ชลบุรี

ปชน. ส่งอิทธิวัฒน์ชิงนายกพัทยาแทนเอิงนิศามาศ

ปชน. ส่งอิทธิวัฒน์ชิงนายกพัทยาแทนเอิงนิศามาศ เป็นข่าวร้อนที่ชาวพัทยาทุกคนกำลังจับตามองเลยนะครับ หลังจากที่ “เอิง นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ” ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาจากพรรคประชาชน (ปชน.) ประกาศถอนตัวอย่างกะทันหัน พรรคไม่รอช้า ส่ง “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” มาลงชิงแทนทันที เพื่อสานต่อนโยบายและความฝันของชาวพัทยาให้ก้าวต่อไป

ปชน. ส่งอิทธิวัฒน์ชิงนายกพัทยาแทนเอิงนิศามาศ

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) น.ส.นิศามาศ หรือเอิง โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งถอนตัวจากตำแหน่งผู้สมัคร ด้วยเหตุผลส่วนตัว โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพของคนในครอบครัว ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่สามารถทุ่มเทเต็มที่ได้ ก่อนหน้านั้นยังโพสต์ภาพหันหลังสวมแจ็กเก็ตพรรค พร้อมแคปชั่นสุดซึ้ง “ฟ้าสว่างเมื่อไหร่ เจอกันใหม่” ซึ่งสะท้อนถึงความเสียใจและความหวังในอนาคต

ทางเพจพรรคประชาชน ชลบุรี ก็โพสต์ขอบคุณเอิงทันที เวลา 10.00 น. ระบุชัดว่าพรรคเคารพการตัดสินใจ และพร้อมก้าวต่อไปเพื่อพัทยา

เพจพรรคประชาชนขอบคุณเอิงนิศามาศ

ปชน. ส่งอิทธิวัฒน์ชิงนายกพัทยาแทนเอิงนิศามาศ

เพื่อไม่ให้งานสะดุด พรรคประชาชนมีมติส่งนายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร มาชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาแทน คุณอิทธิวัฒน์เป็นสมาชิกทีมพัทยาประชาชนมาตั้งแต่แรกเริ่ม มีความรู้ความเข้าใจในปัญหาพื้นที่พัทยาอย่างลึกซึ้ง ทั้งการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานที่พัทยากำลังต้องการการเปลี่ยนแปลง

อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา

เหตุผลที่เอิงนิศามาศถอนตัว และพรรคจัดการอย่างไร

เอิงถอนตัวเพราะเหตุผลส่วนตัวและสุขภาพครอบครัว แต่พรรคปชน. แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ โดยเลือกคนที่พร้อมรบแทนทันที ไม่ปล่อยให้ช่องว่างเกิดขึ้น นี่คือจุดแข็งของทีมที่วางแผนไว้ดี

อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร พร้อมนำพาพัทยาอย่างไร

คุณอิทธิวัฒน์ไม่ใช่หน้าใหม่ เขามีหัวใจเพื่อพัทยาเต็มเปี่ยม พร้อมส่งมอบนโยบาย “พัทยาเพื่อทุกคน” ที่เน้น:

  • พัฒนาการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ลดปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง
  • แก้ปัญหาน้ำเสียและสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านร้องเรียนมานาน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
  • ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่งสาธารณะ
  • ทุ่มเททำงานหนักเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

พัทยาเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวไทย การเลือกนายกที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นแบบนี้ จะช่วยให้เมืองก้าวกระโดดได้อีกขั้น ปัญหาเก่าๆ อย่างขยะล้น น้ำท่วม หรือความเหลื่อมล้ำ จะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

ในมุมมองผม การเปลี่ยนตัวผู้สมัครแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนมีทีมงานที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูง ไม่ใช่พึ่งคนคนเดียว มันคือสัญญาณดีสำหรับชาวพัทยาที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

คุณคิดยังไงกับข่าว ปชน. ส่งอิทธิวัฒน์ชิงนายกพัทยาแทนเอิงนิศามาศ นี้? เชื่อมั่นในตัวผู้สมัครใหม่ไหม? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่าง หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ชาวพัทยารู้กันนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตการเลือกตั้งนายกพัทยาได้ที่นี่เลย!

ที่มา – ปชน. ส่ง “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” ลงชิงนายกเมืองพัทยา แทน “เอิง นิศามาศ” ที่ถอนตัว

“เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัวชิงนายกพัทยา

ข่าวการเมืองท้องถิ่นเมืองพัทยาสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ สร้างความประหลาดใจให้กับประชาชนและนักการเมืองในพื้นที่ โดยเอิงได้โพสต์แจ้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ระบุเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่สามารถทุ่มเททำงานได้เต็มที่

“เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน

ในข้อความที่เอิง นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ โพสต์ลงเฟซบุ๊ก “เอิง – นิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ” ระบุชัดเจนว่า “เอิงขอใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารเพื่อให้ทุกท่านได้ทราบค่ะ ก่อนอื่น เอิงขอแจ้งทุกท่านว่า เอิงได้ถอนตัวจากการเป็นผู้ประสงค์ลงสมัครนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการ เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวที่คิดว่าไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่” นอกจากนี้ เอิงยังแสดงความขอบคุณต่อประชาชนเมืองพัทยาและทีมงานทุกคนที่ให้การสนับสนุน พูดคุย แนะนำ ติชม และสะท้อนปัญหาต่างๆ ตลอดมา

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เอิงเคยประกาศความตั้งใจชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาอย่างชัดเจน โดยมีพรรคประชาชนหนุนหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้เอิง พร้อมเปิดแคมเปญหลัก “พัทยาเพื่อทุกคน” เอิงตั้งเป้าจะเป็นนายกเมืองพัทยาผู้หญิงคนแรกที่เป็นตัวแทนของทุกคน ไม่ยึดติดกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เน้นกระจายการพัฒนาให้ทั่วถึงทุกชุมชน ไม่จำกัดเฉพาะแหล่งท่องเที่ยว โดยวางวิสัยทัศน์ให้พัทยาเป็นเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน

ประวัติและวิสัยทัศน์ของเอิง นิศามาศ

นางสาวนิศามาศ เลาหรัตนาหิรัญ หรือเอิง เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติโดดเด่น จบการศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบูรพา มีประสบการณ์หลากหลายในวงการต่างๆ ดังนี้

  • งานในแวดวงโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของพัทยา
  • การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • งานนิติบัญญัติในฐานะเลขานุการกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร
  • เลขานุการกรรมาธิการปราบปรามการฟอกเงิน สภาผู้แทนราษฎร

ด้วย背景ที่แข็งแกร่ง เอิงเคยได้รับการตอบรับดีจากประชาชนในพื้นที่ ที่ชื่นชอบแนวคิดกระจายโอกาสและพัฒนาที่ยั่งยืน แต่สุดท้ายเหตุผลส่วนตัวทำให้ต้องถอนตัว สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้สนับสนุน

ผลกระทบจากการถอนตัวของเอิง นิศามาศ

การประกาศ “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน ส่งผลให้พรรคประชาชนต้องปรับแผนด่วนในการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของนักการเมืองท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของไทย กำลังเผชิญปัญหาหลายประการ เช่น การจัดการขยะ การจราจร และการกระจายรายได้ให้ชุมชนรอบนอก หากไม่มีเอิง ผู้สมัครอื่นๆ อาจได้เปรียบในแง่การหาเสียง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของเอิงแสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และไม่เห็นแก่ตัว หากเธอไม่มั่นใจว่าจะทำงานเต็มที่ ก็เลือกถอนตัวเพื่อเปิดทางให้บุคคลอื่นที่พร้อมกว่า นี่คือตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้ยังคงน่าติดตาม เพราะพัทยาต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูหลังโควิด การดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ หรือการพัฒนาชุมชนยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของเอิง? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองท้องถิ่นจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “เอิง นิศามาศ” ประกาศถอนตัว ลงสมัครเลือกตั้ง ชิงนายกเมืองพัทยา ในนามพรรคประชาชน

เจ็บ 16 ราย รถตู้แสวงบุญชนรถพ่วงชลบุรี

เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่ทำให้เจ็บ 16 ราย รถตู้แสวงบุญ กลับจากล้างป่าช้า ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ กลางแยกไฟแดง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 เมษายน 2567 บนถนนดอนหัวฬ่อ-บ้านบึง หมู่ 4 ต.สำนักบก อ.เมืองชลบุรี เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

เจ็บ 16 ราย รถตู้แสวงบุญ กลับจากล้างป่าช้า ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ กลางแยกไฟแดง จ.ชลบุรี

รถตู้แสวงบุญที่เพิ่งเสร็จพิธีล้างป่าช้า และกำลังมุ่งหน้ากลับจังหวัดสระแก้ว เกิดการชนอย่างแรงกับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ กลางแยกไฟแดง รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยินด้านขวา ขณะที่รถบรรทุกฮีโน่ หัวลากสีส้มเขียว ทะเบียนชลบุรี พุ่งชนเข้ามา ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 16 ราย ได้รับการช่วยเหลือจากกู้ภัยไตรคุณธรรม และนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 ชลเวชทันที

คำให้การจากผู้ขับขี่ทั้งสองฝ่าย

นายยงยุทธ ประดับทอง อายุ 58 ปี ผู้ขับรถตู้ เล่าว่าหลังเสร็จพิธีล้างป่าช้า แวะกินข้าวเสร็จกำลังจะข้ามทาง แต่รถสิบล้อพุ่งมาชน ไม่ทราบว่าใครฝ่าสัญญาณไฟเพราะไฟไม่ติด ขณะที่นายจรัญ บำรุงชน อายุ 58 ปี ผู้ขับรถบรรทุก กล่าวว่าตนขับตามไฟเขียวที่ติดอยู่นาน คู่กรณีไม่เบรก ข้ามมาทันที ตนบีบแตรเตือนแล้ว แต่หยุดไม่อยู่

ทั้งสองฝ่ายให้การไม่ตรงกัน ตำรวจจาก ร.ต.ท.วรุตม์ กันทา รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองชลบุรี จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาความจริง และดำเนินคดีตามกฎหมาย

สาเหตุหลักจากสัญญาณไฟเสีย

ชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าปัญหาสัญญาณไฟจราจรเสียมาตั้งแต่เช้า ติดแต่ไฟเขียวฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ได้แจ้งนายกฯ อบต.ไปแล้ว และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ทันได้ซ่อม ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงนี้ ชาวบ้านเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

  • รถตู้แสวงบุญ: โตโยต้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กทม. กลับจากล้างป่าช้า
  • รถบรรทุก: ฮีโน่ 18 ล้อ สีส้มเขียว ทะเบียน ชลบุรี
  • สถานที่: แยกไฟแดง ถนนดอนหัวฬ่อ-บ้านบึง หมู่ 4 ต.สำนักบก
  • ผู้บาดเจ็บ: 16 ราย ส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9
  • เวลา: 14.30 น. 23 เม.ย. 2567

เหตุการณ์เจ็บ 16 ราย รถตู้แสวงบุญ กลับจากล้างป่าช้า ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ กลางแยกไฟแดง จ.ชลบุรีนี้ สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนในพื้นที่ชลบุรี ที่มักมีอุบัติเหตุจากสัญญาณไฟเสียหรือถนนแคบ สถิติอุบัติเหตุในจังหวัดชลบุรีปีที่ผ่านมาสูงถึงหลักพันราย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือกิจกรรมทางศาสนาที่ผู้คนเดินทางเยอะ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เราควรตรวจสอบสภาพรถก่อนเดินทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างแยกไฟ ถ้าพบไฟเสียควรถอยหลังหรือหยุดรอให้ชัดเจน นอกจากนี้หน่วยงานรัฐควรตรวจสอบและซ่อมสาธารณูปโภคอย่างสม่ำเสมอ

insights จากเหตุการณ์นี้: การล้างป่าช้าเป็นประเพณีที่สำคัญทางวัฒนธรรมไทย แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน ควรมีการประสานงานเรื่องการจราจรในพื้นที่จัดงานด้วย

หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้ขับขี่ทุกคนให้ขับขี่ปลอดภัยนะครับ!

ที่มา – เจ็บ 16 ราย รถตู้แสวงบุญ กลับจากล้างป่าช้า ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ กลางแยกไฟแดง จ.ชลบุรี

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ เกาะขามใหญ่สุดคึกคัก

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้คึกคักสุดๆ โดยเฉพาะที่เกาะขามใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแห่กันมาร่วมงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีเก่าแก่ที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีสุดแปลกที่ใครๆ ก็หลงรัก

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขาม โดยมีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติมาร่วมเพียบ บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่ ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง สร้างบรรยากาศคึกคักไปทั้งเกาะ

ประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำนี้จัดทุกปี เป็นเอกลักษณ์ของคนเกาะขามใหญ่ ห่างจากอำเภอเกาะสีชังแค่ 1 กม. นั่งเรือจากท่าเรือจรินทร์ ศรีราชา มาประมาณ 12 กม. ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น ใครอยากมาเล่นน้ำสงกรานต์แบบแปลกใหม่ต้องที่นี่เลย

กิจกรรมเด็ดในงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ

  • พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ
  • พิธีกองข้าวบวงสรวง
  • การก่อพระเจดีย์ทราย
  • ละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือพาย
  • มวยทะเล และไฮไลต์อุ้มสาวลงน้ำ

ทุกกิจกรรมสนุกสนาน ทำให้ผู้เข้าร่วมหัวเราะร่า ยิ้มแย้มไปทั้งวัน โดยเฉพาะไฮไลต์สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำที่ไม่มีที่ไหนเหมือน มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวเกาะซึ่งเป็นชาวประมงหลักๆ จะหยุดออกทะเลช่วงนี้ พาครอบครัวมารวมตัวกัน

ในวันนี้ หนุ่มๆ หรือผู้ใหญ่บ้านจะเลือกสาวที่ชอบ ขออนุญาตแล้วอุ้มลงทะเล พร้อมอวยพรกัน ขอขมาลาโทษปรับความเข้าใจ ลูกหลานก็อุ้มผู้ใหญ่ลงน้ำเพื่อขอพร สร้างความอบอุ่นในครอบครัว นักท่องเที่ยวหญิงที่มาร่วม ไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ ก็ยอมให้อุ้มแบบไม่ถือสา สนุกกันเต็มที่

ชาวต่างชาติจากหลายประเทศพากันมา ค้างที่เกาะสีชังแล้วมาร่วมงาน ถ่ายรูปอัพโซเชียลให้เพื่อนๆ ดู ประเพณีนี้ดังไกลระดับโลก เพราะความแปลกและวัฒนธรรมโบราณที่ยังคงไว้ ลูกหลานเกาะสีชังที่ทำงานต่างถิ่นก็กลับมาบ้านเกิดทุกปี เพิ่มความคึกคักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เกาะขามใหญ่ยังมีหาดสวย น้ำใส เหมาะพักผ่อน ใครมาสงกรานต์ที่นี่ ได้ทั้งเล่นน้ำ ได้ทั้งเรียนรู้ประเพณีไทยแท้ๆ สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ห้ามพลาด

ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวสงกรานต์ปีหน้า ลองวางแผนมาที่นี่ดู สัมผัสความสนุกแบบดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณจะติดใจ!

ที่มา – นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ” สืบสานประเพณีเก่าแก่ของชุมชน

ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท ชายโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย นั่นคือ ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท ชายโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง แอบปีนรั้วลงไปในบ่อของน้องหมูเด้ง ฮิปโปโปเตมัสแคระสุดน่ารัก เพื่อหวังถ่ายคลิปคอนเทนต์ไวรัล แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนต้องขึ้นศาล สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้โพสต์สรุปคำพิพากษาแล้ว ทำให้เรารู้สึกทั้งขำทั้งสยองแทนเลยครับ

ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท ชายโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 (ไม่ใช่ 2569 นะครับ ตามข่าวจริง) เวลาประมาณ 17.00 น. หนุ่มรายนี้แอบย่องเข้าไปในส่วนแสดงของน้องหมูเด้ง ซึ่งเป็นฮิปโปโปเตมัสแคระที่กำลังดังมากในโซเชียล มีเดีย เพราะหน้าตาน่ารักกลมๆ เหมือนหมูเด้งจริงๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับได้ทัน ส่งตัวให้ตำรวจทันที หลังจากนั้นคดีก็ดำเนินไปจนศาลแขวงจังหวัดชลบุรีตัดสินเมื่อไม่นานมานี้

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งเป็นสวนสัตว์ชื่อดังในจังหวัดชลบุรี ได้โพสต์สรุปผ่านแฟนเพจ Facebook อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยมีความผิดจริงในคดีหมายเลขแดงที่ อ1549/2567 สั่งปรับเงิน 10,000 บาทเต็มๆ และจำเลยรับสารภาพ ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว นี่คือบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับการบุกรุกพื้นที่หวงห้ามครับ

สรุปคำพิพากษาแบบละเอียด

  • เหตุการณ์: ชายคนดังกล่าวปีนลงไปในบ่อแสดงฮิปโปโปเตมัสแคระ (น้องหมูเด้ง) โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ผลตัดสิน: ศาลแขวงจังหวัดชลบุรีพิพากษาว่าผิดจริง
  • บทลงโทษ: ปรับเงิน 10,000 บาท (ชำระแล้ว)

นอกจากนี้ สวนสัตว์ยังเน้นย้ำข้อควรระวังสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ห้ามปีนป่ายหรือลงบ่อสัตว์เด็ดขาด ปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ร่วมดูแลสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อให้น้องหมูเด้งและเพื่อนๆ สัตว์อื่นๆ อยู่สุขสบาย

ทำไมการโดดบ่อหมูเด้งถึงอันตรายขนาดนี้?

หลายคนอาจคิดว่าฮิปโปแคระน่ารัก ไม่น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วฮิปโปโปเตมัสทุกสายพันธุ์มีฟันและกรามที่แข็งแกร่งมาก แม้ตัวเล็กแต่พลังกัดรุนแรง สามารถทำร้ายคนได้ง่ายๆ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคจากมนุษย์สู่สัตว์ หรือสัตว์ป่วยจากความเครียด สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีกฎเข้มเพื่อปกป้องทั้งนักท่องเที่ยวและสัตว์ครับ

น้องหมูเด้งกลายเป็นดาวเด่นตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ด้วยพฤติกรรมขี้เล่น ชอบโผล่หัวขึ้นมาให้ถ่ายรูป นักท่องเที่ยวแห่มาชมกันเยอะ ทำให้สวนสัตว์คึกคัก แต่เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพง 10,000 บาท สำหรับคนที่อยากดังไวรัลแบบไม่คิด

พูดถึงสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต มีสัตว์หายากมากมาย เช่น ชิมแปนซี กอริลล่า และนกนานาชนิด พื้นที่กว้างใหญ่ขับรถชมได้สะดวก ราคาตั๋วไม่แพง เหมาะสำหรับครอบครัว แต่ต้องเคารพกฎทุกข้อเพื่อความปลอดภัย

จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยไปเที่ยวมาแล้ว ชอบที่น้องหมูเด้งมาก ถ่ายรูปจากระยะไกลก็สวยแล้ว ไม่ต้องเสี่ยงเลยครับ เหตุการณ์ ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท ชายโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว นี้สอนให้เรารู้ว่า ‘ชมอย่างมีระยะห่าง เคารพกฎกติกา เพื่อความปลอดภัยของทุกคน’ จริงๆ

สุดท้ายนี้ อยากเชิญชวนทุกท่านไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวกันครับ แต่โปรดปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดนะ จะได้สนุกปลอดภัยทั้งคนทั้งสัตว์ ถ้าชอบน้องหมูเด้ง อย่าลืมติดตามอัปเดตจากแฟนเพจสวนสัตว์ด้วยล่ะ!

ที่มา – ศาลสั่งปรับ 1 หมื่นบาท ชายโดดบ่อ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สัปเหร่อสุดทน ขนศพไปเติมน้ำมันปั๊ม

เชื่อหรือไม่ว่าเหตุการณ์ สัปเหร่อสุดทน ไปซื้อน้ำมันมาเผาศพ ถูกปฏิเสธ ถึงขั้นต้องขนร่างคนตายใส่โลงขับรถมาที่ปั๊ม เกิดขึ้นจริงที่ชลบุรี! เรื่องราวสุดหลอนนี้กลายเป็นไวรัลบนโซเชียล สะท้อนปัญหาน้ำมันแพงและขาดแคลนที่กระทบทุกวงการ แม้กระทั่งอาชีพสัปเหร่อที่ต้องเผาศพผู้เสียชีวิต มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สัปเหร่อสุดทน ไปซื้อน้ำมันมาเผาศพ ถูกปฏิเสธ ถึงขั้นต้องขนร่างคนตายใส่โลงขับรถมาที่ปั๊ม

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ที่จังหวัดชลบุรี สัปเหร่อคนหนึ่งชื่อนายปรีชา อายุ 48 ปี จากวัดแห่งหนึ่งริมถนนสาย 344 ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง เดินทางไปปั๊มน้ำมันเพื่อขอเติมน้ำมันดีเซลใส่ถัง เอาไปเผาศพ แต่พนักงานปั๊มกลับปฏิเสธ เพราะกลัวว่าจะเอาไปกักตุน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันขาดตลาดจากปัญหาเศรษฐกิจและสงครามโลก

ไม่ยอมแพ้ สัปเหร่อนายปรีชาจึงอัดคลิปไลฟ์สดลงเฟซบุ๊ก ระบายความอัดอั้น ก่อนจะกลับไปโรงพยาบาลขนร่างผู้เสียชีวิตใส่โลงศพ บรรทุกขึ้นรถกระบะพร้อมถังน้ำมัน 3 ใบ ขับตรงดิ่งมาที่ปั๊มอีกครั้ง! เปิดฝาโลงให้ดูศพจริงๆ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้กักตุน แต่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเผาศพเท่านั้น สุดท้ายพนักงานปั๊มเห็นแล้วยอมเติมให้ตามจำนวน

สาเหตุเบื้องหลังเหตุการณ์สัปเหร่อสุดทน ไปซื้อน้ำมันมาเผาศพ

นายปรีชาเล่าว่า ผู้เสียชีวิตครอบครัวยากจน ญาติยินยอมให้เผาศพเพราะโรงพยาบาลต้องการพื้นที่เก็บศพใหม่ๆ ส่วนป่าช้ากำลังล้าง ไม่สามารถฝังได้ทันที มีผู้ใจบุญบริจาคค่าน้ำมันให้ แต่ปั๊มไม่เติมใส่ถังเพราะนโยบายป้องกันการกักตุน สัปเหร่อทำหน้าที่นี้มานานตั้งแต่ปี 2548 สมัยเตาเผายังใช้ถ่าน เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าเติมดีเซลจากปั๊มนี้ทุกครั้ง

  • ครั้งแรก: ขอเติมถังเพื่อเผาศพ ถูกปฏิเสธ
  • ครั้งที่สอง: ขนโลงศพ+ศพ+ถัง 18 ลิตร 3 ใบ มาพิสูจน์
  • ผลลัพธ์: ปั๊มยอมเติมหลังผู้จัดการอนุมัติ

คลิปไลฟ์ที่แพร่กระจายทำให้หลายคนหลอนทั้งปั๊ม เห็นภาพโลงศพจอดลานเติมน้ำมัน แสดงให้เห็นปัญหาที่สัปเหร่อต้องเผชิญ จากข่าวทีวีที่เคยเห็นคิวรถยาวเพื่อเติมน้ำมัน ตอนนี้กระทบถึงศพด้วย

ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันต่ออาชีพสัปเหร่อ

สถานการณ์น้ำมันดีเซลขาดแคลนจากราคาน้ำมันโลกพุ่ง สงครามยูเครน-รัสเซีย ส่งผลให้ปั๊มจำกัดการเติมถังเพื่อป้องกันการกักตุนขายดำ สัปเหร่อต้องใช้น้ำมันวันละหลายร้อยลิตรในการฌาปนกิจศพ หากเตาเผาหยุดชะงัก ศพจะค้าง รอญาติมาจัดการไม่ได้ สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เช่น ออกนโยบายพิเศษให้อาชีพจำเป็น หรือสนับสนุนเตาเผาไฟฟ้าฟรี

นายปรีชาเคยใช้บริการปั๊มนี้มานับไม่ถ้วน แต่ปีนี้ต่างออกไป เขายืนยันว่าไม่เคยกักตุน เพียงแต่ต้องเผาศพให้ทันตามความจำเป็น ญาติผู้ตายส่วนใหญ่รายได้น้อย ต้องพึ่งพาวัดและผู้บริจาค

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตลกหรือหลอน แต่เป็นบทเรียนว่าวิกฤตพลังงานกระทบทุกคน แม้กระทั่งการส่งศพบุคคลไปสู่สุคติ ในมุมมองของผม สถานการณ์แบบนี้จะยิ่งแย่หากไม่มีการจัดการที่ดี รัฐควรมีมาตรการช่วยเหลืออาชีพบริการสาธารณะอย่างสัปเหร่อ

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์ สัปเหร่อสุดทน ไปซื้อน้ำมันมาเผาศพ ถูกปฏิเสธ ถึงขั้นต้องขนร่างคนตายใส่โลงขับรถมาที่ปั๊ม นี้? แชร์ประสบการณ์หรือความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ปัญหา!

ที่มา – สัปเหร่อสุดทน ไปซื้อน้ำมันมาเผาศพ ถูกปฏิเสธ ถึงขั้นต้องขนร่างคนตายใส่โลงขับรถมาที่ปั๊ม

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้งสุดโรแมนติก

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องราวความรักสุดน่ารักและโรแมนติกมาฝากกันอีกแล้วนะคะ! คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง เนี่ย กลายเป็นข่าวฮือฮาที่ทำให้หลายคนยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน บินลัดฟ้าจากแดนมะกะโทมามาเซอร์ไพรส์ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี เลยทีเดียว ใครที่ชอบเรื่องรักหวานๆ หรือหลงใหลในความน่ารักของฮิปโปแคระซุปตาร์ “น้องหมูเด้ง” ต้องห้ามพลาดเลยนะ!

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง ฉากหลังสุดเพอร์เฟกต์

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่ส่วนแสดงฮิปโปโปเตมัสแคระของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี คู่รักหนุ่มสาวชาวอิตาลีที่เป็นนักท่องเที่ยว ตั้งใจบินตรงมาประเทศไทยเพื่อพบกับน้องหมูเด้งโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ เขาเตรียมเค้กผักสุดพิเศษที่ทำจากผักบุ้ง ฟักทอง แครอท และข้าวโพด ซึ่งเป็นของโปรดของน้องหมูเด้งและคุณแม่โจน่า มอบให้เจ้าหน้าที่นำไปวางไว้

พอเจ้าหน้าที่วางเค้กเสร็จ น้องหมูเด้งก็เดินออกมาอย่างร่าเริงตามสไตล์ซุปตาร์ตัวจริง! กำลังเพลินกินเค้กอยู่นั้น หนุ่มอิตาลีก็คว้าโอกาสทอง จับมือแฟนสาว หยิบแหวนเพชรกับช่อดอกไม้ออกมาคุกเข่าขอแต่งงานทันที ฉากหลังคือภาพน้องหมูเด้งกินของอร่อยอย่างเอ็นดู นักท่องเที่ยวรอบข้างทั้งไทยทั้งต่างชาติปรบมือยินดีกันกึกก้อง บรรยากาศอบอุ่นหัวใจสุดๆ ไปเลยค่ะ

คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง

ทำไมคู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้งถึงน่ารักขนาดนี้?

ฝ่ายหญิงชาวอิตาลีเล่าว่า เธอติดตามความน่ารักของน้องหมูเด้งผ่านโซเชียลมีเดียมานาน ชอบที่มันเต้นท่าตายังไงให้คนดูมีความสุข เธอเลยอยากให้วันสำคัญในชีวิตคู่เกิดขึ้นที่นี่ เพื่อให้เต็มไปด้วยพลังบวกและความสุข เหมือนที่หมูเด้งมอบให้โลกใบนี้ ฟังแล้วก็น้ำตาซึมเลยนะคะ รักที่มาพร้อมสัตว์น่ารักแบบนี้ มันพิเศษจริงๆ

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก น้องหมูเด้ง ล่ะก็ มันคือฮิปโปโปเตมัสแคระที่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วโลก จากคลิปเต้นและทำหน้าตาน่ารักๆ ใน TikTok และ Instagram มีผู้ติดตามเป็นล้านๆ เลยนะคะ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวก็เลยกลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตสำหรับสายสัตว์และสายรัก!

เค้กผักให้น้องหมูเด้ง

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมีเสน่ห์มากมาย เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากสร้างโมเมนต์พิเศษ เช่น

  • พื้นที่กว้างใหญ่ สัตว์หลากหลายชนิด เดินเล่นชิลๆ
  • บรรยากาศธรรมชาติ สดชื่น เหมาะถ่ายรูปวิวสวย
  • ใกล้กรุงเทพฯ แค่ 1-2 ชม. ขับรถไปวันเดย์ทริปได้
  • มีโซนกินดื่ม และกิจกรรมสัตว์ใกล้ชิด

ถ้าคุณกำลังหาสถานที่เซอร์ไพรส์แฟน ลองพิจารณาที่นี่ดูนะคะ รับรองโรแมนติกไม่แพ้ต่างประเทศ!

โมเมนต์ขอแต่งงาน

ในความเห็นส่วนตัวนะคะ คู่รักชาวอิตาลีขอแต่งงานหมูเด้ง แบบนี้ มันไม่ใช่แค่เซอร์ไพรส์ แต่เป็นการผสมผสานความรักระหว่างคนกับสัตว์ได้อย่างลงตัว รักที่มาพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบนี้ คงยั่งยืนแน่นอน ใครมีประสบการณ์เซอร์ไพรส์แบบนี้ แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ หรือถ้าอยากไปเที่ยวเขาเขียว ลองเช็คโปรแกรมทริปแล้วไปสร้างความทรงจำของคุณเองเถอะ!

ที่มา – คู่รักชาวอิตาลี บินลัดฟ้าเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน มีซุปตาร์ “หมูเด้ง” เป็นพยานรัก

รวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก

รวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก

คุณเคยได้ยินข่าวสุดช็อกที่ รวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก หรือไม่? เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงในจังหวัดนครพนม และจบลงด้วยการจับกุมผู้ต้องหาที่ชลบุรี เรื่องราวความรุนแรงในครอบครัวที่เกือบจบลงด้วยโศกนาฏกรรม แต่โชคดีที่พลเมืองดีเข้าช่วยทันเวลา วันนี้เราจะมาแกะรอยเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียด เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกคน

เหตุการณ์สุดระทึก: หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า แต่กระสุนไม่ออก

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม นายวีระยุทธ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีของน.ส.วาสนา ได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหาย ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกายด้วยการดึงศีรษะอย่างรุนแรง จากนั้นยังไม่พอ หนุ่มรายนี้หยิบปืนพกสั้นจ่อที่ศีรษะเมียเก่าในระยะประชิด และลั่นไกถึง 2-3 ครั้งติดต่อกัน! โชคดีที่กระสุนไม่ยิงออกในครั้งแรกๆ แต่สุดท้ายก็มีกระสุนลูกหนึ่งลั่นออกมา

ในวินาทีวิกฤตนั้น พลเมืองดีที่อยู่ใกล้เคียงไม่รอช้า เข้าขัดขวางทันทีด้วยการปัดปืนออกจากหัวผู้เสียหาย ทำให้กระสุนพุ่งไปโดนผนังปูนแทน ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส โชคดีกระสุนไม่ออกในจังหวะสำคัญ ช่วยชีวิตน.ส.วาสนาไว้ได้หวุดหวิด เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ และตำรวจออกหมายจับทันทีตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

การไล่ล่าไม่หยุดยั้ง จนรวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก

หลังก่อเหตุ นายวีระยุทธ หนีหายตัวไปทันที กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ไม่ยอมแพ้ สั่งการให้ทีมไล่ล่าแกะรอยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ใช้เวลาสอบสวนและติดตามเบาะแส จนพบว่านายวีระยุทธ ซุกตัวอยู่ในห้องเช่าที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร่วมกับเมียใหม่!

วันที่ 23 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมวางแผนอย่างแนบเนียน ซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์รอบห้องเช่าในซอยหนองปลาไหล ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง เมื่อผู้ต้องหาโผล่หน้าห้อง ก็เข้าปิดล้อม แสดงตัว และจับกุมได้คาที่ ไม่มีใครเจ็บตัว ส่งตัวกลับไป สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

แรงจูงใจเบื้องหลัง: ความแค้นจากเรื่องชู้สาว

จากคำให้การเบื้องต้น แรงจูงใจมาจากเรื่องส่วนตัว น.ส.วาสนาเลิกรากับนายวีระยุทธ ไปมีสามีใหม่ ทำให้เกิดความขัดแย้งสะสมมานาน ผู้ต้องหาไม่ยอมรับการเลิกรา จนลงมือก่อเหตุรุนแรงแบบนี้ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทย โดยเฉพาะกรณีหย่าแยกทาง

  • สาเหตุหลัก: ความหึงหวงและไม่ยอมรับการมีคู่นใหม่
  • พฤติกรรม: บุกรุก ทำร้ายร่างกาย และพยายามยิงฆ่า
  • ผลลัพธ์: จับกุมได้เพราะการสืบสวนที่มีประสิทธิภาพ
  • บทบาทพลเมืองดี: ผู้กล้าหาญที่ช่วยชีวิตได้ทันเวลา

เหตุการณ์ รวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหาแบบนี้ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หรือโทรสายด่วน 191

บทเรียนและคำแนะนำจากเหตุการณ์

จากกรณีนี้ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง? ประการแรก พลเมืองดีมีบทบาทสำคัญมากในการช่วยเหลือผู้อื่น ประการที่สอง ตำรวจน่าชมเชยที่ไล่ล่าไม่ย่อท้อ แม้ผู้ต้องหาจะหนีข้ามจังหวัด ประการที่สาม เรื่องอาวุธปืนต้องควบคุมให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรม

นอกจากนี้ สังคมควรให้ความสำคัญกับการปรึกษานักจิตวิทยาหรือหน่วยงานช่วยเหลือครอบครัว เช่น มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ในยุคที่ข่าวร้ายแบบนี้เกิดบ่อย การตื่นตัวและช่วยเหลือกันจึงสำคัญยิ่ง

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความโกรธชั่ววูบอาจนำพาความเสียหายมหาศาล หวังว่าทุกคนจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หากชอบข่าวอัปเดตแบบนี้ สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ นะครับ!

ที่มา – รวบแล้ว หนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า โชคดีกระสุนไม่ออก ก่อนหนีข้ามจังหวัดซุกบ้านเมียใหม่

ระทึก “พายุงวงช้าง” ถล่มพนัสนิคม

คุณเคยเห็น พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ด้วยตาตัวเองหรือไม่? เหตุการณ์สุดระทึกเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องผวา แรงลมพายุหมุนวนพัดเอาสังกะสีและหลังคาบ้านปลิวว่อนขึ้นฟ้า บ้านเรือนเสียหายหนักหลายหลัง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีบาดเจ็บเล็กน้อย

พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม

พายุงวงช้าง หรือที่เรียกกันว่าพายุทอร์นาโดขนาดเล็ก เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากลมหมุนวนรุนแรง มักเกิดในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบบ้านเรา โดยเฉพาะในภาคตะวันออกอย่างชลบุรี เมื่อ พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบความเสียหายกระจายไปทั่วหมู่ 4 ต.ทุ่งขวาง หลังคาบ้านถูกพัดกระเด็น กระเบื้องแตกหัก สังกะสีลอยฟ้าเหมือนใยแมงมุม

นายปฏิพันธ์ ทันใจ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านค้าในพื้นที่ เล่าว่าตอนนั้นกำลังนั่งอยู่ในร้าน จู่ๆ ลมพัดแรงมาก พายุงวงช้างพุ่งตรงมาทำให้หลังคาร้านปลิวหายไปทั้งแผ่น ข้อเท้าขวาของเขาได้รับบาดเจ็บต้องรีบส่งโรงพยาบาล โชคดีที่ตัวเขาและครอบครัวปลอดภัย

คำบอกเล่าจากชาวบ้านผู้รอดชีวิต

นายประกอบ ยิ่งยง อายุ 69 ปี ชาวบ้านในหมู่ 4 เล่าแบบขนลุกว่า "ได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังสองครั้ง ตามด้วยลมวิ้วๆ เห็นฝุ่นใบไม้หมุนเป็นกรวยแบบงวงช้าง พุ่งตรงบ้านผมเลย หลังคาเกินครึ่งปลิวไปกระแทกพื้นแตกหมด โครงไม้ลอยไปตกป่ากล้วยข้างบ้าน" โชคดีไม่มีใครเจ็บหนัก

นายภาณุพงศ์ ชยอยรัมย์ อายุ 28 ปี เจ้าของคลิปวิดีโอไวรัล บอกว่า "กำลังให้อาหารไก่อยู่ ได้ยินลมดัง เงยหน้าขึ้นเห็น พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ชัดๆ สังกะสีลอยขึ้นฟ้า รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เลยหยิบมือถือมาถ่ายไว้ เป็นครั้งแรกที่เจอของจริง เคยเห็นแต่ในทีวี"

นายอนุศาสตร์ บทกระโทก อายุ 46 ปี เสริมว่า "ลมมาเร็วมาก แรงหิน พายุงวงช้างหมุนร้านค้าจนหลังคาปลิวว่อน เหมือนหนัง災難เลย"

ความเสียหายและมาตรการช่วยเหลือ

จากการสำรวจ เบื้องต้นมีบ้านเสียหาย 5 หลัง ส่วนใหญ่เป็นหลังคาและโครงสร้าง นายนันธวุฒิ วงศ์วัชราดิเรก รองนายก อบต.ทุ่งขวาง กล่าวว่า "เราลงสำรวจทันที ให้ชาวบ้านยื่นคำร้อง ช่างลงตรวจ เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบราชการ เร่งด่วนเลย"

  • หลังคาบ้านพัง 5 หลัง
  • แผ่นสังกะสีปลิวว่อนหลายสิบแผ่น
  • กระเบื้องแตกหัก โครงไม้หัก
  • ร้านค้าบาดเจ็บ 1 ราย
  • ไม่มีผู้เสียชีวิต

พายุงวงช้างเกิดจากอะไร? โดยทั่วไปเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศร้อนชื้น ลมวนรวมตัวเป็นกรวยพัดลงพื้น ในไทยพบไม่บ่อยแต่รุนแรงมาก โดยเฉพาะพื้นที่เปิดโล่งอย่างทุ่งขวาง

วิธีป้องกันพายุงวงช้างและวาตภัย

เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ ชาวบ้านควร:

  • ยึดหลังคาให้แน่น ใช้ตะปูหรือสกรูเพิ่ม
  • หลบในห้องมุมบ้านที่แข็งแรง
  • ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินอย่างน้ำ อาหาร ยา
  • อย่ายืนดูใกล้ๆ ถ้าเห็นเมฆหมุน

เหตุการณ์ พายุงวงช้าง ถล่มพนัสนิคม ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง ภัยธรรมชาติมาแบบไม่บอกกล่าว แต่เราสามารถเตรียมตัวได้ ในความเห็นผม ชาวชลบุรีควรตรวจสอบบ้านเรือนให้พร้อมรับมือฤดูฝนที่กำลังมา ลองแชร์ประสบการณ์พายุดุเดือดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะ ช่วยกันเตือนใจเพื่อนๆ!

ที่มา – ระทึก “พายุงวงช้าง” ถล่มพนัสนิคม พัดแผ่นสังกะสี-หลังคาชาวบ้านปลิวว่อนขึ้นท้องฟ้า

Scroll to top