สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและร้านค้าที่นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสดโดยไม่ได้มีการซื้อขายจริง อาจเข้าข่ายการฉ้อโกง ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ
ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว จากการใช้สิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยให้วงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
จากโครงการคนละครึ่งในอดีต (ปี 2563-2564) พบว่ามีประชาชนและร้านค้าบางส่วนใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง โดยการนำสิทธิไปแลกเป็นเงินสด หรือสมรู้ร่วมคิดกันในการใช้สิทธิโดยที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงเกิดขึ้น
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “แสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดอาจถูกระงับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนให้กับรัฐอีกด้วย
โทษของการนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนประชาชนที่ได้รับสิทธิ“คนละครึ่งพลัส” ห้ามนำสิทธินี้ไปขายต่อให้ผู้อื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เพื่อให้เข้าใจถึงความผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาดูกันว่าการกระทำลักษณะนี้ผิดกฎหมายอย่างไรได้บ้าง:
- การนำสิทธิไปแลกเงินสดถือว่าเป็นการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ
- การสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้ใช้สิทธิและร้านค้าในการแลกเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายจริง ถือว่าเป็นการฉ้อโกง
- การแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิ ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่รัฐ
ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ต้องโทษตามกฎหมายอาญาเท่านั้น แต่อาจถูกตัดสิทธิจากโครงการอื่นๆ ของรัฐในอนาคต และต้องชดใช้เงินคืนทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้อง
ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน การเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเป็นโอกาสที่ดีในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่การใช้สิทธิอย่างถูกต้องและซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยรวม
หากไม่แน่ใจในเงื่อนไขหรือการใช้สิทธิ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ
จำไว้ว่าการใช้สิทธิอย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ตัวเราเองและสังคม
ที่มา – ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

