คนละครึ่งล่าสุด

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน? เช็กเลย!

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน? มาเช็กเงื่อนไขและคุณสมบัติล่าสุด พร้อมดูว่าใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการนี้บ้าง

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 หลังจากที่รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ไปแล้ว โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือครึ่งหนึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเริ่มใช้จ่ายวันแรกตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา หลายคนคงกำลังรอ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน ใช่ไหม?

สำหรับผู้ที่พลาดการลงทะเบียนในโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟสแรก” ยังมีโอกาสในโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิในรอบแรก ใครที่ไม่ทันในเฟสแรกก็อาจได้รับเงิน 4,000 บาท โดยคาดว่าขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 นั้นจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียนใน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรกมากนัก

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดทั้งหมดได้ภายในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มใช้งานได้ภายในเดือนมกราคม 2569

“ในระหว่างนี้ เราจะทำการปรับปรุงรายละเอียดของโครงการให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนในเรื่องของงบประมาณที่จะนำมาใช้นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน แต่คาดว่าจากงบกลางที่มีอยู่ จะยังคงเพียงพอต่อการดำเนินงาน แม้ว่าจะได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ไปแล้ว” นายลวรณ กล่าว

คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ในรอบแรก สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. โดยชำระผ่าน G Wallet

สำหรับคำถามที่ว่า คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน นั้น ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าขั้นตอนจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียนในเฟสแรก คือจะต้องลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”

เตรียมตัวให้พร้อม! คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน เร็วๆนี้รู้แน่!

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน จะได้ไม่พลาดสิทธิ! มาดูกันว่ามีคุณสมบัติและเงื่อนไขอะไรบ้าง

คุณสมบัติและเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

1. ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. ต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

อัปเดตล่าสุด วิธีลงทะเบียน “แอปฯ เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store (รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป)

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

เงื่อนไขการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส”

1. ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้ตามเวลาที่กำหนด

2. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

3. จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ

  • ผู้ยื่นแบบภาษี: 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี: 2,000 บาท/คน

4. สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน

5. ระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06:00 น. ของทุกวัน

6. ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น

7. ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน (ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้)

8. แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตัง

9. ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี ได้ เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ท้ายที่สุดแล้ว โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแน่นอน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการนะครับ!

ที่มา – คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ลงทะเบียนวันไหน เช็กเงื่อนไขล่าสุด ใครได้รับสิทธิบ้าง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: ใครมีสิทธิรับ 4,000?

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” เช็กเงื่อนไขล่าสุด ใครบ้างมีสิทธิรับเงิน 4,000 บาท คาดอาจไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” รัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่เข้าเงื่อนไข โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มใช้จ่ายวันแรกไปแล้วตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งหากใครที่ลงทะเบียนไม่ทันใน โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟสแรก” ยังมีลุ้นในโครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟสสอง”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวมั่นใจว่า โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะนำเสนอที่ประชุม ครม. ได้ต้นเดือน ธ.ค.นี้ ในกรณีที่แม้จะมีการยุบสภาก่อนกำหนด เช่น ในเดือน ธ.ค. ก็จะเสนอ ครม. ได้ก่อนการยุบสภาแน่นอน โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินที่จะนำมาใช้

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ข้อมูล ณ วันที่ 23 พ.ย. เวลา 23.50 น. พบว่ามีร้านค้าเข้าร่วมแล้ว 968,692 ร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิ์ 1,652,014 คน ก่อให้เกิดเงินสะพัดในระบบแล้วกว่า 54,132 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากใครที่ลงทะเบียนไม่ทันเฟสแรก สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมคนละครึ่งพลัสได้ในเฟส 2 ซึ่งจะได้รับเงิน 4,000 บาท โดยคาดว่าการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 อาจจะไม่แตกต่างจากการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เฟสแรก

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เงื่อนไขล่าสุด ใครบ้างมีสิทธิรับเงิน 4,000 บาท

สำหรับใครที่พลาดโอกาสในโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก ไม่ต้องกังวล! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่กำลังจะมาถึง โอกาสรับเงินสนับสนุน 4,000 บาทอาจเป็นของคุณ!

คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

เช็กเลย! เงื่อนไขการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2

เมื่อได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แล้ว อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิให้ถี่ถ้วน เพื่อให้คุณสามารถใช้เงินสนับสนุนได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องตามที่รัฐบาลกำหนด

ต้องใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น. โดยชำระผ่าน G Wallet โดยห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 5/2568 (ครม.เศรษฐกิจ) มีมติเห็นชอบมาตรการใหม่เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ร้านค้าที่อยู่ในระบบ โดยให้ “เชื่อมร้านค้าคนละครึ่งพลัสทั้งหมดเข้ากับระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อแก้ปัญหาผู้ถือบัตรสวัสดิการมีร้านค้าให้เลือกใช้น้อยเกินไป

สำหรับร้านค้าที่ผ่านระบบคนละครึ่งมีมาตรฐานสูงและกระจายอยู่ทั่วประเทศ การเชื่อมระบบครั้งนี้จะช่วยให้ร้านค้าขายสินค้าให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการได้ทันที เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง และทำให้ระบบสวัสดิการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั่วประเทศ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพัฒนาระบบเชื่อมต่อเพิ่มเติมเพื่อให้ดำเนินงานได้สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการอยู่ตอนนี้ประมาณ 980,000 ร้านค้า ครม.เศรษฐกิจ ได้พิจารณาเห็นว่าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นอีกโครงการหนึ่งนั้นข้อจำกัด คือคนที่มีใช้บัตรสวัสดิการมีข้อจำกัดด้านร้านค้าที่เข้าร่วมค่อนข้างน้อย ครม.เศรษฐกิจ จึงเห็นชอบให้เอาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสไปเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการ

ความหมายคือ ร้านค้าเหล่านี้จะสามารถไม่เพียงแต่ขายแค่ในโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น แต่ต่อจากนี้ไปจะสามารถขายให้กับคนถือบัตรสวัสดิการได้ด้วย ซึ่งจะต้องมีการไปทำระบบเพื่อรองรับการเชื่อมโยงนี้ มาตรการนี้ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้เข้ามาช่วยเหลือร้านค้าและจะทำให้เกิดความยั่งยืน และรายได้ของร้านค้าจะไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราทราบดีว่าโครงการบัตรสวัสดิการมีต่อเนื่อง จึงถือเป็นหัวใจสำคัญ

โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจมอบให้แก่ประชาชน หวังว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม หากคุณมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนเมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม หากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล จะได้รายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เงื่อนไขล่าสุด ใครบ้างมีสิทธิรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: ลงทะเบียน รับ 4,000 บาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” เริ่มใช้ ม.ค. 2569 เปิดขั้นตอนลงทะเบียน เช็กเงื่อนไขผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ 4,000 บาท 

เกี่ยวกับ “โครงการคนละครึ่งพลัส” ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่เข้าเงื่อนไข โดยเป็นการออกให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มใช้จ่ายวันแรกตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ซึ่งหากใครที่ลงทะเบียนไม่ทันใน โครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก นั้น มีลุ้นในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิ ซึ่งหากใครที่ไม่ทันเฟสแรก ก็จะได้ 4,000 บาท 

ทั้งนี้ เราได้สรุปมาให้แล้วว่า หากคนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ไปแล้ว จะต้องทำอย่างไรบ้าง และคนที่พลาดรับสิทธิคนละครึ่งพลัสเฟสแรก ต้องทำอย่างไร ถึงจะได้ใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 2 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส (สำหรับคนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส เฟสแรก)

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย

วิธีลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตัง สำหรับคนที่ไม่เคยสมัครใช้งานมาก่อน

  1. โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง
  2. เข้าที่แอปฯ เป๋าตัง
  3. ขั้นตอนการสมัคร ให้ปิด Wi-Fi 
  4. กดยินยอมและยืนยัน เพื่อยอมรับเงื่อนไข (KYC Consent) การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  5. กดยินยอมให้ แอปฯ เป๋าตัง ขอความยินยอมตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
  6. เริ่มต้นการใช้งาน ด้วยการกรอกเลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือ
  7. รอรับ และกรอกรหัส OTP ที่จะส่งไปยังเบอร์มือถือที่สมัครไว้
  8. กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือกดแถบระบุข้อมูลส่วนตัวด้วยแอปฯ ThaiD
  9. เตรียมสแกนใบหน้า ขยับใบหน้าให้อยู่ในวงกลม ตามคำแนะนำที่แสดง
  10. ตั้งรหัส PIN พร้อมยืนยัน
  11. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้แอปฯ เป๋าตัง
  12. กดรหัส PIN อีกครั้งเพื่อเข้าแอปฯ เป๋าตัง
  13. กดให้ความยินยอมการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล PDPA
  14. เข้าหน้าหลักเป๋าตัง
  15. สมัครเป๋าตังเสร็จสิ้น

คนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ATM สีเทา) หน้าจอแบบมีปุ่มด้านล่าง

  1. เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน” (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
  2. เลือก “บริการยืนยันตัวตน”
  3. กดปุ่ม “รับทราบและรับรอง” ยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร
  4. เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูล และพิสูจน์ตัวตน
  5. กดปุ่ม “ถัดไป”
  6. เสียบบัตรประชาชน และกดปุ่ม “ตกลง”
  7. รอการตรวจสอบข้อมูล
  8. เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” เก็บบัตรประชาชน และดำเนินการต่อบนแอปฯ เป๋าตัง

คนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ATM สีเทา) หน้าจอแบบไม่มีปุ่มด้านล่าง

1. แตะหน้าจอบริเวณแถบสีฟ้า เพื่อเลือกบริการ (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
2. เลือก “ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
3. เลือกยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย
4. กด “รับทราบและรับรอง” ยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร
5. เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูล และพิสูจน์ตัวตน
6. เสียบบัตรประชาชน และกดปุ่ม “ตกลง”
7. รอการตรวจสอบข้อมูล
8. เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” เก็บบัตรประชาชน และดำเนินการต่อบนแอปฯ เป๋าตัง

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้ว

สำหรับการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 สำหรับคนที่ได้รับสิทธิในเฟสแรกแล้วนั้น เบื้องต้นคาดว่า จะเป็นการกดแบนเนอร์ให้ยืนยันการรับสิทธิ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

โครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้ไม่เกิน 4,000 บาท เริ่มใช้วันไหน

ส่วนกรณีที่รัฐจะเติมเงินคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นั้น กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ว่าจะเติมเงินให้คนละเท่าไร ซึ่งพิจารณาจากแหล่งเงินที่นำมาใช้ เพราะไม่ได้จัดสรรงบประมาณล่วงหน้า แต่เบื้องต้นคาดว่า จะเติมเงินให้อีกไม่เกินคนละ 4,000 บาท ซึ่งจะจัดสรรตามสัดส่วนเดิม คือ ผู้เสียภาษี และผู้ไม่อยู่ในระบบภาษี เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อสะดวกในการให้ความช่วยเหลือสวัสดิการรัฐในอนาคต ซึ่งคนที่ได้รับเฟสแรกไปแล้ว ก็จะได้รับในส่วนนี้ด้วย แต่เงื่อนไขต่างๆ ต้องรอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับ “คนละครึ่งพลัสเฟส 2” นั้น ถ้าเป็นไปตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ขณะลงพื้นที่น้ำท่วมว่า จะให้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนไทย โดยจะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือน มกราคม 2569

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 รับเงิน 4,000 บาท!

โครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 เป็นโครงการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับประชาชน หากคุณสมบัติครบถ้วน อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ขั้นตอนลงทะเบียน เงื่อนไขผู้มีสิทธิรับเงิน 4,000 บาท

คนละครึ่งพลัสเฟส 2: เฟสแรกรับสิทธิเพิ่มได้อีก!

อัปเดตข่าวดี! สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ในเฟสแรก เตรียมรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่อเนื่องได้เลย! คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนมกราคม 2569

หลังจากที่รัฐบาลได้มอบเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าเกณฑ์ตาม “โครงการคนละครึ่งพลัส” โดยรัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง ซึ่งเริ่มให้ใช้จ่ายกันไปตั้งแต่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในคนละครึ่งพลัส เฟสแรกไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ยังมีโอกาสใน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง แต่ต้องรอติดตามประกาศรายละเอียดที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง

คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ได้คนละเท่าไร เริ่มใช้วันไหน

สำหรับท่านใดยังไม่มีสิทธิในโครงการคนละครึ่งพลัส เฟสแรก ทางรัฐบาลมีแผนที่จะเปิดให้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสที่ 2 ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 นี้ จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 4,000 บาท

นอกจากนี้ ข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิในเฟสแรก! ท่านก็ยังสามารถเข้าร่วมคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ได้ตามปกติ โดยคาดการณ์ว่าคนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะเริ่มให้ใช้จ่ายได้ในเดือนมกราคม 2569

เงื่อนไขลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสเฟส 2

สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” นั้น ในเฟสแรก ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

  • ต้องเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดให้ลงทะเบียน
  • ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด
  • ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68)
  • ไม่มีประวัติถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งทุกระยะที่ผ่านมา

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2

เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการรับสิทธิจากโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้ เรามาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า! เช็คคุณสมบัติของตัวเองให้เรียบร้อย และเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียนเมื่อทางรัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน

วิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

แม้ว่าวิธีการลงทะเบียนสำหรับ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วขั้นตอนการลงทะเบียนจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเฟสแรก ดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • กดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง
  • กดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลจากเฟสแรก อาจมีการเปลี่ยนแปลงในเฟส 2 ได้ ดังนั้นหากมีความชัดเจนในเรื่องการลงทะเบียนจากรัฐบาล เราจะรีบรายงานให้ทุกท่านทราบโดยทันที

อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ จากโครงการ คนละครึ่งพลัสเฟส 2 นี้นะคะ!

ที่มา – คนละครึ่งพลัสเฟส 2 คนได้สิทธิเฟสแรกแล้ว มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือต่อ

คนละครึ่งเฟส 2: เปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ ใช้ได้ ม.ค. 69?

อัปเดตความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” หลายคนกำลังรอคอยว่า จะมีการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน? ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผยว่า จะมีความชัดเจนในเดือนธันวาคมนี้ และคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ที่กำลังจะมาถึง

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยรัฐบาลจะออกให้ครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่เริ่มโครงการในวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 17 พฤศจิกายน 2568 มีการใช้จ่ายรวมแล้ว 42,960 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐร่วมจ่าย 21,188 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 21,772 ล้านบาท มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการถึง 940,700 ราย และมีประชาชนที่ได้รับสิทธิและใช้สิทธิเต็มจำนวนแล้ว 883,104 ราย ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องใช้สิทธิภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิ เงินที่เหลือจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก เนื่องจากรัฐบาลจะยุติการสนับสนุนทันที

สำหรับผู้ที่กำลังรอคอย“คนละครึ่งพลัส เฟส 2” นั้น กระทรวงการคลังกำลังพิจารณารายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงินที่จะเติมให้แต่ละคน ซึ่งจะต้องพิจารณาจากแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ เนื่องจากไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ล่วงหน้า แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีการเติมเงินให้อีกไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน โดยจะจัดสรรตามสัดส่วนเดิม คือ ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี และผู้ที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี เพื่อความสะดวกในการให้ความช่วยเหลือและสวัสดิการต่างๆ ในอนาคต สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิในเฟสแรกก็จะได้รับสิทธิในเฟสที่สองนี้ด้วย แต่เงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆ จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

“คนละครึ่งเฟส 2” เริ่มวันไหน คาดชัดเจนภายในเดือน ธ.ค. นี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ “คนละครึ่งเฟส 2” ในงานกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือทักษะเรียนรู้ใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการโครงการนี้อย่างแน่นอน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือเกี่ยวกับกรอบวงเงินที่จะใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะนำ “งบกลาง” มาใช้ในการดำเนินงานเฟส 2 และอยู่ในขั้นตอนการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ซื้อและผู้ขาย

คาดว่ารายละเอียดและความชัดเจนต่างๆ เกี่ยวกับโครงการ จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ และจะเริ่มเปิดให้ใช้จ่ายได้ภายในเดือนมกราคม 2569 รวมถึงจะมีการดำเนินการควบคู่ไปกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ที่เตรียมเปิดรอบใหม่ไปพร้อมๆ กัน

“คนละครึ่งพลัส” เช็กคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน ใครมีสิทธิบ้าง

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ช่องทางลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568

  • ลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน “แอปฯ เป๋าตัง” และเปิดใช้บริการ G Wallet
  • ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
  • ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

ขั้นตอนติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง ลงทะเบียน “คนละครึ่ง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store    

  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS – คลิกที่นี่ 
  • สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android – คลิกที่นี่

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา 

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน 

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

วิธีลงทะเบียนใช้งาน “G Wallet” บนแอปฯ เป๋าตัง

  • ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
  • เลือก G Wallet เลือก “สมัครใช้บริการ”
  • กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
  • เลือกวิธีการยืนยันตัวตน “สแกนใบหน้า”
  • สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
  • เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน

เปิดอมรม “ร้านค้าคนละครึ่งพลัส” พัฒนาความรู้มอบเงินสนับสนุน 2,000 บาท

ทั้งนี้ ครม. มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ให้กับร้านค้าที่ร่วมในโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ร้านค้าพัฒนาธุรกิจของตนเอง ผ่านการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็น โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมายจำนวนไม่เกิน 400,000 ราย

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการ Upskill หรือ Reskill อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างใน 6 ช่องทาง จำนวนไม่เกิน 400,000 ร้านค้าแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการ Upskill หรือ Reskill สำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อร้านค้า โดยกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง จะโอนเงินดังกล่าวให้แก่ร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

คุณสมบัติร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

1. เป็นร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ในวันก่อนเริ่มดำเนินการ Upskill หรือ Reskill 

2. ได้ตกลงให้ความยินยอม (Consent) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของโครงการฯ ก่อนดำเนินการ Upskill หรือ Reskill เข้าร่วมการ Upskill หรือ Reskill โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) ที่ตรงกับการลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส เท่านั้น

3. ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ประเภทร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่เลือก Upskill หรือ Reskill กับ Food Delivery Platform รายใด จะต้องไม่เป็นร้านค้าที่อยู่ในฐานข้อมูล ของ Food Delivery Platform รายดังกล่าวนั้น ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

4. ไม่เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะในโครงการคนละครึ่ง พลัส

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการ คนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส

ไทม์ไลน์ระยะเวลาดำเนินการ

วันที่เป็นต้นไป : เป็นร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสมาแล้วอย่างน้อย 1 วัน จึงจะเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะร้านค้าได้

19 พ.ย. 68 เปิดให้เข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

19 ธ.ค. 68 สิ้นสุดเข้าร่วมพัฒนาทักษะตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละช่องทางเลือก

23 ธ.ค. 68 ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ ถุงเงิน และ SME

25 ธ.ค. 68 โอนเงินสนับสนุนให้แก่ร้านค้าที่ได้รับสิทธิ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ “คนละครึ่งเฟส 2” ที่กำลังจะมาถึง! ติดตามข่าวสารและอัปเดตล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าโครงการและรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลมอบให้

ที่มา – เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งเฟส 2” วันไหน คาดเริ่มใช้จ่ายได้ภายในเดือน ม.ค. 69

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

สศค. คาด GDP ไทยปี 68 โตจาก “คนละครึ่งพลัส”

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2568 เป็นโต 2.4% โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงปลายปี โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในขณะที่ GDP ปี 2569 คาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 2% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สศค. ยังคงเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างต่อเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวโน้ม GDP ไทยปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.4% ปรับเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่ 2.2% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.9-2.9% ปัจจัยหลักมาจากแรงหนุนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ 10% รวมถึงการเร่งส่งออกของภาคเอกชนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และจีนในไตรมาส 3 ปี 2568

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป คาดว่าจะอยู่ที่ -0.2% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลง ทั้งค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลและการปรับตัวลดลงของราคาพลังงานในตลาดโลก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 และอาจจะไม่เข้าสู่กรอบเงินเฟ้อขั้นต่ำที่ 1% อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาส 4 และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวดีขึ้นได้

ถึงแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินฝืดที่อาจเกิดขึ้น แต่ สศค. ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนของภาวะดังกล่าว โดยภาวะเงินฝืดจะต้องประกอบด้วยอัตราเงินเฟ้อติดลบ การชะลอตัวของ GDP และกำลังซื้อที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ออกมาในช่วงไตรมาส 4 จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 33.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 46,570 บาทต่อคนต่อทริป

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณที่ดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น โดยมาตรการต่างๆ ที่ออกมา เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังเติบโตเกิน 1% อย่างแน่นอน

ในส่วนของปี 2569 สศค. คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 2.0% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 1.5-2.5% เนื่องจากการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าจะหดตัวลง -1.5%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 35.5 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 47,280 บาทต่อคนต่อทริป นอกจากนี้ การบริโภคที่ขยายตัวดีขึ้นที่ 2.4% และการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัว 3.0% จากการเร่งเบิกจ่ายและลงทุนภาครัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569

สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทยมีระบบ Data Analytics เพื่อตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย หากพบข้อมูลและหลักฐานเพียงพอ จะระงับการใช้สิทธิ์และระงับการจ่ายเงินร้านค้า พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่มีการยอมความ เพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อขายในโครงการเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เบื้องต้นได้เริ่มระงับสิทธิ์ผู้ต้องสงสัยที่เป็นร้านค้าไปแล้วประมาณ 6-7 ราย แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีที่จับกุม 3 รายก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงธุรกรรมที่ต้องสงสัยว่ามาจากสาเหตุใด หากสามารถชี้แจงได้ก็จะให้โอกาสคืนสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส มีการใช้จ่ายที่กระจายตัวทั่วประเทศ โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ภาคตะวันตกมีการใช้จ่ายน้อยที่สุด เนื่องจากจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ มีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ประมาณ 696,000 ร้านค้า สศค. จึงขอเชิญชวนให้ร้านค้าต่างๆ ยังมีเวลาในการเข้าร่วมโครงการฯ และย้ำว่า โครงการคนละครึ่งพลัส ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะหลอกให้ใครมาติดกับดักเพื่อเสียภาษี แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้ร้านค้ามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จึงจะไม่มีการเก็บภาษีร้านค้าย้อนหลังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ในช่วงต่อไป จะมีการอัพสกิลให้กับร้านค้าในแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด เพื่อให้ร้านค้ามีการปรับตัว เข้าถึงเทคโนโลยี และทำบัญชีรายรับรายจ่ายออนไลน์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ

ในส่วนของระบบการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายเงินกับรถไฟฟ้า ยังคงยืนยันให้เป็นไปตามเกณฑ์เดิม นายวินิจยอมรับว่าการทำโครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ มีเวลาค่อนข้างจำกัด จึงเลือกใช้โมเดลเดิม อย่างไรก็ตาม ในอนาคต หากมีการพิจารณาโครงการคนละครึ่งในเฟสต่อไป อาจจะมีการหาวิธีการที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าขั้นตอนที่ทำอยู่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต

“คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ?

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเเรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ เเต่ทั้งนี้การเติบโตของ GDP ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ที่มา – สศค. คาด GDP ไทยปี 2568 โต 2.4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “คนละครึ่งพลัส”

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

ตร.เตือน! แลกเงินสด “คนละครึ่งพลัส” ผิดกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและร้านค้าที่นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสดโดยไม่ได้มีการซื้อขายจริง อาจเข้าข่ายการฉ้อโกง ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว จากการใช้สิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยให้วงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

จากโครงการคนละครึ่งในอดีต (ปี 2563-2564) พบว่ามีประชาชนและร้านค้าบางส่วนใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง โดยการนำสิทธิไปแลกเป็นเงินสด หรือสมรู้ร่วมคิดกันในการใช้สิทธิโดยที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงเกิดขึ้น

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “แสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดอาจถูกระงับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนให้กับรัฐอีกด้วย

โทษของการนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนประชาชนที่ได้รับสิทธิ“คนละครึ่งพลัส” ห้ามนำสิทธินี้ไปขายต่อให้ผู้อื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อให้เข้าใจถึงความผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาดูกันว่าการกระทำลักษณะนี้ผิดกฎหมายอย่างไรได้บ้าง:

  • การนำสิทธิไปแลกเงินสดถือว่าเป็นการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • การสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้ใช้สิทธิและร้านค้าในการแลกเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายจริง ถือว่าเป็นการฉ้อโกง
  • การแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิ ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่รัฐ

ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ต้องโทษตามกฎหมายอาญาเท่านั้น แต่อาจถูกตัดสิทธิจากโครงการอื่นๆ ของรัฐในอนาคต และต้องชดใช้เงินคืนทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้อง

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน การเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเป็นโอกาสที่ดีในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่การใช้สิทธิอย่างถูกต้องและซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยรวม

หากไม่แน่ใจในเงื่อนไขหรือการใช้สิทธิ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ

จำไว้ว่าการใช้สิทธิอย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ตัวเราเองและสังคม

ที่มา – ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

Scroll to top