ชุดไทย

ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทย

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจในโซเชียลมีเดีย กรณีแต่งตั้งกัมพูชาเป็นสมาชิกคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมฯ ของยูเนสโก ว่าจะส่งผลต่อการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของไทยหรือไม่ ล่าสุด ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ออกมาชี้แจงให้สบายใจกันแล้วครับ

ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทย

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ยืนยันชัดเจนว่า การที่กัมพูชาเข้ามามีบทบาทในคณะกรรมการดังกล่าว ซาบีดา ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ไม่กระทบไทยยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทย-มวยไทย อย่างแน่นอน เนื่องจากกลไกของ UNESCO เป็นระบบพหุภาคีที่ยึดหลักสากลเป็นสำคัญ ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินหรือแบนใครได้ตามใจชอบ

กระบวนการพิจารณาเชิงวิชาการ

สำหรับการยื่นเอกสารทั้ง ชุดไทยพระราชนิยม และ มวยไทย นั้น กระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาอย่างละเอียด
  • การตรวจสอบจากคณะผู้ประเมินอิสระ (Evaluation Body)
  • การติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเชิงรุก

โดยข้อมูลที่ไทยเตรียมไว้นั้นมีความครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งภาพถ่ายหลักฐานเชิงวิชาการ และร่องรอยทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน การเป็นสมาชิกคณะกรรมการไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแทรกแซงกระบวนการพิจารณาที่เป็นกลางได้

นอกจากนี้ ประเทศไทยเองก็ยังมีบทบาทในคณะกรรมการบริหาร (UNESCO Executive Board) ซึ่งเป็นชุดใหญ่ในการกำหนดทิศทางองค์กรไปจนถึงปี 2029 ส่งผลให้ไทยยังมีสถานะที่เข้มแข็งในการดูแลภารกิจด้านวัฒนธรรมในระดับนานาชาติอีกด้วย ดังนั้น พี่น้องชาวไทยมั่นใจได้เลยว่ามรดกภูมิปัญญาของเราจะได้รับการปกป้องและขึ้นทะเบียนอย่างเป็นธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาสื่อสารให้ชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นเรื่องดีมากครับ เพราะช่วยลดข้อกังวลของสังคมและทำให้เราเห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการยื่นเรื่องระดับโลก เรามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนผลักดันมรดกไทยสู่ระดับสากลให้สำเร็จกันดีกว่าครับ

ที่มา – “ซาบีดา” ยันกัมพูชานั่งบอร์ดมรดกวัฒนธรรมฯ ยูเนสโก ไม่กระทบไทยยื่นขึ้นทะเบียนชุดไทย-มวยไทย

“สีหศักดิ์” เปิด Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่! “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำบทบาทอาหารไทยในฐานะทูตวัฒนธรรมเชิงรุกที่คนทั้งโลกรู้จัก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ณ สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมพิธีเปิดสำคัญ เช่น นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว, H.E. Mr. SHIMADA Tomoaki Parliamentary Vice-Minister for Foreign Affairs (ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Mr. Niki Hirobumi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

นายสีหศักดิ์ เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26: เทศกาลไทยใหญ่สุดในต่างแดน

งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นเทศกาลไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ และได้รับการบรรจุในปฏิทินกิจกรรมประจำปีของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ ในทำเนียบสถานทูตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันขยายตัวจนกลายเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย แบรนด์ไทย และผลักดันการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก (Cultural Diplomacy) เพื่อ Rebranding ประเทศไทยในภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยและน่าดึงดูด

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงวิวัฒนาการของงานที่เติบโตจากผู้มาร่วมไม่กี่ร้อยคน สู่เทศกาลยิ่งใหญ่ที่มีของดีจากไทยทั้งดั้งเดิมและสมัยใหม่ โดยปีนี้กระทรวงการต่างประเทศไทยเน้นชุดไทยและผ้าไทยเป็นพิเศษ เพื่อสอดรับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่กำลังผลักดันให้จดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลกแบบจับต้องได้

กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

อาหารไทย: ทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

หนึ่งในจุดเด่นที่นายสีหศักดิ์ย้ำคืออาหารไทยที่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ชั้นนำ จากเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวานเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น สู่เมนูฮิตยุคใหม่อย่างผัดกะเพราไข่ดาว นอกจากนี้ ผลไม้ไทยชื่อดังอย่างทุเรียน มังคุด และมะม่วง ก็ถูกนำมาจำหน่ายสดๆ ในงาน ทำให้ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติแท้ๆ ของไทย แบรนด์ไทยขยายตัวไปเกือบทุกมุมโลก แม้แต่ประเทศที่คาดไม่ถึงก็มีร้านอาหารไทยเปิดครองใจผู้บริโภค

ไฮไลท์กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

นอกจากอาหารและผลไม้ งานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดมันส์

  • ทัพศิลปิน T-Pop ชูคอนเซิร์ต “Thai Wave” โชว์เพลงไทยสุดฮิต
  • การแสดงรำไทยและมวยไทยตลอดวัน สืบสานศิลปะการแสดงไทยแท้
  • ร้านอาหารไทยและสินค้า OTOP ชื่อดังมากมาย
  • นิทรรศการชุดไทย ผ้าไทย สินค้าสร้างสรรค์ไทย
  • ผลไม้ไทยสดใหม่ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ราคาพิเศษ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนของไทยแสดงศักยภาพ ส่งเสริมการทูตเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยในระดับสากล

ความสำคัญของ Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ต่อ soft power ไทย

การจัดงานอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี สะท้อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศไทยในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ อาหารไทย ชุดไทย T-Pop และมวยไทย ล้วนเป็นเครื่องมือทูตที่ทรงพลัง ช่วยให้ชาวต่างชาติติดใจเสน่ห์ไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นพันธมิตรสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 คือตัวอย่างชัดเจนของการทูตวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน หากคุณชื่นชอบวัฒนธรรมไทย อย่าลืมติดตามหรือวางแผนไปร่วมงานเทศกาลไทยอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสัมผัสเสน่ห์ไทยแท้ๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำอาหารไทยทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

“ซาบีดา” ปลื้มงาน 244 ปี รายได้ 168 ล้าน ดันชุดไทยมรดกโลก

“ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก เป็นข่าวดีที่ทำให้คนไทยทุกคนยิ้มกว้างเลยนะครับ! กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้การนำของนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 2.4 แสนคน สร้างรายได้หมุนเวียนถึง 168 ล้านบาท แถมยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน “ชุดไทย” ให้ก้าวสู่การเป็นมรดกโลก UNESCO อีกด้วย

งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน

“ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก

งานนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ 21 เมษายน 2325 จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม และประชาชน ทำให้เกิดประสบการณ์สุดประทับใจ งานแบ่งเป็น 3 พื้นที่ 3 สไตล์เจ๋งๆ ดังนี้

  • อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: สร้างรัตนโกสินทร์ที่มีชีวิต ผสมผสานรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ด้วยนิทรรศการ Outdoor Multimedia และ AI สร้างภาพชุดไทยสุดล้ำ!
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: Night Museum เดินวังยามค่ำ ชมพิพิธภัณฑ์ ดูหนังโชว์ ช้อปชิม ในบรรยากาศวังเรืองรอง ย้อนยุครัตนโกสินทร์ต้น.
  • วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร: เดินชุมชนคลองสาน-กะดีจีน สไตล์งานวัดเต็มเปี่ยมวัฒนธรรม ไหว้พระ ประกวดอาหารสามศาสนา.

จัดระหว่าง 22-26 เมษายน 2568 มีคนมาร่วมกว่า 248,000 คน ชาวไทย 240,000 นักท่องเที่ยวต่างชาติ 7,400 คน รายได้ 168 ล้านบาท และออนไลน์ 39 ล้านครั้ง! ตอกย้ำพลังทุนวัฒนธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ไฮไลต์งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ชุดไทยสวยงาม

ไฮไลต์สุดปังที่ทำให้ทุกคนหลงรักความเป็นไทย

นางสาวซาบีดาเล่าว่า ที่อุทยานจุฬาฯ มีคอนเสิร์ตศิลปินดัง แสดงศิลปวัฒนธรรมไทยแท้ๆ พิพิธภัณฑ์ฯ มีหนังกลางแปลง การแสดงพื้นบ้านหายาก ส่วนวัดประยุรฯ เต็มไปด้วยวิถีชุมชน สะท้อนศรัทธาและความผูกพัน ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้ชิด สร้างรายได้ยั่งยืน

ที่เด็ดสุดคือทุกคนแต่งชุดไทย ชุดไทยประยุกต์ ผ้าไทย สวยอิสระ สะท้อนตัวตน ตามนโยบาย “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ทำให้คนไทยภาคภูมิในมรดกชาติ ขณะที่ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” กำลังรอขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่เซียะเหมิน จีน 30 พ.ย.-5 ธ.ค. 2569

ผู้เข้าร่วมงานสวมชุดไทย 244 ปี รัตนโกสินทร์
กิจกรรมชุดไทย ดันสู่มรดกโลก

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังรณรงค์แต่งชุดไทยทั้งประเทศ เดือนเมษายน สัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย 2-8 เม.ย. และสงกรานต์ 13-15 เม.ย. 2568 ใหญ่โตทั่วประเทศ

งานนี้ไม่ใช่แค่เฉลิมฉลอง แต่เป็นการจุดประกายความรักชาติ สร้างเศรษฐกิจจากวัฒนธรรม ลองนึกภาพนะครับ ถ้าชุดไทยเป็นมรดกโลก ไทยเราจะดังระดับโลกขนาดไหน! มาสนับสนุนกันเถอะ สวมชุดไทยทุกโอกาส ภูมิใจในความเป็นไทย แล้วแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ที่มา – “ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก

ภาค ปชช.ออกโรงปกป้องวัฒนธรรม ห่วงกัมพูชาเคลมชุดไทย

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียกันอย่างกว้างขวาง นั่นคือเรื่อง กัมพูชาเคลมชุดไทย ซึ่งทำให้ภาคประชาชนหลายสิบคนต้องออกโรงปกป้องวัฒนธรรมไทยของเราอย่างเป็นกันเองและจริงจัง ใครที่รักชุดไทย วัฒนธรรมไทย ต้องไม่พลาดบทความนี้เลยนะครับ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มภาคประชาชนนำโดย ม.ล.กานตพงศ์ วรวุฒิ พร้อมด้วยพลังโซเชียลกว่า 50 คน ได้แต่งกายด้วยชุดไทยสวยงาม เดินทางไปยังกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เพื่อแสดงจุดยืนและร้องเรียนให้หน่วยงานรัฐบาลดำเนินการเชิงรุกในการปกป้องชุดไทย จากกรณีที่กัมพูชากำลังพยายามเคลมชุดไทยเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่ยูเนสโกในช่วงปลายปีนี้ โดยมีนางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัด วธ. และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มารับฟังข้อเสนอแนะจากทุกคนอย่างใกล้ชิด

ภาค ปชช.ออกโรงปกป้องวัฒนธรรม ห่วง “กัมพูชา” เคลมชุดไทย จี้ วธ.เปิดเผยข้อมูล-ทำงานเชิงรุก

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะทุกคนเห็นด้วยกันว่าการที่ กัมพูชาเคลมชุดไทย นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ชุดไทยเป็นสัญลักษณ์ของความงามและเอกลักษณ์ไทยที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ชาติไทย ม.ล.กานตพงศ์ วรวุฒิ ตัวแทนกลุ่ม กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “การออกมาเรียกร้องครั้งนี้เพราะกัมพูชาไม่หยุดที่จะลอกเลียนแบบวัฒนธรรมไทย ถึงแม้ภาครัฐจะมีกรอบการทำงานที่อาจทำให้ขยับตัวลำบาก แต่ภาคประชาชนอย่างเราต้องร่วมกันปกป้องบ้านเมือง ไม่ให้ถูกปล้นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและจิตใจของเรา”

ท่านยังชื่นชมนายทุนการทำงานของ วธ. ที่มีการจัดโรดโชว์และเผยแพร่ชุดไทยทั้งในและต่างประเทศ แต่ย้ำว่ายังไม่พอ เพราะเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเล่นหนัก จัดโรดโชว์ในสื่อโซเชียลอย่างต่อเนื่อง นำภาพชุดไทยมาตัดต่อให้เป็นของตัวเอง ลบฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรมไทยออกไป และที่แย่กว่านั้นคือผู้นำกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือภริยาก็ยังสวมชุดไทยไปเปิดงานต่างๆ ราวกับเป็นของเขาเอง

เหตุผลหลักที่ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาเคลื่อนไหว

  • กัมพูชาเผยแพร่ข่าวปลอมและตัดต่อภาพชุดไทยในโซเชียลมีเดียอย่างหนัก
  • มีการลบข้อมูลมรดกวัฒนธรรมไทยออกจากฐานข้อมูลสากล
  • ผู้นำกัมพูชาสวมใส่ชุดไทยในงานสำคัญ สร้างความสับสนให้ชาวโลก
  • ยูเนสโกใกล้พิจารณาขึ้นทะเบียน หากปล่อยไว้ชุดไทยอาจถูกอ้างสิทธิ์

ดร.ธรรม์ธนลาภ ลาภรวย ตัวแทนอีกคนหนึ่ง เน้นย้ำว่า “เราไม่ได้ต้องการให้รัฐรุกรานใคร แค่อยากให้แสดงความขัดแย้งต่อข่าวปลอมจากกัมพูชา และขอให้ วธ. เผยแพร่ข้อมูลจริงในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อที่ประชาชนจะได้นำไปโต้แย้งได้อย่างมีหลักฐาน ไม่ต้องค้นเองให้เหนื่อย”

กระทรวงวัฒนธรรมตอบรับอย่างไรบ้าง

ทางฝั่งนางโชติกา รองปลัด วธ. ขอบคุณภาคประชาชนที่มาให้ข้อมูล และยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ วธ. ให้ความสำคัญกับการปกป้องวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่ได้รับจะนำไปปรับปรุงการทำงาน โดยเฉพาะการเผยแพร่ฐานข้อมูลชุดไทยทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยินดีเชิญภาคประชาชนมาร่วมเป็นคณะทำงานในกิจกรรมต่างๆ ด้วย ฟังดูดีเลยนะครับ เหมือนรัฐและประชาชนจับมือกันปกป้องของดีของไทย

ประเด็น กัมพูชาเคลมชุดไทย นี้ไม่ใช่ครั้งแรกนะครับ ย้อนไปก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องมวยไทย ผ้าไหม ส้มตำ และอื่นๆ ที่กัมพูชาพยายามเคลม ชุดไทยเองก็มีรากฐานจากประเพณีไทยโบราณ เช่น ชุดทูหยี่ ชุดลูกไม้ ซึ่งสะท้อนถึงฝีมือช่างไทยและวัฒนธรรม 궁중 หากเราปล่อยไว้ อนาคตมรดกชาติเราอาจหายไปได้ง่ายๆ

ในมุมมองของผม การปกป้องวัฒนธรรมไม่ใช่แค่หน้าที่ของรัฐ แต่เป็นของทุกคน สวมชุดไทยในวันสำคัญ แชร์ข้อมูลจริงในโซเชียล ร่วมกิจกรรมโรดโชว์ของ วธ. ช่วยกันทำให้โลกเห็นว่าชุดไทยคือของไทยแท้ๆ ครับ

คุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ลองมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือช่วยแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่ถูกต้องกันเถอะครับ มาสนับสนุนการปกป้องวัฒนธรรมไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – ภาค ปชช.ออกโรงปกป้องวัฒนธรรม ห่วง “กัมพูชา” เคลมชุดไทย จี้ วธ.เปิดเผยข้อมูล-ทำงานเชิงรุก

“อนุทิน” ควง “จ๋า” แต่งชุดไทย ขอบคุณเพชรบุรี

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้มีเรื่องราวสุดอบอุ่นใจมาอัปเดตให้ฟังกันกับเหตุการณ์ “อนุทิน” ควง “จ๋า” แต่งชุดไทย ขอบคุณคนเมืองเพชรฯ เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ควงภริยาสุดสวย “จ๋า” หรือน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ สวมชุดไทยสุดคลาสสิก นั่งรถโบราณเปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี บรรยากาศคึกคักมาก มีทั้งคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ และชาวเพชรบุรีมาร่วมเพียบ!

อนุทิน ควง จ๋า แต่งชุดไทย เปิดงานเพชรบุรี

คุณนายกฯ อนุทินสวมเสื้อกำมะหยี่สีน้ำเงินขลิบดิ้นทอง นุ่งโจงกระเบนสีม่วง ดูหล่อเท่สมกับท่านขุนเลย ส่วนคุณจ๋าห่มสไบนุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงิน สวยหวานละมุนมาก มีน.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ว่าที่ ส.ส.กาญจนบุรี นั่งมาด้วย บอกว่าเป็นบอดี้การ์ดสุดน่ารัก! พอถึงงาน สื่อแซวสนุกๆ ถามใบ้หวยรัฐบาล 3 ตัวตรง คุณนายกฯ เล่นมุกตอบ “37 แน่นอน” ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน สุดคูล!

กลุ่มสตรีเมืองเพชรหลายอำเภอต้อนรับสุดอบอุ่น ตะโกน “เรารักพี่หนู เรารักพี่หนู หวานเจี๊ยบ” คุณอนุทินกำมือประทับอกตอบแทน เรียกได้ว่ารักกันหมดใจเลยนะ

อนุทิน สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระนครคีรี

“อนุทิน” ควง “จ๋า” แต่งชุดไทย ขอบคุณคนเมืองเพชรฯ เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด

หลังจากนั้น เวลา 19.20 น. คุณนายกฯ ขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวและมรดกวัฒนธรรมเพชรบุรี แนะนำคณะที่มาร่วม ทั้งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย และนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย

คุณอนุทินขอบคุณชาวเพชรบุรีจากใจจริงที่ให้ความไว้วางใจเลือก ส.ส.พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขตยกจังหวัด! บอกว่ามาด้วยใจ ไม่ถูกบังคับ ตื่นเต้นเห็นความสวยงามของเขาวังตอนประดับไฟ สวยเหมือนสวรรค์ ชมผู้ว่าฯ และนายก อบจ.ที่ชวนมา พอเห็นรอยยิ้มประชาชนต้องลงรถทักทายเลย อบอุ่นสุดๆ

อนุทิน กล่าวเปิดงาน พระนครคีรี เมืองเพชร

อนุทินหยอดหวาน ลืมเบาหวานชิมขนมเพชรบุรี

นายกฯ หยอดมุกฮาๆ “มาเพชรบุรีต้องลืมคำว่าเบาหวาน ชิมขนมเมืองเพชรที่ลดน้ำตาลแต่หอมอร่อย” ชมเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารโดยยูเนสโก มีป่าแก่งกระจานมรดกโลก ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตท้องถิ่น งานนี้ยกระดับชีวิตประชาชน อนุรักษ์มรดก สืบสานจงรักภักดี และชื่นชมน้องๆ แต่งชุดไทยสวยๆ

สัญญาจะนำความผาสุก กินดีอยู่ดี มั่นคง ปลอดภัย เกียรติภูมิไทยมอบให้ประชาชนทุกคน หลังเปิดงาน รำวงเขาวังครึกครื้นกับทุกคน ชมบูธงานสนุกเลย!

อนุทิน รำวงเขาวัง กับประชาชนเพชรบุรี
ภาพบรรยากาศงาน พระนครคีรี เมืองเพชร

เพชรบุรีไม่ได้มีแค่เขาวังนะ มีชายหาด หัวหินใกล้ๆ อาหารทะเลสดๆ ขนมไทยชื่อดัง วัดถ้ำเขาวัง สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เหตุการณ์ “อนุทิน” ควง “จ๋า” แต่งชุดไทย ขอบคุณคนเมืองเพชรฯ เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด นี้แสดงให้เห็นความใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับประชาชน สร้างแรงบันดาลใจให้การเมืองไทยอบอุ่นขึ้นเยอะเลย

  • ชุดไทยงดงาม สไตล์เจ้าผู้ครองนคร
  • รถโบราณสุดวินเทจ
  • มุกแซวหวยฮาๆ
  • รำวงสนุกกับชาวบ้าน
  • ขอบคุณที่เลือกภูมิใจไทยทั้งจังหวัด

นอกจากนี้ยังช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวเพชรบุรีให้ดังยิ่งขึ้น ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวใกล้กรุง ลองแวะเพชรบุรีดู รับรองไม่ผิดหวัง! คุณคิดยังไงกับโมเมนต์นี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะ อย่าลืมกดไลค์ แชร์ และติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองท่องเที่ยวเพิ่มเติม!

ที่มา – “อนุทิน” ควง “จ๋า” แต่งชุดไทย ขอบคุณคนเมืองเพชรฯ เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด

คณะรัฐมนตรี ร่วมงานเพชรบุรี
ภาพรำวงเขาวัง สนุกสนาน
อนุทินและจ๋า ชุดไทยเพชรบุรี
บรรยากาศงานใหญ่ พระนครคีรี

“ซาบีดา” ชี้ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ปี 2566

ในช่วงนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะข่าวที่กัมพูชาเตรียมเสนอชื่อ “Mohasangkran chnam thmey” หรือปีใหม่เขมรแบบดั้งเดิมเข้าสู่รายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของ UNESCO แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 ทำให้สถานะของเรามั่นคงมาก!

สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ข่าวที่กัมพูชาเตรียมยื่นเรื่องนั้นเป็นความจริงตามที่สื่อนำเสนอ แต่ยืนยันว่า สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO เรียบร้อยแล้วในปี 2566 และการยื่นของประเทศอื่นจะไม่กระทบต่อสิทธิ์ของไทยเลย การขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้หมายถึงการผูกขาดความเป็นเจ้าของ แต่เป็นการยอมรับมรดกวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาค ซึ่งหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีประเพณีคล้ายกัน เช่น การสาดน้ำเพื่อการชำระล้างและเฉลิมฉลองปีใหม่

ประเพณีสงกรานต์ไทยของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การสรงน้ำพระพุทธรูป และการละเล่นน้ำที่สนุกสนานทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์ในทะเบียน UNESCO ทำให้เป็นสมบัติของมนุษยชาติที่ไทยเป็นเจ้าภาพหลัก

ทำไมกรณีกัมพูชาจึงไม่กระทบ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO

UNESCO มีระบบที่ยืดหยุ่น โดยอนุญาตให้หลายประเทศมีมรดกที่คล้ายกันได้ หากแต่ละแห่งมีบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น สงกรานต์ไทยเน้นด้านพุทธศาสนาและความกตัญญู ขณะที่ของกัมพูชาอาจมีองค์ประกอบเขมรโบราณ ดังนั้น ไม่มีการแย่งชิงกัน ซาบีดายังเสริมอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรมประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชน

ไทยรุกหนัก เสนอมรดกวัฒนธรรมเพิ่มอีกหลายรายการ

นอกจาก สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้ว ไทยยังเตรียมเสนอรายการอื่นๆ เพื่อปกป้องมรดกชาติให้ยั่งยืน โดยเฉพาะ “ชุดไทย” ที่มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในช่วงปลายปี 2569 นี่เอง! นอกจากนี้ ยังมีรายการเด่นอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการ

  • ชุดไทย: สื่อถึงความงามและภูมิปัญญาการทอผ้าแบบไทยแท้ จะเป็นตัวแทนเครื่องแต่งกายมรดกชาติ
  • มวยไทย: ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก
  • ผ้าขาวม้า: ผ้าทอมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม
  • ลอยกระทง: ประเพณีสวยงามที่แสดงถึงความกตัญญูต่อน้ำและสิ่งแวดล้อม

การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยทำงานเชิงรุก เพื่อรักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวไทยทุกคน

UNESCO หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นประเพณี ความรู้ และทักษะที่ส่งต่อกันมา การที่สงกรานต์ไทยได้รับการยอมรับ ช่วยให้เทศกาลนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจไทยในทุกปี

สำหรับปีนี้ สงกรานต์ 2567 ที่ผ่านมา (หรือ 2568?) ก็คึกคักสุดๆ แม้จะมีข่าวลือ แต่ชาวไทยยังคงเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความมั่นใจในมรดกของเรา หากคุณเป็นคนรักวัฒนธรรมไทย ลองนึกภาพปีหน้าที่ชุดไทยอาจขึ้นทะเบียนแล้ว จะยิ่งเพิ่มความภาคภูมิใจ!

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันรักษาและเผยแพร่ประเพณีไทย โดยเฉพาะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก สาดน้ำด้วยความรัก สงกรานต์ปีหน้าเจอกันนะครับ!

ที่มา – “ซาบีดา” ชี้ “สงกรานต์ไทย” ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566 กรณีกัมพูชา ไม่กระทบไทย

นายกฯ ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานพระนารายณ์ บอกคนละครึ่งมาแน่

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลพบุรี มีความคึกคักสุดๆ เมื่อนายกฯ – ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ บอกชาวลพบุรี คนละครึ่งมาแน่ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ควงน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา สวมชุดไทยย้อนยุคผ้าไหมมัดหมี่ลายประตูวังพระนารายณ์ มาทำพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 38 อย่างยิ่งใหญ่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมงานแน่นขนัด สร้างบรรยากาศรำลึกถึงยุคทองของลพบุรีในสมัยพระนารายณ์

นายกฯ ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ บอกชาวลพบุรี คนละครึ่งมาแน่

นายกฯ – ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ บอกชาวลพบุรี คนละครึ่งมาแน่

งานนี้จัดขึ้นที่ลานหน้าศาลพระกาฬและพระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมืองลพบุรี โดยมีคณะรัฐมนตรีและสส.พรรคภูมิใจไทยมาร่วมเพียบ เช่น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม นายกฯ ขับรถรางด้วยตัวเอง พบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์ สักการะศาลพระกาฬสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลพบุรี ก่อนแวะกินไอศกรีมและน้ำจรวดโบราณรสชาติซาสี่แบบพื้นบ้าน

ประชาชนเรียกร้อง ‘คนละครึ่ง’ และ ‘เที่ยวด้วยกัน’

ระหว่างทาง นายกฯ ได้รับข้อเสนอจากชาวลพบุรีให้ต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัสและเที่ยวด้วยกัน นายอนุทิน ยิ้มรับและยืนยันชัดเจนว่า “แน่นอน 1,000%” ทำให้ทุกคนปรบมือดีใจ เพราะโครงการเหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างลพบุรีที่เต็มไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์

นายกฯ ขับรถรางพบปะประชาชนในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

หลังจากนั้น คณะเดินไปพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ถวายพระเกียรติพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชมการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ “ชะตาชีวิต” และ “ยามเย็น” โดยนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย ลพบุรี นายกฯ ยังอาสาเป็นคอนดักเตอร์เอง สนุกสนานมาก

ปาฐกถาสำคัญของนายกรัฐมนตรี

ในการกล่าวเปิดงาน นายอนุทินเน้นย้ำถึงคุณค่าของงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่รำลึกบุญคุณบูรพากษัตริย์ สร้างความรักชาติรักแผ่นดิน ลพบุรีในสมัยนั้นเป็นศูนย์กลางเจริญรุ่งเรือง รู้จักไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังน้อมสำนึกในพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ส่งเสริมผ้ามัดหมี่และงานหัตถกรรม สร้างรายได้ให้ชุมชน ทุกคนร่วมสวมชุดไทย สะท้อนความสามัคคี งานนี้ยังช่วยโปรโมทการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ลพบุรี

  • สักการะองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
  • สักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 ณ หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ
  • ชมการแสดง “น้อมอาลัยพระพันปี เทิดบารมีองค์นารายณ์ ราษฎร์รวมใจ รักชาติรักแผ่นดิน” โดยวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี
นายกฯ สักการะในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชบรรยากาศชุดไทยย้อนยุคที่ลพบุรีนายกฯ พบปะแฟนคลับในงาน

เหตุการณ์นายกฯ – ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ บอกชาวลพบุรี คนละครึ่งมาแน่นี้ ไม่ใช่แค่พิธีเปิด แต่เป็นการเชื่อมโยงอดีต-ปัจจุบัน สร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะลพบุรีที่เปี่ยมประวัติศาสตร์ โครงการคนละครึ่งที่ยืนยันมาแน่ จะช่วยให้ประชาชนช้อป ชิม ชิล ได้มากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลพบุรีคือจุดหมายที่ต้องมา พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ศาลพระกาฬ สวนราชานุสรณ์ ล้วนสวยงาม ผสมผสานประวัติศาสตร์และธรรมชาติ แนะนำแต่งชุดไทยมาถ่ายรูป สนุกแน่นอน ปีหน้าอย่าพลาดงานนี้ และเตรียมตัวใช้คนละครึ่งเที่ยวลพบุรีกัน!

การแสดงนาฏศิลป์ในงานนายกฯ ฟังเพลงพระราชนิพนธ์ภาพรวมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

ที่มา – นายกฯ – ภริยา แต่งชุดไทย เปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ฯ บอกชาวลพบุรี คนละครึ่งมาแน่

รัฐบาลชวนใส่ผ้าไทยดัน Soft Power

รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสืบสานพระราชปณิธานและเฉลิมพระเกียรติ ส่งเสริมการใส่ชุดผ้าไทย ผลักดัน Soft Power สืบสานภูมิปัญญาไทย สร้างงาน สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจชุมชนสู่เวทีโลก

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับนานาชาติ ส่งเสริมสนับสนุนผ้าไทย เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินโครงการ พร้อมสนับสนุน ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพระดำรัสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ความว่า

“ขอเชิญสตรีไทยทุกวัยนะคะ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ น้องๆ LGBTQ พี่ๆ LGBTQ ทุกท่าน ที่มีจิตใจเป็นหญิงนะคะ ทุกท่านที่อยู่วงการแฟชั่นและไม่แฟชั่น คนไทยทุกอายุทุกท่านเลย ก็อยากเชิญชวนให้ใส่ชุดไทยทั้ง 8 แบบอย่างภาคภูมิใจนะคะ แล้วก็ใส่ให้มีความเข้าใจ ใส่ให้คนรู้ทั่วโลกว่านี่เรามาจากประเทศไทย แล้วเราใส่อย่างถูกต้องตามหลักที่ทรงพระราชทานและออกแบบ คัตติ้งถูก ทุกอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องสีเรื่องการทอก็แล้วแต่ทุกคนจะสรรหา”

ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทย คณะออกแบบแฟชั่นสิ่งทอจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับทูตานุทูต และนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านแฟชั่นในระดับนานาชาติ และยังเป็นการขยายความร่วมมือผ่านเส้นทางทางการทูต ชูผ้าไหม Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ การรณรงค์ให้ประชาชนหันมาสวมใส่ผ้าไทยไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การผลักดันให้ผ้าไทยเป็น Soft Power จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงดงามของผ้าไทยมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลเชิญชวนสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power

การที่รัฐบาลออกมาเชิญชวนให้สวมใส่ชุดผ้าไทยและผลักดัน Soft Power นั้น เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการสืบสานและอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้คนไทยหันมาสนใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากยิ่งขึ้น

ทำไมต้องสนับสนุนการสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power?

  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: ผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การรักษาและสืบทอด
  • สร้างรายได้ให้ชุมชน: การสวมใส่ผ้าไทยเป็นการสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ประกอบการในชุมชน
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก: การซื้อผ้าไทยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
  • สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ: ผ้าไทยเป็น Soft Power ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ

รัฐบาลขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้ใช้และสวมใส่ชุดผ้าไทยเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้กับผู้ประกอบการในชุมชน อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดการหมุนเวียนในห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป

มาร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน Soft Power ของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลกกันเถอะ การสนับสนุนผ้าไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อเสื้อผ้า แต่เป็นการสนับสนุนชุมชน สนับสนุนเศรษฐกิจ และสนับสนุนวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

ที่มา – รัฐบาลเชิญชวนสวมใส่ชุดผ้าไทยดัน Soft Power สอดคล้องพระดำรัส “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ”

Scroll to top