จัดตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน

“จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากพรรคเพื่อไทยมาอัปเดตกันครับ กับประเด็นร้อนเรื่องโผคณะรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่า ‘ครม.อนุทิน 2’ ที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะข่าวลือว่ามี ส.ส. ภายในพรรคไม่พอใจการจัดสรรตำแหน่ง แต่ “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค แบบชัดเจนเลยทีเดียว

วันที่ 24 มี.ค. 2567 ณ โรงแรมเอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง ยืนยันว่าข่าวที่ออกมานั้นเป็นเพียงการคาดเดาจากภายนอกเท่านั้น ภายในพรรคทุกคนยังสามัคคีกันดี ไม่มีใครแสดงความไม่พอใจอะไรเลย เพราะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจากันหลายฝ่าย และต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความเหมาะสม รวมถึงความสามารถในการขับเคลื่อนกระทรวงและนโยบายของแต่ละคน

ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทยจริงหรือ?

หลายคนอาจสงสัยว่าข่าวลือเรื่อง ส.ส. ไม่พอใจแล้วจะกระทบพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ ชี้แจงชัดว่าทุกคนเข้าใจดี ตำแหน่งมีจำกัด แต่โอกาสในการทำงานยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในสภาฯ หรือหน้าที่อื่นๆ ในการเป็นตัวแทนประชาชน “ตอนนี้ไม่มีใครน้อยใจ และไม่มีใครจะออกจากพรรค” เขาย้ำอย่างหนักแน่น แถมยังบอกว่าการประชุมภายในพรรคทุกคนมาร่วมครบถ้วน พร้อมเดินหน้านโยบายรัฐบาลต่อไป

จากที่ฟังดูแล้ว เหมือนพรรคเพื่อไทยจัดการอารมณ์ ส.ส. ได้ดีมากเลยครับ เพราะในอดีตทุกครั้งที่มีการจัดโผใหญ่ๆ ก็มักมีกระแสแบบนี้ แต่สุดท้ายทุกคนก็พร้อมทำงานเสมอ

คุณสมบัติรัฐมนตรีเพื่อไทยผ่านการคัดกรองอย่างไร

อีกประเด็นสำคัญคือคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยเสนอไป “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ทุกคนผ่านการคัดกรองมาอย่างดี ไม่ใช่แค่สมัคร ส.ส. หรือเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แต่ยังผ่านกระบวนการหลายชั้น รายชื่อส่งให้ นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว รอเพียงขั้นตอนโปรดเกล้าฯ และตรวจสอบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

ปัจจุบันยังไม่มีรายชื่อไหนถูกส่งกลับมา แสดงว่าทุกอย่างลงตัว และถึงการตรวจสอบครั้งนี้จะเข้มงวด แต่พรรคก็มั่นใจในบุคลากรของตัวเอง เพราะมีประสบการณ์ ความรู้ และความพร้อมสูง

  • ผ่านการคัดกรองหลายครั้ง: ตั้งแต่สมัครเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงเสนอชื่อ ครม.
  • เหมาะสมกับกระทรวง: พิจารณาความสามารถในการขับเคลื่อน
  • นายกฯ รับได้: ส่งชื่อไปแล้ว ไม่มีปัญหา
  • ไม่มีรายชื่อสำรองลับ: แต่พร้อมหากจำเป็น

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังไม่ยืนยันรายชื่อที่หลุดออกมาในสื่อ เพราะกระบวนการยังไม่จบ ต้องรอคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

มุมมองต่อสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

จากข่าวนี้ เราจะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยยังคงแข็งแกร่ง สามัคคีกันดี แม้จะมีข่าวลือจากภายนอกบ้าง แต่ภายในพรรคทุกอย่างเรียบร้อย พร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน โผครม.ชุดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ ต่อไป

ส่วนตัวผมคิดว่า การที่นายจุลพันธ์ออกมาพูดแบบนี้ ช่วยลดกระแสข่าวลือได้เยอะเลยครับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรค ส.ส.ทุกคนก็เข้าใจบทบาทของตัวเอง คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตโผครม.เพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “จุลพันธ์” มั่นใจ รมต.เพื่อไทย คุณสมบัติครบถ้วน ยันไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่สุดในวันนี้คือ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตา โดยเฉพาะท่าทีของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงท่าทีชัดเจนต่อสื่อมวลชน หลังจากความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่หลายคนรอคอย

“อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 เมื่อสื่อสอบถามว่านายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะมานั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินก็พยักหน้ารับทันที สร้างความฮือฮาให้กับผู้สื่อข่าวที่ตามติด

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ ก็พยักหน้ารับอีกครั้ง และย้ำว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นี่ถือเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่า ครม.อนุทิน 2 จะเกิดขึ้นในไม่ช้า ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้รวดเร็วขึ้น

ปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้เหมาะสมกับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานในแวดวงกฎหมาย โดยเฉพาะในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายและให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่รัฐบาล การที่ “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 แสดงให้เห็นถึงการเลือกคนที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อรับมือกับประเด็นกฎหมายที่ซับซ้อนในยุคนี้ เช่น การปฏิรูปกฎหมาย การต่อต้านคอร์รัปชัน และการปรับโครงสร้างรัฐบาล

ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท แต่ย้ำแก้ขาดแคลนภายใน 1 สัปดาห์

อีกประเด็นที่สื่อไม่ปล่อยให้หลุดคือเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทบประชาชนโดยตรง แต่ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบคำถามตรงนี้ โดยนายอนุทินเลือกที่จะพยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งการให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการน้ำมันขาดแคลนให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเมื่อวานนี้มีการประชุมกำชับสถานีบริการน้ำมันทุกแห่งห้ามขาดสต็อก

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้ตึงเครียด จากปัญหานำเข้าน้ำมันดิบราคาแพง สงครามการค้า และความต้องการที่พุ่งสูง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก การที่รัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นเรื่องดี แต่หลายคนตั้งคำถามว่าราคาขึ้น 2 บาทจะส่งผลต่อค่าครองชีพอย่างไร

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ปัญหาน้ำมันขาดแคลนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในครม.อนุทิน 2 นี้ คาดว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเด็ดขาดมากขึ้น นี่คือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหา:

  • ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวน: จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและนโยบาย OPEC+
  • การนำเข้าล่าช้า: ปัญหาโลจิสติกส์และท่าเรือ
  • ความต้องการพุ่ง: เศรษฐกิจฟื้นตัวหลังโควิด
  • โครงสร้างราคาในไทย: ภาษีและกองทุนน้ำมันที่ซับซ้อน

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันอาจขึ้นต่อเนื่อง หากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาล ครม.อนุทิน 2 จึงต้องเร่งหาทางออก เช่น ลดภาษีชั่วคราว เพิ่มการสำรองน้ำมัน หรือส่งเสริมพลังงานทางเลือก

คาดการณ์อนาคตของครม.อนุทิน 2

จากท่าทีของนายอนุทินที่พยักหน้ารับทุกคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในทีมงาน ครม.ชุดนี้คาดว่าจะเน้นนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยมีนายปกรณ์ช่วยดูแลด้านกฎหมายให้แข็งแกร่ง ประชาชนควรติดตามการทูลเกล้าฯ ในเร็ววันนี้

ในมุมมองของเรา ครม.อนุทิน 2 มีโอกาสสูงที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตได้ หากทำงานเป็นทีมและรับฟังประชาชนมากขึ้น สถานการณ์น้ำมันต้องแก้ไขด่วนเพื่อไม่ให้กระทบการขนส่งและอุตสาหกรรม

คุณคิดอย่างไรกับข่าว “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 และราคาน้ำมันที่ขึ้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ “ปกรณ์” นั่งรองนายกฯ ครม.อนุทิน 2 ไม่ตอบราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาท

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจแล้ว

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ เกี่ยวกับ รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลคึกคักมาก เมื่อทีมงานของว่าที่รัฐมนตรีหลายคนตบเท้าส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติกันอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะวันที่ 23 มี.ค. 2567 ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน

รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว

รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดของ ครม.อนุทิน 2 ได้ถูกส่งไปยัง 8 หน่วยงานสำคัญเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ามีชื่อของน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยรวมอยู่ด้วย นี่ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ทุกคนต่างรอคอยผลการตรวจสอบที่ต้องโปร่งใสและรวดเร็ว โดยสลค.ตั้งเป้าจะเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

ความคืบหน้าการยื่นเอกสารของพรรคต่างๆ

ฝั่งพรรคเพื่อไทยส่งเอกสารครบทีมแล้ว รวมถึงน.ส.สุดาวรรณ ที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย ในโผรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.กาญจนบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ไม่น้อยหน้า นายวัชระพล ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ส่งเอกสารเพื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เวลา 13.15 น. ตามด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เวลาต่อมา นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ยังมีรายชื่ออื่นๆ ที่ส่งทีมงานมาแล้ว เช่น นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

8 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เพื่อให้มั่นใจในคุณสมบัติของรัฐมนตรีทุกคน สลค.ได้ส่ง รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ไปยังหน่วยงานตรวจสอบทั้ง 8 แห่ง ดังนี้

  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) – ตรวจประวัติอาชญากรรม
  • สำนักงานศาลยุติธรรม – ตรวจคดีความในศาล
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) – ตรวจทุจริต
  • สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ – ตรวจด้านรัฐธรรมนูญ
  • กรมบังคับคดี – ตรวจหนี้สิน
  • คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) – ตรวจคุณสมบัติการเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) – ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน
  • สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) – ตรวจคดีอาญา

หากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น สลค.จะสอบถามความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทันที นี่เป็นกระบวนการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทำให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาลชุดใหม่

ครม.อนุทิน 2 นี้มาจากการเจรจาของพรรคการเมืองหลักอย่างพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การจัดสรรโควตารัฐมนตรีสะท้อนถึงพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาสังคม

ในมุมมองของผม การตรวจสอบคุณสมบัติที่รวดเร็วแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำงานโปร่งใส หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะผ่านฉลุยและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที คุณคิดอย่างไรกับโผครม.ชุดนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ ติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – รายชื่อรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 2 ถึงมือ 8 หน่วยตรวจคุณสมบัติแล้ว ยันมีชื่อ “สุดาวรรณ” ด้วย

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยได้จัดการประชุมหารือเรื่องนโยบายสำคัญ เพื่อเตรียมแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของรัฐบาลใหม่ที่เน้นความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยมีนางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว ยังมีการพูดคุยถึงการทำงานในวิปรัฐบาลและกรอบการทำงานในสภา เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นางมนพร เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก เช่น การช่วยเหลือประชาชนในด้านสวัสดิการ การศึกษา สุขภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทยในหลายประเด็น ทำให้การถกเถียงครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยจะคัดเลือกนโยบายที่เหมาะสมบรรจุในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี

รายละเอียดการถกนโยบายระหว่าง “ภท. – พท.”

นายเผ่าภูมิ ย้ำว่านโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอจะเป็นสิ่งที่เคยหาเสียงไว้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของพรรค และพิจารณาความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน เมื่อถูกถามถึงนโยบายค้างคาจากสมัยรัฐบาลเศรษฐาและแพทองธาร เขาตอบว่าต้องหารือกันก่อนว่าจะสานต่อได้หรือไม่ โดยวันนี้เป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการเพื่อเจรจารายละเอียด

ในส่วนของการปรับนโยบาย นายเผ่าภูมิเน้นย้ำถึงหลักการ “กลมกล่อม” และ “สอดคล้องกัน” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องมีการปรับแต่งบางส่วนให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ หากพรรคภูมิใจไทยเสนอปรับบางนโยบายของเพื่อไทย ก็ยินดีหารือเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

  • นโยบายด้านสังคมของเพื่อไทย: เน้นสวัสดิการประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ
  • ความคล้ายคลึงกับภูมิใจไทย: ในด้านเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น
  • กรอบการทำงาน: วิปรัฐบาลและสภา เพื่อความเป็นเอกภาพ

การถกนโยบายครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองพรรคในการสร้างรัฐบาลที่มั่นคง โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองที่ผันผวน พรรคเพื่อไทยซึ่งมีนโยบายประชานิยมเข้มข้น จะช่วยเสริมจุดแข็งให้กับพรรคภูมิใจไทยที่เน้นนโยบายเชิงปฏิบัติ หากนโยบายเหล่านี้ผ่านสภาได้ จะเป็นโอกาสทองในการแก้ปัญหาเรื้อรังของไทย เช่น หนี้ครัวเรือน การว่างงาน และความยากจน

นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่าการร่วมมือ “ภท. – พท.” จะช่วยลดความขัดแย้งภายในรัฐบาล และเร่งรัดการผลักดันนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น โครงการเงินดิจิทัล การปฏิรูประบบสาธารณสุข และการศึกษาฟรีตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งเคยเป็นจุดขายหลักของเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา เช่น การจัดสรรงบประมาณและความรับผิดชอบกระทรวงต่างๆ ที่อาจกระทบต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง แต่จากท่าทีของทั้งสองฝ่าย คาดว่าจะมีข้อสรุปในไม่ช้า

ในมุมมองของผู้เขียน การถกเถียงนโยบายแบบนี้เป็นสัญญาณบวก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่าอำนาจส่วนตัว หากทำได้จริง จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทยได้อย่างมาก

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์”

ข่าวการเมืองร้อนแรงในวันนี้ สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะในแวดวงพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเตรียมตัวจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

วันที่ 23 มีนาคม 2567 รายงานจากภายในพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ว่าที่รัฐมนตรีได้กรอกประวัติส่วนตัวและส่งเอกสารไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว แต่สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์คือ ชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายคนปัจจุบัน หายไปจากโผอย่างสิ้นเชิง มีข่าวว่าเจ้าตัวได้ปฏิเสธตำแหน่งรองนายกฯ และตำแหน่งอื่นๆ กับนายอนุทินโดยตรง

แทนที่คือข่าวลือหนาหูว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกฯ แทน นายปกรณ์เป็นนักกฎหมายชั้นนำ ศิษย์เอกของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรธ. ฉบับ 2560 และนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ทำให้หลายคนมองว่าเขามีศักยภาพสูงในการช่วยแก้ปัญหากฎหมายให้รัฐบาลชุดใหม่

สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ: พื้นหลังและคุณสมบัติ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มาด้วยประสบการณ์ยาวนานในวงการกฎหมาย เขาเคยทำงานใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญอย่างนายมีชัยและนายวิษณุ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 เป็นจริง คงช่วยเสริมทีมกฎหมายของรัฐบาลอนุทินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่กฎหมายซับซ้อนและการเมืองร้อนระอุ

ส่วนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่หลุดโผครั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากการตัดสินใจของตัวเขาเองที่ไม่ประสงค์รับตำแหน่งอีก หลังจากทำหน้าที่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายมานาน ทำให้เกิดช่องว่างที่พรรคต้องหาคนมาเติมอย่างเร่งด่วน

ผลกระทบต่อครม.อนุทิน 2 และพรรคภูมิใจไทย

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายสำคัญมากในการตรวจสอบร่างกฎหมายและแก้ไขปัญหาคดีความของรัฐบาล หากนายปกรณ์เข้ามาจริง จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ราชการและเครือข่ายนักกฎหมายเก่าแก่ ซึ่งอาจช่วยให้ครม.อนุทิน 2 เดินหน้าพรบ.สำคัญๆ ได้คล่องตัวกว่าเดิม เช่น พรบ.ไบโอเซฟตี้ หรือกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล

  • นายปกรณ์: ผู้เชี่ยวชาญกฤษฎีกา ศิษย์มีชัย-วิษณุ
  • บวรศักดิ์: ปฏิเสธตำแหน่งทั้งหมด
  • พรรคภูมิใจไทย: ส่งเอกสารตรวจสอบแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่ามีนักกฎหมายคนอื่นๆ ที่อาจไขก๊อกมาร่วมด้วย ทำให้ครม.ชุดนี้เน้นสายกฎหมายหนักแน่น สะท้อนกลยุทธ์ของพรรคภูมิใจไทยในการสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาล

ในมุมมองของผู้วิเคราะห์ การโยกย้ายครั้งนี้ช่วยลดความขัดแย้งภายในพรรค และเปิดทางให้เลือดใหม่เข้ามา ข่าว สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2 จึงเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคตของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะชัดเจนในไม่กี่วันนี้ ผู้ติดตามการเมืองไม่ควรพลาด

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความเพื่อติดตามอัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – สะพัด “ปกรณ์” เสียบนั่งรองนายกฯ แทน “บวรศักดิ์” หลังหลุดโผครม.อนุทิน 2

โผครม.อนุทิน 2: รัชดาจ่อโฆษก บวรศักดิ์หลุด

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือ โผครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว! มีข่าวสะพัดหนาหูว่าคุณรัชดา ธนาดิเรก กำลังจะได้นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล ขณะที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ หลุดโผไปเรียบร้อย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี 5 เสียง ก็ยังไม่มีเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้เลย มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยนะ

โผครม.อนุทิน 2 โค้งสุดท้าย

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง แต่เชื่อว่าเป็น 2567 นะ) การจัดตั้ง โผครม.อนุทิน 2 กำลังเร่งเครื่องเต็มที่ ผู้ที่ได้รับการทาบทามให้เป็นรัฐมนตรี ต่างก็กรอกประวัติและคุณสมบัติกันเรียบร้อย บางคนถึงขั้นมีเจ้าหน้าที่ไปส่งเอกสารที่ตึกสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แล้วด้วย แตกต่างจากครม.อนุทิน 1 ที่รวบรวมยื่นทีเดียว คราวนี้แต่ละคนต้องเดินทางไปยื่นด้วยตัวเองตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่อยากให้เสร็จเร็วๆ

โผส่วนใหญ่ยังยึดตามที่ลือกันก่อนหน้านี้ ตลอดสัปดาห์นี้จะมีคนทยอยไปยื่นที่ สลค. กันเพียบเลยครับ ทำให้ โผครม.อนุทิน 2 ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีเซอร์ไพรส์บางจุดที่ต้องจับตา

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หลุดโผครม.อนุทิน 2

จุดแรกที่น่าสนใจคือ รองนายกฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ไม่มีชื่อในโผแล้ว! ตัวนายบวรศักดิ์เองก็ยอมรับว่ายังไม่ได้รับการทาบทามให้อยู่ต่อ คำถามคือใครจะมาแทน? ต้องรอติดตามต่อไป เพราะตำแหน่งรองนายกฯ สำคัญมากในการขับเคลื่อนนโยบาย

รัชดา ธนาดิเรก เต็งหนึ่งโฆษกรัฐบาล

ข่าวดีสำหรับแฟนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) คือ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อภท. กำลังถูกวางตัวให้เป็นโฆษกรัฐบาลใน โผครม.อนุทิน 2 เต็งหนึ่งเลยทีเดียว รัชดามีประสบการณ์ด้านการสื่อสารการเมืองมาพอสมควร น่าจะช่วยให้นายกฯ อนุทินสื่อสารนโยบายได้ชัดเจนขึ้น

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังไร้เก้าอี้

อีกประเด็นคือ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี ส.ส. 5 เสียง ยังไม่มีชื่อใครติดโผเลย! แม้จะเป็นพรรคเล็กแต่ก็มีบทบาทสำคัญในการโหวตสนับสนุนรัฐบาล ต้องลุ้นว่าพวกเขาจะได้ตำแหน่งอะไร หรือจะถูกตัดออกจริงๆ

  • สรุปสถานการณ์ โผครม.อนุทิน 2:
  • บุคคลส่วนใหญ่ยื่นประวัติแล้ว
  • บวรศักดิ์หลุดโผ
  • รัชดา จ่อโฆษก
  • พปชร. ยังลุ้น
  • นายกฯ อนุทิน เร่งรัดให้เสร็จเร็ว

จากมุมมองผมนะครับ โผครม.อนุทิน 2 ชุดนี้ดูจะเน้นความต่อเนื่องจากชุดก่อน แต่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อความสมดุลระหว่างพรรค การที่พปชร.ยังไม่มีเก้าอี้ อาจทำให้เกิดดราม่าในสภาได้ ส่วนรัชดาที่จ่อโฆษก น่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ทันสมัยขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงพลิกผันได้ทุกเมื่อ เราได้เห็นแล้วว่าบริบทเปลี่ยนไปมากหลังการเลือกตั้ง คาดว่ารัฐบาลชุดนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณสุขได้ดี เพราะอนุทินมีจุดแข็งตรงนี้

คุณคิดยังไงกับ โผครม.อนุทิน 2 ชุดนี้? รัชดาจะได้เป็นโฆษกจริงมั้ย? คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะครับ และอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวการเมืองล่าสุดจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – สะพัด “รัชดา” จ่อนั่งโฆษกรัฐบาล- “บวรศักดิ์” หลุดโผ พปชร. ยังไร้เก้าอี้ ครม.อนุทิน 2

เพื่อไทย โหวตหนุน “อนุทิน” เป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย

ในแวดวงการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุ พรรคเพื่อไทยได้ตัดสินใจโหวตหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายคนตั้งคำถามถึงการตัดสินใจนี้ แต่จริงๆ แล้ว มันคือ เพื่อไทย โหวตหนุน “อนุทิน” เป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง เรามาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

เพื่อไทย โหวตหนุน “อนุทิน” เป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย

นายธงธรรม เวชยชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2569 โดยยืนยันชัดเจนว่า การโหวตหนุนอนุทินไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ทำให้มีความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วม และทุกอย่างเป็นไปตามกลไกที่ถูกต้อง

หลายคนพยายามโยนความผิดให้พรรคเพื่อไทย โดยอ้างถึงการโหวตในอดีต เช่น ‘ข้าโหวต 4 เดือน เอ็งโหวต 4 ปี’ หรือรวบรวม digital footprint ของ ส.ส. แต่ธงธรรมชี้ว่า สิ่งสำคัญกว่ากลไกคือ ผลลัพธ์ต่อประชาชน การร่วมรัฐบาลครั้งนี้ช่วยให้พรรคเพื่อไทยนำนโยบายที่หาเสียงไว้มาบรรจุในรัฐบาล เพื่อให้เกิดผลจริง ไม่ใช่แค่สัญญาในกระดาษ

เหตุผลหลักที่พรรคเพื่อไทยโหวตหนุนอนุทิน

  • พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนอันดับ 1: มีความชอบธรรมจากประชาชนในการนำรัฐบาล
  • กลไกประชาธิปไตย: การรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ไม่ใช่การต่อต้านเพื่อให้เกิด deadlock
  • ผลักดันนโยบายเพื่อประชาชน: เพื่อไทยจะได้มีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย เช่น ลดค่าครองชีพ สวัสดิการสุขภาพ และเศรษฐกิจฐานราก
  • ความมั่นคงของรัฐบาล: รัฐบาลที่มั่นคงจะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังของชาติได้ดีกว่า

การตัดสินใจนี้ไม่ใช่การทรยศต่อฐานเสียง แต่เป็นการเลือกทางที่สร้างสรรค์ พรรคเพื่อไทยยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง โดยมองถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราจะเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลร่วมหลายพรรคเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้เกิดความสมดุลและความก้าวหน้า

นอกจากนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล ยังมีประสบการณ์ในการบริหารงานรัฐบาลมาก่อน โดยเฉพาะในกระทรวงสาธารณสุขที่เคยรับมือวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การโหวตหนุนจึงเป็นการให้โอกาสคนที่มีวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน

สำหรับพรรคเพื่อไทย การเข้าร่วมรัฐบาลไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ลดหนี้สินเกษตรกร และปฏิรูประบบยุติธรรม ซึ่งเป็นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เราจะได้เห็นผลลัพธ์จริงๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

สุดท้ายแล้ว เพื่อไทย โหวตหนุน “อนุทิน” เป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย ที่ช่วยให้การเมืองไทยเดินหน้าต่อไปได้ หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการนโยบายรัฐบาลชุดใหม่และการผลักดันของพรรคเพื่อไทย สามารถติดตามข่าวสารจากเราได้ทุกวัน เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญในการเมืองไทย

ที่มา – เพื่อไทย โหวตหนุน “อนุทิน” เป็นกลไกปกติของระบอบประชาธิปไตย

พรรคประชาชนลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย! วันนี้เรามีข่าวเด็ดจาก พรรคประชาชน ที่กำลัง พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ กันแบบเต็มสูบเลยนะครับ เป็นกลยุทธ์เจ๋งที่ทำให้การเมืองใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น มาฟังรายละเอียดกันเลย

พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคประชาชนประจำเขตบางแค กรุงเทพฯ มีการจัดกิจกรรมพบปะอาสาส้มครั้งสำคัญ โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นตัวนำร่องเองเลยครับ กิจกรรมนี้มุ่งสร้างเครือข่ายอาสาส้มให้แข็งแกร่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าสูงมาก คือครบทุกหมู่บ้านกว่า 75,000 หมู่บ้านทั่วไทย! เริ่มจากกรุงเทพฯ ที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรค เพราะที่นี่ประชาชนให้การตอบรับดีเยี่ยม

อาสาส้มคืออะไร? คืออาสาสมัครสีส้มของพรรคประชาชนนั่นเองครับ หน้าที่หลักคือเป็นหูเป็นตาในพื้นที่ แจ้งปัญหาชีวิตประจำวัน และช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่ใช่แค่นั่งประชุมเฉยๆ การเมืองแบบพรรคประชาชนคือ ‘ทำงานเพื่อประชาชนสูงสุด’ อย่างน้อยตอนเลือกตั้งก็มีอาสากระจายเฝ้าคูหา ปกป้องคะแนนเสียงให้คุณทุกคนได้มั่นใจ

เครือข่ายอาสาส้มช่วยพัฒนานโยบายอย่างไร

เครือข่ายนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่ช่วยเก็บข้อมูลปัญหาจริงจากพื้นดิน ปัจจุบันมีอาสาส้มกว่า 4,000 คนทั่วประเทศ ที่ออกสำรวจวิกฤตพลังงานมาแล้ว สัปดาห์หน้าพรรคจะสรุปข้อมูล ส่งตรงให้รัฐบาลดูว่าประชาชนเดือดร้อนยังไง พร้อมยื่นญัตติด่วนในสภาเลยครับ นอกจากพลังงาน อาสายังช่วยสำรวจปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำท่วมในต่างจังหวัด ค่าครองชีพสูงในเมืองใหญ่ หรือการศึกษาไม่ทั่วถึง ทำให้พรรคมีนโยบายที่ตรงจุดจริงๆ

  • ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน: 75,000 แห่งทั่วไทย เริ่มนำร่อง กทม.
  • เฝ้าระวังเลือกตั้ง: ปกป้องสิทธิประชาชน
  • สำรวจปัญหาพื้นที่: ส่งข้อมูลนโยบายและตรวจสอบรัฐ
  • ขับเคลื่อนท้องถิ่น: เปลี่ยนแปลง从小ไปใหญ่

พร้อมลุยเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และ สก.

นอกจากอาสาส้มแล้ว พรรคยังพร้อมสุดๆ สำหรับสนามเลือกตั้งผู้ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ยืนยันส่งผู้สมัครครบทุกเขตทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. นโยบายพร้อมเปิดตัวเร็วๆ นี้เลยครับ ฝากความหวังไว้กับพรรคประชาชนได้เลย แคนดิเดตคุณภาพ ส.ส. 33 เขตของพรรคก็แข็งแกร่ง เชื่อว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดให้คนกรุง

การตรวจสอบรัฐบาล: ให้เวลาแต่ไม่ลดครา

สำหรับเรื่องยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคขอให้เวลารัฐบาลทำงานสักระยะตามปฏิทินการเมือง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนิ่งนอนใจนะครับ! จะเดินหน้าตรวจสอบเต็มสูบผ่านกระทู้ถาม ญัตติด่วน กรรมาธิการต่างๆ และพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วย เพราะอภิปรายไม่ไว้วางใจยื่นได้ปีละครั้ง ถ้ามีประเด็นใหญ่บุกมา พรรคพร้อมลุยทันที ไม่เคยลดระดับการตรวจสอบเลยสักนิด

มุมมองของผมนะครับ การเคลื่อนไหวแบบนี้ของพรรคประชาชนแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ต่อสู้เพื่อตำแหน่ง แต่สร้างระบบที่ยั่งยืนผ่านเครือข่ายอาสา ทำให้การเมืองไทยมีหวังมากขึ้น ถ้าคุณเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่ห่างไกลประชาชน ลองมองพรรคนี้ดูสิ

CTA: สนใจอยากเป็นอาสาส้มไหม? อยากช่วยเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นตัวเอง? ติดต่อพรรคประชาชนได้เลยวันนี้ หรือติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – พรรคประชาชน ลุยสร้างอาสาส้มทั่วประเทศ ให้เวลารัฐบาลทำงานก่อนยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“วิสุทธิ์” เชื่อ หาก “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนแทนได้

การเมืองไทยในช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลเตรียมส่งรายชื่อว่าที่รัฐมนตรี 8 คนให้พรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความมั่นใจในประเด็นนี้ โดยเชื่อว่ารายชื่อที่เสนอไปจะไม่มีปัญหาใหญ่โต แม้บางชื่อจะมีประเด็นคดีติดตัว

“วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่าพรรคกำลังรอความชัดเจนในการแจ้งรายชื่อทั้ง 8 คนในงานสัมมนาพรรคที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่สมาชิกพรรคจะได้ทราบรายชื่อจริงๆ หลังจากที่มีข่าวลือและรายชื่อปลอมหลุดออกมาหลายรอบในโซเชียลมีเดีย

ประเด็นร้อนที่หลายคนกังวลคือชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. แต่ น.ส.สุดาวรรณ กำลังเผชิญปัญหาคดีบุกรุกที่ดินของรัฐบริเวณหาดสวนยา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา จะเป็นอย่างไร

นายวิสุทธิ์ ยืนยันว่าไม่แน่ใจว่าปัญหานี้จะกระทบต่อการรับตำแหน่งหรือไม่ แต่หากเกิดปัญหาจริง พรรคก็พร้อมส่งชื่อบุคคลในเครือข่ายของ น.ส.สุดาวรรณ มาดำรงตำแหน่งแทนได้ทันที โดยระบุว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการวางแผนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีบุคลากรที่พร้อมรอคิวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงกระแสภายในพรรคต่อรายชื่อที่เสนอ นายวิสุทธิ์ มองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่จะมีความเห็นต่างกัน บางคนพอใจ บางคนไม่ แต่ทุกคนต้องเคารพมติพรรค และเชื่อว่าจะไม่เกิดแรงกระเพื่อมใดๆ ในพรรค โดยเฉพาะในกลุ่ม ส.ส. ส่วนใหญ่

โควตารัฐมนตรีเพื่อไทยและบทบาทของนิวเจน

ที่น่าสนใจคือ รายชื่อที่หลุดออกมามี ส.ส.รุ่นใหม่ หรือกลุ่มนิวเจนของพรรคเพื่อไทย ได้รับโควตาหลายที่นั่ง นายวิสุทธิ์ ให้ความเห็นว่า อาจเป็นเพราะกลุ่มนี้มีความสามารถสูงกว่า “คนเก่าๆ มืออาจไม่ถึง” แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร

  • พรรคเพื่อไทยส่งโควตา 8 ที่นั่งให้พรรคภูมิใจไทยตรวจสอบ
  • รอประกาศอย่างเป็นทางการในสัมมนา 24 มี.ค.
  • กรณีสุดาวรรณ: มีคดี DSI แต่พร้อมแผนสำรอง
  • ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในพรรค
  • นิวเจนได้โอกาสแสดงศักยภาพ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของพรรคเพื่อไทยในการเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบบ่อยในการเมืองไทย โดยเฉพาะคดีเก่าจากหน่วยงานรัฐที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจจากนายวิสุทธิ์ ทำให้แฟนๆ พรรคเพื่อไทยโล่งใจ และจับตาดูการประชุมพรรคในวันดังกล่าว

สำหรับคดีหาดสวนยา เป็นคดีบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งเกิดขึ้นมานาน และยังอยู่ในขั้นสอบสวน หากศาลยังไม่ตัดสินขาด น.ส.สุดาวรรณ อาจยังมีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งได้ตามกฎหมาย แต่เพื่อความปลอดภัย พรรคเลือกมีแผน B ไว้แล้ว

สุดท้ายนี้ “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้ เป็นตัวอย่างของความเป็นมืออาชีพในการเมืองไทยที่พรรคใหญ่ต้องมี พรรคเพื่อไทยแสดงศักยภาพในการปรับตัวได้ดี ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้าม คุณคิดว่ารายชื่อสุดท้ายจะเป็นอย่างไร? หรือสุดาวรรณจะรอดพ้นปัญหาคดีได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดกับเรา!

ที่มา – “วิสุทธิ์” เชื่อ หากชื่อ “สุดาวรรณ” ติดปัญหา ส่งคนในเครือข่ายดำรงตำแหน่งแทนได้

Scroll to top