ไปส่งลูกที่โรงเรียน เนื่องจากเป็นวันเปิดเทอมวันแรก แต่เมื่อเข้าไปพบกลับพบว่าสามีได้จากไปอย่างสงบแล้ว ซึ่งเรื่องราวของ เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ กลายเป็นประเด็นที่คนในสังคมต่างเข้ามาแสดงความเสียใจกันอย่างล้นหลาม

สรุปเหตุการณ์ เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ เรย์ แมคโดนัลด์ นอนหมดสติ

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พบภาพเหตุการณ์ก่อนที่เรย์ แมคโดนัลด์ จะจากไปอย่างสงบ ดังนี้:

  • ช่วงเวลาเที่ยงคืน กล้องจับภาพได้ว่าเจ้าตัวกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตามปกติ
  • จังหวะต่อมา เรย์มีอาการฟุบลงไปนอนคล้ายกับคนหลับปกติ ซึ่งภรรยาเข้าใจว่าสามีเพียงแค่นอนหลับเท่านั้น
  • ในตอนเช้า ภรรยาคิดว่าสามีแกล้งหลับเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำ จึงไม่ได้เอะใจจนกระทั่งพบว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ภรรยายังยืนยันว่า เรย์ แมคโดนัลด์ ไม่มีโรคประจำตัวมาก่อน ซึ่งการจากไปครั้งนี้เปรียบเสมือนการที่เขาเพียงแค่อยากพักผ่อน หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมากที่ต้องสูญเสียนักแสดงฝีมือดีไปในวัยที่ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อีกมากมาย

ทางด้านนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างเพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยกำหนดการพิธีทางศาสนาทางครอบครัวจะแจ้งให้ทราบผ่านทางเฟซบุ๊กเพจเร่ร่อนต่อไป ในฐานะแฟนคลับพวกเราทุกคนขอร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวแมคโดนัลด์ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และขอให้พี่เรย์ไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี

ที่มา – เมียสุดเศร้า เล่านาทีพบ “เรย์ แมคโดนัลด์” นอนหมดสติ เช็กกล้องเจอดูทีวีแล้วฟุบไป

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน

ในช่วงสัปดาห์นี้ จังหวัดน่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายอำเภอ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุดทาง พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ได้มีคำสั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ ตชด.ภาค 3 และทีมตำรวจจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน ทันที พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังภัยพิบัติอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์วิกฤต น้ำท่วมน่าน และความช่วยเหลือจากภาครัฐ

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข ซึ่งมีทั้งน้ำท่วมขัง ถนนขาด และดินสไลด์ปิดเส้นทางสัญจร เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้าน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยที่ ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน น้ำท่วมน่าน เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องรีบอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

  • เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน
  • จัดเตรียมกำลังพลเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
  • ประสานงานหน่วยงานท้องถิ่นอพยพผู้ประสบภัยออกจากจุดเสี่ยง
  • เตือนภัยชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขาให้ระวังดินโคลนถล่ม

นอกจากนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือยังได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนใน จ.น่าน ระมัดระวังปริมาณฝนสะสมที่อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อ สำหรับใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากท่านพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวน่านทุกท่านให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอชื่นชมการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในยามลำบากเช่นนี้

ที่มา – ผบช.ตชด. สั่งด่วน ส่งกำลังพลช่วยชาวบ้าน “น้ำท่วมน่าน” เฝ้าระวัง 24 ชม.

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

สวัสดีครับพี่น้องชาวน่านทุกท่าน สถานการณ์น้ำในบ้านเราตอนนี้ต้องบอกว่าไม่น่าไว้วางใจเลยครับ ล่าสุดทาง เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม อย่างเร่งด่วน หลังจากมีรายงานฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักกว่า 200 มิลลิเมตรในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำในลำน้ำน่านและลำน้ำสาขา ทำให้เทศบาลเมืองน่านต้องออกมาแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือกับมวลน้ำที่กำลังไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชุมชนที่เคยประสบอุทกภัยหนักในปี 2549 และปี 2567 ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษครับ

มาตรการรับมือเมื่อเทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยของคนในครอบครัว ทางเทศบาลแนะนำให้ชาวบ้านดำเนินการดังนี้ครับ:

  • เร่งขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงให้พ้นระดับน้ำ
  • ย้ายรถยนต์และยานพาหนะไปจอดในพื้นที่ที่เทศบาลจัดไว้ให้ หรือในพื้นที่สูงที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก ไปยังศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติในพื้นที่ปลอดภัยทันที
  • สำหรับผู้ที่เลือกจะอยู่ในบ้านต่อ ต้องเตรียมเสบียง อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉายหรือเทียน ให้เพียงพออย่างน้อย 3 วัน

นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมโทรศัพท์มือถือให้มีแบตเตอรี่เต็มพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพราะทางเทศบาลอาจมีการตัดกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยครับ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะครับ การตื่นตัวและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความสูญเสียได้มากครับ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางเทศบาลและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่มา – เทศบาลเมืองน่าน ประกาศฉบับที่ 1 เตือนชุมชนที่มีความเสี่ยง เก็บของให้พ้นน้ำท่วม

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

สถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในจังหวัดน่านจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดเหตุการณ์ นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด แม้นายกรัฐมนตรีจะอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยในพื้นที่ภาคเหนือ

นายกฯ สั่งด่วนช่วย น้ำท่วมน่าน กำชับอาหารต้องมีคุณภาพ

เหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้มีความรุนแรงจนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทีมงานบูรณาการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำถึงมาตรฐานของศูนย์พักพิงและคุณภาพอาหารเป็นพิเศษ ท่านได้กล่าวอย่างหนักแน่นว่าการจัดการต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอดีต โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อบัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง

มาตรการเร่งด่วนเมื่อเกิด น้ำท่วมน่าน

รัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณเยียวยาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านส่วนกลาง โดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้:

  • การจัดตั้งศูนย์พักพิง: ดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยของประชาชนที่อพยพ
  • อาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์: นายกฯ กำชับว่าอาหารต้องมีคุณภาพเพียงพอและเหมาะสม
  • การเยียวยาหลังน้ำลด: เตรียมแผนซ่อมแซมบ้านเรือนและจ่ายเงินเยียวยาหากน้ำท่วมขังเกิน 3 วัน

ความห่วงใยที่นายกฯ ส่งตรงจากออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง การทำงานแบบบูรณาการร่วมกับกองทัพและส่วนท้องถิ่นจะช่วยให้สถานการณ์ น้ำท่วมน่าน ครั้งนี้คลี่คลายลงโดยเร็วที่สุด เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างเสียสละและพี่น้องชาวน่านทุกครอบครัวครับ

ที่มา – นายกฯ สั่งด่วนจากออสเตรเลีย ช่วย “น้ำท่วมน่าน” กำชับดูแลศูนย์พักพิง-อาหารต้องมีคุณภาพ

ปชน. ไม่หนุนฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงโกง สว. “ภคมน” จี้ กกต. เร่งส่งผู้ถูกกล่าวหาให้ศาล

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อ “ภคมน หนุนอนันต์” โฆษกพรรคประชาชน ออกมาแถลงจุดยืนที่ชัดเจนต่อกรณีที่มีข้อครหาเกี่ยวกับคดีโกง สว. โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง ปชน. ไม่หนุนฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงโกง สว. “ภคมน” จี้ กกต. เร่งส่งผู้ถูกกล่าวหาให้ศาล ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ปชน. ไม่หนุนฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงโกง สว. “ภคมน” จี้ กกต. เร่งส่งผู้ถูกกล่าวหาให้ศาล

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง โดยคุณภคมนได้อธิบายว่า ทางพรรคประชาชนไม่ได้ต้องการให้ประชาชนไปฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 112 แต่อย่างใด แต่สิ่งที่พรรคต้องการสื่อสารคือความย้อนแย้งของการใช้กฎหมายในปัจจุบัน ซึ่งมักจะถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทางการเมืองเสียมากกว่า การที่พรรคตั้งคำถามถึงมาตรฐานนั้น เป็นเพราะต้องการให้สังคมเห็นถึงระบบนิติสงครามที่บิดเบี้ยว

เหตุผลที่พรรคประชาชนคัดค้านการใช้ ม.112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง

สำหรับประเด็นที่ว่า ทำไม ปชน. ไม่หนุนฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงโกง สว. “ภคมน” จี้ กกต. เร่งส่งผู้ถูกกล่าวหาให้ศาล นั้น คุณภคมนได้ขยายความให้ชัดเจนขึ้นในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • กฎหมายมาตรา 112 เปิดช่องให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษได้ง่ายเกินไป ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการนำไปใช้เป็นอาวุธทำลายฝ่ายตรงข้าม
  • มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายมีความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีการนิ่งเฉยในกรณีที่ฝั่งอำนาจเดียวกันเป็นฝ่ายกระทำผิด
  • พรรคประชาชนยึดมั่นในหลักการที่ว่ากฎหมายต้องไม่ถูกนำมาใช้เพื่อการกลั่นแกล้ง หรือตัดสิทธิทางการเมืองของใครก็ตาม

ในส่วนของคลิปเสียงที่ปรากฏเป็นข่าวดัง ซึ่งมีการอ้างถึง “ข้างบน” นั้น ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งในกระบวนการสรรหา สว. ซึ่งทางพรรคมองว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการตามกฎหมายได้แล้ว ดังนั้นการที่องค์กรอิสระอย่าง กกต. ยังคงประวิงเวลาอยู่นั้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในสายตาของประชาชน

ท้ายที่สุดแล้ว พรรคประชาชนยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่ กกต. ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ความจริง การปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่มีความคืบหน้าจะยิ่งกัดกินความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อองค์กรอิสระให้หมดไป หาก กกต. ต้องการกอบกู้ศรัทธากลับคืนมา การเร่งทำคดีนี้ให้เป็นบรรทัดฐานที่โปร่งใสคือสิ่งจำเป็นที่สุด ไม่ใช่การปล่อยให้กฎหมายบางมาตราถูกนำมาใช้อย่างไม่เป็นธรรมจนสังคมตั้งคำถามครับ

ที่มา – ปชน. ไม่หนุนฟ้อง ม.112 ปมคลิปเสียงโกง สว. “ภคมน” จี้ กกต. เร่งส่งผู้ถูกกล่าวหาให้ศาล

2 นายกฯ ออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวร่วม ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

2 นายกฯ ออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวร่วม ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

ถือเป็นข่าวใหญ่และก้าวสำคัญในเวทีโลก เมื่อนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวหลังการหารือทวิภาคีเต็มคณะ ณ กรุงแคนเบอร์รา ซึ่งการเยือนครั้งนี้ถือว่ามีความหมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเยือนระดับผู้นำในรอบ 14 ปี ที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีกขั้น โดยทั้งคู่ได้ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน เพื่อสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งร่วมกันในอนาคต

รายละเอียดการหารือ: 2 นายกฯ ออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวร่วม ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

ในการพบปะกันครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความท้าทายในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้งสองประเทศ เพื่อจัดการกับเครือข่ายยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการตั้งเป้าหมายในการยกระดับความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกผ่านการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมทุกสองปีอีกด้วย

นอกเหนือจากเรื่องความมั่นคงแล้ว ยังมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การสนับสนุนให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD อย่างเต็มตัว
  • การกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจเชิงลึก เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลียให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด
  • การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพของออสเตรเลีย
  • การเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การที่ 2 นายกฯ ออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวร่วม ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงมิตรภาพที่ดี แต่ยังเป็นการปูทางสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้าให้สมเกียรติและมีความหมายยิ่งขึ้น นายกรัฐมนตรีไทยยังได้ชื่นชมความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และขอบคุณออสเตรเลียที่พร้อมสนับสนุนไทยในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์

ในมุมมองส่วนตัว การยกระดับความสัมพันธ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับประเทศไทย เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยในเรื่องการลงทุนและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเท่านั้น แต่การจับมือกันแก้ปัญหาแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติยังเป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยเฝ้ารอคอย และหวังว่าความร่วมมือนี้จะสามารถลดปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

ที่มา – 2 นายกฯ ออสเตรเลีย-ไทย แถลงข่าวร่วม ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน

ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน

ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังวางแผนจะมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเอง คงเคยมีความกังวลใจไม่น้อยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสัญญาหรือความไม่เรียบร้อยของโครงการ วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาเดียวกัน เพราะล่าสุดมีการขยับตัวครั้งใหญ่จากภาครัฐที่เข้าช่วยเหลือผู้บริโภคจนสามารถ ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน ได้สำเร็จ ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคอย่างเราไม่ได้ถูกทอดทิ้งครับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความใส่ใจของ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้ สคบ. เร่งรัดจัดการปัญหาความไม่เป็นธรรมในสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมักจะเป็นภาระก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนทำงาน โดยผลจากการไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ครอบคลุมห้องชุดหลายรายการ ทั้งปัญหาสภาพห้องชำรุดและกรณีสินเชื่อไม่ผ่าน ซึ่งทางผู้ประกอบการต้องคืนเงินให้ผู้บริโภคตามสิทธิ์ที่มี

สรุปผลการดำเนินการของ สคบ. ที่ช่วยผู้บริโภค

สำหรับเคสที่ได้รับการแก้ไขจนได้ข้อยุติในครั้งนี้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่ดีมาก โดยแบ่งกรณีหลักๆ ได้ดังนี้:

  • กรณีห้องชุดชำรุด: ผู้ซื้อตรวจพบปัญหาน้ำรั่ว รอยร้าว และระบบน้ำอุ่นใช้งานไม่ได้ ทางโครงการยอมคืนเงินให้กว่า 7.7 ล้านบาท
  • กรณีสินเชื่อไม่ผ่าน: ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเดิมหรือการโอนสิทธิ์ ผู้ซื้อที่กู้ไม่ผ่านก็มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน ซึ่ง สคบ. สามารถเจรจาจนคืนเงินรวมกันไปหลายแสนบาท

การ ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าหากเรามีหลักฐานที่ครบถ้วน การเจรจาไกล่เกลี่ยโดย สคบ. เป็นช่องทางที่ทรงพลังมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาฟ้องร้องให้ยืดเยื้อ เพียงแค่เตรียมสัญญา ใบเสร็จ และภาพถ่ายความเสียหายให้พร้อม ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นเยอะครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการใหม่ หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ อย่าลืมตรวจสอบสัญญาให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา หากพบความไม่เป็นธรรม ให้รีบติดต่อ ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน ผ่านช่องทางสายด่วน 1166 หรือแอป OCPB Connect ได้ทันที

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า การซื้ออสังหาริมทรัพย์คือการตัดสินใจครั้งใหญ่ อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดของโครงการมาเป็นภาระที่คุณต้องแบกรับไว้เพียงฝ่ายเดียว สิทธิ์ของคุณมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ครับ หากใครเจอปัญหา อย่าเงียบหายไป ร้องเรียนเถอะครับเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงและรับผิดชอบ เพื่อมาตรฐานที่ดีของวงการอสังหาฯ ไทยในอนาคต

ที่มา – ปิดดีลเคสอสังหาฯ สั่ง สคบ. ทวงเงินคืนผู้บริโภคกว่า 8 ล้าน ปมห้องชุดชำรุด-กู้ไม่ผ่าน

Scroll to top