ถุงเงิน

15 มิ.ย. นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับสายกินและผู้ที่รอคอยการใช้สิทธิ์สนับสนุนจากภาครัฐครับ เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เพราะโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 กำลังขยายช่องทางให้เราเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ

15 มิ.ย. นี้ เริ่มวันแรก ใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลัก

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการออกไปใช้จ่ายที่หน้าร้านโดยตรง แต่ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป รัฐบาลได้ประกาศข่าวดีว่าเราสามารถเริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายและไม่อยากเดินทางฝ่ารถติดไปร้านอาหารเองครับ

วิธีใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ให้คุ้มค่า

สำหรับขั้นตอนง่ายๆ คือเพียงแค่สั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันที่เข้าร่วมโครงการ โดยร้านอาหารกว่า 88,198 แห่งทั่วประเทศได้ทำการเชื่อมระบบผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับออเดอร์จากพวกเราครับ คุณสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ในทุกๆ วัน ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เลยทีเดียว

หากเราดูตัวเลขสถิติที่ผ่านมา ต้องบอกว่าโครงการนี้ได้รับความนิยมสุดๆ เพราะมีผู้ใช้งานไปแล้วกว่า 26 ล้านคน และมียอดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากจำนวนมหาศาล การที่รัฐบาลเพิ่มช่องทางเดลิเวอรีเข้ามาครั้งนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ครับ

  • ใช้งานง่าย สะดวกผ่านมือถือ
  • รองรับ 4 แพลตฟอร์มหลักที่คนไทยนิยม
  • ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละมื้อ
  • กระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยใกล้บ้านคุณ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้เพื่อนๆ วางแผนการกินในแต่ละวันได้อย่างคุ้มค่านะครับ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และใช้จ่ายภายในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนของเราให้แข็งแกร่งกันต่อไปครับ ใครที่ยังไม่ได้ลองใช้สิทธิ์ผ่านเดลิเวอรี บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยให้ร้านอาหารเล็กๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ!

ที่มา – 15 มิ.ย. นี้ เริ่มวันแรก ใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 4 แพลตฟอร์มหลัก

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน

ข่าวดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้ายุคดิจิทัล! รัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบในการยกระดับร้านค้ารายย่อยด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์อัจฉริยะที่ชื่อว่า “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้การบริหารจัดการร้านค้าของคุณง่ายและแม่นยำกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ร้านค้าที่ใช้แอปฯ ถุงเงินจะได้รับผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจแบบเรียลไทม์

ทำไมต้องใช้งานฟีเจอร์ นกกระซิบ บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน?

หลายคนอาจสงสัยว่าระบบนี้จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจแบบเดิมๆ ได้อย่างไร คำตอบคือ AI ตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่แชทบอทตอบคำถามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เท่านั้น แต่ยังเป็นกูรูด้านข้อมูลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้เฉียบคมยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์เด่นที่ไม่ควรพลาดประกอบไปด้วย:

  • วิเคราะห์ยอดขายอัตโนมัติ: บอกลาการจดบันทึกแบบเดิมๆ เพราะนกกระซิบจะสรุปยอดขายรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาทองที่คนเข้าร้านเยอะที่สุด ทำให้คุณจัดสต็อกสินค้าและวางแผนกำลังคนได้อย่างเหมาะสม
  • เช็กราคากลางวัตถุดิบ: ระบบจะเชื่อมต่อกับกรมการค้าภายใน เพื่ออัปเดตราคาหมู ไก่ และวัตถุดิบสำคัญแบบวันต่อวัน คุณจะได้รู้ต้นทุนที่แท้จริง ไม่ต้องกลัวซื้อของแพงเกินเหตุ
  • คำนวณกำไรและต้นทุนเบื้องต้น: ช่วยคำนวณกำไรสุทธิต่อหน่วย ทำให้คุณตั้งราคาขายได้อย่างมั่นใจ ว่าไม่เข้าเนื้อและมีกำไรเพียงพอสำหรับการต่อยอดธุรกิจ

การใช้เครื่องมืออย่าง “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ร้านค้ายุคใหม่ต้องปรับตัวให้ทัน รัฐบาลตั้งใจให้เทคโนโลยี AI เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ เพื่อให้การจัดการร้านค้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณสามารถเริ่มใช้งานได้ทันทีเพียงอัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชัน 5.50.0 ขึ้นไปครับ

หากคุณเป็นเจ้าของร้านค้า อย่ารอช้า! ลองเข้าไปทดสอบใช้งานฟีเจอร์นี้ดูนะครับ เพราะข้อมูลคือขุมทรัพย์ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตและแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การรู้ราคาต้นทุนและเข้าใจยอดขายตัวเองดีพอ คือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้แน่นอน

ที่มา – รัฐบาลเปิดตัว “นกกระซิบ” บนแอปฯ ถุงเงิน ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย–ต้นทุน เริ่มใช้ 1 มิ.ย.

กรุงไทย เปิดจุดบริการนอกสถานที่ 26-29 พ.ค. ไทยช่วยไทยพลัส

กรุงไทย เปิดจุดบริการนอกสถานที่ 26-29 พ.ค. ไทยช่วยไทยพลัส

ข่าวดีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าทุกท่าน! ล่าสุดทางธนาคารกรุงไทยได้ประกาศข่าวสำคัญเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โดยทางธนาคารได้จัดเตรียมกองทัพเจ้าหน้าที่เปิดจุดบริการนอกสถานที่ เพื่อให้คุณสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก

หากคุณเป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสขยายฐานลูกค้าและต้องการเพิ่มยอดขายผ่านโครงการรัฐ การที่ กรุงไทย เปิดจุดบริการนอกสถานที่ 26-29 พ.ค. ไทยช่วยไทยพลัส ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาดเลยครับ เพราะนอกจากการรับสมัครสมาชิกใหม่แล้ว ธนาคารยังเตรียมทีมงานมืออาชีพมาคอยให้คำแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ แบบใกล้ชิด เพื่อให้คุณใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วและปลอดภัยที่สุด

รายละเอียดการให้บริการ กรุงไทย เปิดจุดบริการนอกสถานที่ 26-29 พ.ค. ไทยช่วยไทยพลัส

สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ มีขั้นตอนในการเตรียมตัวง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • ตรวจสอบว่าท่านมีชื่อบัญชีธนาคารกรุงไทยอยู่แล้วหรือไม่ (เนื่องจากจุดบริการนี้เน้นรองรับผู้ที่มีบัญชีธนาคารกรุงไทยแล้วเท่านั้น)
  • เตรียมเอกสารให้พร้อมตามที่ธนาคารกำหนด
  • ตรวจสอบจุดบริการใกล้บ้านท่านผ่านเว็บไซต์ของธนาคารกรุงไทย เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ แต่ยังไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย ไม่ต้องกังวลใจไปครับ คุณสามารถเดินเข้าไปที่สาขาของธนาคารกรุงไทยใกล้บ้านท่านเพื่อเปิดบัญชีใหม่ได้ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้ข้อมูลการสมัครโครงการต่อเนื่องให้ทันทีครับ

การลงทะเบียนในช่วงเวลาดังกล่าวนอกจากจะเป็นการอำนวยความสะดวกแล้ว ยังช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงระบบของรัฐได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ลดความผิดพลาดในการตั้งค่าแอปฯ ถุงเงินได้เป็นอย่างดี อย่าลืมเช็กกำหนดการและสถานที่ให้แม่นยำก่อนออกเดินทางนะครับ การเข้าร่วมโครงการเหล่านี้เปรียบเสมือนการเพิ่มช่องทางรายได้และประชาสัมพันธ์ร้านค้าของคุณให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในยุคดิจิทัล หากคุณพร้อมก้าวไปสู่การเป็นร้านค้าดิจิทัลเต็มรูปแบบ รีบไปใช้บริการในช่วงวันที่ 26-29 พฤษภาคมนี้กันเลยครับ!

ที่มา – “กรุงไทย” เปิดจุดบริการนอกสถานที่ 26-29 พ.ค. อำนวยความสะดวก “ไทยช่วยไทยพลัส”

คนละครึ่งพลัส เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน! รีบใช้

กระทรวงการคลังเผยโครงการ คนละครึ่งพลัส ยอดใช้จ่ายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทแล้ว! ย้ำเตือนอีกครั้งสำหรับ 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้ใช้ รีบใช้จ่ายครั้งแรกก่อนถูกตัดสิทธิภายใน 5 ทุ่มวันนี้ (11 พ.ย. 68)

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ว่า จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ มีประชาชนเริ่มใช้จ่ายแล้ว 19,701,063 คน แต่ยังมีสิทธิคงเหลือที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายอีก 298,937 สิทธิ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น.)

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ คนละครึ่งพลัส แล้วแต่ยังไม่ได้กดใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือยังไม่ได้ทำรายการใช้จ่ายครั้งแรกกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ขอให้รีบใช้จ่ายภายในเวลา 23.00 น. ของวันนี้ (11 พ.ย. 2568) เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านหมดอายุไปอย่างน่าเสียดาย โครงการนี้ถือเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงปลายปี

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 12.00 น. พบว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมในโครงการ คนละครึ่งพลัส รวมทั้งสิ้น 30,276.94 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 15,334.35 ล้านบาท และเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 14,942.59 ล้านบาท มีผู้ใช้สิทธิสะสมแล้วกว่า 19.70 ล้านคน จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 825,952 ร้านค้า และมีรายการใช้จ่ายสะสมกว่า 215.81 ล้านรายการ

นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) สะสมรวมอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดยแบ่งตามแพลตฟอร์มดังนี้ Lineman มียอดสูงสุด 249.74 ล้านบาท, Grab 149.14 ล้านบาท, ShopeeFood 19.82 ล้านบาท และ Robinhood 711,316.97 บาท

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เฉพาะวันนี้ (11 พ.ย. 68) มียอดใช้จ่ายรวม 593.14 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 568.47 ล้านบาท และผ่านบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ (Food Delivery) อีก 24.67 ล้านบาท

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังยังคงติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจของประเทศ

คนละครึ่งพลัส คืออะไร และทำไมต้องรีบใช้?

คนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ โดยรัฐจะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้าและบริการ (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และร้านค้าก็มียอดขายเพิ่มขึ้น

ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ต้องทำอย่างไร?

หากท่านเป็นหนึ่งใน 2.9 แสนสิทธิที่ยังไม่ได้เริ่มใช้จ่ายในโครงการ คนละครึ่งพลัส ขอให้รีบดำเนินการดังนี้:

  • ตรวจสอบสิทธิของท่านในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • เติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ให้เพียงพอต่อการใช้จ่าย
  • หาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส และใช้จ่ายก่อน 5 ทุ่มของวันนี้ (11 พ.ย. 68)

หากท่านไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด สิทธิของท่านจะถูกตัด และท่านจะไม่สามารถใช้สิทธิในโครงการนี้ได้อีกต่อไป

อย่าปล่อยให้สิทธิของท่านหมดอายุไปฟรีๆ รีบใช้จ่าย คนละครึ่งพลัส ก่อน 5 ทุ่มวันนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดค่าใช้จ่ายของท่านเอง!

ที่มา – “คลัง” เผย “คนละครึ่งพลัส” เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน ย้ำ 2.9 แสนสิทธิ รีบใช้ก่อน 5 ทุ่มวันนี้

สคบ. คุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สกัดขึ้นราคา

สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ล่าสุด สคบ. ได้ออกมาตรการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

รมต.สำนักนายกฯ ได้เรียก ช้อปปี้ แกร็บ ไลน์แมน มาหารือเพื่อควบคุมร้านค้าที่ขายอาหารไม่ให้ขึ้นราคากับลูกค้าที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการจัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมมือกับ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่สั่งฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแพลตฟอร์มในโครงการคนละครึ่งพลัส ที่จะเริ่มในวันที่ 7 พ.ย. 2568 โดยกำชับให้ช่วยคุมราคาอาหารไม่ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการขายเกินราคา ด้วยการปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา และขอให้จัดโปรโมชันส่วนลดให้กับผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ส่วนลด 2 เด้ง คือได้ส่วนลด 50% จากการซื้ออาหาร สูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน จากโครงการคนละครึ่งพลัส และส่วนลดเพิ่มเติมจากแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งขอให้ลดค่า GP หรือ ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเก็บจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้าร่วมอีก 2 ราย ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด บริษัท ติ๊กต็อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด โดยได้กำชับแพลตฟอร์มทั้ง 5 ราย เฝ้าระวังการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยตรวจจับ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันและปราบปรามในทุกแพลตฟอร์ม โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สคบ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ได้เปิดช่องทางร้องทุกข์เพิ่มเติมจากสายด่วน เพิ่มอีก 10 สาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเร่งรัดเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สคบ. คุมเข้ม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ป้องกันการขึ้นราคา

มาตรการควบคุมราคาฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” ของ สคบ. ถือเป็นความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการขายและการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารและสินค้าในราคาที่เป็นธรรม

มาตรการสำคัญในการควบคุมฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส”

  • ปิดระบบแก้ไขเมนูของร้านค้า: เพื่อป้องกันร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา
  • จัดโปรโมชั่นส่วนลดเพิ่มเติม: เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับส่วนลด 2 เด้ง
  • ลดค่า GP: ลดภาระค่าใช้จ่ายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • เฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย: ป้องกันการหลอกลวงผู้บริโภค
  • เพิ่มช่องทางร้องทุกข์: อำนวยความสะดวกในการร้องเรียนและแก้ไขปัญหา

การดำเนินการของ สคบ. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคและการสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ ผู้บริโภคควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีการเอารัดเอาเปรียบหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้บริโภค จะช่วยให้โครงการฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ที่มา – สคบ.คุม ฟู้ดเดลิเวอรี “คนละครึ่งพลัส” สั่งปิดแก้เมนู ป้องกันร้านค้าขึ้นราคา

ตร.เตือน! แลกเงินสด “คนละครึ่งพลัส” ผิดกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและร้านค้าที่นำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสดโดยไม่ได้มีการซื้อขายจริง อาจเข้าข่ายการฉ้อโกง ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนที่อาจกระทำผิดโดยไม่รู้ตัว จากการใช้สิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยให้วงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

จากโครงการคนละครึ่งในอดีต (ปี 2563-2564) พบว่ามีประชาชนและร้านค้าบางส่วนใช้สิทธิอย่างไม่ถูกต้อง โดยการนำสิทธิไปแลกเป็นเงินสด หรือสมรู้ร่วมคิดกันในการใช้สิทธิโดยที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงเกิดขึ้น

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ “แสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดอาจถูกระงับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการอื่นๆ ของรัฐ และต้องชดใช้เงินคืนให้กับรัฐอีกด้วย

โทษของการนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนประชาชนที่ได้รับสิทธิ“คนละครึ่งพลัส” ห้ามนำสิทธินี้ไปขายต่อให้ผู้อื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง เพราะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย หากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อให้เข้าใจถึงความผิดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาดูกันว่าการกระทำลักษณะนี้ผิดกฎหมายอย่างไรได้บ้าง:

  • การนำสิทธิไปแลกเงินสดถือว่าเป็นการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ
  • การสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้ใช้สิทธิและร้านค้าในการแลกเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายจริง ถือว่าเป็นการฉ้อโกง
  • การแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้สิทธิ ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแก่รัฐ

ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่คิด ไม่เพียงแต่ต้องโทษตามกฎหมายอาญาเท่านั้น แต่อาจถูกตัดสิทธิจากโครงการอื่นๆ ของรัฐในอนาคต และต้องชดใช้เงินคืนทั้งหมดที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้อง

ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน การเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลเป็นโอกาสที่ดีในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่การใช้สิทธิอย่างถูกต้องและซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้โครงการเหล่านี้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริง และไม่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยรวม

หากไม่แน่ใจในเงื่อนไขหรือการใช้สิทธิ ควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ

จำไว้ว่าการใช้สิทธิอย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง จะนำมาซึ่งประโยชน์ที่ยั่งยืนแก่ตัวเราเองและสังคม

ที่มา – ตร. เตือนนำสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ไปแลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

เริ่มแล้ว! วิธีใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปเป๋าตัง

เปิดขั้นตอนการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” วันแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท พร้อมวิธีเติมเงินเข้า G Wallet

หลังจากรัฐบาล เปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว เพื่อหวังลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

โดยวันนี้ (29 ตุลาคม 2568) เป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน

ที่สำคัญคือประชาชนที่ได้รับสิทธิแล้วจะต้องใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์ตามเงื่อนไขของโครงการ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วม “คนละครึ่งพลัส” จะสามารถใช้สิทธิไปจนถึงวันสิ้นสุดโครงการคือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น.

คนละครึ่งพลัส ใช้ยังไง แนะขั้นตอนใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน อาจจะยังสับสนขั้นตอนการใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงขอนำขั้นตอนการใช้สิทธิง่ายๆ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง มาฝากดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

2. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ์

3. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน

4. กดปุ่ม “ยืนยัน” เพื่อยืนยันการชำระเงิน

5. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก

6. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ

สรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส 2568

1. ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

2. รัฐช่วยจ่าย 50% ผู้ได้รับสิทธิจ่ายเอง 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น.

3. จำกัดสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน หรือสูงสุด ตามวงเงินสิทธิ

  • ผู้ยื่นแบบภาษี : 2,400 บาท/คน
  • ผู้ไม่ยื่นแบบภาษี : 2,000 บาท/คน

4. สิทธิจะถูกสะสม หากใช้ไม่หมดในแต่ละวันระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน

5. ใช้สิทธิกับร้านค้าที่ร่วมโครงการเท่านั้น (ค้นหาร้านค้าได้ที่นี่)

6. ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

7. แจ้งเตือนยอดใช้จ่ายสิทธิคงเหลือได้ที่แอปฯ เป๋าตังใช้ง่ายครบจบในแอปฯ เดียว

8. ใช้จ่ายกับร้านค้าฟู้ดเดลิเวอรี่ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 21:00 น. เฉพาะร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ช่องทางเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ คนละครึ่งพลัส

สามารถทำได้ 4 ช่องทางดังนี้

1. Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน

2. บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง

3. QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร

4. ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน.

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

การเติมเงิน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง สามารถทำรายการได้ 4 ช่องทาง ได้แก่

  • เติมเงินผ่าน Banner Paotang Pay
  • เติมเงินผ่าน Banner Krungthai NEXT
  • เติมเงินผ่าน โลโก้บัญชีกรุงไทย
  • เติมเงินผ่าน โลโก้กรุงไทย (หรือธนาคารอื่นๆ)

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : QR พร้อมเพย์

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก QR พร้อมเพย์

5. สแกน QR เพื่อเติมเงินทันที หรือกดบันทึก เพื่อทำการเติมเงินในภายหลัง

6. เลือก สแกน

7. กดปุ่ม เปิดอัลบั้มรูป ระบุ PIN NEXT เพื่อเลือก รูป QR Code ที่เก็บไว้

8. ระบุ จำนวนเงิน

9. ตรวจสอบรายการ แล้วจึงกดยืนยัน

10. ระบุ PIN NEXT

11. ทำรายการสำเร็จ และบันทึกสลิป โดยอัตโนมัติ

วิธีเติมเงินเข้า G Wallet : Krungthai ATM

1. เลือก G Wallet (หน้าแรกเป๋าตัง)

2. เลือกเติมเงินเข้า G Wallet

3. เลือก กรุงไทย

4. เลือก ตู้ ATM

5. ระบบแสดงวิธีการเติมเงินผ่านตู้ ATM

จากนั้นให้ทำขั้นตอนที่ปรากฏในหน้าจอ ดังต่อไปนี้

(1) สอดบัตร ATM

(2) กรุณารอสักครู่

(3) ใส่รหัสบัตร

(4) เลือกเมนู “เติมเงิน”

(5) เลือกเมนู “เติมเงินพร้อมเพย์”

(6) เลือกประเภทบัญชีในบัตร ในที่นี้คือบัตร ATM ที่ผูกกับบัญชีออมทรัพย์

(7) ระบุเลข G Wallet ID 15 หลัก

(8) ระบุจำนวนเงิน

(9) ตรวจสอบ และยืนยันรายการโดยกดตกลง

(10) กรุณารอสักครู่

(11) ตรวจสอบและกดตกลงยืนยันรายการ

(12) กดปุ่ม “ไม่ต้องการ” หยิบบัตรและใบบันทึกรายการ

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นอีกหนึ่งมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน อย่าลืมศึกษารายละเอียดและใช้สิทธิให้คุ้มค่าภายในระยะเวลาที่กำหนดนะครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว แนะวิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง รัฐออกให้สูงสุดวันละ 200 บาท

“คนละครึ่งพลัส” เริ่มพรุ่งนี้! เตรียมพร้อม G-Wallet

สรุปเงื่อนไข “คนละครึ่งพลัส” พร้อมใช้สิทธิวันแรกพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68! อย่าลืมเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการใช้งานแอปฯ เป๋าตังกันด้วยนะ

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทะเบียนและการเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความคืบหน้าในการลงทะเบียนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

สำหรับการเตรียมพร้อมการใช้จ่ายนั้น โครงการฯ ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2568 และมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการครบจำนวน 20 ล้านรายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.) ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าและบริการที่กำหนดในอัตราร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกินวงเงินสิทธิที่ได้รับ

สำหรับประชาชนที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90, ภ.ง.ด. 91 หรือ ภ.ง.ด. 95) ในปีภาษี 2567 จะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,400 บาทต่อคน ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับวงเงินสิทธิไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนตลอดระยะเวลาของโครงการฯ

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว

คนละครึ่งพลัส

เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในช่วงแรก ประชาชนสามารถสมัครใช้บริการ G-Wallet (กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปฯ “เป๋าตัง” และเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้าก่อนวันเริ่มใช้จ่ายจริง หรือจะทยอยเติมเงินในช่วงเวลาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน

ผู้ได้รับสิทธิต้องใช้สิทธิโครงการฯ โดยการซื้อสินค้าหรือบริการครั้งแรกผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 หากพ้นกำหนดนี้ จะถือว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ และจะถูกตัดสิทธิ

นอกจากนี้ ยังสามารถซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป (เวลา 06.00 – 21.00 น.) โดยมีผู้ให้บริการ Food Delivery Platform เข้าร่วม 4 ราย ได้แก่ Grab, Lineman, ShopeeFood และ Robinhood

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2568 พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วดังนี้

  1. ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จ: 523,603 ราย (ร้านค้ารายเดิม 94,669 ราย, ร้านค้ารายใหม่ 428,934 ราย)
  2. ร้านค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ: 101,741 ราย (รอร้านค้ายอมรับเงื่อนไข 97,300 ราย, รอดำเนินการตรวจสอบ 4,441 ราย)

ผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 และสามารถเริ่มรับชำระเงินจากประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างมาก และมีการปรับเพิ่มวงเงินสิทธิที่รัฐสมทบต่อวันเป็นไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โฆษกกระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

สำหรับร้านค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว อย่าลืมตรวจสอบการยินยอม รับทราบ และยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้วย เพื่อให้การลงทะเบียนสำเร็จ และขอยืนยันว่าจะไม่มีการส่งข้อมูลยอดขายให้กรมสรรพากรแต่อย่างใด

โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและใช้สิทธิให้คุ้มค่า เพื่อช่วยสนับสนุนร้านค้ารายย่อยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปด้วยกัน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” เปิดใช้สิทธิพรุ่งนี้ 29 ต.ค. 68 แนะเติมเงินเข้า G-Wallet ล่วงหน้า

คนละครึ่งพลัส: สิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียน

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน www.คนละครึ่งพลัส.com หลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่ม 908 สิทธิ ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

หลังจากรัฐบาลเปิดให้ประชาชนกดรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด เมื่อเวลา 05.52 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ขึ้นข้อความสิทธิคงเหลือโครงการคนละครึ่งพลัส จำนวน 908 สิทธิ

ต่อมาเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดให้ลงทะเบียน พบว่าระบบขึ้นข้อความว่า “มีผู้ลงทะเบียนครบตามวงเงินสิทธิ” เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสครบแล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยการกดผ่านแบนเนอร์ของโครงการคนละครึ่งพลัสเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิ หรือครบวงเงินงบประมาณของโครงการ.

คนละครึ่งพลัส ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ประชาชนร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการกับภาครัฐในอัตราส่วนที่กำหนด ทำให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า

ทำไมสิทธิคนละครึ่งพลัสถึงเต็มเร็ว?

ความนิยมของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิเต็มเร็ว เนื่องจากประชาชนจำนวนมากต้องการเข้าร่วมโครงการเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์โครงการของภาครัฐก็มีส่วนช่วยให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ อาจจะต้องรอติดตามข่าวสารจากภาครัฐเกี่ยวกับโครงการอื่นๆ ที่อาจจะเปิดให้ลงทะเบียนในอนาคต หรือพิจารณาโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบและการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้

ถึงแม้ว่าสิทธิคนละครึ่งพลัสจะเต็มแล้ว แต่ก็ยังมีโครงการอื่นๆ อีกมากมายที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น อย่าเพิ่งท้อแท้และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มา – www.คนละครึ่งพลัส.com ล่าสุดสิทธิเต็มแล้ว หลังเปิดลงทะเบียนเพิ่มเช้านี้

Scroll to top