ชลบุรี

นักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือมโผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์

วันนี้เรามีเรื่องฮือฮามาเล่าให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะคะ! นักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือมโผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์ เกิดขึ้นจริงๆ ที่สุสานมูลนิธิไตรคุณธรรม จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านและนักแสวงบุญกำลังช่วยกันทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติอย่างขะมักเขม้น เพื่อนำมาทำพิธีทางศาสนาและเผากระดูกส่งดวงวิญญาณสู่สุขคติ แต่แล้ว… สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!

นักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือมโผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์ ขณะทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ

นักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือมโผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์

เหตุการณ์สุดแปลกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 ที่สุสานมูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) เลขที่ 26/1 หมู่ 2 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ชาวบ้าน นักแสวงบุญ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมจำนวนมาก รวมตัวกันขุดหลุมศพไร้ญาติขึ้นมา ทำความสะอาดกระดูกอย่างละเอียด เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาและเผากระดูกให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี

ทุกคนกำลังตั้งใจเช็ดขัดกระดูกอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนเงยหน้าขึ้นมองหลังคาเต็นท์ แล้วต้องตะลึง! มี งูเหลือม ตัวใหญ่ยักษ์กำลังเลื้อยขดตัวพันอยู่บนโครงเหล็กหลังคาเต็นท์ ตรงตำแหน่งกระดูกศพไร้ญาติจากหลุมที่ 8/145 พอดี ชาวบ้านไม่กลัวแต่ตื่นเต้นสุดๆ รีบพากันวิ่งไปหาแผงขายลอตเตอรี่เพื่อซื้อเลขเด็ดงวดวันที่ 1 เมษายน 2567 กันเลยทีเดียว

ภาพงูเหลือมตัวใหญ่ขดตัวบนหลังคาเต็นท์ ระหว่างนักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือมโผล่

รายละเอียดงูเหลือมตัวมหึมาและการจับงู

เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมที่เชี่ยวชาญเรื่องจับงูรีบลงมือทันที ใช้เหล็กยาวจับงูได้สำเร็จ พบว่าเป็นงูเหลือมเพศเมีย สายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปในไทย ยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนักราว 30 กิโลกรัม! หลังจากนั้นก็บรรจงใส่ถุงปุ๋ยแล้วนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย งูเหลือมตัวนี้ดูแข็งแรงดี ไม่มีพิษ แต่ขนาดตัวใหญ่ขนาดนี้ก็ทำเอาทุกคนอึ้งไปเลย

เจ้าหน้าที่จับงูเหลือมจากหลังคาเต็นท์ในเหตุการณ์นักแสวงบุญฮือฮา

เลขเด็ดที่ชาวบ้านตีจากเหตุการณ์นักแสวงบุญฮือฮา งูเหลือม

แน่นอนว่าในบ้านเรา เหตุการณ์แปลกๆ แบบนี้ต้องมีเลขเด็ดให้ตีหวยสิคะ! ชาวบ้านแห่ซื้อลอตเตอรี่เลขหลุมศพ 8/145 กันสนุกสนาน นอกจากนี้ยังตีเลขจากลักษณะงูและเหตุการณ์ต่างๆ อีกด้วย ลองดูเลขเด็ดที่คนๆ ตีกันนะ:

  • เลขหลุมศพตรงๆ: 8145, 81, 14, 45
  • วันที่เกิดเหตุ: 21
  • งวดหวย: 01 (1 เมษายน)
  • ความยาวงู: 02 หรือ 20
  • น้ำหนักงู: 30
  • เลขหลุม 8/145 รวมเป็น 8145

ด้าน นายโชติ จรุงพัฒนานนท์ อายุ 45 ปี ผู้ที่เจองูคนแรก เล่าว่า “กำลังนั่งเช็ดกระดูกจากหลุม 8/145 อยู่ พอเงยหน้าก็เห็นงูเหลือมตรงเป๊ะ คิดว่าเขามาให้โชคแน่ๆ จะเอาเลขไปเสี่ยงโชคงวด 1 เมษายน ถ้าถูกจะเอาเงินมาทำบุญให้ศพไร้ญาติต่อไป” ฟังดูน่าประทับใจมากเลยใช่ไหมล่ะ

ความหมายของการทำบุญศพไร้ญาติและความเชื่อเรื่องงูในไทย

มูลนิธิไตรคุณธรรมเป็นหน่วยงานที่ช่วยรับศพไร้ญาติมาดูแล สร้างสุสาน และทำพิธีให้อย่างสมเกียรติ ซึ่งเป็นบุญกุศลใหญ่หลวงในพุทธศาสนาไทย ชาวบ้านมักมาทำบุญที่นี่เพื่อสะเดาะเคราะห์ ส่วนเรื่องงู ในความเชื่อไทย งูเหลือมถือเป็นสัตว์มงคล บางครั้งเชื่อว่าเป็นเทวทูตหรือญาติที่ล่วงลับมาให้โชค โดยเฉพาะถ้าโผล่ตอนทำบุญ เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดหลายครั้งแล้วนะคะ เช่น งูโผล่ในวัดหรือสุสาน ก็มักมีคนถูกหวยตามมา

ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า ไม่ว่าจะเรื่องโชคหรือไม่ การช่วยเหลือศพไร้ญาติแบบนี้คือบุญที่ยิ่งใหญ่จริงๆ มันทำให้เรานึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิต และชวนให้เราทำความดีต่อไป Insight จากเรื่องนี้คือ "บางทีโชคดีอาจมาในคราวที่เรากำลังทำสิ่งดีๆ อยู่" ถ้าคุณไปทำบุญแล้วเจออะไรแปลกๆ ล่ะ? ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างสิคะ! และอย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่อเลขเด็ดงวดอื่นๆ นะ 👇

ที่มา – นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์

นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ งูเหลือมโผล่เลื้อย

คุณเคยได้ยินเรื่องแปลกๆ ที่กลายเป็นเลขเด็ดกันบ้างไหม? วันนี้เรามีเรื่องฮือฮามาเล่าสู่กันฟังกับเหตุการณ์ นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์ ที่สุสานมูลนิธิไตรคุณธรรม จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านไม่กลัวแต่กลับตื่นเต้นเพราะเชื่อว่างูตัวนี้มาให้โชคลาภ!

นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์

เหตุการณ์สุดสะพรึงแต่แฝงความหวังเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่สุสานมูลนิธิไตรคุณธรรม (ซำเต็กไท้) เลขที่ 26/1 หมู่ 2 ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ชาวบ้านนักแสวงบุญและเจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมรวมตัวกันเพื่อทำความดี ช่วยขุดหลุมศพไร้ญาติขึ้นมา ล้างทำความสะอาดกระดูกให้เรียบร้อย ก่อนนำมาประกอบพิธีทางศาสนาและเผาส่งดวงวิญญาณไปสู่สุขคติตามหลักธรรม

ทุกคนกำลังตั้งใจทำบุญอย่างสงบ แต่ทันใดนั้นเมื่อชาวบ้านเงยหน้ามองขึ้นไปบนโครงเหล็กหลังคาเต็นท์ ก็ต้องตะลึงกับภาพงูเหลือมตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังเลื้อยขดพันตัวแน่น ตรงตำแหน่งกระดูกศพไร้ญาติจากหลุมหมายเลข 8/145 พอดี! บรรยากาศที่เคยเงียบสงบกลายเป็นเสียงกรี๊ดและฮือฮาทันที

งูเหลือมตัวใหญ่ถูกจับและปล่อยคืนธรรมชาติ

ไม่รอช้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยไตรคุณธรรมซึ่งมีประสบการณ์จับงูรีบลงมือใช้เหล็กงอจับตัวงูได้สำเร็จ ตรวจสอบพบว่าเป็นงูเหลือมเพศเมีย ขนาดยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม สุขภาพแข็งแรงดี จึงนำใส่ถุงปุ๋ยขนาดใหญ่ไปปล่อยคืนสู่ป่าเขาใกล้เคียงตามธรรมชาติ

  • เพศ: เมีย
  • ความยาว: มากกว่า 2 เมตร
  • น้ำหนัก: ประมาณ 30 กิโลกรัม
  • ตำแหน่ง: ขดพันบนโครงเหล็กหลังคาเต็นท์ ตรงหลุม 8/145

แทนที่จะแตกตื่นหนี ชาวบ้านกลับมองว่านี่คือลางบอกเหตุดีๆ โดยเฉพาะ นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์ แบบนี้ พวกเขารีบพากันวิ่งไปซื้อลอตเตอรี่เลขเด็ดจากหลุมศพดังกล่าวทันที!

เลขเด็ด 8/145 และความเชื่อโชคลาภของคนไทย

เลขที่ทุกคนแห่ซื้อคือ 8/145 จากหมายเลขหลุมศพ โดยคาดหวังสำหรับงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 นายโชติ จรุงพัฒนานนท์ อายุ 45 ปี ผู้เจองูเป็นคนแรก เล่าว่า “ตอนนั้นกำลังนั่งเช็ดกระดูกจากหลุมศพไร้ญาติ พอเงยหน้ามองก็เห็นงูเหลือมตรงกับกระดูกผู้ชายหลุม 8/145 ชัดเจน คิดทันทีว่าน่าจะมาให้โชค จะเอาเลขไปซื้อลอตเตอรี่ ถ้าถูกจะเอาเงินมาทำบุญอุทิศให้ดวงวิญญาณต่อ”

ในวัฒนธรรมไทย งูเหลือมมักถูกมองเป็นสัตว์มงคล โดยเฉพาะเมื่อโผล่มาบริเวณสุสานหรือสถานที่ทำบุญ เชื่อว่าดวงวิญญาณมาปรากฏตัวเพื่อขอส่วนบุญหรือแจ้งข่าวดี การทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติเองก็เป็นบุญใหญ่ที่ชาวบ้านนิยมทำเพื่อสะสมบุญกุศล เหตุการณ์นี้จึงยิ่งตอกย้ำความเชื่อเหล่านี้ ทำให้ข่าว นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์ แพร่กระจายไปทั่วโซเชียล

นอกจากนี้ สุสานมูลนิธิไตรคุณธรรมยังเป็นสถานที่ทำบุญยอดนิยมสำหรับศพไร้ญาติมานาน ชาวบ้านชลบุรีและใกล้เคียงมักมาทำบุญเดือนละครั้ง ถ้าใครสนใจไปทำบุญตาม ลองเช็คปฏิทินกิจกรรมได้เลยนะ

ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นถึงจิตใจเมตตาของคนไทยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้ศพไร้ญาติก็ยังได้ส่วนบุญ และความเชื่อเรื่องโชคลาภก็ช่วยให้ชีวิตมีสีสัน ลองนึกภาพถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น จะตีความยังไง?

คุณคิดว่าเลข 814 145 หรือตีความเลขอื่นจากเหตุการณ์นี้จะแม่นงวด 1/4/69 มั้ย? มาคอมเมนต์บอกเลขเด็ดของคุณด้านล่าง หรือแชร์ประสบการณ์เจอสัตว์ให้โชคมาคุยกัน ห้ามพลาดติดตามเลขเด็ดอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – นักแสวงบุญฮือฮา ทำความสะอาดกระดูกศพไร้ญาติ “งูเหลือม” โผล่เลื้อยขดบนหลังคาเต็นท์

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิตเหล้าเถื่อนรายใหญ่ชลบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดชลบุรี เมื่อตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่รำคาญกลิ่นและน้ำเสียมานาน การปฏิบัติการครั้งนี้ไม่เพียงทลายแหล่งผลิตผิดกฎหมาย แต่ยังยึดของกลางเพียบเลยทีเดียว มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 โดย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา สวป.สภ.เมืองชลบุรี นำทีมร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิต นายปิยวัชร์ วรรณใส หัวหน้าฝ่ายปราบปรามสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 ปลัดอำเภอเมืองชลบุรี กำนันและผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก บุกตรวจค้นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่กว่า 200 ตารางวา ในหมู่ 6 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ที่มาของการบุกครั้งนี้คือการร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ่นเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงหมักและน้ำเสียไหลลงคลองสาธารณะ แม้ก่อนหน้านี้ อบต.หนองข้างคอกเคยมาตรวจแต่เจ้าของบ้านไม่ยอมเปิดประตู คราวนี้จึงรวมกำลังทุกฝ่ายบุกเข้าไปเต็มตัว

ของกลางที่พบจำนวนมหาศาล

จากการตรวจค้น พบโรงหมักเหล้าข้างบ้านและเครื่องกลั่นคุณภาพดี 3 เครื่อง กำลังผลิตเหล้าจากน้ำตาลผสมยีสต์ หมักนาน 14 วัน แล้วกลั่นเป็นเหล้าขาว 30 ดีกรี นอกจากนี้ยังยึดของกลางได้เพียบ ดังนี้

  • ยาดองขนาด 300 มล. จำนวน 72 ขวด
  • ยาดองขนาด 700 มล. จำนวน 32 ขวด
  • สุราขาวแกลลอน 30 ลิตร จำนวน 22 แกลลอน
  • สุราขาวแกลลอน 5 ลิตร จำนวน 11 แกลลอน
  • เครื่องกลั่นเหล้าและถังหมักจำนวนมาก

เจ้าของบ้านคือ นางขนิษฐา อายุ 63 ปี มีลูกจ้างชาวลาว 1 คน ถูกตั้งข้อหาผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับสูงสุด 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

คำให้การจากเจ้าหน้าที่และกำนัน

นายขวัญชัย เดชชีวะ กำนัน ต.หนองข้างคอก เผยว่าชาวบ้านร้องเรียนมานานเพราะกลิ่นรบกวนและน้ำเสีย พ.ต.ท.สมัย ขันสุวรรณา ยืนยันว่าประสานทุกฝ่ายเพื่อตรวจสอบ ส่วนนายปิยวัชร์ วรรณใส จากสรรพสามิต ชี้ว่าผิด พ.ร.บ.สรรพสามิตหลายข้อหา เช่น มีเครื่องกลั่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายสุราเถื่อน โทษปรับ 50,000 บาท น้ำหมักที่ยังไม่กลั่นจะนำไปทำน้ำหมักชีวภาพใช้ประโยชน์ได้

เหล้าเถื่อนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ มันอาจปนเปื้อนสารพิษ ทำให้เมาแบบผิดปกติ ตาบอด หรือถึงตายได้ ชาวบ้านในพื้นที่โล่งใจมากที่แหล่งนี้ถูกทลาย แต่ยังมีเหล้าเถื่อนซ่อนตัวอีกเยอะ การผลิตแบบนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

จากข่าวตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายเข้มงวด หากคุณเจอแหล่งผลิตผิดกฎหมายหรือสงสัยอะไร แจ้งได้ที่สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 เลยครับ ช่วยกันปราบปรามเพื่อสังคมที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ส่วนตัวผมคิดว่า การดื่มเหล้าเถื่อนเสี่ยงเกินไป ควรเลือกของถูกกฎหมายและมีคุณภาพดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานหนักทุกท่านด้วยนะครับ

ที่มา – ตำรวจบุกทลายแหล่งผลิต “เหล้าเถื่อน” รายใหญ่ จ.ชลบุรี พบของกลางจำนวนมาก

ขอโทษแล้ว เปิดใจครูดีเด่นทำร้ายเด็กนักเรียน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังพูดถึง นั่นคือกรณีครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ จากเดิมที่พ่อแม่เด็กไม่ยอม ออกมาแจ้งความพร้อมหลักฐานคลิปเสียงและใบรับรองแพทย์ ล่าสุดครูคนนี้ก็ออกมาเปิดใจแล้วนะครับ ยอมรับผิดทั้งหมดและขอโทษแบบกราบเท้าเลยทีเดียว

เรื่องราวเริ่มต้นจากเด็กชายคนหนึ่งในชั้น ป.6 ที่มีพฤติกรรมไม่ส่งงานที่ครูสั่งบ่อยๆ จนครูทนไม่ไหว เกิดความโมโหขาดสติ ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กแบบรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งผู้ปกครองทนไม่ได้ รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความทันที และยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามที่เคยมีข่าวพ่อแม่ไม่ทน แจ้งความครูดีเด่นทำร้ายลูกชาย

ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน

ในวันที่ 18 มีนาคม 2567 นายเสรี ครูผู้ก่อเหตุได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด เขายอมรับตรงๆ ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นรุนแรงเกินไป แต่เกิดจากความปรารถนาดีต่อเด็กจริงๆ เด็กคนนี้มีนิสัยไม่รับผิดชอบ สั่งงานอะไรก็ไม่ส่ง จนเกือบไม่มีคะแนนจบชั้น ป.6 และกระทบการต่อมัธยม ครูเลยอยากสอนให้เขารู้จักวินัยและความรับผิดชอบ แต่สุดท้ายก็ขาดการยั้งคิด กลายเป็นครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนที่ไม่มีใครคาดคิด

ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ยอมรับทำโดยขาดสติ

ครูเสรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า “ผมกราบขอโทษเด็กคนนั้น ผู้ปกครอง เพื่อนครู ผู้บริหารโรงเรียน และสังคมทุกคน ผมยอมรับว่าทำจริง ทำโดยขาดสติ มีพฤติกรรมรุนแรงต่อเด็ก” เขาย้ำว่าที่ทำไปเพราะความเป็นครูที่อยากสอนทั้งความรู้และวินัย แต่พลาดไปเองจนถูกสังคมตำหนิ และพร้อมน้อมรับโทษทั้งหมด ไม่มีแก้ตัวใดๆ

กรณีนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าครูที่เคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ก็ยังเป็นมนุษย์ที่พลาดพลั้งได้ โดยเฉพาะเมื่อเจอปัญหานักเรียนไม่เอาไหน แต่การใช้กำลังกายไม่ใช่คำตอบนะครับ มันส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กอย่างมาก

มาดูกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง:

  • เด็กไม่ส่งงาน ส่งผลต่อคะแนนและการจบชั้นเรียน
  • ครูโมโห ขาดสติ ทำร้ายร่างกายและข่มขู่
  • ผู้ปกครองรวบรวมหลักฐาน แจ้งความดำเนินคดี
  • ครูออกมาขอโทษ น้อมรับผิดทั้งหมด
  • สังคมวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจครูที่ไม่เหมาะสม

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราพบกรณีคล้ายๆ กันบ่อยครั้งในโรงเรียนไทย ปัญหาวินัยเด็กเป็นเรื่องใหญ่ แต่ครูควรใช้วิธีอื่น เช่น:

  • พูดคุยให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว
  • ใช้ระบบให้รางวัลแทนการลงโทษ
  • ประสานงานกับผู้ปกครองตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ฝึกอบรมครูเรื่องการจัดการอารมณ์

ในมุมมองของผม แม้ครูจะตั้งใจดี แต่ครูดีเด่น ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนแบบนี้เป็นบทเรียนราคาแพง ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคน โดยเฉพาะครูว่า การสอนวินัยต้องมาพร้อมความเมตตา ไม่ใช่หมัดหรือคำขู่ สังคมเราก็ควรสนับสนุนครูที่มีปัญหา ด้วยการจัดอบรมหรือ counseling เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้จบลงด้วยการขอโทษ แต่บาดแผลในใจเด็กอาจใช้เวลารักษานาน คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับกรณีครูดีเด่นทำร้ายเด็กแบบนี้? มาแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเถอะครับ หรือถ้าคุณเป็นครู/ผู้ปกครอง มีเคล็ดลับสอนวินัยเด็กอย่างไร แชร์ให้ฟังหน่อยนะ จะได้ช่วยกันสร้างโรงเรียนที่ดีขึ้น!

ที่มา – ขอโทษแล้ว เปิดใจ “ครูดีเด่น” ทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ยอมรับทำโดยขาดสติ

อย่าหาทำ! หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิปโดนจับ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้มีเรื่องราวสุดช็อกจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่กำลังเป็นไวรัลในโซเชียลเลยทีเดียว นั่นคือกรณี หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง เพื่ออัดคลิปถ่ายคอนเทนต์! เรียกได้ว่าหวังดังแต่เกือบไปไม่กลับ มาฟังรายละเอียดกันเลย

หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง เกิดอะไรขึ้น?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี มีหนุ่มไทยคนหนึ่งแอบปีนรั้ว ลักลอบลงไปในบ่อเลี้ยง “หมูเด้ง” ซึ่งจริงๆ แล้วคือฮิปโปโปเตมัสแคระ สัตว์ดุร้ายที่ไม่ใช่หมูตัวนุ่มๆ นะเพื่อนๆ เขาตั้งใจถ่ายคลิปคอนเทนต์ไวรัล แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับได้คาหนังคาเขาด้วยซ้ำ!

หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิปคอนเทนต์

ทางเพจสวนสัตว์เปิดเขาเขียว Khao Kheow Open Zoo ได้โพสต์ชี้แจงทันที ว่าผู้บุกรุกเป็นคนไทย อาศัยช่วงเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ยามเย็น溜เข้าไปในเขตหวงห้าม ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายมากๆ

สวนสัตว์จัดการกับหนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง อย่างไร?

  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมตัวได้ใน 10 นาที ส่งมอบให้ตำรวจ สภ.ศรีราชา ทันที
  • กำลังสอบสวนหามูลเหตุ และรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
  • หมูเด้งและครอบครัวปลอดภัยดี แต่ตื่นตกใจเล็กน้อย ทีมสัตวแพทย์เฝ้าดูอาการใกล้ชิด
  • ขอบคุณประชาชนที่แจ้งเบาะแส ช่วยกันรักษาความปลอดภัย

นายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์ เปิดเผยว่าฮิปโปเป็นสัตว์ดุร้ายตามสัญชาตญาณ อย่าคิดว่าเอ็นดูแล้วจะเข้าใกล้ได้นะ แม้แต่เจ้าหน้าที่อย่างเพจ “ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง” ที่ลงไปทำความสะอาดยังย้ำตลอดว่าอันตราย!

ภาพจากเหตุการณ์หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง

ทำไม หนุ่มโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถึงอันตรายมาก?

หลายคนอาจมองว่าหมูเด้งน่ารัก เหมือนหมูยักษ์ แต่จริงๆ มันคือฮิปโปแคระนะ! สัตว์ประเภทนี้มีฟันแหลมคม อารมณ์รุนแรง โดยเฉพาะเมื่อถูกรบกวนในพื้นที่ส่วนตัว ในต่างประเทศมีเคสนักท่องเที่ยวโดนฮิปโปโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว สวนสัตว์มีกฎห้ามเข้าใกล้เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์ ถ้าอยากใกล้ชิดก็มีโซนพิเศษที่เจ้าหน้าที่ดูแลเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแสวงหาคอนเทนต์ไวรัลไม่ควรเสี่ยงชีวิตหรือกฎหมาย สวนสัตว์ย้ำชัด ถ้าพบพฤติกรรมเสี่ยงจะดำเนินคดีไม่มีข้อยกเว้น ดีที่ครั้งนี้จบดี ไม่มีใครเจ็บ แต่ถ้าโชคร้ายล่ะ?

ส่วนตัวผมคิดว่าหมูเด้งน่ารักจริง แต่ความปลอดภัยมาก่อน ถ้าอยากถ่ายคลิปสวยๆ ก็ทำตามกฎ รอโซนที่อนุญาตดีกว่า จะได้เที่ยวสนุกทั้งคนทั้งสัตว์

เชิญชวนทุกคนไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันนะครับ แต่จำไว้ ปฏิบัติตามกฎ 100% จะได้ไม่ต้องกลายเป็นข่าวแบบนี้! แชร์ประสบการณ์เที่ยวสวนสัตว์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ

ที่มา – อย่าหาทำ หนุ่มโดดลงบ่อ “หมูเด้ง” อัดคลิปถ่ายคอนเทนต์ สวนสัตว์จับส่ง ตร. แล้ว

รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง จี้แก้น้ำมันแพง

รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง จี้รัฐแก้น้ำมันแพง–ขาดแคลน ตั้งคำถามราคาหน้าคลัง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนปัญหาลึกๆ ในวงการขนส่งของไทย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 กลุ่มสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำรถบรรทุกกว่า 1,000 คันมารวมตัวกันบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง สร้างความชะงักงันบนถนนสุขุมวิททั้งขาเข้าชลบุรีและพัทยา

รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง จี้รัฐแก้น้ำมันแพง–ขาดแคลน ตั้งคำถามราคาหน้าคลัง

นายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรวมตัวครั้งนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ จอดรถกว่า 200 คันรอบท่าเรือแหลมฉบัง จุดหนองแขวะ 70 คัน และแนวร่วมอีก 600-700 คันเคลื่อนขบวนเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง

สาเหตุหลักจากปัญหาน้ำมันแพงและขาดแคลน

ผู้ประกอบการขนส่งไม่เชื่อมั่นการบริหารจัดการน้ำมันของรัฐ แม้ระบุว่ามีน้ำมันสำรอง 60-90 วัน แต่สถานีบริการกลับขาดแคลนบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต้นทุนโลจิสติกส์ที่พุ่งสูง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันหน้าคลัง ปรับขึ้นรวดเร็ว 40-50 บาทใน 3-5 วัน โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

กลุ่มเรียกร้องให้ใช้กลไกอย่างกองทุนน้ำมัน ค่าการตลาด ค่าการกลั่น และภาษีสรรพสามิตให้เต็มประสิทธิภาพก่อนปรับราคา รวมถึงทบทวนการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ไม่เหมาะกับผู้บริโภคในประเทศ

การรวมตัวของรถบรรทุกที่แหลมฉบัง

ปัญหาความแออัดท่าเรือแหลมฉบังทวีความรุนแรง

ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นประตูการค้าหลัก มีความแออัดรุนแรง ทำให้รถบรรทุกต้องรอคิวนาน สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มในช่วงราคาแพงและขาดแคลน สถานการณ์นี้กระทบห่วงโซ่อุปทานทั้งประเทศ

  • น้ำมันแพง: เพิ่มต้นทุนขนส่ง 30-50%
  • ขาดแคลน: บังคับให้หยุดงาน สูญเสียรายได้วันละล้าน
  • ราคาหน้าคลังไม่โปร่งใส: ปรับขึ้นกะทันหันโดยไม่แจง
  • แออัดท่าเรือ: รอสินค้านาน 3-5 วัน
ผู้ประกอบการขนส่งประท้วง

แม้กลุ่มจะเชื่อมั่นว่ารัฐมีเจตนาแก้ไข แต่ต้องเห็นผลชัดเจน หากไม่คลี่คลายอาจยกระดับการเคลื่อนไหว ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการ แต่กระทบผู้บริโภคทุกคนผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น

รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง จี้รัฐแก้น้ำมันแพง–ขาดแคลน ตั้งคำถามราคาหน้าคลัง ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบน้ำมันและโลจิสติกส์ของไทยอย่างจริงจัง เพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตปัญหาน้ำมันแพงได้ที่นี่!

ที่มา – รถบรรทุกนับพันคันรวมตัวแหลมฉบัง จี้รัฐแก้น้ำมันแพง–ขาดแคลน ตั้งคำถามราคาหน้าคลัง

สายมูส่องเลขเด็ด! คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติ

สวัสดีเพื่อนๆ สายมูทุกคน! วันนี้มีเรื่องฮือฮามาเล่าให้ฟังกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะคะ สายมูส่อง “เลขเด็ด” คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า เรียกได้ว่าปังสุดๆ ไปเลย เพราะนอกจากจะทำบุญใหญ่โตแล้ว ยังมีเลขเด็ดจากธูปมงคลให้สายมูได้ลุ้นโชคงวด 16/3/69 อีกด้วย ใครที่กำลังหาเลขงวดนี้ อย่าพลาดเด็ดขาด!

สายมูส่อง “เลขเด็ด” คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า

สายมูส่อง “เลขเด็ด” คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า

เหตุการณ์สุดน่าประทับใจเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่สุสานไร้ญาติของมูลนิธิไตรคุณธรรม หมู่ 2 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี นำโดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง นางสาวลภัสรดา ระฆังทอง หรือ “ครูขนมเทียน”, นางสาวนวพร แวงน้อย หรือ “พญามด”, และนางสาวภิรดา ธนโชติจินดา หรือ “แม่น้ำหนึ่ง” พร้อมทีมงาน ได้จัดหมูกระทะถึง 600 ชุด มาจัดเลี้ยงวิญญาณเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ไร้ญาติสนิท มูลค่าราว 200,000 บาทเลยทีเดียว!

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะที่กลุ่มคนดังเหล่านี้ทำบุญแบบนี้ เพราะทำมาต่อเนื่องเกือบ 5 ปีแล้ว โดยเฉพาะครั้งนี้พิเศษเพราะเป็นการส่งท้ายก่อนที่มูลนิธิจะล้างป่าช้าครั้งใหญ่ในวันที่ 18 มีนาคม ทำให้เชื่อว่าการทำบุญครั้งนี้จะได้บุญกุศลมหาศาล ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นหลายด้าน หลังจากทำบุญเสร็จ ก็มีเรื่องดีๆ เข้ามาเพียบเลย

คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า

เลขเด็ด 554 ที่สายมูแห่ส่องจากธูปมงคล

ไฮไลต์ที่สายมูรอคอยก็คือการจุดธูปขอโชคลาภ! หลังจากจุดธูปมงคล ควันธูปรวมตัวเป็นเลขชัดเจน 554 เลยค่ะ ชาวบ้านและสายมูที่มาร่วมงานต่างพากันถ่ายรูปเก็บเลขนี้ไปลุ้นหวยงวด 16 มีนาคม 2569 กันถ้วนหน้า เรียกได้ว่า สายมูส่อง “เลขเด็ด” คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า แบบนี้ ใครจะพลาดได้ล่ะคะ

นอกจากเลี้ยงผีแล้ว ยังมีข้าวสารอาหารแห้งกว่า 500 ชุด แจกให้ชาวบ้านในพื้นที่ด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรมกว่า 50 คน ช่วยกันจัดเตรียมเตาหมูกระทะวางเรียงตามหลุมศพ บรรยากาศคึกคักมาก ชาวบ้านยืนรอรับของแจกเพียบเลย

ทำไมคนดังถึงเลือกทำบุญเลี้ยงผีด้วยหมูกระทะ?

หลายคนอาจสงสัย ทำไมต้องหมูกระทะ? จริงๆ แล้วเป็นเมนูที่วิญญาณชอบ โดยเฉพาะคนที่จากไปแบบไร้ญาติ การนำมาทำบุญช่วยส่งเสริมให้วิญญาณได้อิ่มเอม และเจ้าของบุญก็ได้บุญตามหลักกรรมฐาน นอกจากนี้ยังตอบดราม่าโซเชียลที่บอกว่าทำไมไม่เลี้ยงคนบ้าง คราวนี้เลยเลี้ยงทั้งผีทั้งคน สร้างบุญใหญ่ให้ครอบครัวไปเลยค่ะ

  • สิ่งของที่นำมาทำบุญ:
  • หมูกระทะ 600 ชุด มูลค่า 200,000 บาท
  • ข้าวสารอาหารแห้ง 500 ชุด สำหรับชาวบ้าน
  • ธูปมงคลขอโชคลาภ

ครูขนมเทียน พญามด และแม่น้ำหนึ่ง เป็นอินฟลูเซอร์ที่ดังเรื่องมูเต็มตัว โดยเฉพาะแม่น้ำหนึ่งที่ให้เลขเด็ดแม่นๆ มานักต่อนัก ส่วนพญามดกับครูขนมเทียนก็เชี่ยวชาญเรื่องไสยศาสตร์และทำบุญส่งเสริมโชคลาภ การรวมพลังกันครั้งนี้เลยยิ่งปัง!

ส่วนตัวมองว่าการทำบุญแบบนี้ไม่เพียงได้บุญ แต่ยังช่วยสังคมจริงๆ ชาวบ้านได้ของใช้ วิญญาณได้เลี้ยง และสายมูได้เลขเด็ด ชนะทุกทางเลยค่ะ

คำแนะนำสำหรับสายมู: ถ้าอยากลุ้นโชค ลองไปไหว้พระทำบุญที่สุสานไร้ญาติดูนะคะ อาจได้เลขเด็ดแบบนี้บ้าง อย่าลืมจุดธูปขอพรให้ชัดเจน สวดมนต์แผ่เมตตา แล้วชีวิตจะราบรื่น โชคลาภไหลมาเทมาแน่นอน! ลุ้นงวดนี้กันเถอะ 554 ไปเลย

ที่มา – สายมูส่อง “เลขเด็ด” คนดังจัดหมูกระทะ 600 ชุด เลี้ยงผีไร้ญาติก่อนล้างป่าช้า

ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาในวงการข่าวอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะโรงงานลักลอบผลิตน้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผิดกฎหมายและอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน น้ำกระท่อมหรือน้ำพืชกระท่อม เป็นเครื่องดื่มที่สกัดจากใบกระท่อม มีสารอัลคาลอยด์ที่ทำให้เกิดอาการเมาคล้ายยาเสพติด หากผสมกับยาแก้ไอหรือยาแก้แพ้ที่มีสารออกฤทธิ์จะยิ่งอันตราย อาจนำไปสู่การเสพติดหรือเสียชีวิตได้ การที่ตำรวจบุกทลายครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมที่มอมเมาเยาวชน

ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสถานีตำรวจไซเบอร์ หรือ ผบช.สอท. ร่วมกับ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านผ่านระบบออนไลน์ ว่ามีโรงงานลับผลิตน้ำกระท่อมในพื้นที่อ.เมืองชลบุรี โดยมีการกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบผ่านรถส่งของไปยังร้านค้าต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนทันที พบว่าโรงงานตั้งอยู่ในโกดังไม่มีเลขที่ หมู่ 5 ต.สำนักบก อ.เมือง จ.ชลบุรี มีรั้วสูงล้อมรอบและติดป้ายปลอมว่าเป็นโรงงานรีไซเคิลเพื่ออำพราง

เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลแขวงชลบุรี ที่ ค.20/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569 บุกเข้าตรวจค้น พบคนงานกำลังผลิตน้ำกระท่อมอย่างคึกคัก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทันที นอกจากตำรวจไซเบอร์แล้ว ยังมีเจ้าพนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีและตำรวจชลบุรีเข้าร่วมปฏิบัติการ ทำให้การจับกุมราบรื่นและยึดของกลางได้จำนวนมาก โรงงานแห่งนี้ลอบเปิดมานานกว่า 1 เดือน โดยผลิตน้ำกระท่อมพร้อมดื่มขนาด 1 ลิตร คละกลิ่นต่างๆ จำนวนวันละกว่า 4,000 ขวด ขายส่งให้ร้านค้าที่ราคาขวดละ 35 บาท และร้านค้าขายปลีกที่ 60 บาท

รายละเอียดผู้ต้องหาและของกลางจากการทลายโรงงาน

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายรัฐพล เหี่ยวขุนทด อายุ 31 ปี, นายอติโรจน์ สถาวร อายุ 33 ปี, นายพีรวัฒน์ ธุระพล อายุ 28 ปี ชาวไทยทั้งหมด และคนงานชาวเมียนมาชายหญิง 20 คน ซึ่งทำหน้าที่ผลิตตลอด 24 ชั่วโมง ของกลางที่ยึดได้มีจำนวนมหาศาล แสดงให้เห็นว่านี่คือโรงงานรายใหญ่จริงๆ

  • ใบกระท่อมสด 415 กิโลกรัม
  • ยาแก้ไอชนิดน้ำ (ยาอันตราย) หลายยี่ห้อ รวม 724 ขวด
  • ยาแก้แพ้ชนิดน้ำ (ยาอันตราย) 456 ขวด
  • ยาทรามาดอล ไฮโดรคลอไรด์ 250 เม็ด
  • สารกันบูด 24 กิโลกรัม
  • สารแต่งกลิ่น 23 กิโลกรัม
  • น้ำกระท่อมบรรจุขวดพร้อมดื่มขนาด 1 ลิตร คละกลิ่น 5,660 ขวด
  • ขวดเปล่า 23,856 ใบ
  • หม้อต้มขนาดใหญ่ 31 ใบ
  • ชุดเตาแก๊ส 33 เตา
  • สติกเกอร์ S1 SUPER ONE และอุปกรณ์ผลิตอื่นๆ

ผลการสอบสวนและข้อกล่าวหา

จากการสอบสวน นายอติโรจน์ ผู้ดูแลการผลิต ยอมรับว่าทำงานร่วมกับเพื่อนไทยอีก 2 คน รับค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท โดยมีเจ้าของชื่อ “เจ้” ไม่ทราบนามสกุลจริง เป็นผู้ว่าจ้าง ชาวเมียนมาทำงานผลิตทั้งวันทั้งคืน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พรบ.ยา พ.ศ.2510, ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องอาหารห้ามผลิต-จำหน่าย, ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศเรื่องฉลากอาหารตาม พรบ.อาหาร พ.ศ.2522” สำหรับคนงานเมียนมา เพิ่มข้อหาลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

เหตุการณ์ ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี ครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งช่วยลดปัญหายาเสพติดในชุมชน น้ำกระท่อมไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในขวดสวยๆ หากประชาชนพบเห็นเบาะแส ควรรายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อปกป้องสังคม

ในมุมมองของผู้เขียน การปราบปรามเช่นนี้ต้องทำต่อเนื่อง เพราะโรงงานเหล่านี้อาจผุดขึ้นใหม่ได้ง่าย หากไม่ตัดวงจรการกระจาย คุณล่ะคิดอย่างไรกับปัญหาน้ำกระท่อมในพื้นที่ของคุณ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอาชญากรรมอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ตำรวจทลายโรงงานผลิต “น้ำกระท่อม” รายใหญ่ในชลบุรี ลอบเปิดมานานกว่า 1 เดือน

ล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบน

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน เมื่อตำรวจกำลังล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบน หลังจากมีภาพวงจรปิดจับภาพชายต้องสงสัยอุ้มร่างหญิงสาวที่หมดสติขึ้นรถและขับหายไปไกลกว่า 230 กิโลเมตร ก่อนทิ้งศพในคลองที่ราชบุรี เรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ชลบุรีและราชบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน

ล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบน

ทุกเรื่องเริ่มต้นจากวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นายจักร (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ได้รับข้อความจากนางสาวจี้ เจิ้งเจียว อายุ 34 ปี ชาวจีน ส่งมาว่า “ช่วยด้วย” ในช่วงเช้าตรู่ เวลา 06.37 น. เขาพยายามโทรกลับแต่ติดต่อไม่ได้ จึงแจ้งเพื่อนของเธอชื่อนายจาง เซียวเทียน อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มที่บินตรงจากจีนมาประเทศไทยเพื่อช่วยตามหา สุดท้ายทั้งคู่เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี โดยทราบว่าครั้งสุดท้ายนางสาวจี้ไปที่พูลวิลล่าในซอยชัยพฤกษ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง

ภาพวงจรปิดหลักฐานสำคัญ

พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ทันที และพบภาพจากกล้องวงจรปิดที่นาทีสำคัญ ชายชาวจีนรายหนึ่งพยายามลากและอุ้มนางสาวจี้ที่อยู่ในสภาพหมดสติ โดยโอบแขนจากด้านหลัง ก่อนอุ้มขึ้นรถเก๋ง BMW สีดำ และขับมุ่งหน้าไปกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่แกะรอยรถคันนี้ จนพบเจ้าของรถยอมรับว่าเพื่อนชาวจีนยืมไป 1 วันแล้วคืนมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายจางให้การเพิ่มเติม หลังผล DNA ยืนยันว่าร่างศพหญิงนิรนามที่พบลอยอืดในคลองริมสวนมะม่วงและมะพร้าว หมู่ 10 ต.บางแพ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ห่างจากพูลวิลล่าประมาณ 238 กม. คือล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบน สภาพศพเปลือยท่อนบน นุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว ไม่มีร่องรอยถูกทำร้ายชัดเจน

  • วันที่พบศพ: 25 กุมภาพันธ์ 2569
  • ระยะทางจากจุดเกิดเหตุ: 238 กิโลเมตร
  • ข้อมูลผู้เสียชีวิต: เข้าประเทศไทย 5 ครั้ง ล่าสุด 9 ธันวาคม 2568
  • สถานที่พบศพ: คลองราชบุรี

ทีมข่าวลงพื้นที่พูลวิลล่า เจ้าของสถานที่ยืนยันให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่ แต่ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเพราะกลัวกระทบคดี พวกเขาตกใจมากที่ศพที่ราชบุรีคือเหยื่อรายนี้ ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับชายชาวจีนคนนี้ โดยยังไม่เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม

เหตุการณ์ล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่พักในที่พักส่วนตัว ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้ใช้แอปติดตามตำแหน่งและแจ้งเพื่อนฝูงเสมอ นอกจากนี้ การมีกล้องวงจรปิดช่วยเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนคดีอาชญากรรม

ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความระมัดระวังต้องมาก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาและชลบุรี หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ สามารถแจ้งเบาะแสให้ตำรวจได้ทันที เพื่อช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นเร็วที่สุด ชวนติดตามความคืบหน้าคดีนี้กับเรา!

ที่มา – ล่าชายชาวจีน อุ้มสาวเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งเป็นศพเปลือยท่อนบน

Scroll to top