จังหวัดชุมพร

“พิพัฒน์” ลั่น “แลนด์บริดจ์” ไม่มีแล้ว ย้ำยังต้องมีท่าเรือน้ำลึก

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนและประชาชนทั่วประเทศอีกครั้ง เมื่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคใต้ โดยระบุชัดเจนว่า “พิพัฒน์” ลั่น “แลนด์บริดจ์” ไม่มีแล้ว เพื่อทำการทบทวนรายละเอียดและเตรียมปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ให้มีความรัดกุมและได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนมากขึ้น

“พิพัฒน์” ลั่น “แลนด์บริดจ์” ไม่มีแล้ว พร้อมเดินหน้าท่าเรือน้ำลึก

การประกาศปรับแผนงานในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโครงการจะถูกยกเลิกไปเสียทีเดียว แต่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนชื่อโครงการใหม่เพื่อลดความเข้าใจผิดและสร้างความชัดเจนในกรอบกฎหมาย นายพิพัฒน์เน้นย้ำว่า เป้าหมายหลักของกระแสการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องมีท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญของภูมิภาค

ศักยภาพพื้นที่และกลยุทธ์การเชื่อมโยงระบบราง

จากการประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่ รัฐบาลยังคงมองว่าจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมยังคงเป็นจังหวัดระนองและชุมพร โดยโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นอาจเน้นการใช้ระบบรางเป็นแกนหลักในการเชื่อมต่อแทนการสร้างสะพานเชื่อมเพียงอย่างเดียว เหตุผลสำคัญที่ “พิพัฒน์” ลั่น “แลนด์บริดจ์” ไม่มีแล้ว เป็นเพราะต้องการนำบทเรียนจากการพัฒนาท่าเรือระนองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมามาเป็นตัวอย่าง ว่าการลงทุนต้องคุ้มค่าและรองรับปริมาณสินค้าได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการทุ่มงบประมาณลงไปโดยไม่มีผลตอบแทนที่คุ้มค่า

  • รอนายกรัฐมนตรีสรุปผลการศึกษาโครงการฉบับใหม่
  • เน้นการขนส่งด้วยระบบรางเชื่อมระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย
  • เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อลดแรงกดดันต่อกระทรวงคมนาคม
  • มุ่งเน้นความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและการยอมรับของคนในพื้นที่

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปรับเปลี่ยนท่าทีในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงความรอบคอบของรัฐบาล เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการศึกษาที่ละเอียดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ หรือแม้แต่การคัดค้านจากภาคประชาชนในจังหวัดต่างๆ เช่น สตูล ตรัง หรือกระบี่ การนำโครงการกลับมาทบทวนใหม่ให้เป็นระบบและผ่านการตรวจสอบอย่างโปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการปรับเปลี่ยนแผนของรัฐบาลในครั้งนี้? การขยับตัวครั้งนี้จะช่วยให้โครงการท่าเรือน้ำลึกแจ้งเกิดได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ หรือเรายังต้องรอคอยผลการศึกษาขั้นสุดท้ายกันต่อไป มาร่วมติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดไปพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา – “พิพัฒน์” ลั่น “แลนด์บริดจ์” ไม่มีแล้ว ย้ำยังต้องมีท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย

ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

ข่าวดีสำหรับชาวชุมพรและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาครับ! ล่าสุด กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ออกมาตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการเดินหน้าโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4035 แยกทางหลวงหมายเลข 3180 เชื่อมบ้านเนินคีรี อำเภอปะทิว และอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมในเขตพื้นที่นี้ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 ว่าขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าไปกว่า 30% แล้ว โดยเน้นการพัฒนาถนนระยะทางรวมกว่า 13.520 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ ให้มีความไร้รอยต่อมากที่สุด

ศักยภาพของโครงการถนนสาย ชพ.4035

การดำเนินงานโครงการ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่การปรับปรุงผิวจราจรเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายถนนเป็น 2-4 ช่องจราจร พร้อมระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบวงจร ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือ:

  • เชื่อมต่ออย่างง่ายดายเข้าสู่ท่าอากาศยานชุมพร
  • เชื่อมต่อสถานีรถไฟรางคู่ ได้แก่ สถานีสะพลี สถานีหนองเนียง และสถานีนาชะอัง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางการเกษตร เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ให้ส่งถึงตลาดได้รวดเร็วขึ้น
  • ลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

โครงการนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 164.350 ล้านบาท โดยนอกจากงานผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีตแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบระบายน้ำ กำแพงกันดิน และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยหน้าโรงเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนและนักเรียนในพื้นที่อย่างเต็มที่

ผมมองว่าการที่ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 นั้น เป็นก้าวที่สำคัญมากของจังหวัดชุมพร เพราะการมีถนนที่ดีจะช่วยสนับสนุนทั้งภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้โตขึ้นแบบก้าวกระโดด เชื่อว่าเมื่อแล้วเสร็จในปี 2570 ชีวิตของชาวชุมพรจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่อยู่ในพื้นที่ก็คอยติดตามความคืบหน้ากันต่อไปนะครับ รับรองว่าคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน

ที่มา – ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

“อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ทิ้งสคริปต์พูดจากหัวใจ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดสนุกและอบอุ่นใจมาฝากกัน จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นไวรัลสุดๆ ในโซเชียล นั่นคือ “อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ทิ้งสคริปต์พูดจากหัวใจ ชาวบ้านตะโกน “รวยไม่ไหวแล้วโว๊ย” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่ชายหาดบางเบิด จังหวัดชุมพร งานนี้เรียกได้ว่าคึกคักมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บุกมาสาดน้ำเล่นวันไหลกับพี่น้องประชาชนแบบไม่ถือตัวเลยครับ

“อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ทิ้งสคริปต์พูดจากหัวใจ

บรรยากาศวันนั้นสุดยอดมากเลยเพื่อนๆ นายกฯ สวมเสื้อลายดอกสีสันสดใส โบกมือทักทายทุกคนริมทะเล ท่ามกลางเสียงเชียร์และน้ำฉ่ำๆ จากชาวบ้านที่มาร่วมงานวันไหลบางเบิด พวกเขาตะโกนลั่น “รวยไม่ไหวแล้วโว๊ย” ฟังแล้วขำกลิ้งเลยนะ คำนี้เหมือนเป็นการล้อเล่นแบบเป็นกันเอง แสดงถึงความสนิทสนมและความคาดหวังจากนโยบายรัฐบาลที่ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกมั่งคั่งขึ้นจริงๆ นายกฯ ยังประกาศทิ้งสคริปต์ที่เตรียมมา พูดตรงจากใจเลยว่า ตั้งใจพาคณะรัฐมนตรีเกือบครึ่งคณะมาหาพี่น้องชุมพรและประจวบฯ หลังจากแก้ปัญหาที่นราธิวาส ส.ส.ท้องถิ่นกับนายก อบจ. ชวนให้แวะมาเพราะชาวชุมพรเลือก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยถึง 3 คน

ที่เจ๋งคือ นายกฯ บอกว่าตื่นตาตื่นใจกับหาดบางเบิดมาก ถ้ารู้ว่าติดทะเลขนาดนี้ คงใส่กางเกงขาสั้นมาแล้ว 555 ช่วงแนะนำคณะ รมต. และ ส.ส. ยังติดตลก “ขอโทษด้วยนะที่จำชื่อจริง ส.ส. ยังไม่หมด เพราะไม่เคยได้ ส.ส. เยอะขนาดนี้มาก่อน” เรียกเสียงฮาไปทั้งหาด บรรยากาศร้อนแต่ใจอบอุ่นสุดๆ

เสน่ห์หาดบางเบิดและวันไหลชุมพรที่ไม่ควรพลาด

“อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เล่นสนุก แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมพรให้ดังยิ่งขึ้น หาดบางเบิดเป็นหาดทรายสวยน้ำใส มีเสน่ห์แบบธรรมชาติแท้ๆ เหมาะสำหรับเทศกาลสงกรานต์สาดน้ำแบบวันไหล งานนี้มีกิจกรรมเพียบ ทั้งสาดน้ำ ดนตรีสด กินอาหารทะเลสดๆ ใครไปรับรองติดใจ

  • นายกฯ ลงสาดน้ำกับประชาชนหน้าเวทีแบบคึกคัก ไม่ถือตัวเลย
  • นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปเซลฟี่เพียบ สร้างโมเมนต์น่าประทับใจ
  • พูดจากใจขอบคุณชาวชุมพรที่ให้การสนับสนุน สัญญาจะพัฒนาท่องเที่ยวต่อ
  • หาดบางเบิดงดงาม สะท้อนความเป็นชุมพรได้ดีเยี่ยม
  • พาครม.มาร่วมสนุก แสดงความใกล้ชิดกับประชาชน

หลังพิธีเปิด นายกฯ และคณะยังลงไปเล่นน้ำต่อ ก่อนกลับ กทม. ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ ผมว่าการกระทำแบบนี้ทำให้เห็นว่ารัฐบาลใกล้ชิดประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้ในทำเนียบ

ทำไม “อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ถึงกลายเป็นข่าวฮิต

เหตุการณ์นี้ไวรัลเพราะความเป็นกันเองของนายกฯ ที่ทิ้งสคริปต์พูดจากใจ บวกกับคำตะโกนชาวบ้านที่ฮามาก แถมยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมพรที่กำลังมาแรง หาดบางเบิดเป็นจุดเด่น ทรายขาว น้ำทะเลใส มีกิจกรรมวันไหลประจำปีดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ถ้าเพื่อนๆ มีแผนเที่ยวสงกรานต์ปีหน้า อย่าลืมแวะชุมพรนะครับ รัฐบาลยังมั่นสัญญาพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

พูดถึงชุมพรแล้ว ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อย่างอุทยานแห่งชาติทางทะเล น้ำตกเขาหลด หรือกินกุ้งก้ามกรามเจ้าดัง รับรองฟิน การที่นายกฯ มาส่งเสริมแบบนี้ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้เยอะเลย

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าเหตุการณ์ “อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ทิ้งสคริปต์พูดจากหัวใจ แสดงให้เห็นภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงประชาชนได้ดีมาก สร้างความไว้วางใจและรอยยิ้มให้ทุกคน ถ้าคุณได้ดูคลิปแล้วรู้สึกยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้บรรยากาศสนุกๆ นี้ และอย่าลืมติดตามข่าวท่องเที่ยวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดเรื่องเด่นๆ!

ที่มา – “อนุทิน” เล่นน้ำหาดบางเบิด ทิ้งสคริปต์พูดจากหัวใจ ชาวบ้านตะโกน “รวยไม่ไหวแล้วโว๊ย”

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดวันไหลบางเบิด

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าสนใจมากสำหรับคนรักการท่องเที่ยว นั่นคือ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในช่วงวันหยุดยาว สร้างสีสันให้กับงานประเพณีท้องถิ่นให้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่น่าจับตามอง

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

วันที่ 17 เมษายน 2567 (หมายเหตุ: ตามข้อมูลต้นฉบับ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานชุมพรอย่างคึกคัก ทันทีที่ลงเครื่อง ก็เปลี่ยนสวม เสื้อลายดอกสีสันสดใส เพื่อเข้าสู่บรรยากาศงานประเพณีวันไหลบางเบิด ณ ชายหาดบางเบิด ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

บรรยากาศการต้อนรับอบอุ่นสุดๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และ ส.ส.ชุมพรจากพรรคภูมิใจไทย เช่น นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และนายสุพล จุลใส ร่วมให้การต้อนรับ พี่น้องประชาชนและข้าราชการแห่พวงมาลัย ดอกกุหลาบมารับเสด็จนายกฯ ทำให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งสูง แฟนคลับบางเบิดแลนด์มาร์คใหม่นี้แน่นสนามบินไปหมด

วันไหลบางเบิด: เทศกาลท่องเที่ยวชุมพรที่กำลังมาแรง

งาน “วันไหลบางเบิด” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเลือก โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักระดับประเทศ ชายหาดบางเบิดมีเอกลักษณ์ด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และกิจกรรมวันไหลที่ผสมผสานวัฒนธรรมสงกรานต์กับความสนุกแบบชายหาด นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงานและร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน สร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในช่วงท้ายสงกรานต์

นอกจากนี้ การที่ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร ยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงประชาชน สร้างภาพจำดีๆ ให้กับการท่องเที่ยวชุมพร ซึ่งจังหวัดนี้มีจุดเด่นเรื่องทะเล ผลไม้ และอาหารทะเลสดใหม่ หาดบางเบิดกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ ไม่แออัด

  • กิจกรรมหลักในงานวันไหลบางเบิด: การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่, เล่นน้ำสงกรานต์สไตล์ชายหาด, การแสดงดนตรีพื้นเมือง
  • สถานที่ใกล้เคียง: หาดทุ่งวัวแลนด์, น้ำตกหงส์เหิน, สวนผลไม้ชุมพร
  • เคล็ดลับการเดินทาง: บินตรงสู่สนามบินชุมพร หรือขับรถจากสุราษฎร์ธานี
  • ที่พักแนะนำ: รีสอร์ทริมหาดปะทิว ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท/คืน

การมาของนายกฯ ในครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นท่องเที่ยวชุมพรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ต้องการการโปรโมตจากผู้นำประเทศ ชุมพรซึ่งมีศักยภาพสูงแต่ยังเงียบเหงา กำลังจะคึกคักมากขึ้นจากอีเวนต์นี้

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวสงกรานต์ปีหน้า หรืออยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ ลองเช็คปฏิทินงานวันไหลบางเบิดดูนะครับ มันคือประสบการณ์ที่ผสมความสนุก ประเพณี และทะเลสวยได้อย่างลงตัว สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนไทยกันเถอะ!

ความเห็นส่วนตัว: การที่ผู้นำอย่างอนุทินเลือกสวมเสื้อลายดอกมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เทศกาลท้องถิ่นอย่างวันไหลบางเบิดกลายเป็นฮิตทั่วประเทศในไม่ช้า

ที่มา – “อนุทิน” สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อหารือหน่วยงานความมั่นคงและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารชั้นนำร่วมเดินทางด้วย

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง

การเดินทางเริ่มต้นจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะบินตรงไปยังสนามบินนราธิวาส โดยมีรัฐมนตรีสำคัญหลายท่านร่วม เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงพล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เมื่อถึงพื้นที่ นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อมอบนโยบายแก้ปัญหาตามแนวทางรัฐบาล และตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ จากนั้นเดินทางไปบ้านศรียะลา ต.สุเตง อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อหารือสำคัญกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาลกับชุมชนท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรีหารือที่บ้านศรียะลา

ประชุมติดตามสถานการณ์ความมั่นคงที่ กอ.รมน. ภาค 4

ต่อมา คณะเดินทางไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ณ ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยหารือเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน มาตรการป้องกัน และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมั่นคง

  • มอบนโยบายแก้ปัญหายั่งยืน
  • ตรวจเยี่ยมกำลังพลและหน่วยงานความมั่นคง
  • ประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน

ตรวจพื้นที่ชายแดนและเปิดงานท่องเที่ยวชุมพร

กำหนดการยังรวมถึงการตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดน อ.แว้ง จ.นราธิวาส ณ สะพานเชื่อมบูเก๊ะตา (ไทย) – บูกิต บุหงา (มาเลเซีย) เพื่อติดตามการป้องกันชายแดนและความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ก่อนบินต่อไปเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชายหาดบางเบิด ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

นายกฯ ตรวจพื้นที่ชายแดน

การนายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการเชื่อมโยงชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางหลักของรัฐบาลในการสร้างความสงบสุขยั่งยืน ปัญหาในภาคใต้เป็นประเด็นเรื้อรังมานาน แต่ด้วยการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและการหารือกับผู้นำท้องถิ่น รัฐบาลมุ่งหวังว่าจะเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ การรวมคณะรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลาโหม ยุติธรรม มหาดไทย คมนาคม และศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหาแบบองค์รวม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเยี่ยมชมชายแดนและการส่งเสริมท่องเที่ยวจะช่วยเสริมภาพลักษณ์บวกให้กับพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และดึงดูดนักลงทุน

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชนภาคใต้ หากดำเนินการต่อเนื่องและฟังเสียงจากทุกฝ่าย จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ ลองติดตามข่าวสารและพัฒนาการเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – นายกฯ ยกคณะลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หารือหน่วยงานความมั่นคง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่

“ลูกหมี” ชุมพร นำทีมซบ ภูมิใจไทย

ลูกหมี” ชุมพล จุลใส นำทีม “พลังชุมพร” กว่า 50 ชีวิต ซบภูมิใจไทย ปัดตอบปม รทสช. แตก “พิพัฒน์” แย้มบิ๊กเนมใต้จ่อร่วมทัพเพิ่ม

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 นายชุมพล จุลใส อดีต สส.หลายสมัยจังหวัดชุมพร พร้อมนายสุพล จุลใส สส.ชุมพร และนายวิชัย สุดสวาทดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ พานายนพพร อุสิทธิ์ หรือ นายกโต้ง นายก อบจ. ชุมพร และทีม อบจ.ชุมพร ใส่เสื้อแจ๊คเกต ที่เขียนด้านหลังว่า “พลังชุมพร” เพื่อมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ พร้อมแถลงข่าวร่วมกัน

นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ได้ต้อนรับคณะจากจังหวัดชุมพร นำโดยนายก อบจ.ชุมพร และทีม สจ. เพื่อให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้นายพิพัฒน์ ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ให้มาต้อนรับคณะ พร้อมขอขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจในการทำงาน และการมีเจตจำนงในการสนับสนุน พรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งสมัยหน้า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นั่นหมายถึงเป็นการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยให้มีโอกาสในการทำงานให้ชาวชุมพร ซึ่งหากชาวชุมพรให้โอกาสเรา ตนก็มั่นใจว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชุมพร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีมาก่อน วันนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะร่วมกันทำงานพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ให้แข็งแกร่ง เติบโตและเจริญขึ้น โดยการนำของนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทย

ด้านนายชุมพล กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจว่าพรรคภูมิใจไทย สามารถนำพาประเทศไปได้ และทำทุกอย่างให้ประเทศมั่นคง และเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งจุดยืนของตนคือ การทำเพื่อประเทศไทย ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตัว แต่อยากให้ประเทศไปข้างหน้า พร้อมย้ำว่า สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มาด้วยวันนี้ มาเพื่อให้กำลังใจก่อน แต่ทีมพลังชุมพรนั้นมากันร่วมกว่า 50 ชีวิต และเวลาเราจะไปไหนก็ไปกันยกทีม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ นายชุมพล ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีปัญหากับใคร เป็นเรื่องภายในพรรค ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่วันนี้พาทีมงานมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย

ส่วนนายพิพัฒน์ กล่าวถึงความมั่นใจว่าจะได้ สส. ภาคใต้เพิ่มในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ว่า เรื่องนี้คงตอบไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่คนใต้ในแต่ละจังหวัดจะตัดสินใจว่า จะให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ แต่สิ่งต่างๆ รวมถึงผลงานที่ได้ทำมาเป็นการสะท้อนให้เห็นแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ นี่คือคาแรกเตอร์ของพรรคภูมิใจไทยที่เมื่อไหร่ที่เรารับปาก และเราพูดเราก็จะทำ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีบิ๊กเนมทางการเมืองเข้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจากพรรคภูมิใจไทย ให้คุยกับเพื่อนนักการเมืองใน 14 จังหวัดภาคใต้ ถึงอุดมการณ์ที่จะเข้ามาร่วมทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้าเสียโอกาสเยอะมาก แต่หากรวมตัวกัน และมียุทธศาสตร์ ก็มั่นใจว่า จะสามารถพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ไปได้มากกว่านี้ ซึ่งก็จะมีเพื่อนนักการเมืองเข้ามาร่วมอีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ส่วนพื้นที่ภาคใต้จะได้สส.จำนวนเท่าไหร่ ตนคงตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนภาคใต้ ตัดสินใจว่าจะตอบสนองพรรคภูมิใจไทยเท่าไหร่

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวแล้ว ได้สวมเสื้อแจ๊คเกตของพรรคภูมิใจไทย ให้กับกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และนายนพพร นายก อบจ.ชุมพร ก่อนจะสวมกอดนายชุมพล พร้อมชูมือ ถ่ายรูปร่วมกัน

“ลูกหมี” บ้านใหญ่ชุมพร ขน 50 ชีวิต ซบภูมิใจไทย

การย้ายขั้วทางการเมืองครั้งนี้ของ “ลูกหมี” ชุมพล จุลใส และทีมงาน สร้างความฮือฮาไม่น้อยในวงการการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกซบพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ

ทำไม “ลูกหมี” ถึงเลือกภูมิใจไทย?

นายชุมพลได้ให้เหตุผลว่า มีความมั่นใจในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยในการนำพาประเทศไปข้างหน้า และต้องการทำงานเพื่อประเทศไทย โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ส่วนตัว นอกจากนี้ การที่พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ลูกหมี” ตัดสินใจเข้าร่วม

ผลกระทบต่อการเมืองภาคใต้

การเข้ามาของ “ลูกหมี” และทีมพลังชุมพร จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของนายชุมพล นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักการเมืองคนอื่นๆ ในภาคใต้ ที่อาจกำลังพิจารณาถึงอนาคตทางการเมืองของตนเอง

จับตาการขยายฐานเสียงของภูมิใจไทย

การเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมาถึงนี้ น่าจับตาดูว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ได้มากน้อยเพียงใด หลังจากที่ได้ “ลูกหมี” และทีมพลังชุมพร เข้ามาเสริมทัพ การแข่งขันทางการเมืองในภาคใต้ จะทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน

การย้ายพรรคของ “ลูกหมี” ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคตได้

ที่มา – “ลูกหมี” บ้านใหญ่ชุมพร ขน 50 ชีวิต ซบภูมิใจไทย ไม่ตอบ รทสช. แตก

Scroll to top