คะแนนนิยมทางการเมือง

นิด้าโพล เผยคนอยากให้ เท้ง นั่งนายกฯ พร้อมหนุนพรรคประชาชน

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อล่าสุด “นิด้าโพล” ได้ผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาสครั้งที่ 2/2569 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า “นิด้าโพล” เผย คนอยากให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ พร้อมหนุนพรรคประชาชน มาที่ 1 ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมในแวดวงการเมืองไทยเป็นอย่างมาก

นิด้าโพล เผย คนอยากให้ เท้ง นั่งนายกฯ พร้อมหนุนพรรคประชาชน

สำหรับการสำรวจในรอบไตรมาสที่ 2 นี้ ทางศูนย์สำรวจความคิดเห็นของนิด้าได้ทำการสุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศกว่า 2,500 คน พบว่าคะแนนนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “เท้ง” นั้นมาแรงแซงโค้ง ขึ้นแท่นเป็นบุคคลที่ประชาชนอยากให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

รายละเอียดผลสำรวจ นิด้าโพล เผย คนอยากให้ เท้ง นั่งนายกฯ พร้อมหนุนพรรคประชาชน

เมื่อเจาะลึกเข้าไปในผลโพล เราจะพบกับตัวเลขที่น่าสนใจในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น:

  • อันดับ 1: นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) ได้รับคะแนนสนับสนุนที่ 26.08%
  • อันดับ 2: นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อยู่ที่ 21.68%
  • อันดับ 3: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อยู่ที่ 11.80%
  • อันดับ 4: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) อยู่ที่ 11.64%

นอกจากตัวบุคคลแล้ว ในส่วนของพรรคการเมืองที่ประชาชนให้การสนับสนุนมากที่สุดก็ยังคงเป็น พรรคประชาชน เช่นกัน โดยได้รับความนิยมสูงถึง 34.80% ตามมาด้วยพรรคภูมิใจไทยที่ 17.00% และพรรคเพื่อไทยที่ 16.84% ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ของฐานเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงกำลังให้ความสำคัญกับทิศทางของพรรคประชาชนเป็นหลัก

หากวิเคราะห์ตามกลุ่มประชากรศาสตร์ การสำรวจครั้งนี้ครอบคลุมทุกอาชีพ ทุกภูมิภาค ตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาไปจนถึงกลุ่มเกษตรกรและคนวัยทำงาน ซึ่งผลสรุปที่ออกมาในทิศทางเดียวกันนี้แสดงให้เห็นว่ากระแสตอบรับต่อพรรคประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายตัวไปหลายพื้นที่ทั่วไทย ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือสัญญาณว่าผู้คนคาดหวังถึงวิธีการดำเนินนโยบายใหม่ๆ ในอนาคต

บทเรียนจากผลโพลนี้ถือเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นความต้องการของภาคประชาชน ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงและทางเลือกใหม่ในสนามการเมือง ซึ่งการที่จะครองใจประชาชนได้ยาวนานนั้น พรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งลงมือทำนโยบายให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงของตัวเองต่อไปครับ

ที่มา – “นิด้าโพล” เผย คนอยากให้ “เท้ง” นั่งนายกฯ พร้อมหนุนพรรคประชาชน มาที่ 1

ไชยชนก ชี้ น้ำท่วมซ้ำซาก ไม่สนคะแนนนิยม

“ไชยชนก ชิดชอบ” นั่งหัวโต๊ะกระทรวงดิจิทัลฯ สั่งการช่วยเหลือน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาซ้ำซาก ฝ่ายบริหารจึงได้เห็นปัญหาจริง ย้ำลุยงานเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ 4 วัน 4 เดือน หรือ 4 ปี ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล โดยนายไชยชนกกล่าวว่า การยุบสภาไม่ได้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของตน สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเดินหน้าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สำหรับเรื่องคะแนนนิยมทางการเมืองนั้น มองว่าไม่ใช่ปัจจัยหลักในการทำงาน เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 4 วัน 4 เดือน หรือ 4 ปี ก็จะทำงานอย่างเต็มที่

นายไชยชนกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายทราบดีว่าการรับมือยังไม่ดีพอ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาเป็นเวลานาน ซึ่งควรได้รับการแก้ไขมานานแล้ว การกล่าวโทษรัฐบาลชุดปัจจุบันอาจจะไม่ถูกต้องนัก แต่การโทษคนอื่นก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่เราทุกคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรวมพลังในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ รวมถึงการสร้างระบบที่สามารถรับมือกับสาธารณภัยในทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“หากถามผม ผมรู้สึกยินดีที่มันเกิดในช่วงเวลาที่เราอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจบริหาร เราสามารถที่จะอย่างน้อยทำเต็มที่ในเวลาตรงนี้ได้ ให้คนหันมาสนใจ ให้ความสำคัญกับมัน เพราะว่าถ้าหากเป็นฝ่ายบริหารที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ต่อให้เจอกับแบบนี้เขาก็คงไม่ทำอะไร ถ้าหากมองส่วนตัวของผม คะแนนนิยมเรื่องหนึ่ง ผมไม่ได้สนใจเท่าไร แต่ในเชิงผมอยู่ตรงนี้ในเวลาที่เกิดเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่พวกเราอยู่ในตำแหน่งบริหารที่จะได้เห็นปัญหา เห็นสิ่งที่ขาด พร้อมยอมรับว่าสิ่งที่ไม่มีคืออะไร แต่รู้ว่าต้องสั่งอะไร และรู้ว่าเราต้องสร้างอะไร ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผมได้นั่งตรงนี้” นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าว

“ไชยชนก” ชี้ น้ำท่วมเป็นปัญหาซ้ำซาก พยายามทำเต็มที่ ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง

จากคำกล่าวของนายไชยชนก ชิดชอบ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง โดยไม่ยึดติดกับเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง แต่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ในฐานะผู้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งอาจจะไม่แน่นอน แต่ก็จะใช้ทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนการจัดการน้ำที่ดี การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน หรือการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย

  • การสร้างอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน และปล่อยน้ำในช่วงฤดูแล้ง
  • การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกภาคส่วน
  • การบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
  • การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการน้ำ

นาย ไชยชนก ชิดชอบ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง และตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ปัญหาซ้ำซากอย่างน้ำท่วมต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การตระหนักถึงปัญหา และการลงมือทำอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะนำไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน และทำให้นโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ สัมฤทธิ์ผล

ที่มา – “ไชยชนก” ชี้ น้ำท่วมเป็นปัญหาซ้ำซาก พยายามทำเต็มที่ ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง

สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ไตรมาส 3/2568

สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง ครั้งที่ 3/2568

ในยุคที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน สำหรับผลสำรวจล่าสุดจากนิด้าโพล ซึ่งเป็นการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2568 ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แม้จะมีการเลือกตั้งและการเมืองที่คึกคัก แต่ความนิยมในพรรคการเมืองบางพรรคยังคงนำหน้าอยู่

ผลสำรวจบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี

การสำรวจนี้ดำเนินการระหว่างวันที่ 19-24 กันยายน 2568 โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ครอบคลุมประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,500 ตัวอย่าง จากทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่าอันดับ 1 คือ “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้” ได้รับคะแนนถึงร้อยละ 27.28 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในใจของประชาชน

ตามมาด้วยอันดับ 2 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนร้อยละ 22.80 แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของบุคคลนี้ ส่วนอันดับ 3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้คะแนนร้อยละ 20.44 ซึ่งใกล้เคียงกันมาก

  • อันดับ 4: คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ร้อยละ 7.16
  • อันดับ 5: นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยละ 6.76
  • อันดับ 6: พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 6.00
  • อันดับ 7: นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) ร้อยละ 2.72
  • อันดับ 8: นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน (พรรคประชาธิปัตย์) ร้อยละ 1.76
  • อันดับ 9: นายวราวุธ ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) ร้อยละ 1.24
  • อันดับ 10: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 1.04
  • อื่นๆ: รวมร้อยละ 2.80 เช่น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา และอื่นๆ

จากผลนี้ แสดงให้เห็นว่าการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองยังคงมีความผันผวน โดยไม่มีบุคคลใดที่ครองใจประชาชนได้อย่างเด็ดขาด สาเหตุอาจมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเศรษฐกิจ สังคม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยังค้างคา

คะแนนนิยมพรรคการเมืองที่ประชาชนสนับสนุน

ในส่วนของพรรคการเมือง เมื่อถามถึงพรรคที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พรรคประชาชนยังคงครองอันดับ 1 ด้วยคะแนนร้อยละ 33.08 ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการสำรวจครั้งก่อนๆ แสดงถึงฐานเสียงที่มั่นคงของพรรคนี้

  • อันดับ 2: ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ ร้อยละ 21.64
  • อันดับ 3: พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.96
  • อันดับ 4: พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.24
  • อันดับ 5: พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 6.12
  • อันดับ 6: พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 5.52
  • อันดับ 7: พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.92
  • อันดับ 8: พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.72
  • อื่นๆ: รวมร้อยละ 1.80 เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาชาติ

การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาชนยังคงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด อาจเนื่องจากนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในขณะที่พรรคอื่นๆ ยังต้องปรับตัวเพื่อดึงดูดฐานเสียงเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนถึงภาพรวมของการเมืองไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ประชาชนมีความกังวลต่ออนาคต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและปัญหาสังคมที่รุนแรงขึ้น การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองดังกล่าวช่วยให้นักการเมืองและพรรคต่างๆ ได้รับ feedback โดยตรง เพื่อปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงและกำหนดนโยบาย

จากมุมมองของผู้เขียน การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองไทยยังต้องการผู้นำที่ชัดเจนและนโยบายที่ยั่งยืน หากพรรคประชาชนสามารถรักษาความนิยมนี้ไว้ได้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวทีการเมือง หากคุณสนใจเรื่องการเมืองไทย ลองติดตามผลสำรวจครั้งต่อไปเพื่อดูแนวโน้มที่เปลี่ยนไป

ที่มา – สำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง โพลชี้ยังหาคนเหมาะนายกฯ ไม่ได้ แต่ยังหนุน ปชน. มากสุด

Scroll to top