จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมายืนยันถึงความห่วงใยและมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดได้สั่งการให้ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงทีที่สุด

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้เผยผ่านช่องทางส่วนตัวว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 แห่ง หรือที่เรียกกันว่า “5 เสือแรงงาน” ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในส่วนของลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจนไม่สามารถไปทำงานได้ รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟูธุรกิจ

มาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประเด็นที่พี่น้องแรงงานหลายท่านกังวลใจ ทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือไว้ดังนี้:

  • ลูกจ้างที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม ให้ถือว่าเป็นการหยุดงานโดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
  • สำหรับนายจ้างที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับซ่อมแซมสถานประกอบการ

การที่ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงานท่ามกลางวิกฤตภัยธรรมชาติ ซึ่งนอกจากมาตรการช่วยเหลือข้างต้นแล้ว ทางกระทรวงยังเปิดช่องทางสายด่วน 1506 ให้ประชาชนสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนจะช่วยให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

จุลพันธ์ สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล

จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนเหนือของประเทศอิสราเอล ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยไปทั่วประเทศ เมื่อทราบข่าวว่ามีพี่น้องแรงงานไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุระเบิดตกค้างใต้ดิน ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

จุลพันธ์ สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล

การติดตามสถานการณ์ของ จุลพันธ์ สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล ถือเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่กระทรวงแรงงานต้องเร่งทำในขณะนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานของเราจะได้รับสิทธิประโยชน์และการดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่และทันท่วงที โดยฝ่ายแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประสานงานกับสถานพยาบาลท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 6 ราย ซึ่ง 2 รายมีอาการสาหัสและกำลังเข้ารับการผ่าตัด ส่วนอีก 4 รายปลอดภัยแล้ว

มาตรการดูแลแรงงานไทยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับแนวทางความช่วยเหลือหลังจากเกิดเหตุ จุลพันธ์ สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล ทางกระทรวงแรงงานได้จัดเตรียมมาตรการสนับสนุนไว้ดังนี้:

  • เร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
  • ประสานงานกับนายจ้างในอิสราเอลเพื่อให้ดูแลค่ารักษาพยาบาลและสวัสดิการอย่างถูกต้อง
  • ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานลงพื้นที่ให้กำลังใจและติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
  • ประสานงานกับครอบครัวในประเทศไทยเพื่อแจ้งสถานะความปลอดภัยของแรงงานอย่างใกล้ชิด

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเช่นนี้ ความปลอดภัยของแรงงานไทยคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เราขอส่งกำลังใจให้แรงงานทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่างแดนให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บาดเจ็บจะได้รับการรักษาจนหายดีโดยเร็วที่สุด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากกรณี จุลพันธ์ สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล ทางเราจะรีบนำเสนอข้อมูลอัปเดตให้ทุกท่านทราบต่อไป

ที่มา – “จุลพันธ์” สั่งเร่งช่วยเหลือ 6 แรงงานไทย บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในอิสราเอล

จุลพันธ์ แจง คำสั่งทุเลาศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังติดตามข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมกันอยู่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคำสั่งศาลปกครองที่หลายคนกังวลว่าจะทำให้ทุกอย่างต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ วันนี้เรามาสรุปประเด็นที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาชี้แจงให้หายข้องใจกันครับ

จุลพันธ์ แจง คำสั่งทุเลาศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

หลายคนอาจจะตื่นตระหนกกับข่าวที่ว่าศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับคดี จนกลัวว่าแผนการเลือกตั้งที่เราตั้งตารอจะสะดุด แต่ความจริงแล้ว จุลพันธ์ แจง คำสั่งทุเลาศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เลยแม้แต่น้อยครับ โดยท่านรัฐมนตรีได้ย้ำชัดเจนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้มีมติเลื่อนการเลือกตั้งตั้งแต่ต้น ทุกอย่างยังคงเดินหน้าตามกำหนดการเดิม

ความคืบหน้าการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

สำหรับการทุเลาการบังคับใช้ประกาศข้อที่ 2 ในประเด็นเรื่องการลงทะเบียนนั้น เป็นเพียงการชะลอในจุดเล็กๆ เพื่อรอความชัดเจนในข้อกฎหมายให้แม่นยำที่สุดเท่านั้นครับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังจนส่งผลเสียต่อระบบประกันสังคมของเรา โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • การดำเนินการตามกระบวนการอุทธรณ์คำสั่งทางกฎหมาย
  • การเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการการเลือกตั้งในส่วนอื่นๆ
  • การประสานงานกับคณะกรรมการเพื่อความโปร่งใส

การที่ท่านรัฐมนตรีออกมากล่าวว่า จุลพันธ์ แจง คำสั่งทุเลาศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นั้น ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน ว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการได้ตัวแทนที่เข้ามาบริหารกองทุนอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ครับ

หากถามถึงมุมมองในเรื่องนี้ ผมมองว่าความรอบคอบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ การรีบเร่งทำไปโดยมีช่องโหว่ทางกฎหมายอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องจนการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ในอนาคต ดังนั้นการที่กระทรวงแรงงานยอมเสียเวลาตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและรัดกุมที่สุดสำหรับทุกคนครับ

สรุปสั้นๆ ให้ทุกคนสบายใจได้เลยครับว่า ทุกขั้นตอนกำลังดำเนินไปอย่างถูกต้องและชอบธรรม พี่น้องผู้ประกันตนไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการเลื่อนเลือกตั้งแต่อย่างใด เรามารอติดตามการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ที่จะเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ของเรากันต่อไปนะครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” แจง คำสั่งทุเลาศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

จุลพันธ์แจงแค่ชะลอเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม รอศาลตัดสิน

เชื่อว่าเพื่อนๆ ผู้ประกันตนหลายคนคงกำลังจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด สำหรับประเด็นการเมืองเรื่องการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกังวลใจว่าสรุปแล้วการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปใช่หรือไม่? โดยท่านยืนยันชัดเจนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือการชะลอเพื่อรอความชัดเจนจากศาล ไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแต่อย่างใด

สถานการณ์จริง จุลพันธ์แจงแค่ชะลอเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม

นายจุลพันธ์ อธิบายถึงเหตุการณ์ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศการลงทะเบียนเลือกตั้งชั่วคราว ว่าเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากมีผู้มาร้องเรียน โดยสำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายและรอคำวินิจฉัยจากศาล เพื่อให้กระบวนการทุกอย่างมีความโปร่งใสและถูกต้องตามระเบียบที่กำหนดไว้ โดยท่านย้ำว่าความพยายามที่จะให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมโดยเร็วที่สุดนั้นยังคงเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อให้ได้คณะกรรมการที่มีอำนาจเต็มเข้ามาขับเคลื่อนงานประกันสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้

ทำความเข้าใจ ทำไมถึงไม่ใช่การเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม?

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องชะลอ? ท่านรัฐมนตรีได้ไขข้อข้องใจว่า:

  • ระเบียบการเลือกตั้งเดิมยังคงมีผลบังคับใช้
  • การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด
  • ทางกระทรวงและสำนักงานประกันสังคมกำลังดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลา เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ตามกรอบเวลาเดิมคือวันที่ 27 กันยายน

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ยังได้ฝากถึงผู้ประกันตนและนายจ้างว่า ไม่ควรตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือ เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการจัดให้มีการเลือกตั้งให้ได้ตามกำหนดการเดิม หากศาลวินิจฉัยในทิศทางที่เป็นบวก เราก็เดินหน้าเลือกตั้งได้ทันที แต่หากมีเหตุฉุกเฉินหรือต้องปรับแก้ระเบียบก็เป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งท่านยืนยันว่าไม่มีความตั้งใจที่จะขัดขวางการเลือกตั้งแต่อย่างใด

สุดท้ายนี้ ในฐานะผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ การที่มีคณะกรรมการบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้งย่อมเป็นเรื่องที่ดีในการเป็นกระบอกเสียงแทนเราทุกคน ดังนั้นคงทำได้เพียงร่วมกันติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของสำนักงานประกันสังคมอย่างใกล้ชิด เพราะถึงอย่างไรการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนทุกคนครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” แจงไม่ใช่การเลื่อน แค่ชะลอเลือกตั้ง “บอร์ดประกันสังคม” รอความชัดเจนศาล

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเข้ามาเป็นคณะกรรมการประกันสังคม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า บอร์ดประกันสังคม ล่าสุด “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของพวกเราทุกคนโดยตรงครับ

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากการที่มีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนเลือกตั้ง โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม” ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและหลักการต่างๆ จนกระทั่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุดครับ

ผลกระทบเมื่อ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เมื่อมีคำสั่งจากศาลดังกล่าว การดำเนินการตามแผนงานเดิมที่สำนักงานประกันสังคมได้วางไว้จึงต้องหยุดชะงักลง โดยผลกระทบหลักๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่:

  • การเตรียมประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้งที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 10 สิงหาคม ต้องระงับไว้ก่อน
  • ประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 19 สิงหาคม ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
  • วันลงคะแนนเลือกตั้งเดิมคือ 27 กันยายน 2569 ต้องถูกชะลอออกไปเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยจากศาล

จากประเด็นที่ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน ออกไปนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าหากมีความคืบหน้าแจ้งจากศาลปกครองกลางอย่างไร จะรีบนำข้อมูลมาบอกเล่าให้ทราบอย่างทันท่วงทีครับ

สำหรับผมมองว่า แม้การเลื่อนเลือกตั้งอาจจะทำให้เราต้องรอนานขึ้น แต่การที่ศาลเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสและกติกาต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี เพื่อให้การได้มาซึ่งตัวแทนที่แท้จริงของฝั่งผู้ใช้แรงงานและนายจ้างมีความยุติธรรมและครอบคลุมทุกฝ่ายให้มากที่สุดครับ ยังไงใครที่เป็นผู้ประกันตนก็อย่าเพิ่งท้อถอยนะครับ ติดตามข่าวสารกันต่อไปอย่างใกล้ชิด ผมจะคอยอัปเดตให้ทราบที่นี่ทันทีที่มีข่าวใหม่ครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย

จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

เมื่อเร็วๆ นี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้นำคณะผู้บริหารเดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญในการยกระดับคุณภาพของร้านอาหารไทยในต่างแดน โดยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม “Jasmine Thai” ร้านอาหารไทยชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจและดูแลสวัสดิภาพของพี่น้องแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด

ทำไม Jasmine Thai ถึงเป็นต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

การที่กระทรวงแรงงานเลือกมาศึกษาดูงานที่ร้าน Jasmine Thai นั้นไม่ถือเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะร้านนี้ได้รับการรับรองเครื่องหมาย “Thai Select” ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความเป็นไทยแท้ ที่สำคัญคือการสร้างแบรนด์จนมีสาขามากถึง 11 แห่งทั่วโตเกียว โดยทางกระทรวงได้ถอดบทเรียนสำคัญ 3 ประเด็น ดังนี้:

  • การบริหารจัดการธุรกิจ: การปรับตัวเข้ากับกลไกตลาดญี่ปุ่นและกฎระเบียบที่เข้มงวดของร้าน จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาร้านไทยอื่นๆ
  • การยกระดับแรงงาน (Upskilling): การสนับสนุนให้กุ๊กและพนักงานในร้านมีทักษะความเป็นมืออาชีพ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในญี่ปุ่น
  • การติดตามสวัสดิภาพ: การดูแลความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในญี่ปุ่นให้ได้มาตรฐาน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายจุลพันธ์ยังได้พบปะพูดคุยกับแรงงานกุ๊กไทย พร้อมประกอบพิธีมอบเครื่องหมายรับรองสถานประกอบกิจการที่จ้างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติระดับ Gold ซึ่งถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทั้งผู้ประกอบการและตัวแรงงานเองให้มีความภาคภูมิใจในการเป็นทูตวัฒนธรรมอาหารไทยในแดนปลาดิบ

ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Jasmine Thai ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ขายนอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่แรงงานไทยสามารถทำได้ในเวทีโลก นายจุลพันธ์ย้ำว่า กระทรวงแรงงานพร้อมสนับสนุนและดูแลแรงงานไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างแดน และถือว่า จุลพันธ์ เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม Jasmine Thai ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง เป็นก้าวสำคัญในการส่งออก Soft Power ของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องธุรกิจ แต่หัวใจสำคัญคือ “คน” ที่ผ่านการฝึกฝนมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้ร้านอาหารไทยอื่นๆ นำไปปรับใช้ เพื่อให้ร้านอาหารไทยในต่างแดนเปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่นและมีมาตรฐานระดับสากล ไม่ว่าคุณจะไปเยือนประเทศไหนก็ตาม ความเป็นมืออาชีพของคนไทยจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของเราเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ที่มา – “จุลพันธ์” เดินสายญี่ปุ่น ตรวจเยี่ยม “Jasmine Thai” ชูต้นแบบร้านอาหารไทยมาตรฐานสูง

สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชน 5.7 แสนคน สูตร CARE ผ่าน ครม. แล้ว

สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชน 5.7 แสนคน สูตร CARE ผ่าน ครม. แล้ว

ข่าวดีที่หลายคนรอคอยมานานกว่าทศวรรษได้กลายเป็นจริงแล้ว เมื่อ สูตร CARE หรือสูตรคำนวณบำนาญชราภาพประกันสังคมรูปแบบใหม่ ได้รับการอนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย นี่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้เกิดการ สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชน 5.7 แสนคน ที่ได้รับผลกระทบจากสูตรคำนวณเดิมมาอย่างยาวนาน

นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้ออกมาพูดถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า กว่า 15 ปีที่ผ่านมา สูตรบำนาญแบบเดิมสร้างความไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกันตน โดยมีผู้เสียชีวิตก่อนได้รับบำนาญที่เป็นธรรมปีละกว่า 10,000 คน การผลักดันในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการคืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับพี่น้องแรงงานทุกคนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเมื่อยามเกษียณ

ทำไมการผ่าน สูตร CARE ถึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับแรงงาน?

ปัญหาที่ผ่านมาของระบบบำนาญ คือการขาดกลไกที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง นายษัษฐรัมย์ย้ำว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การผลักดันเชิงนโยบาย: แม้จะมีงานวิจัยรองรับมาเกือบสิบปี แต่ขาดผู้บริหารที่กล้าตัดสินใจผลักดันจนสำเร็จ
  • การทำงานร่วมกัน: ทั้งภาคการเมืองและบอร์ดประกันสังคมทำงานสอดประสานกันเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความเดือดร้อนของประชาชนต้องมาก่อน
  • ความเป็นธรรมผ่านบอร์ดเลือกตั้ง: สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การออกไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมมีผลต่อการเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนโดยตรง

ในบทสนทนากับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายษัษฐรัมย์ได้เน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจว่า นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงหัวใจของผู้บริหารที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากมีอำนาจแล้วไม่ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชน ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะเข้ามาบริหารงานในส่วนนี้เลย

การ สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชน 5.7 แสนคน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการแก้ไขตัวเลขในเอกสารราชการ แต่เป็นการบอกให้รู้ว่าเสียงของทุกคนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนั้นมีค่ามากเพียงใด การดำเนินงานที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์และได้รับการยอมรับในวงกว้างนี้ คือโมเดลความสำเร็จของการทำงานการเมืองที่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง

สุดท้ายนี้ ความสำเร็จของ สูตร CARE คือบทเรียนสำคัญว่า การเมืองและสวัสดิการสังคมเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากเพียงใด การที่ประชาชนตื่นตัวและรักษาสิทธิของตนเอง จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคต มาร่วมยินดีกับพี่น้องผู้ประกันตนกว่าครึ่งล้านบนเส้นทางสายความเท่าเทียมในครั้งนี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – สิ้นสุดคราบน้ำตาประชาชน 5.7 แสนคน “ษัษฐรัมย์” ขอบคุณหลัง “สูตร CARE” ผ่าน ครม.

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจกันอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ณ สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการปฏิบัติงานภายใต้หัวข้อ จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยเดิมอีก

จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องหันกลับมาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยกันอย่างจริงจัง นายจุลพันธ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบทุกมิติ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นที่ต้องพร้อมใช้งานเสมอ โดยเน้นย้ำถึงเรื่อง จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ ให้เป็นวาระเร่งด่วนสำหรับสถานประกอบการที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก

ความสำคัญของการยกระดับระบบความปลอดภัยในสถานบันเทิง

ทางด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการ สสปท. ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางสถาบันจะเร่งจัดทำแผนเชิงรุกเพื่อสรุปข้อเสนอแนะทางวิชาการ โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่งที่อาจติดไฟง่าย หรือระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ต้องได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ การที่ จุลพันธ์ รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังเปรียบเสมือนการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ไปใช้บริการอีกด้วย

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบสายสัญญาณต่างๆ
  • ตรวจเช็คสภาพถังดับเพลิงและอุปกรณ์ระงับเหตุ
  • ทำความสะอาดและเคลียร์เส้นทางหนีไฟให้โล่งโปร่ง
  • จัดทำแผนซ้อมอพยพกรณีฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ

ท้ายที่สุด การป้องกันเหตุอัคคีภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ประกอบการทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการที่เข้มงวดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน หากใครเป็นผู้ประกอบการ อย่าลืมนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะความปลอดภัยนั้นรอไม่ได้ครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” รมว.แรงงาน สั่ง สสปท. ตรวจเข้มระบบป้องกันไฟไหม้-ทางหนีไฟ สถานบันเทิง สกัดเหตุซ้ำ

ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

กลายเป็นภาพที่ถูกจับตามองอย่างมากสำหรับการบรรยากาศการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางขึ้นตึกบัญชาการท่ามกลางรัฐมนตรีคนสำคัญที่เดินขนาบข้างอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะภาพของ ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักข่าวการเมืองในทันที

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยขึ้นไปพบปะหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนจะเดินลงมาเพื่อเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เดินขนาบซ้ายขวาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ใครหลายคนกำลังจับตามอง

บรรยากาศการเมืองที่ผ่อนคลายกับยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ทีสอบถามถึงประเด็นร้อนแรงอย่างการปรับ ครม. นายอนุทินกลับตอบกลับด้วยอารมณ์ดีและปล่อยมุกตลกท่ามกลางเสียงหัวเราะว่า ยศชนัน-จุลพันธ์ ขนาบข้างนายกฯ อนุทิน ปล่อยมุกกินโจ๊ก โดยเป็นการไปรับประทานโจ๊กกันบนตึก ไม่ใช่การหารือเรื่องการสลับตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด คำตอบนี้ถือเป็นการดับกระแสข่าวลือได้อยู่หมัดในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

นอกจากการเดินเข้าประชุมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศชื่นมื่นแล้ว ภายในงานยังมีการเปิดเผยถึงประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่คนไทยให้ความสนใจ:

  • ความคืบหน้าการตรวจสอบผลสอบคัดเลือกข้าราชการท้องถิ่นกว่า 15,000 ราย
  • การมอบหมายให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แถลงข้อมูลที่ชัดเจน
  • ความร่วมมือของรัฐมนตรีจากหลายพรรคที่ช่วยกันทำงานขับเคลื่อนประเทศ

งานนี้ต้องบอกเลยว่า นายกฯ อนุทินรู้วิธีบริหารจัดการบรรยากาศไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะมีความท้าทายอยู่ตลอดเวลา การที่ผู้นำมีความเป็นกันเองกับรัฐมนตรีเช่นนี้ ย่อมส่งผลดีต่อความร่วมมือในการทำงานระยะยาว สำหรับใครที่เป็นคอการเมืองคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การ “ทานโจ๊ก” ครั้งนี้จะนำไปสู่การทำงานรูปแบบไหน แต่ที่แน่ๆ ภาพรอยยิ้มของรัฐมนตรีทั้งสองคนยืนยันได้ว่าความสัมพันธ์ในรัฐบาลยังคงเหนียวแน่น

ที่มา – “ยศชนัน-จุลพันธ์” ขนาบข้างนายกฯ ขึ้นประชุม ครม. “อนุทิน” ปล่อยมุกเรียกไปทานโจ๊ก ไม่ใช่ปรับ ครม.

Scroll to top