“ไชยชนก ชิดชอบ” นั่งหัวโต๊ะกระทรวงดิจิทัลฯ สั่งการช่วยเหลือน้ำท่วม ชี้เป็นปัญหาซ้ำซาก ฝ่ายบริหารจึงได้เห็นปัญหาจริง ย้ำลุยงานเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ 4 วัน 4 เดือน หรือ 4 ปี ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล โดยนายไชยชนกกล่าวว่า การยุบสภาไม่ได้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจของตน สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการเดินหน้าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สำหรับเรื่องคะแนนนิยมทางการเมืองนั้น มองว่าไม่ใช่ปัจจัยหลักในการทำงาน เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง 4 วัน 4 เดือน หรือ 4 ปี ก็จะทำงานอย่างเต็มที่
นายไชยชนกยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายทราบดีว่าการรับมือยังไม่ดีพอ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาเป็นเวลานาน ซึ่งควรได้รับการแก้ไขมานานแล้ว การกล่าวโทษรัฐบาลชุดปัจจุบันอาจจะไม่ถูกต้องนัก แต่การโทษคนอื่นก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่เราทุกคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรวมพลังในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ รวมถึงการสร้างระบบที่สามารถรับมือกับสาธารณภัยในทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“หากถามผม ผมรู้สึกยินดีที่มันเกิดในช่วงเวลาที่เราอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจบริหาร เราสามารถที่จะอย่างน้อยทำเต็มที่ในเวลาตรงนี้ได้ ให้คนหันมาสนใจ ให้ความสำคัญกับมัน เพราะว่าถ้าหากเป็นฝ่ายบริหารที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ต่อให้เจอกับแบบนี้เขาก็คงไม่ทำอะไร ถ้าหากมองส่วนตัวของผม คะแนนนิยมเรื่องหนึ่ง ผมไม่ได้สนใจเท่าไร แต่ในเชิงผมอยู่ตรงนี้ในเวลาที่เกิดเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่พวกเราอยู่ในตำแหน่งบริหารที่จะได้เห็นปัญหา เห็นสิ่งที่ขาด พร้อมยอมรับว่าสิ่งที่ไม่มีคืออะไร แต่รู้ว่าต้องสั่งอะไร และรู้ว่าเราต้องสร้างอะไร ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผมได้นั่งตรงนี้” นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าว
“ไชยชนก” ชี้ น้ำท่วมเป็นปัญหาซ้ำซาก พยายามทำเต็มที่ ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง
จากคำกล่าวของนายไชยชนก ชิดชอบ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง โดยไม่ยึดติดกับเรื่องคะแนนนิยมทางการเมือง แต่ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ในฐานะผู้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งอาจจะไม่แน่นอน แต่ก็จะใช้ทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนการจัดการน้ำที่ดี การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน หรือการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความสำคัญของการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม นอกจากนี้ การจัดการน้ำอย่างยั่งยืนยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย
- การสร้างอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน เพื่อเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝน และปล่อยน้ำในช่วงฤดูแล้ง
- การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัดในทุกภาคส่วน
- การบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
- การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
- การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการน้ำ
นาย ไชยชนก ชิดชอบ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง และตั้งใจที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายมากมาย แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
ปัญหาซ้ำซากอย่างน้ำท่วมต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การตระหนักถึงปัญหา และการลงมือทำอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะนำไปสู่การแก้ไขอย่างยั่งยืน และทำให้นโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ สัมฤทธิ์ผล
ที่มา – “ไชยชนก” ชี้ น้ำท่วมเป็นปัญหาซ้ำซาก พยายามทำเต็มที่ ไม่สนคะแนนนิยมทางการเมือง


