ในช่วงนี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ที่หลายคนกังวลใจ โดยเฉพาะข่าวที่กัมพูชาเตรียมเสนอชื่อ “Mohasangkran chnam thmey” หรือปีใหม่เขมรแบบดั้งเดิมเข้าสู่รายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของ UNESCO แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 ทำให้สถานะของเรามั่นคงมาก!
สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ข่าวที่กัมพูชาเตรียมยื่นเรื่องนั้นเป็นความจริงตามที่สื่อนำเสนอ แต่ยืนยันว่า สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO เรียบร้อยแล้วในปี 2566 และการยื่นของประเทศอื่นจะไม่กระทบต่อสิทธิ์ของไทยเลย การขึ้นทะเบียนของ UNESCO ไม่ได้หมายถึงการผูกขาดความเป็นเจ้าของ แต่เป็นการยอมรับมรดกวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาค ซึ่งหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีประเพณีคล้ายกัน เช่น การสาดน้ำเพื่อการชำระล้างและเฉลิมฉลองปีใหม่
ประเพณีสงกรานต์ไทยของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การสรงน้ำพระพุทธรูป และการละเล่นน้ำที่สนุกสนานทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์ในทะเบียน UNESCO ทำให้เป็นสมบัติของมนุษยชาติที่ไทยเป็นเจ้าภาพหลัก
ทำไมกรณีกัมพูชาจึงไม่กระทบ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO
UNESCO มีระบบที่ยืดหยุ่น โดยอนุญาตให้หลายประเทศมีมรดกที่คล้ายกันได้ หากแต่ละแห่งมีบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่าง เช่น สงกรานต์ไทยเน้นด้านพุทธศาสนาและความกตัญญู ขณะที่ของกัมพูชาอาจมีองค์ประกอบเขมรโบราณ ดังนั้น ไม่มีการแย่งชิงกัน ซาบีดายังเสริมอีกว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายกรมส่งเสริมวัฒนธรรมประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชน
ไทยรุกหนัก เสนอมรดกวัฒนธรรมเพิ่มอีกหลายรายการ
นอกจาก สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO แล้ว ไทยยังเตรียมเสนอรายการอื่นๆ เพื่อปกป้องมรดกชาติให้ยั่งยืน โดยเฉพาะ “ชุดไทย” ที่มีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ในช่วงปลายปี 2569 นี่เอง! นอกจากนี้ ยังมีรายการเด่นอื่นๆ ที่กำลังดำเนินการ
- ชุดไทย: สื่อถึงความงามและภูมิปัญญาการทอผ้าแบบไทยแท้ จะเป็นตัวแทนเครื่องแต่งกายมรดกชาติ
- มวยไทย: ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ระดับโลก
- ผ้าขาวม้า: ผ้าทอมือที่ใช้ในชีวิตประจำวันและพิธีกรรม
- ลอยกระทง: ประเพณีสวยงามที่แสดงถึงความกตัญญูต่อน้ำและสิ่งแวดล้อม
การดำเนินการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยทำงานเชิงรุก เพื่อรักษาและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก ช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวไทยทุกคน
UNESCO หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์มรดกที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นประเพณี ความรู้ และทักษะที่ส่งต่อกันมา การที่สงกรานต์ไทยได้รับการยอมรับ ช่วยให้เทศกาลนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจไทยในทุกปี
สำหรับปีนี้ สงกรานต์ 2567 ที่ผ่านมา (หรือ 2568?) ก็คึกคักสุดๆ แม้จะมีข่าวลือ แต่ชาวไทยยังคงเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ สะท้อนถึงความมั่นใจในมรดกของเรา หากคุณเป็นคนรักวัฒนธรรมไทย ลองนึกภาพปีหน้าที่ชุดไทยอาจขึ้นทะเบียนแล้ว จะยิ่งเพิ่มความภาคภูมิใจ!
สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันรักษาและเผยแพร่ประเพณีไทย โดยเฉพาะ สงกรานต์ไทย ขึ้นทะเบียน UNESCO ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก สาดน้ำด้วยความรัก สงกรานต์ปีหน้าเจอกันนะครับ!
ที่มา – “ซาบีดา” ชี้ “สงกรานต์ไทย” ขึ้นทะเบียน UNESCO ตั้งแต่ปี 2566 กรณีกัมพูชา ไม่กระทบไทย




