ค่าไฟแพง

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 4 เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 4 เช็กจังหวัดไหนบ้าง เตรียมรับมือ “ฝนตกหนัก” กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ ช่วงวันที่ 29 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2569 นี้ ประเทศไทยตอนบนจะเจอกับพายุฤดูร้อนที่รุนแรง มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ แถมอาจมีฟ้าผ่าด้วย ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเลย

สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนร้อนอบอ้าวมาก ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้ พายุจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และตะวันออก ก่อนจะขยับมาภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในภายหลัง ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 4 เช็กจังหวัดไหนบ้าง เตรียมรับมือ “ฝนตกหนัก”

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบชัดเจนแล้ว มาดูกันว่าวันไหนเจอหนักบ้าง

วันที่ 29 เมษายน 2569: เริ่มจากภาคเหนือและอีสาน

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคตะวันออก: อำนาจเจริญ นครพนม สกลนคร
แผนที่จังหวัดวันที่ 29 เม.ย. พายุฤดูร้อน

วันที่ 30 เมษายน 2569: ขยายวงกว้างไปภาคกลาง

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง ตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
แผนที่จังหวัดวันที่ 30 เม.ย. พายุฤดูร้อน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569: ยังคงกระทบภาคกลางและตะวันออก

  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว
แผนที่จังหวัดวันที่ 1 พ.ค. พายุฤดูร้อน

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 4 เช็กจังหวัดไหนบ้าง เตรียมรับมือ “ฝนตกหนัก” ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ พายุฤดูร้อนมักมาพร้อมลมแรงที่พัดล้มต้นไม้ รถยนต์เสียหายจากลูกเห็บ และน้ำท่วมฉับพลันจากฝนหนัก เกษตรกรต้องระวังผลผลิต โดยเฉพาะผลไม้และผัก

วิธีรับมือพายุฤดูร้อนให้ปลอดภัย

  • หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง: อย่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งก่อสร้างไม่มั่นคง
  • เกษตรกร: เสริมโครงไม้ผล ย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า
  • ผู้ขับขี่: ตรวจรถให้พร้อม หลีกเลี่ยงการขับรถในฝนหนัก มองเห็นลูกเห็บได้ทัน
  • สุขภาพ: อากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
  • เตรียมอุปกรณ์: ไฟฉาย วิทยุ แบตสำรอง ติดตามข่าวจาก กรมอุตุนิยมวิทยา โทร 1182

พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทุกปีในช่วงนี้ แต่ปีนี้ดูจะรุนแรงเพราะอากาศร้อนจัดผิดปกติ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพยากรณ์อากาศไว้ในมือถือ จะได้อัปเดตแบบเรียลไทม์

สุดท้าย อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ในจังหวัดเสี่ยงรับรู้ด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 4 เช็กจังหวัดไหนบ้าง เตรียมรับมือ “ฝนตกหนัก”

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน ฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน จากกรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนประชาชนแล้วนะครับ ช่วงวันที่ 29 เมษายน ถึง 1 พฤษภาคม 2566 นี้ ประเทศไทยตอนบนจะเจอกับพายุฤดูร้อนแบบจัดเต็ม มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง แถมอาจมีฟ้าผ่าด้วย ใครที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเลย

สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนอากาศร้อนอบอ้าวมาก พอเจอกันปุ๊บก็เกิดพายุฤดูร้อนปั๊บเลยครับ เริ่มจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคตะวันออกก่อน แล้วค่อยลามมาภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนระวังอันตรายจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อนนี้ ห้ามอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นอนเด็ดขาด เกษตรกรต้องเสริมโครงไม้ผล เตรียมรับมือความเสียหายจากผลผลิตและสัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน เช็กรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

มาดูรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบกันครับ แบ่งตามวันเพื่อให้ง่ายต่อการเช็ก

วันที่ 29 เมษายน 2566

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว

วันที่ 30 เมษายน 2566

  • ภาคเหนือ: ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี

วันที่ 1 พฤษภาคม 2566

  • ภาคกลาง: อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

รายชื่อเหล่านี้เป็นพื้นที่เสี่ยงหลักจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อนครับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศจริง

ผลกระทบจากพายุฤดูร้อนและวิธีป้องกัน

พายุฤดูร้อนแบบนี้มักทำให้ต้นไม้หัก ล้ม ป้ายโฆษณาพัง ไฟฟ้าดับ และรถเสียหายจากลูกเห็บ ในปีก่อนๆ เคยมีรายงานบ้านเรือนพังเสียหายหลายแห่ง ถนนหนทางน้ำท่วมขังด้วย

เคล็ดลับป้องกัน:

  • จอดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงที่จอดใต้ต้นไม้
  • ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ตรวจสอบหลังคา
  • เตรียมไฟฉาย เทียน อาหารแห้งเผื่อไฟดับ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางหากฝนหนัก
  • เกษตรกร: ผูกยึดต้นไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า

ติดตามข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือโทร 1182 ตลอด 24 ชม.

สรุปแล้วประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อนนี้เป็นสัญญาณเตือนที่เราควรจริงจัง อย่ารอให้สายเกินแก้ครับ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้เยอะ ติดตามพยากรณ์อากาศทุกวันเพื่อความปลอดภัยนะ!

ที่มา – ประกาศฉบับ 2 เตือน “พายุฤดูร้อน” เช็กรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 เตือนฝนหนักลมแรง

วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 เตือนหลายจังหวัดให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกแล้วนะครับ เพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องระวังตัวให้ดีเลย เพราะพายุฤดูร้อนแบบนี้มาแบบเร็วและรุนแรงมาก!

ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 ฉบับนี้ (39/2569) ออกมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 โดยครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นด้านตะวันตกและตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางรวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกด้วย พายุจะมาพร้อมฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง ฝนตกหนัก และอาจมีฟ้าผ่าด้วย สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยตอนบนร้อนอบอ้าว ทำให้เกิดพายุแบบนี้ขึ้น

ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง”

กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แน่นหนานะครับ โดยเฉพาะเกษตรกรต้องเสริมความแข็งแรงให้เรือนกระจก ไม้ผล และเตรียมป้องกันผลผลิต สัตว์เลี้ยงให้ดี เพราะลมแรงอาจทำให้เสียหายหนัก แถมอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ต้องดูแลสุขภาพด้วย ใส่เสื้อกันหนาว เตรียมร่มกันฝนไว้เลย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7

วันที่ 25 เมษายน 2569 พื้นที่เสี่ยงหลักๆ มีดังนี้:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, พะเยา, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง): นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, นนทบุรี, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว,ฉะเชิงเทรา, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี

นี่เป็นรายจังหวัดที่คาดว่าจะเจอฝนฟ้าคะนองหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ อย่าประมาทนะครับ

พายุฤดูร้อนคืออะไรกันแน่? มันคือพายุที่เกิดจากอากาศร้อนชื้นกระทบมวลอากาศเย็น ทำให้เกิดเมฆฝนฟ้าคะนองอย่างรวดเร็ว มักเกิดในช่วงเมษายน-พฤษภาคม ก่อนเข้าหน้าฝน ในปีนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าปีที่แล้ว เพราะเอลนีโญ่ยังมีผลกระทบ ทำให้ฝนตกหนักผิดปกติ เพื่อนๆ สามารถเช็คพยากรณ์แบบเรียลไทม์ได้ที่แอป TMD หรือเว็บกรมอุตุฯ เลย

เคล็ดลับเตรียมตัวรับพายุฤดูร้อน: 1) ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท 2) เตรียมไฟฉายและแบตสำรองเผื่อไฟดับ 3) อย่าขับรถในฝนหนักเพราะทัศนวิสัยต่ำ 4) ถ้ามีลูกเห็บ อย่าไปเก็บเด็ดขาดเพราะอาจมีแบคทีเรีย 5) ติดตามข่าวสารจาก 1182 หรือเว็บ tmd.go.th ตลอด 24 ชม.

สรุปแล้ว ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 นี้เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ อย่ารอช้า รีบเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้เลยครับ การเตรียมพร้อมนิดเดียวอาจช่วยชีวิตและทรัพย์สินได้มาก ลองแชร์ประสบการณ์พายุฤดูร้อนของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ ว่าปีนี้เจอหนักแค่ไหน!

ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ในพื้นที่เสี่ยงด้วยนะครับ

ที่มา – ประกาศ “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 7 เตือนหลายจังหวัด “ฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง”

เตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 เช็กจังหวัดฝนตกหนัก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มีข่าวด่วนที่ทุกคนต้องรู้จากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเพิ่งออกประกาศเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยคาดว่าช่วงวันที่ 23-25 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเจอกับพายุฤดูร้อนแบบรุนแรง มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ เริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ก่อนที่จะเคลื่อนมาถึงภาคกลางรวมกรุงเทพฯ และปริมณฑลในภายหลัง

เตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 ครั้งนี้เกิดจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนที่รุนแรง กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระวังอันตราย โดยเฉพาะลมแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หัก ป้ายโฆษณาพัง หรือหลังคาพัดหลุด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายที่ไม่แข็งแรง

สำหรับเกษตรกรก็ต้องเตรียมรับมือเป็นพิเศษนะครับ เสริมความแข็งแรงให้กับไม้ผล ผูกมัดสัตว์เลี้ยงให้แน่นหนา และป้องกันผลผลิตที่อาจเสียหายจากฝนตกหนักและลูกเห็บ นอกจากนี้ยังควรดูแลสุขภาพตัวเองเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจทำให้ไม่สบายได้ง่ายๆ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือโทร. 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 2 เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ทัน มาดูรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบกันครับ แบ่งตามวันเลย

วันที่ 23 เมษายน 2569

วันแรกจะเริ่มที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเป็นหลัก

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, น่าน, พะเยา, แม่ฮ่องสอน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, อุดรธานี, หนองบัวลำภู
แผนที่จังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 วันที่ 23 เมษายน 2569 ฝนตกหนัก

วันที่ 24 เมษายน 2569

ขยายวงกว้างขึ้น รวมภาคตะวันออกและบางส่วนภาคกลาง

  • ภาคเหนือ: อัคษรนิเวศน์, ตาก, สุโขทัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, สระแก้ว, ปราจีนบุรี
  • ภาคกลาง: สิงห์บุรี, อ่างทอง
แผนที่จังหวัดเสี่ยงเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 วันที่ 24 เมษายน 2569

วันที่ 25 เมษายน 2569

เข้าสู่ภาคกลางและกรุงเทพฯ มากขึ้น

  • ภาคกลาง: นนทบุรี, ปทุมธานี, อยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ฉะเชิงเทรา
แผนที่จังหวัดเสี่ยงพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 วันที่ 25 เมษายน 2569 ฝนตกหนัก

เคล็ดลับรับมือพายุฤดูร้อนให้ปลอดภัย

พายุฤดูร้อนแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในช่วงหน้าร้อนของไทย โดยเฉพาะเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพื่อความปลอดภัย มาดู tips กันครับ

  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นคง ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เก็บของลอยน้ำไว้ในที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์หรือขับรถเร็วในช่วงฝนตก
  • หากอยู่กลางแจ้ง ให้รีบหาที่กำบังที่แข็งแรง อย่ายืนใต้ต้นไม้หรือเสาไฟ
  • เกษตรกร: เก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า ผูกเชือกยึดหลังคากุฏิและโรงเรือน
  • เตรียมไฟฉาย วิทยุ และน้ำดื่มเผื่อไฟดับหรือน้ำท่วมขัง
  • ดาวน์โหลดแอปกรมอุตุฯ เพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์

ทำไมพายุฤดูร้อนถึงรุนแรงขนาดนี้?

พายุฤดูร้อนเกิดจากการปะทะกันระหว่างอากาศเย็นจากเหนือกับอากาศร้อนชื้นจากไทยตอนล่าง ทำให้เกิดเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ ลมพัดแรงถึง 60-80 กม./ชม. และอาจมีลูกเห็บขนาดเท่าเหรียญบาท ในอดีตเคยมีเคสต้นไม้ล้มทับบ้าน รถเสียหายจากลูกเห็บ และไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ ดังนั้นเตือนพายุฤดูร้อน ฉบับที่ 2 นี้ไม่ควรมองข้าม

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าอยู่ในจังหวัดเสี่ยงเช็กแผนที่ด้านบนแล้ววางแผนเดินทางใหม่นะครับ ติดตามอัปเดตจากกรมอุตุฯ และเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลสภาพอากาศล่าสุด อยู่ปลอดภัยนะทุกคน!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 2 เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนัก”

“ทวี” ปูดปม “ค่าไฟทิพย์” ลั่นหน้าที่รัฐเร่งแก้เดือดร้อน

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยกันดีกว่าครับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เปิดโปงปัญหาค่าไฟทิพย์ที่พุ่งสูงถึง 1.09 ล้านล้านบาท! ท่านลั่นชัดเจนว่า นี่คือหน้าที่ของรัฐที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยด่วน แถมยังแนะนำให้แก้ไขโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมด้วยนะครับ มาฟังรายละเอียดกันเลย

ค่าไฟทิพย์ คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหาใหญ่?

ไฟฟ้านั้นเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เราทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเปิดไฟ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ขับรถ EV ตามนโยบายรัฐบาล รัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่ารัฐต้องถือหุ้นในกิจการไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 51% และต้องให้บริการโดยไม่เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร แต่ในความเป็นจริงล่ะครับ? ค่าไฟแพงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะค่าไฟทิพย์ที่ถูกเรียกเก็บแบบไม่โปร่งใส

พ.ต.อ.ทวีชี้ว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกฯ เป็นประธาน 19 คน และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) 7 คน ดูเหมือนจะปล่อยเกียร์ว่าง ทำให้คนไทยต้องแบกภาระราคาไฟแพง แม้เรื่องไฟฟ้าจะซับซ้อน ต้องใช้คณิตศาสตร์เชิงซ้อนและโมเดลวิศวกรรม แต่รัฐต้องรับผิดชอบนะครับ

กับดัก 2 กลไกหลักของค่าไฟทิพย์

นโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือยานยนต์ไฟฟ้า ฟังดูดีใช่ไหมครับ? แต่ในอดีต มันกลายเป็นฝันร้ายที่เอื้อนายทุนผ่านค่าไฟทิพย์ ด้วย 2 กลไกใหญ่ๆ

  • 1. Adder และ FiT: Adder คือส่วนเพิ่มราคารับซื้อ เช่น ค่าไฟฐาน 3 บาท + Adder 8 บาท = 11 บาท/หน่วย จูงใจแต่ควบคุมยาก FiT กำหนดราคาคงที่ เช่น 5.60 บาท/หน่วย และ FiTa คือส่วนต่างที่เก็บจากเราในค่า Ft ทุกเดือน โดยไม่เคยถามประชาชน!
  • 2. SPP และ VSPP: SPP โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 10-90 MW อย่างก๊าซธรรมชาติหรือชีวมวล VSPP ขนาดเล็กมาก <10 MW อย่างโซลาร์รูฟท็อป ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งเพราะรัฐต้องจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” แม้โรงไฟฟ้าไม่ผลิตก็ตาม

จากกราฟข้อมูลที่พ.ต.อ.ทวีนำเสนอ กลุ่ม Firm (สีม่วง) อุดหนุนเอกชน 445,069 ล้านบาท ค่าพร้อมจ่ายสแตนด์บาย ส่วน Non-Firm, Partial-Firm, VSPP (สีเขียว) 648,148 ล้านบาท รวมกว่า 1.09 ล้านล้านบาทตลอด 30 ปี (2538-2568)! ปี 2567 เดียวๆ กว่า 1.2 แสนล้านบาท นี่เงินจากกระเป๋าประชาชนไปร่ำรวยให้เอกชนเลยครับ

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญและความเดือดร้อนประชาชน

ศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัย 1/2566 แนะนำให้ กพช. และ กกพ. กำหนดเพดานสัดส่วนเอกชนและกำลังสำรองให้เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะ สำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติยืนยัน ค่าครองชีพสูง ค่าไฟ-น้ำมันแพง รายได้ไม่พอจ่าย เป็นปัญหาอันดับ 1 ของประชาชน นายทุนพลังงานรวยจนทนไม่ไหว แต่เรากลับจน!

โครงสร้างปัจจุบันไม่เป็นธรรม รัฐต้องรีบแก้ไขค่าไฟทิพย์ ไม่ให้ทับถมคนไทยอีกต่อไปครับ เพื่อความมั่นคงพลังงานที่สมดุลกับภาระประชาชน

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับพ.ต.อ.ทวีมากครับ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชน รัฐบาลควรเร่งปฏิรูประบบ ลดการอุดหนุนที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมพลังงานสะอาดแบบยั่งยืนจริงๆ คุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไร? คอมเมนต์บอกกันหน่อย และแชร์บทความนี้เพื่อให้เสียงเราดังถึงหูผู้มีอำนาจ!

ที่มา – “ทวี” ปูดปม “ค่าไฟทิพย์” ลั่นหน้าที่รัฐ เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่าย 300 บาท 3 หมื่นสิทธิ์

ฤดูร้อนมาเยือน ค่าไฟพุ่งกระฉูด! รัฐบาลมีโครงการดีๆ มาช่วยประชาชนประหยัดพลังงาน นั่นคือ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายเพียง 300 บาท รับสิทธิ์จำกัดแค่ 30,000 สิทธิ์เท่านั้น เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 ใครสนใจรีบเลย!

โครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ 2569” (Clean your air, Care your life) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับพันธมิตรเอกชนชั้นนำอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ลดการใช้ไฟช่วงหน้าร้อนที่พีคสุดๆ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย นอกจากส่วนลดล้างแอร์ 300 บาทแล้ว ยังมีส่วนลดซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 อีก 15,000 สิทธิ์ คุ้มสุดๆ ไปเลย

ทำไมต้องล้างแอร์? เพราะแอร์ที่สกปรกจะกินไฟมากขึ้น 20-30% เลยนะ ล้างแล้วเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ค่าไฟถูกลง แถมอากาศในบ้านสะอาด ดีต่อสุขภาพด้วย โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ โครงการนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการล้างแอร์ราคาถูกได้ง่ายๆ

วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ

อยากรู้ วิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ใช่ไหม? ไม่ยากเลย แต่ต้องไปลงที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการเท่านั้นนะ ไม่มีลงออนไลน์หรือแอปสำหรับคนทั่วไป เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 23 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบสิทธิ์

ขั้นตอนวิธีลงทะเบียน ล้างแอร์ช่วยชาติ ทำตามนี้เลย

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

  • บัตรประชาชนตัวจริง (ต้องเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้มีชื่อในทะเบียนบ้าน)
  • บิลค่าไฟเดือนล่าสุด (เพื่อยืนยันเลขที่สัญญาไฟฟ้า 11 หลัก)

2. ไปห้างที่ร่วมโครงการ

ห้างที่เข้าร่วมมีหลายแห่ง เช่น HomePro, Power Buy, The Mall (Power Mall), ไทวัสดุ, Mega Home และอื่นๆ เดินไปที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าเลย

3. แสดงเอกสารและรับสิทธิ์

  • ยื่นบัตรประชาชนและบิลค่าไฟให้พนักงานตรวจสอบ
  • ถ้าสิทธิ์ยังเหลือ ชำระเงินเพียง 300 บาท (ปกติราคาล้างแอร์ 600-700 บาท กฟผ. ช่วยออกส่วนต่าง 50% หรือตามเงื่อนไข)
  • นัดวันให้ช่างมาล้างแอร์ที่บ้านกับพนักงาน

เงื่อนไขสำคัญ: สิทธิ์ 1 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า ต่อ 1 สิทธิ์ (ล้างได้ 1 เครื่อง) เฉพาะแอร์ติดผนัง (Wall Type) ขนาดไม่เกิน 24,000 BTU เท่านั้น อย่าลืมเช็คให้ดีก่อนไปนะ

นอกจากนี้ โครงการยังช่วยลดภาระค่าไฟช่วงหน้าร้อนที่ทุกคนเจอ คิดดูสิ ถ้าล้างแอร์แล้วประหยัดไฟเดือนละ 200-300 บาท ปีนึงก็หลายพันแล้ว แถมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อนได้ด้วย ใครที่แอร์ที่บ้านเริ่มไม่เย็น ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ รีบใช้สิทธิ์นี้เลย

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ก่อนล้างแอร์ ทำความสะอาดตัวเองด้วย ตั้งแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย เปิดม่านบังแดด จะยิ่งประหยัดไฟเข้าไปใหญ่ ลองคำนวณดู ถ้าบ้านคุณมีแอร์ 2 ตัว ล้างทั้งคู่ (ถ้าสิทธิ์เหลือ) ค่าไฟลดฮวบแน่นอน

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใส่ใจประชาชนจริงๆ อย่าพลาดโอกาสประหยัดเงินและช่วยชาติไปด้วยกัน สิทธิ์จำกัดจริงๆ 30,000 สิทธิ์ หมดไวแน่นอน!

รีบไปลงทะเบียนวันนี้ รับส่วนลดล้างแอร์ช่วยชาติ จ่ายแค่ 300 บาท ประหยัดค่าไฟยาวๆ ไปเลย!

ที่มา – วิธีลงทะเบียนเข้าโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” รับเพียง 3 หมื่นสิทธิ์ จ่ายเพียง 300 บาท

เช็กเงื่อนไขลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับส่วนลด 300 บาท

ยุคนี้ค่าไฟแพงขึ้นทุกวัน แต่มีทางออกช่วยประหยัดได้ง่ายๆ ด้วยโครงการดีๆ จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อย่าง “ล้างแอร์ช่วยชาติ ประหยัดไฟ ไทยต้องรอด” วันนี้เราจะพาคุณไป เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับสิทธิ์ส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท กันแบบละเอียดยิบ รีบมาดูเลย เพราะสิทธิ์มีจำกัดแค่ 30,000 สิทธิ์เท่านั้น!

เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 รับสิทธิ์ส่วนลดล้างแอร์ 300 บาท

โครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. จนถึง 23 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด ใครที่อยากล้างแอร์ให้เครื่องเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ ลดค่าใช้จ่าย ก็ต้องรีบเช็กเงื่อนไขด่วนๆ หลักๆ คือ:

  • เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง ขนาดไม่เกิน 24,000 BTU/h เท่านั้นนะ
  • จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 คน ต่อ 1 ครัวเรือน
  • สงวนสิทธิ์สำหรับพนักงาน กฟผ. ไม่สามารถใช้ได้
  • ค่าบริการล้างแอร์ไม่เกิน 600 บาท จะได้ลด 300 บาท ชำระจริงเหลือไม่เกิน 300 บาท

ทำไมต้องล้างแอร์? เพราะฝุ่นและสิ่งสกปรกสะสมในแอร์ทำให้เครื่องทำงานหนัก กินไฟมากขึ้น ล้างแล้วช่วยประหยัดไฟได้ถึง 10-20% เลยทีเดียว โดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ แอร์สะอาด=เย็นฉ่ำ+ไฟถูก!

ขั้นตอนการรับสิทธิ์เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569

ไม่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ แค่มาที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการ เช่น HomePro, MEGA HOME, Power Buy, ไทวัสดุ, BnB home, โกลบอลเฮ้าส์, เดอะมอลล์, Power Mall, Emporium, PARAGON, โฮมวัน และอื่นๆ อีกมากมาย ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

  1. เตรียมบัตรประชาชนและบิลค่าไฟฟ้า 1 เดือนในปี 2569 (เดือนไหนก็ได้)
  2. ไปที่จุดบริการ พนักงานจะเช็กสิทธิ์ให้
  3. นัดหมายให้พนักงานมาล้างแอร์ที่บ้าน ภายใน 23 มิถุนายน 2569
  4. ชำระค่าบริการจริง (ลดแล้วไม่เกิน 300 บาท)

ถ้ามีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มได้ที่ LINE OA: https://lin.ee/4PdJQqA เลย สะดวกมาก!

ประโยชน์ที่ได้จากการล้างแอร์ในโครงการนี้

นอกจากส่วนลด 300 บาทแล้ว ยังช่วยให้บ้านเย็นสบาย อากาศสะอาด ลดโรคภูมิแพ้จากฝุ่น ล้างแอร์เป็นประจำทุก 3-6 เดือน ช่วยยืดอายุเครื่อง ลดการเสียหายใหญ่ๆ ในระยะยาว คิดดูสิ ค่าไฟลด+เครื่องทนทาน=คุ้มสุดๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีแอร์หลายตัว เริ่มจากตัวหลักก่อนเลย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยประชาชนประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าไฟช่วงหน้าร้อน กฟผ. จัดเต็มเพื่อไทยต้องรอดจริงๆ หากคุณมีแอร์ติดผนังขนาดเหมาะสม อย่าพลาดเด็ดขาด สิทธิ์หมดเร็วแน่นอน!

รีบไปเช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนล้างแอร์ 2569 กันเลยวันนี้ ล้างแอร์สะอาด ประหยัดไฟ ชีวิตดีขึ้นทันตา!

ดัชนีความร้อน ปี 2569 รุนแรงขึ้น เฝ้าระวังเม.ย.-พ.ค.

อากาศร้อนระอุกำลังมาเยือนประเทศไทยอย่างหนักหน่วงในปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่คาดการณ์ว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในระดับเตือนภัยและอาจรุนแรงถึงขั้นอันตรายมาก อุณหภูมิแบบที่ร่างกายรู้สึกจริงอาจพุ่งสูงถึง 33.0–52.0 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาดูข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและคำแนะนำในการป้องกันตัวเองกันครับ

ดัชนีความร้อน คืออะไร และทำไมต้องเฝ้าระวัง

ดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าความร้อนที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกได้จริง (Feel Like) ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศธรรมดา แต่คำนวณจากอุณหภูมิรวมกับความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าเดิม เช่น อุณหภูมิ 35 องศา แต่ความชื้นสูง ร่างกายอาจรู้สึกราวกับ 45 องศาเลยทีเดียว ในปีที่ผ่านมา ไทยเคยเจอจุดสูงสุดที่ 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 ราย ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าปีนี้สถานการณ์อาจยิ่งหนักหน่วงขึ้น

จากข้อมูลของนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ระบุว่าปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่ดัชนีความร้อนอาจทะลุระดับอันตราย สภาพอากาศแบบนี้ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น

แนวโน้มดัชนีความร้อน ปี 2569 จะรุนแรงแค่ไหน

คาดการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม

กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในเกณฑ์เตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>=52.0 °C) ซึ่งระดับเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และที่ร้ายแรงที่สุดคือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

กลุ่มเสี่ยงหลัก ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ติดสุราเรื้อรัง ทุกคนควรเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ

7 วิธีป้องกันอันตรายจากดัชนีความร้อน สูงในปี 2569

รัฐบาลและหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ 7 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดีในการปกป้องตัวเอง ดังนี้

  • 1. ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อนทุกวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00–16.00 น. ที่ร้อนที่สุด ใช้แอปหรือเว็บกรมอุตุฯ ช่วยได้
  • 2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน ไม่รอให้กระหาย เพราะร่างกายสูญเสียน้ำมากในอากาศร้อน
  • 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำตาลสูง เช่น เบียร์ น้ำอัดลม เพราะทำให้ขาดน้ำยิ่งขึ้น
  • 4. สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม ผ้าระบายอากาศ ใส่หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากแสง UV
  • 5. ระวังผลข้างเคียงจากยา ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
  • 6. ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกัน หากมีอาการผิดปกติ
  • 7. ผู้สูงอายุพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำบ่อย อยู่ในที่ร่มรื่น ถ่ายเทอากาศดี

หากเกิดอาการรุนแรง เช่น ผิวร้อนแดง ใจสั่นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน ซึม หรือหมดสติ ให้รีบปฐมพยาบาลด้วยการประคบเย็นที่คอ รักแร้ ขาหนีบ แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที อย่ารอช้าเพราะอาจถึงตายได้

ขณะนี้กรุงเทพมหานครแจ้งเตือนดัชนีความร้อนในเกณฑ์เตือนภัยสำหรับวันที่ 18 มีนาคม 2569

  • บุคคลทั่วไป: ลดกิจกรรมกลางแจ้ง 11.00–15.00 น.
  • กลุ่มเสี่ยง: รีบพบแพทย์หากผิดปกติ

ติดตามคุณภาพอากาศได้ที่ airbkk.com และแอป AirBKK

ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ การดูแลสุขภาพจาก ดัชนีความร้อน เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าประมาท ลองนำ 7 วิธีนี้ไปปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในช่วงหน้าร้อน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างด้วยนะครับ!

ที่มา – “ดัชนีความร้อน” ปีนี้ 2569 แนวโน้มรุนแรงขึ้น เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด เม.ย. – พ.ค.

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.-พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา คำเตือนนี้มาจากรองโฆษกรัฐบาล ที่แจ้งให้ทุกคนรู้ว่าหน้าร้อนปี 2569 จะรุนแรงกว่าปีที่แล้วมาก โดยเฉพาะค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ร่างกายรู้สึกได้จริง อาจพุ่งสูงถึงระดับอันตราย ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชนอย่างหนัก หลังจากปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 รายแล้ว

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์อากาศร้อนจัดกำลังมาเยือน โดยในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ค่าดัชนีความร้อนจะอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>52.0 °C) โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปีที่แล้วค่าดัชนีสูงสุดถึง 59.5 °C เลยทีเดียว ดัชนีนี้คำนวณจากอุณหภูมิและความชื้น ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศอย่างเดียว ทำให้รู้ว่าร่างกายเรารู้สึกร้อนขนาดไหน

ความร้อนแบบนี้เสี่ยงทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และร้ายแรงสุดคือฮีทสโตรก ที่อาจถึงตายได้ รัฐบาลจึงขอให้กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง (หัวใจ ความดัน เบาหวาน) คนทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และติดเหล้าเรื้อรัง ระวังตัวเป็นพิเศษ

7 วิธีป้องกันอันตรายจากเตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง

  • ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00-16.00 น. ที่ร้อนสุด
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ไม่ต้องรอกระหาย เพราะร่างกายขาดน้ำก่อนรู้ตัว
  • งดเหล้าและน้ำหวาน: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำหวาน ทำให้ขาดน้ำ更快
  • แต่งตัวให้เหมาะ: เสื้อผ้าระบายอากาศ หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • ระวังยาที่กิน: ยาลดความดัน แก้หวัด ขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
  • ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม: ช่วยกันดูอาการผิดปกติ หากมีใครเป็นให้ช่วยได้ทัน
  • ดูแลผู้สูงอายุ: ดื่มน้ำบ่อย พักผ่อน ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงกลางแจ้งตอนร้อน

นอกจากนี้ ควรรู้จักอาการอันตราย เช่น ผิวร้อนแดง ใจเต้นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ซึม หรือสลบ หากเจอให้ปฐมพยาบาลด่วน: ใช้ผ้าน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบหลังคอ รักแร้ ขาหนีบ ลดไข้ร่างกาย แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที

เพื่อให้เข้าใจดัชนีความร้อนมากขึ้น Heat Index คือค่าที่รวมความชื้นเข้าไปด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในอบโอวนา โดยทั่วไป ถ้าดัชนีเกิน 32 °C ก็เริ่มเสี่ยงแล้ว ปีนี้คาดว่าหลายพื้นที่จะแตะระดับสูง ลองเช็กแอปกรมอุตุทุกวันนะครับ

หน้าร้อนปีนี้รุนแรงขนาดนี้ ทุกคนต้องช่วยตัวเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำปาง อีสานอย่างขอนแก่น อุดร กลางอย่างกรุงเทพฯ นนทบุรี รีบเตรียมตัวด้วย 7 วิธีนี้ จะได้สุขภาพดี สนุกกับหน้าร้อนโดยไม่ต้องกลัวโรคความร้อน ลองแชร์เคล็ดลับป้องกันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

Scroll to top