จัดตั้งรัฐบาล

“อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม.ตรวจประวัติ

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่า ครม.อนุทิน 2 ล่าสุดมีพัฒนาการที่น่าสนใจ เมื่อ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว โดยย้ำว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาจะตีกลับไปยังต้นสังกัดทันที ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังเป็นประธานงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ที่โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดตั้งครม.ชุดใหม่ นายอนุทินยิ้มรับและพยักหน้า ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่ยืนยันว่ากระบวนการเดินหน้าไปแล้ว โดยเฉพาะการส่งรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไปตรวจสอบประวัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้โดดเด่นคือ นายกรัฐมนตรีย้ำถึงหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ซึ่งผูกพันทุกองค์กร การตรวจสอบจะครอบคลุมมากกว่า 10 หน่วยงาน โดยสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เป็นผู้ประสานงาน สำหรับพรรคภูมิใจไทยต้นสังกัดของนายอนุทิน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ แต่สำหรับพรรคร่วมรัฐบาล หากพบประวัติติดขัด เช่น คดีความผิดหรือคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จะแจ้งกลับไปยังพรรคต้นสังกัดทันที เพื่อให้แก้ไขหรือเปลี่ยนตัว

อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. เรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนการส่งรายชื่อถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว นี่เป็นสัญญาณบวกว่ารัฐบาลชุดใหม่ใกล้ประกาศแล้ว แต่ผู้สื่อข่าวยังกังวลว่าคดีที่เริ่มโผล่กับบุคคลในโผครม. จะทำให้ล่าช้าไหม นายอนุทินตอบชัดว่า “ก็มีหลักเกณฑ์ของมันอยู่” และเน้นย้ำการรอผลตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งอาจใช้เวลาสักระยะ แต่จำเป็นเพื่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่อภิปรายเมื่อวันก่อน (19 มีนาคม 2569) พาดพิงว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติจากคดีฮั้ว สว. แต่เจ้าตัวหัวเราะเบาๆ และไม่ได้ตอบคำถาม แสดงถึงความมั่นใจในกระบวนการ

ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีที่เข้มงวด

เพื่อให้เข้าใจชัดเจน กระบวนการตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีมีดังนี้:

  • ส่งรายชื่อไปยังสลค. เพื่อประสานหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปปช. ศาล ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ไม่มีคดีร้ายแรงที่ศาลตัดสินแล้ว
  • ตรวจคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เช่น ไม่ถือหุ้นสื่อ ไม่เป็นบุญธรรมบุคคลล้มละลาย
  • ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน. เช่น คำวินิจฉัยที่ 9/2562 เรื่องห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ
  • แจ้งผลกลับต้นสังกัด หากติดขัดภายใน 7-15 วัน

กระบวนการนี้ช่วยป้องกันปัญหาในอนาคต เหมือนกรณีครม.ประยุทธ์ที่เคยมีรัฐมนตรีลาออกเพราะคดีหลังเข้ารับตำแหน่ง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. แล้ว แสดงถึงความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งภูมิใจไทย ภูมิใจไทย พรรคอื่นๆ ที่ร่วม แต่หากมีปัญหาจากคดีใหม่ๆ อาจทำให้การจัดตั้งล่าช้าออกไป 1-2 สัปดาห์ ส่งผลต่อนโยบายเร่งด่วน เช่น เศรษฐกิจ การเกษตร ที่รัฐบาลสัญญาไว้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล หากทุกพรรคเตรียมตัวดี โครม.ชุดใหม่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน

ความเห็นผู้เขียน: การตรวจสอบที่เข้มงวดแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข่าวปลอมและคดีเท็จเยอะ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ รีบแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” พยักหน้ารับ ส่งรายชื่อ ครม. ตรวจประวัติแล้ว หากพรรคร่วมติดขัด ตีกลับต้นสังกัด

“อนุทิน” ไม่ทราบจริงๆ งูเห่าส้มโผล่โหวตนายกฯ ขอบคุณทุกเสียง

“อนุทิน” ไม่ทราบจริงๆ งูเห่าส้มโผล่โหวตนายกฯ ขอบคุณทุกเสียง เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากการประชุมสำคัญที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมาที่สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อมวลชนและประชาชน

“อนุทิน” ไม่ทราบจริงๆ งูเห่าส้มโผล่โหวตนายกฯ ขอบคุณทุกเสียง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 ณ รัฐสภา หลังจากนายอนุทิน เดินทางออกจากอาคารรัฐสภาหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ (ศบก.) ผู้สื่อข่าวต่างพากันรุมถามถึงเรื่อง “งูเห่าส้ม” จากพรรคประชาชนที่โผล่มาลงคะแนนสนับสนุนเลือกนายกรัฐมนตรี 1 เสียง ซึ่งเป็นเสียงที่คาดไม่ถึง นายอนุทินตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่ทราบครับ” และเมื่อถูกถามต่อถึงเหตุผลที่ ส.ส. รายนี้โหวตสนับสนุน นายอนุทินย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ทราบเลยจริงๆ” แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือ ท่านนายกฯ ยังคงขอบคุณทุกเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก โดยระบุว่า “ถือว่าทำงานเพื่อประชาชนด้วยกัน” ก่อนจะขอตัวไปทำธุระ

บริบทการเมืองเบื้องหลังงูเห่าส้ม

คำว่า “งูเห่าส้ม” หมายถึง ส.ส. จากพรรคประชาชนที่แปรปรวนในการลงคะแนน โดยปกติพรรคประชาชนซึ่งมีสัญลักษณ์สีส้มมักจะมีจุดยืนชัดเจน แต่การโหวตสนับสนุนนายอนุทินครั้งนี้กลายเป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่ ทำให้เกิดคำถามมากมายในหมู่ผู้ติดตามข่าวการเมือง การโหวต 1 เสียงนี้มีความสำคัญเพราะอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจในสภา โดยเฉพาะในช่วงที่การจัดตั้งรัฐบาลและการเลือกนายกรัฐมนตรีกำลังเข้มข้น

นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการคุยนโยบายกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินบอกว่า “คุยกันตลอดเวลา” แสดงให้เห็นถึงการประสานงานระหว่างพรรคที่ต่อเนื่อง ส่วนคำถามที่ว้าว่าเป็นนายกเต็มตัวแล้วรู้สึกอย่างไร ท่านตอบว่า “ยังๆ รอขั้นตอน” ซึ่งสะท้อนถึงความรอบคอบและไม่ประมาท

ความหมายของคำขอบคุณทุกเสียง

คำพูดของนายอนุทินที่ว่า “ขอบคุณทุกเสียง ทั้งที่เลือกและไม่เลือก” เป็นตัวอย่างของผู้นำที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย แม้จะไม่ทราบที่มาของเสียงนั้น แต่ก็ให้เกียรติทุกฝ่าย นี่คือจุดแข็งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของท่านเป็นที่ชื่นชอบในสายตาประชาชน การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยการแข่งขันดุเดือด แต่การแสดงออกแบบนี้ช่วยลดความขัดแย้งและส่งเสริม unity

  • เหตุการณ์เกิดหลังประชุมศบก. ที่รัฐสภา
  • นายอนุทินยืนยันไม่ทราบเรื่องงูเห่าส้มจริงๆ
  • ขอบคุณทุกเสียงเพื่อประชาชน
  • คุยนโยบายกับเพื่อไทยตลอดเวลา
  • ยังไม่ใช่นายกเต็มตัว รอขั้นตอน

จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ giai đoạnใหม่ที่ทุกเสียงมีค่า แม้แต่เสียงงูเห่า 1 เสียงก็อาจพลิกเกมได้ นายอนุทินแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการรับมือสื่อและสถานการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำที่ดี

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำเช่นนี้ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่เบื่อหน่ายการเมืองแบบเก่าๆ หากทุกฝ่ายยึดหลัก “ทำเพื่อประชาชน” อย่างแท้จริง อนาคตของไทยจะสดใสยิ่งขึ้น คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง “อนุทิน” ไม่ทราบจริงๆ งูเห่าส้มโผล่โหวตนายกฯ ขอบคุณทุกเสียง? เชิญแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน” ไม่ทราบจริงๆ งูเห่าส้มโผล่โหวตนายกฯ ขอบคุณทุกเสียง

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง เป็นข่าวร้อนในวงการการเมืองไทยที่หลายคนจับตา หลังจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เตรียมความพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างเป็นทางการ ล่าสุด นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ยืนยันความมั่นใจเต็มเปี่ยมในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องนโยบายที่ตรงกันหลายประการ ทำให้เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบ 4 ปีได้อย่างแน่นอน

“ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่อาคารรัฐสภา นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยระบุว่าทีมงานของพรรคเพื่อไทยได้เตรียมการเรียบร้อยแล้ว และจะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยในต้นสัปดาห์หน้า นี่คือสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่แข็งแกร่ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนให้ยั่งยืน มีความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มาปรับใช้ ซึ่งทั้งสองพรรคเห็นพ้องต้องกันว่านี่คือสิ่งที่จำเป็นและต้องทำทันที นายยศชนัน เน้นย้ำว่า “ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เพราะทุกฝ่ายมองเห็นตรงกัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจในด้านการเมืองว่าจะจับมือกันไปตลอด 4 ปีหรือไม่ ตอบกลับแบบชัดเจนว่า “แน่นอนครับ ความไว้เนื้อเชื่อใจคือกุญแจสำคัญในการทำงานร่วมกัน” คำพูดนี้สร้างความหวังให้กับฐานเสียงทั้งสองพรรคที่รอคอยรัฐบาลที่มั่นคง

จุลพันธ์ ส่งรายชื่อรัฐมนตรีถึงมืออนุทินเรียบร้อย

ในส่วนของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่าการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหลังโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ต้องพูดคุยเพิ่มเติม ที่สำคัญคือ ได้ส่งรายชื่อโควตารัฐมนตรีทั้งหมด รวมถึงรัฐมนตรีช่วยที่เคยมีกระแสข่าวยังไม่ลงตัว ไปยังนายอนุทิน แก้วทมียาว หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว นายจุลพันธ์ พูดสั้นๆ ว่า “ครับ เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ”

การส่งรายชื่อนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใกล้เสร็จสมบูรณ์ สะท้อนถึงความโปร่งใสและรวดเร็วในการเจรจา ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลใหม่เริ่มงานได้ทันที โดยไม่เสียเวลา

นโยบายหลักที่คาดว่าจะผลักดันร่วมกัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูกันว่านโยบายเด่นที่ทั้งสองพรรคจะร่วมมือกันมีอะไรบ้าง:

  • แก้ปัญหาปากท้อง: ลดค่าครองชีพ สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย
  • พัฒนาท้องถิ่น: ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานชุมชนให้ทันสมัย
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรม: ผลักดันดิจิทัลไทย สร้างโอกาสงานใหม่ๆ
  • สาธารณสุขและการศึกษา: ปรับปรุงให้เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายบนกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่ทั้งยศชนันและผู้นำทั้งสองพรรคยืนยันว่าจะลงมือทำจริง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนไทยในยุคปัจจุบัน

การจับมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่เข้มข้น หลังพรรคเพื่อไทยคว้าส.ส.จำนวนมากในการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งรองลงมา ก็กลายเป็นพันธมิตรหลักที่ช่วยเสริมความสมดุลให้กับรัฐบาล นักวิเคราะห์การเมืองมองว่าความคล้ายคลึงในนโยบายจะช่วยลดข้อขัดแย้งภายใน ทำให้รัฐบาลอยู่ยาวได้จริง

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา เช่น การแบ่งโควตารัฐมนตรีให้ลงตัวทุกพรรค และการผลักดันนโยบายที่อาจกระทบผลประโยชน์บางกลุ่ม แต่จากท่าทีของยศชนันและจุลพันธ์ คงไม่มีปัญหาใหญ่

ในมุมมองของผม การที่ “ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง นี้คือสัญญาณดีต่ออนาคตการเมืองไทย รัฐบาลที่มั่นคงจะนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมได้ดีขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จากเรา!

ที่มา – “ยศชนัน” มั่นใจจับมือ ภูมิใจไทย ตลอดรอดฝั่ง ด้าน “จุลพันธ์” ส่งรายชื่อรัฐมนตรีถึงมือ“อนุทิน”แล้ว

อนุทินเสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนๆ ในสภาผู้แทนราษฎรกันเลย เมื่อ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ เรียบร้อยแล้ว เป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ การเมืองไทยต้องตื่นเต้นแน่นอน โดยเฉพาะเซอร์ไพรส์จาก “งูเห่า” พรรคส้ม อุดรธานี เขต 7 ที่โผล่โหวตหนุนแบบไม่คาดคิด!

อนุทินเสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ดุเดือดมาก เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 293 คะแนน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดที่เข้าร่วมโหวต พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค รวม ส.ส. 292 คน รวมพลังกันอย่างแน่นหนา การขานชื่อ ส.ส. เรียงตามตัวอักษรใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง แต่ผลออกมาแบบชัดเจน นายอนุทินได้คะแนนเห็นชอบ 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ รักประสิทธิ์ ได้รับ 119 คะแนน และงดออกเสียง 86 คะแนน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผลอย่างเป็นทางการว่า คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุม (251 เสียง) ทำให้ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ ได้สำเร็จ สภาปิดประชุมเวลา 13.23 น. ท่ามกลางเสียงปรบมือและความฮือฮาจากทุกฝ่าย นี่คือชัยชนะที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลหลังจากการเจรจายาวนาน

เซอร์ไพรส์ใหญ่! งูเห่าพรรคประชาชน อุดรธานี เขต 7 โหวตหนุน

สิ่งที่ทำให้ทุกคนงงหนักคือ ใน 293 เสียงนั้น มี “งูเห่า” 1 เสียงจากนายสุริยา วงศ์อารีย์ ส.ส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน (พรรคส้ม) ที่โผล่โหวตให้นายอนุทินแบบไม่ทันตั้งตัว! พรรคประชาชนซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลัก ไม่คาดคิดว่าจะมี ส.ส.คนนี้เทเสียงหนุน นอกจากนี้ พรรคไทรวมพลังทั้ง 6 เสียง ก็โหวตให้ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ อย่างเป็นเอกฉันท์ แม้ยังไม่ประกาศร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน

ส่วนที่งดออกเสียงก็มีหลายคน เช่น นายชัชวาล แพทยาไทย ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ พรรคเพื่อไทย งด 2 คน คือ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล และนางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร ส่วนพรรคภูมิใจไทยเองก็งด 2 คน ได้แก่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช และตัวนายอนุทินเอง (ตามระเบียบที่ผู้สมัครไม่โหวตตัวเอง)

บริบทการเมืองไทยเบื้องหลังชัยชนะของอนุทิน

ก่อนหน้านี้ การจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งใหญ่เป็นเรื่องวุ่นวาย พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายอนุทิน ซึ่งมีประสบการณ์ด้านสาธารณสุขสมัยโควิด ได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมหลายพรรค การได้คะแนน “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน แสดงถึงการรวมตัวที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากฝ่ายค้าน นายอนุทินเคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขมาก่อน ทำให้มีภาพลักษณ์ที่มั่นคง

สำหรับ “งูเห่า” อย่างนายสุริยา อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือกลยุทธ์พรรคที่ยังไม่เปิดเผย แต่ช็อตนี้ทำให้โซเชียลฮือฮา มีคนตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนจะแตกแยกหรือไม่? พรรคไทรวมพลังที่โหวตเต็ม ก็อาจเป็นสัญญาณว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลในอนาคต

  • คะแนนนายอนุทิน: 293 เสียง
  • คะแนนผู้สมัครอีกคน: 119 เสียง
  • งดออกเสียง: 86 เสียง
  • งูเห่าจากพรรคประชาชน: 1 เสียง
  • พรรคไทรวมพลัง: 6 เสียงเต็ม

การเมืองไทยยุคนี้ซับซ้อน พรรคเล็กๆ สามารถพลิกเกมได้ นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่

ความเห็นส่วนตัวนะครับ ชัยชนะของนายอนุทินจะนำพาไทยไปทางไหน? กับนโยบายเศรษฐกิจ สุขภาพ และยุติธรรม คงต้องจับตาดู รัฐบาลใหม่นี้มีโจทย์หนักรออยู่ คุณคิดยังไงกับ “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ ล่ะ? Comment ด้านล่าง แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข่าวร้อนๆ กันด้วยนะ!

ที่มา – “อนุทิน”เสียงท่วมท้น 293 คะแนน นั่งเก้าอี้นายกฯ งูเห่าพรรคส้ม อุดรธานี เขต7 โผล่โหวตหนุน

นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 คือใคร รายชื่อ 1-32

วันนี้ (19 มีนาคม 2569) สภาไทยกำลังโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่กันอย่างคึกคัก เพื่อหาผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้ผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังจากที่รัฐสภาผ่านมติเรียบร้อยแล้ว เรามาติดตามกันว่าผลจะออกมายังไงบ้าง โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่ทุกคนกำลังรอคอย

ไทยรัฐออนไลน์สรุปผลโหวตให้คุณแบบชัดเจน พร้อมเปิดทำเนียบรายชื่อนายกรัฐมนตรีไทยทั้งหมดตั้งแต่คนแรกจนถึงปัจจุบัน ลำดับที่ 1-32 เลยทีเดียว ไม่ว่าคุณจะสนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทย หรืออยากรู้ว่านายกคนล่าสุดคือใคร บทความนี้มีครบ!

นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 คือใคร

ในการประชุมร่วมรัฐสภาที่กำลังพิจารณาเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี มีการลงคะแนนแบบเปิดเผย เรียกชื่อทีละคน พรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง 2569 ส่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชิงตำแหน่ง ขณะที่พรรคประชาชนส่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มาลงแข่ง

ผลโหวตนายกรัฐมนตรีต้องได้เกินครึ่งหนึ่งของสภา ปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชนะขาดลอย กลายเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทยเรียบร้อยแล้ว

ผลคะแนนโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

  • เห็นชอบ อนุทิน ชาญวีรกูล จำนวน 294 เสียง
  • เห็นชอบ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จำนวน 119 เสียง
  • งดออกเสียง 86 เสียง

ภาพสรุปผลโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ชัดเจนมาก แสดงให้เห็นถึงพลังของพรรคภูมิใจไทยที่รวมเสียงได้อย่างเหนียวแน่น นายอนุทินซึ่งมีประสบการณ์ในวงการการเมืองมานาน เคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขมาก่อน น่าจะนำนโยบายที่เน้นสุขภาพ เศรษฐกิจ และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ดี

ทำเนียบรายชื่อนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 1-32 ตั้งแต่คนแรกถึงปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยคือ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2569 ไทยมีนายกรัฐมนตรีทั้งหมด 32 คน บางคนทำหน้าที่หลายสมัย แต่เรานับตามลำดับที่แต่งตั้ง นี่คือรายชื่อครบถ้วน:

  • คนที่ 1: พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์)
  • คนที่ 2: พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)
  • คนที่ 3: จอมพล ป. พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ)
  • คนที่ 4: พันตรี ควง อภัยวงศ์
  • คนที่ 5: นายทวี บุณยเกตุ
  • คนที่ 6: หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
  • คนที่ 7: นายปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม)
  • คนที่ 8: พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์)
  • คนที่ 9: นายพจน์ สารสิน
  • คนที่ 10: จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • คนที่ 11: จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
  • คนที่ 12: นายสัญญา ธรรมศักดิ์
  • คนที่ 13: พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
  • คนที่ 14: นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
  • คนที่ 15: พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์
  • คนที่ 16: พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
  • คนที่ 17: พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ
  • คนที่ 18: นายอานันท์ ปันยารชุน
  • คนที่ 19: พลเอก สุจินดา คราประยูร
  • คนที่ 20: นายชวน หลีกภัย
  • คนที่ 21: นายบรรหาร ศิลปอาชา
  • คนที่ 22: พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
  • คนที่ 23: พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
  • คนที่ 24: พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
  • คนที่ 25: นายสมัคร สุนทรเวช
  • คนที่ 26: นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
  • คนที่ 27: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  • คนที่ 28: นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
  • คนที่ 29: พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
  • คนที่ 30: นายเศรษฐา ทวีสิน
  • คนที่ 31: แพทองธาร ชินวัตร
  • คนที่ 32: นายอนุทิน ชาญวีรกูล

จากรายชื่อนี้ จะเห็นว่าประวัติศาสตร์การเมืองไทยเต็มไปด้วยผู้นำหลากหลาย ทั้งทหาร ข้าราชการ และนักการเมืองพลเรือน บางคนอย่างจอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อยู่ในตำแหน่งนานและมีอิทธิพลมาก หลังโหวตวันนี้ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างนายอนุทินต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเข้ารับหน้าที่เต็มตัว

บทบาทของนายกรัฐมนตรีสำคัญยิ่ง เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล รับผิดชอบนโยบายเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการต่างประเทศ หวังว่านายอนุทินจะนำพาประเทศก้าวต่อไปได้ดี ในยุคที่ไทยกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตต่างๆ

คุณคิดว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะทำอะไรเป็นนโยบายแรก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – นายกฯ คนที่ 32 คือใคร เปิดชื่อนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 1-32 ตั้งแต่คนแรกถึงปัจจุบัน

“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียงโหวต “อนุทิน” ตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียง โหวต “อนุทิน” เดินหน้าตั้งรัฐบาล แก้ปัญหาประชาชน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลที่มั่นคง โดยเฉพาะหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ในวันที่ 19 มีนาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายอย่างหนักแน่นในสภาผู้แทนราษฎร ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยทั้ง 74 เสียง มีมติเอกฉันท์สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการคำนวณที่รอบคอบเพื่อประโยชน์ของประชาชน

“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียง โหวต “อนุทิน” เดินหน้าตั้งรัฐบาล แก้ปัญหาประชาชน

นายจุลพันธ์ ย้ำชัดว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุด ด้วยคะแนนเสียงถึง 191 เสียง จากทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเลือกตั้งเขต ซึ่งเหนือกว่าพรรครองอันดับสองและสามอย่างมีนัยสำคัญ เสียงเหล่านี้คือพลังจากประชาชนที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้าต่อไป พรรคเพื่อไทยในฐานะตัวแทนประชาชน จึงยอมรับและเคารพผลการเลือกตั้งนี้เต็มที่ โดยไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ส่วนตัวของพรรค

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ให้เกียรติเชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการรวมพลังเพื่อไทยเพื่อเร่งด่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล โปรดเกล้าฯ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญหนาอยู่

เหตุผลหลักที่เพื่อไทยโหวตสนับสนุน “อนุทิน”

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ มีพื้นฐานมาจากหลายปัจจัยที่ชัดเจน โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

  • จำนวนเสียงที่เด็ดขาด: พรรคภูมิใจไทยกวาด 191 เสียง ซึ่งมากพอที่จะนำพาประเทศสู่เสถียรภาพ
  • เสียงประชาชนคือหลัก: ทุกพรรคต้องเคารพเจตจำนงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • เร่งแก้ปัญหาเรื้อรัง: ประชาชนรอคอยรัฐบาลที่ทำงานจริง ไม่ใช่การเมืองล่าช้า
  • ความร่วมมือระหว่างพรรค: การเชิญร่วมรัฐบาลแสดงถึงจิตวิญญาณการประสานกัน

สถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา เงินเฟ้อพุ่งสูง การว่างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาสังคมและโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน “จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียง โหวต “อนุทิน” เดินหน้าตั้งรัฐบาล แก้ปัญหาประชาชน จึงเป็นสัญญาณบวกที่นักการเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อประชาชน ไม่ใช่แย่งชิงอำนาจส่วนตัว

ผลกระทบที่คาดหวังจากรัฐบาลใหม่

หากนายอนุทิน ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีจริง ประชาชนคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะเดินหน้าด้วยนโยบายที่ชัดเจน เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก การลดค่าครองชีพ และการปฏิรูประบบสาธารณสุข โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยที่เข้าร่วมจะช่วยเสริมสร้างความสมดุลให้รัฐบาลมีทั้งประสบการณ์และวิสัยทัศน์ที่หลากหลาย

นอกจากนี้ การที่พรรคเพื่อไทยซึ่งมีฐานเสียงแข็งแกร่งในภาคอีสานและเหนือ สนับสนุนเต็มตัว จะช่วยให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความขัดแย้งในสภา และเร่งให้เกิดการอนุมัตินโยบายสำคัญๆ ได้เร็วขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน “จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียง โหวต “อนุทิน” เดินหน้าตั้งรัฐบาล แก้ปัญหาประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเมืองแบบใหม่ที่เน้นผลลัพธ์มากกว่าคำพูด

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงจับตาดูว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะสามารถตอบโจทย์ได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นดิจิทัลวอลเล็ตที่เป็นนโยบายเรื้อรังของเพื่อไทย หรือนโยบายสาธารณสุขของภูมิใจไทย สุดท้ายแล้ว เสียง 74 เสียงจากเพื่อไทยนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเจริญรุ่งเรือง

เห็นได้ชัดว่านี่คือก้าวสำคัญที่แสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของพรรคการเมืองใหญ่ คุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้ปัญหาประชาชนได้จริงหรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทย 74 เสียง โหวต “อนุทิน” เดินหน้าตั้งรัฐบาล แก้ปัญหาประชาชน

โหวตนายกฯ เริ่มแล้ว ภูมิใจไทยเสนอ อนุทิน-ประชาชนดัน ณัฐพงษ์

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ร้อนแรงในวงการการเมืองไทยกันเลยครับ โหวตนายกฯ เริ่มแล้ว ภูมิใจไทย เสนอ “อนุทิน”-พรรคประชาชนดัน “ณัฐพงษ์” แข่ง ที่กำลังเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตามอง สภาเริ่มลงมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วนะครับ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้บรรยากาศในรัฐสภาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

โหวตนายกฯ เริ่มแล้ว ภูมิใจไทย เสนอ “อนุทิน”-พรรคประชาชนดัน “ณัฐพงษ์” แข่ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วนเรื่องการให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทยโดยนายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่พรรคประชาชนโดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ การโหวตครั้งนี้จะเป็นแบบขานชื่อเลยครับ ทำให้ทุกเสียงมีความสำคัญมาก

การอภิปรายเด็ดของนายณัฐพงษ์ จากพรรคประชาชน

หลังจากเสนอชื่อแล้ว เวลาประมาณ 11.45 น. นายณัฐพงษ์ ได้ขึ้นอภิปรายอย่างหนักแน่น โดยย้ำว่าพรรคประชาชนไม่ได้ตั้งใจแข่งจัดตั้งรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันจัดตั้งมาตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. 2569 แล้ว พรรคยึดหลักว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ควรมีสิทธิ์จัดตั้งก่อนเสมอ

  • ชี้ปัญหาความชอบธรรมรัฐบาล เช่น การโยกย้ายข้าราชการก่อนเลือกตั้ง
  • ยกตัวอย่างสุพรรณบุรี เขต 2 ที่ กปน. ไม่โชว์บัตร ทำให้คะแนนเปลี่ยนกว่า 100 เสียง สร้างข้อสงสัย
  • พูดถึงผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางและชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทบปากท้องประชาชน
  • วิจารณ์คอร์รัปชั่นในภาคเกษตร ล้งต่างชาติ ทำให้เกษตรกรยิ่งปลูกยิ่งจน

นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้ายด้วยเจตจำนงทางการเมือง ต้องกล้าตรวจสอบตัวเอง ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่ธุรกิจการเมือง และขอให้ประชาชนอย่าหมดหวัง ช่วยกันสอดส่องนักการเมือง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล อภิปรายขอบคุณและยืนยันวิสัยทัศน์

เวลา 12.03 น. นายอนุทิน ขึ้นอภิปราย ขอบคุณทุกคนที่เสนอชื่อ โดยย้ำว่าในหัวใจ ส.ส.ทุกคนมีเสียงเท่ากัน พร้อมฟังคำแนะนำ หากได้เป็นนายกฯ จะทำงานร่วมกับ ส.ส.ทุกพรรค เพื่อประโยชน์ประเทศ น้อมรับกระแสพระราชดำรัสเปิดสภา 14 มี.ค. 2569 จะสนับสนุนงานนิติบัญญัติเต็มที่ ขอน้อมรับผลโหวต และย้ำว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ผ่านมาแก้ปัญหาประชาชนได้ดี

หลังจากนั้น ประธานสภา นายโสภณ ชี้แจงขั้นตอน ตรวจนับคะแนนโดย ส.ส. 6 คน เรียงลำดับชื่อ ส.ส.ยืนกล่าวชื่อผู้ที่เห็นชอบ สามารถแก้ไขได้ก่อนออกเสียง และตรวจองค์ประชุมเพื่อโหวตขานชื่อต่อไป

เหตุการณ์ โหวตนายกฯ เริ่มแล้ว ภูมิใจไทย เสนอ “อนุทิน”-พรรคประชาชนดัน “ณัฐพงษ์” แข่ง นี้ แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้น พรรคภูมิใจไทยที่เคยมีบทบาทสำคัญ กับพรรคประชาชนที่เน้นตรวจสอบ สะท้อนแนวคิดที่แตกต่าง นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยปี 2569 ที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่

จากมุมมองผู้เขียน การโหวตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือกคน แต่เลือกอนาคตประเทศ ประชาชนควรติดตามใกล้ชิด เพราะผลจะกระทบทุกคน ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สังคม หรือความมั่นคง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับผู้สมัครทั้งสองท่าน? อนุทินหรือณัฐพงษ์? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์กันครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อัพเดทข่าวสารการเมืองล่าสุด!

ที่มา – โหวตนายกฯ เริ่มแล้ว ภูมิใจไทย เสนอ “อนุทิน”-พรรคประชาชนดัน “ณัฐพงษ์” แข่ง

“อภิสิทธิ์” แจง ปชป. งดโหวตนายกฯ อนุทิน-ณัฐพงษ์ มีคดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในสภาเลยนะครับ “อภิสิทธิ์” แจง ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ยังมีคดีทั้งคู่ เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายชัดเจนถึงเหตุผลที่พรรคของเขาต้องงดออกเสียง ไม่สนับสนุนทั้งอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน

“อภิสิทธิ์” แจง ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ยังมีคดีทั้งคู่

เหตุผลหลักที่อภิสิทธิ์ยกมานั่นคือเรื่องจริยธรรมและความซื่อสัตย์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ที่กำหนดว่านายกฯ ต้องสุจริตและไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง พรรคประชาธิปัตย์ยึดหลักการเมืองสะอาดมาตลอด ไม่ใช่แค่กฎหมายแต่ต้องสูงกว่า มาดูรายละเอียดกันครับ

กรณีอนุทิน: คดีฮั้วสว. ร้ายแรงต่อประชาธิปไตย

สำหรับอนุทิน มีคดีใหญ่ที่ กกต. และ DSI กำลังสืบสวน คดีฮั้วสว. หรือการแทรกแซงการได้มาซึ่งสว. ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงเพราะสว. ต้องเป็นกลาง ถ้าตกเป็นเครื่องมือพรรคการเมือง องค์กรอิสระก็เสียหายหมด

  • กกต. ส่งอนุกรรมการสืบสวนชุด 26 ชี้ว่าอนุทินและพวกฝ่าฝืนกฎหมายได้มาซึ่งสว.
  • ตั้งชุด 36 เฉพาะเรื่องนี้ แต่โดนฟ้องศาลอาญาทุจริตว่าการตั้งไม่ชอบ คำสั่งออกเดือนหน้า
  • DSI คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน วงเงิน 300 ล้าน เกี่ยว 1,200 คน อัยการส่งคืนเพราะต้องสอบครบ ไม่ฟ้องแยก

สถานะตอนนี้ยังค้างคา อภิสิทธิ์บอกว่าถ้าให้เป็นนายกฯ จะบั่นทอนศรัทธาประชาชน และรบกวนการบริหารประเทศ สงสัยว่าทำไมไม่เลือกคนอื่นที่สะอาดกว่า

อภิสิทธิ์ แจง ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ อนุทิน-ณัฐพงษ์

ส่วนณัฐพงษ์ ก็ด้วยหลักเดียวกัน ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว ส่งศาล อาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ อภิสิทธิ์ย้ำชัด ไม่ใช่รอร่วมรัฐบาล แต่ยึดหลักตรวจสอบจริง

เสียดายโอกาสของสองพรรคใหญ่

อภิสิทธิ์เสียดายที่สองพรรคมีแคนดิเดตดีๆ อย่างสีหศักดิ์ พวงเกตุ (ภูมิใจไทย) และวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (ประชาชน) แต่กลับเสนอคนมีปัญหา แถมเลือกตั้งยังมีข้อพิพาทค้างศาล

  • ประชาธิปัตย์ทำงานฝ่ายค้านมานาน ไม่มีประวัติรอเก้าอี้
  • เน้นการเมืองสุจริต สร้างศรัทธาให้ประชาชน

เหตุผลงดโหวตนายก อนุทิน ณัฐพงษ์

สรุปแล้ว “อภิสิทธิ์” แจง ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ยังมีคดีทั้งคู่ เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมการเมืองไทยให้สูงขึ้น ในมุมผมคิดว่าจุดยืนแบบนี้ดีนะครับ ทำให้การเมืองไทยมีคุณภาพมากขึ้น ไม่ปล่อยให้คนมีคดีมาบริหารประเทศได้ง่ายๆ คุณล่ะเห็นด้วยมั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อย แล้วอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันที่นี่เลย!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” แจง ปชป. งดออกเสียงโหวตนายกฯ “อนุทิน-ณัฐพงษ์” ยังมีคดีทั้งคู่

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน หมอวรงค์ ชวนซื้อข้าว

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน อย่างชัดเจนในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 นายคริส โปตระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเศรษฐกิจ ได้ขึ้นอภิปรายแสดงจุดยืนสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ

เหตุผลที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน นั้นน่าสนใจมาก เพราะทั้งสองพรรคมีวิสัยทัศน์ตรงกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการปราบปรามการทุจริต ซึ่งพรรคเศรษฐกิจเคยชูสโลแกน “นโยบายทุจริตเท่ากับประหาร” มาดูกันว่าข้อเสนอ 4 ข้อที่คริสยกมาจะช่วยยกระดับอนุทินให้กลายเป็น “รัฐบุรุษ” ได้อย่างไร

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน ชู 4 ข้อเสนอสำคัญ

ในการอภิปรายตอนเวลา 11.20 น. คริสได้ชูธง 4 ข้อเสนอที่เชื่อว่าถ้านายอนุทินทำได้จริง จะไม่ใช่แค่นายกฯ สมัยที่ 3 แต่จะเป็นผู้นำระดับรัฐบุรุษของชาติเลยทีเดียว ข้อเสนอเหล่านี้ตอบโจทย์ปัญหาเรื้อรังของประเทศได้ตรงจุด

  • ข้อ 1: ปราบทุจริตเต็มสูบ – พรรคเศรษฐกิจและภูมิใจไทยมีนโยบายแก้ไขกฎหมายหลายร้อยฉบับที่ล้าสมัย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดคอร์รัปชัน ถ้าทำได้ จะช่วยตัดวงจรทุจริตได้อย่างเด็ดขาด
  • ข้อ 2: เลือกคนรักชาติในยุคสงครามโลก – โลกกำลังเผชิญสงครามและความไม่แน่นอน อนุทินต้องดึงคนรักชาติ รักแผ่นดินมาช่วยงาน เพื่อความมั่นคงของชาติ
  • ข้อ 3: กิโยตินกฎหมายนำเข้าน้ำมัน – เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าน้ำมันราคาถูกมาขายในประเทศ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • ข้อ 4: ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ – ในฐานะวิศวกร อนุทินเคยผลักดันโครงสร้างพื้นฐานมาแล้ว คริสเชื่อว่าจะต่อยอดโครงการ Ocean Link และรถไฟฟ้าความเร็วสูงได้สำเร็จ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเศรษฐกิจ

คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน จะเป็นจุดเปลี่ยนการเมือง?

การที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน แสดงให้เห็นถึงการรวมพลังพรรคเล็กพรรคกลางเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ ในสถานการณ์ที่การเมืองไทยกำลังแบ่งขั้ว การสนับสนุนนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้อนุทินในการลุ้นตำแหน่งนายกฯ หลังจากการเจรจารัฐบาลที่ยืดเยื้อ นอกจากนี้ ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของพรรคเศรษฐกิจที่เน้นเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าการเมืองแบบเดิมๆ

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วย ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ได้ออกมาคัดค้านอย่างดุเดือด โดยยืนยันว่าจะไม่โหวตให้นายณัฐพงษ์ (น่าจะหมายถึงตัวแทนฝั่งตรงข้าม) และเรียกร้องให้อนุทินแสดงความเป็นผู้นำตัวจริง

หมอวรงค์ ชวนอนุทินซื้อข้าวกินเอง เป็นตัวอย่าง ส.ส.

หมอวรงค์ยกประเด็นอาหาร ส.ส. ที่เคยเสนอให้ยกเลิกเพราะเป็นการใช้ภาษีประชาชน แต่ถูก ส.ส.พรรคประชาชนคัดค้าน เขาจึงท้าทายอนุทินในฐานะผู้นำปราบทุจริต ว่าควรตั้งที่ปรึกษานายกฯ น้อยลง ไม่ใช่ปูนบำเหน็จ และประกาศซื้ออาหารกินเอง ไม่ใช้เงินภาษี

“ถ้าท่านประกาศว่าจะซื้ออาหารกินเอง จะไม่รบกวนภาษีประชาชน ผมเชื่อว่าจะโดนใจพี่น้องประชาชนแน่นอน” หมอวรงค์กล่าว พร้อมเชิญอนุทินมากินมื้อกลางวันด้วยกัน เพื่อให้ ส.ส.เกรงใจและเป็นต้นแบบที่ดี การกระทำเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ถ้าผู้นำทำได้ จะช่วยฟื้นศรัทธาในนักการเมืองได้มาก

ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณ ส.ส. ที่ประชาชนบ่นมานาน โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจยากลำบากแบบนี้ การเป็นตัวอย่างด้วยการสละสิทธิ์ส่วนตัว จะช่วยลดภาพลักษณ์นักการเมืองฟุ่มเฟือยได้

การอภิปรายครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการโหวตนายกฯ แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์และค่านิยมของ ส.ส. แต่ละคน สุดท้ายแล้ว ประชาชนอย่างเราคือผู้ตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการที่ คริส พรรคเศรษฐกิจ หนุน อนุทิน และข้อเสนอซื้อข้าวกินเองของหมอวรงค์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ!

นอกจากนี้ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นผลงานมากกว่าปากเสียง หากอนุทินได้เป็นนายกฯ จริง ข้อเสนอ 4 ข้อนี้จะเป็นเครื่องวัดความสำเร็จหรือไม่ ต้องจับตาดูต่อไป

ที่มา – “คริส” พรรคเศรษฐกิจ ยืนยัน หนุน “อนุทิน” ด้าน “หมอวรงค์” ชวนซื้อข้าวกินเองเป็นตัวอย่างสส.

Scroll to top