ซอฟต์พาวเวอร์

ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยดูหนังแล้วเกิดอาการอยากจัดกระเป๋าออกเดินทางไปตามรอยจุดเช็กอินสวยๆ ในจอภาพยนตร์กันใช่ไหมครับ? ล่าสุด ททท. จับมือกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัวแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง เพื่อชวนทุกคนออกมาสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยจริง ๆ พร้อมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว งานนี้บอกเลยว่านอกจากจะได้รูปสวยๆ แล้ว ยังลุ้นรับของรางวัลมากมายอีกด้วย

ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

นายนรุตม์ เจียรสนอง จากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เผยว่า ภาพยนตร์คือสื่อกลางที่ทรงพลังในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวของไทย การร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างแรงบันดาลใจให้คนออกเดินทาง ไปสัมผัสประสบการณ์ตรงในโลเคชันที่เคยเห็นในภาพยนตร์ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของเมืองไทยที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ทำไมต้อง ไทยไทย เที่ยวตามหนัง?

นายนิธี สีแพร จาก ททท. เน้นย้ำว่าโครงการ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรองทั่วไทย การเดินทางไปตามรอยภาพยนตร์ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวสนุกๆ แต่ยังช่วยเติมเต็มเศรษฐกิจฐานรากให้คึกคักขึ้นอย่างยั่งยืน เพียงแค่ออกไปเช็กอินและแบ่งปันความประทับใจผ่านโซเชียลมีเดีย คุณก็เป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมตเสน่ห์เมืองไทยให้โลกได้เห็นแล้ว

กติกาการร่วมสนุกง่ายๆ มีดังนี้:

  • สแกน QR Code ผ่านเพจ MAJOR GROUP
  • ถ่ายภาพคู่กับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ
  • โพสต์ลงโซเชียลติดแฮชแท็ก #ไทยไทยเที่ยวตามหนัง #Amazingไทยแลนด์ #MajorCineplex

แคมเปญนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 20 กันยายน 2569 ใครที่เป็นคอหนังหรือสายเที่ยวห้ามพลาด! ลุ้นรับรางวัลที่พักและบัตรชมภาพยนตร์ฟรีรวมกว่า 300 รางวัล ใครจะไปรู้ว่าการออกเดินทางตามรอยหนังเรื่องโปรด อาจจะทำให้คุณหลงรักประเทศไทยมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ อย่าลืมหาเวลาว่างแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองรองด้วยตัวเองกันนะครับ

ที่มา – ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ “ไทยไทย เที่ยวตามหนัง” กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

ปรับโครงสร้างใหม่ ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลครั้งใหญ่กันมาบ้างแล้ว กับประเด็นการเตรียมจัดตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น โดยถือเป็นแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

จับตาการตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมหารือถึงแนวทางดังกล่าว โดยมีเป้าหมายหลักคือการโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวมาไว้ภายใต้สังกัดใหม่ เพื่อบูรณาการเข้ากับมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ขณะเดียวกันในส่วนของงานด้านกีฬาก็จะมีการเตรียมแยกออกไปเป็นกระทรวงการกีฬาโดยเฉพาะ เพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัวและตรงจุดมากขึ้น

เหตุผลที่ต้องตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

การปรับโครงสร้างในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ครับ แต่เป็นกุญแจสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก โดยที่ผ่านมาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแทบจะเป็นของคู่กัน หากนำมารวมอยู่ในกระทรวงเดียวกัน จะช่วยให้เราสามารถขายไอเดียผ่านทุนทางวัฒนธรรมได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ประเพณี งานศิลปะ หรือไลฟ์สไตล์ไทยๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ดีกว่าเดิม

  • สร้างเอกภาพในการบริหารจัดการนโยบาย
  • ใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  • ยกระดับ Soft Power ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ
  • แยกงานด้านกีฬาออกมาเพื่อโฟกัสความสำเร็จของนักกีฬาอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานของทั้งสองกระทรวงได้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านให้เป็นไปอย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อการบริการประชาชน ทั้งในด้านบุคลากร งบประมาณ และระเบียบกฎหมายต่างๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการทำงานในอนาคตจะมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีครับ เพราะในโลกยุคใหม่ การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ ‘คุณค่า’ และ ‘เรื่องราว’ เข้ามานำเสนอ การมีกระทรวงที่โฟกัสถูกจุดจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างก้าวกระโดด และเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้ยั่งยืนต่อไป

ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างครับกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้? การตั้งกระทรวงใหม่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยปังกว่าเดิมได้หรือไม่? อย่าลืมแบ่งปันความคิดเห็นให้เราได้ทราบกันบ้างนะครับ

ที่มา – วธ.-ท่องเที่ยวฯ ถกปรับโครงสร้าง ตั้ง “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” แยก “กระทรวงการกีฬา”

ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาโดยตลอด แต่เมื่อพรรคประชาชนได้จัดงาน “Creative Budget Hack” เพื่อเจาะลึกงบประมาณปี 2570 กลับพบเรื่องราวที่ชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อยครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐบาลดูเหมือนจะประกาศหนุนหลังอย่างเต็มที่ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการหั่นงบประมาณหน่วยงานสำคัญลงอย่างน่าใจหาย

ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ภาคประชาชนต้องรู้

จากการวิเคราะห์ของ สส.อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ พบว่าหน่วยงานหลักที่ต้องเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกลับถูกปรับลดงบประมาณพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นจริงในงบประมาณฉบับนี้

เปิด 3 ช่องโหว่หลักที่ทำให้งบไม่ถึงมือคนทำงาน

สำหรับประเด็นสำคัญที่ ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่:

  • ประกาศสนับสนุน แต่ไม่ให้งบ: เป็นการสวนทางกันระหว่างคำพูดนโยบายกับการจัดสรรเม็ดเงินจริง โดยหน่วยงานที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกตัดงบอย่างหนัก
  • งบกระจัดกระจาย ขาดยุทธศาสตร์ร่วม: ปัจจุบันงบกว่า 17,000 ล้านบาท กระจายตัวอยู่ใน 6 กระทรวง ทำให้การทำงานขาดการบูรณาการและวัดผลได้ยาก
  • งบไม่ถึงมือคนทำงานจริง: เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในส่วนงานบริหารมากกว่าจะลงไปถึงตัวศิลปิน นักออกแบบ หรือผู้ประกอบการอิสระที่สร้างผลงานสร้างสรรค์ออกมาจริงๆ

หากจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ เราต้องการมากกว่าแค่ถ้อยคำสวยหรูในแคมเปญ แต่ต้องการการบริหารงบประมาณที่โปร่งใสและเข้าถึงผู้สร้างสรรค์ตัวจริง ทางพรรคประชาชนได้เสนอแนวทางเชิงรุกอย่างการจัดตั้ง National Creative Economy Board เพื่อเข้ามาจัดสรรงบข้ามกระทรวง และเน้นการส่งงบให้ผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมที่ไร้การต่อยอด

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นี้ให้ดีครับ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือภาษีของเราทุกคน เชื่อว่าหากมีการปรับปรุงโครงสร้างงบประมาณให้ฉลาดและเป็นธรรมมากขึ้น ประเทศไทยจะมีโอกาสเปล่งประกายในเวทีโลกได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน

ที่มา – ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐบาลบอกหนุนแต่กลับตัดแหลก

“สีหศักดิ์” เปิด Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่! “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำบทบาทอาหารไทยในฐานะทูตวัฒนธรรมเชิงรุกที่คนทั้งโลกรู้จัก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ณ สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้ร่วมพิธีเปิดสำคัญ เช่น นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว, H.E. Mr. SHIMADA Tomoaki Parliamentary Vice-Minister for Foreign Affairs (ผู้แทนรัฐบาลญี่ปุ่น), นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ Mr. Niki Hirobumi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่น

นายสีหศักดิ์ เปิดงาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26: เทศกาลไทยใหญ่สุดในต่างแดน

งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นเทศกาลไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ และได้รับการบรรจุในปฏิทินกิจกรรมประจำปีของญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ ในทำเนียบสถานทูตเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ปัจจุบันขยายตัวจนกลายเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย แบรนด์ไทย และผลักดันการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก (Cultural Diplomacy) เพื่อ Rebranding ประเทศไทยในภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยและน่าดึงดูด

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงวิวัฒนาการของงานที่เติบโตจากผู้มาร่วมไม่กี่ร้อยคน สู่เทศกาลยิ่งใหญ่ที่มีของดีจากไทยทั้งดั้งเดิมและสมัยใหม่ โดยปีนี้กระทรวงการต่างประเทศไทยเน้นชุดไทยและผ้าไทยเป็นพิเศษ เพื่อสอดรับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่กำลังผลักดันให้จดทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมโลกแบบจับต้องได้

กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

อาหารไทย: ทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

หนึ่งในจุดเด่นที่นายสีหศักดิ์ย้ำคืออาหารไทยที่กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ชั้นนำ จากเมื่อ 30 ปีก่อนที่ต้มยำกุ้งและแกงเขียวหวานเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น สู่เมนูฮิตยุคใหม่อย่างผัดกะเพราไข่ดาว นอกจากนี้ ผลไม้ไทยชื่อดังอย่างทุเรียน มังคุด และมะม่วง ก็ถูกนำมาจำหน่ายสดๆ ในงาน ทำให้ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติแท้ๆ ของไทย แบรนด์ไทยขยายตัวไปเกือบทุกมุมโลก แม้แต่ประเทศที่คาดไม่ถึงก็มีร้านอาหารไทยเปิดครองใจผู้บริโภค

ไฮไลท์กิจกรรม Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26

นอกจากอาหารและผลไม้ งานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดมันส์

  • ทัพศิลปิน T-Pop ชูคอนเซิร์ต “Thai Wave” โชว์เพลงไทยสุดฮิต
  • การแสดงรำไทยและมวยไทยตลอดวัน สืบสานศิลปะการแสดงไทยแท้
  • ร้านอาหารไทยและสินค้า OTOP ชื่อดังมากมาย
  • นิทรรศการชุดไทย ผ้าไทย สินค้าสร้างสรรค์ไทย
  • ผลไม้ไทยสดใหม่ ทุเรียน มังคุด มะม่วง ราคาพิเศษ

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความบันเทิง แต่ยังเป็นเวทีให้ทุกภาคส่วนของไทยแสดงศักยภาพ ส่งเสริมการทูตเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยในระดับสากล

ความสำคัญของ Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 ต่อ soft power ไทย

การจัดงานอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี สะท้อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศไทยในการยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ อาหารไทย ชุดไทย T-Pop และมวยไทย ล้วนเป็นเครื่องมือทูตที่ทรงพลัง ช่วยให้ชาวต่างชาติติดใจเสน่ห์ไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจ การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่นพันธมิตรสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน งาน Thai Festival Tokyo ครั้งที่ 26 คือตัวอย่างชัดเจนของการทูตวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์อาเซียน หากคุณชื่นชอบวัฒนธรรมไทย อย่าลืมติดตามหรือวางแผนไปร่วมงานเทศกาลไทยอื่นๆ ทั่วโลก เพื่อสัมผัสเสน่ห์ไทยแท้ๆ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “สีหศักดิ์” เปิดงาน Thai festival Tokyo ครั้งที่ 26 ย้ำอาหารไทยทูตวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกรู้จัก

พาณิชย์ผนึกช่องวัน ดันสินค้า GI แทรกละคร-ซีรีส์

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวน่าตื่นเต้นสำหรับแฟนละคร ซีรีส์ และคนรักสินค้าไทยแท้ๆ เลยนะ พาณิชย์ผนึกช่องวัน ดันสินค้า GI แทรกละคร-ซีรีส์ เพื่อยกระดับคอนเทนต์ไทยให้พร้อมสู้ศึกตลาดโลกแบบสุดพลัง! กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับเดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (ช่องวัน) มาพูดคุยกันจริงจัง หารือเรื่องการนำสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ผ้าทอไทลื้อ ฯลฯ มาแทรกเข้าไปในละครและซีรีส์ของเรา เพื่อสร้างซอฟต์พาวเวอร์ สร้างรายได้ให้ชุมชน และทำให้คอนเทนต์ไทยดังไกลไปทั่วโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กับผู้บริหารเดอะวัน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เล่าว่าการหารือครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส กับนายถกลเกียรติ วีรวรรณ CEO เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ โดยมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ให้เชื่อมโยงเรื่องราว อัตลักษณ์ และมูลค่าเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน สอดคล้องนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ที่ช่วย SMEs ไทยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่าสินค้า

พาณิชย์ผนึกช่องวัน ดันสินค้า GI แทรกละคร-ซีรีส์

ไฮไลต์สำคัญคือการดันสินค้า GI ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์บันเทิง! ลองนึกภาพดูสิ ในละครโรแมนติก พระเอกถือของฝาก GI อย่างเงือกทองแม่ฮ่องสอน ไปให้พระเอก หรือฉากกินข้าว ใช้ข้าว GI จังหวัดต่างๆ หรือถ่ายทำที่แหล่งผลิตจริงๆ เพื่อเล่าเรื่องชุมชน ตัวละครเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตผู้ผลิต นี่แหละ soft power ของไทยที่ทรงพลัง ลุยทั้งละคร ซีรีส์ และรายการข่าว ทำให้ผู้ชมทั้งในไทยและต่างประเทศรู้จักสินค้าไทย เกิดยอดขายพุ่ง!

ตัวอย่างการแทรกสินค้า GI ในคอนเทนต์

  • ฉากอาหารและของฝาก: ใช้ผลิตภัณฑ์ GI เช่น ทุเรียนท้อกว่างพะเยา หรือกะปิคลองขลุง ในมื้ออาหารของตัวละคร
  • สถานที่ถ่ายทำ: เลือกแหล่งผลิต GI เป็นโลเคชั่น เช่น ไร่ชา GI สูงสุดในโลกที่ดอยแม่สลอง
  • เรื่องราวตัวละคร: พล็อตที่เชื่อมโยงชุมชนผู้ผลิต เช่น ตัวร้ายหนีไปซ่อนในหมู่บ้าน GI หรือนางเอกสืบประวัติสินค้า
  • รายการข่าว: รีพอร์ตพิเศษเกี่ยวกับ GI ในช่องวัน เพื่อกระตุ้นการรับรู้

การหารือเรื่องสินค้า GI ในละคร

นอกจากนี้ ยังคุยเรื่องแก้กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ทันสมัย รองรับ WPPT ตาม RCEP ให้เสร็จปี 2569 คุ้มครองนักแสดงและผู้ผลิตเสียงในยุคดิจิทัล กรมพร้อมรับฟังความเห็นเอกชน สร้างสมดุลระหว่างคุ้มครองสิทธิและพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ละครไทย

ภาพการประชุม

ร่วมงาน TCEX และรณรงค์ไม่ใช้ของปลอม

เดอะ วัน ยังร่วมเป็นพันธมิตรงาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) 9-12 ก.ค. นี้ แสดงผลงาน IP Showcase และรณรงค์ “ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ของปลอม” เพื่อเคารพทรัพย์สินทางปัญญา สร้างอุตสาหกรรมไทยยั่งยืน

โลโก้ TCEX และกิจกรรม

การ พาณิชย์ผนึกช่องวัน ดันสินค้า GI แทรกละคร-ซีรีส์ นี้ ไม่ใช่แค่โปรโมทสินค้า แต่เป็นการสร้าง ecosystem ที่เชื่อมบันเทิงกับเศรษฐกิจชุมชน ในมุมมองผม มันเจ๋งมาก เพราะละครไทยดังอยู่แล้วทั่วเอเชีย ตอนนี้ใส่ GI เข้าไป ยิ่งทำให้สินค้าไทย export ได้ง่ายขึ้น SMEs ได้ประโยชน์เต็มๆ ถ้าคุณเป็นแฟนช่องวันหรือชอบสินค้าไทย ลองติดตามผลงานที่ออกมาใหม่ๆ นะ อาจเห็น GI โผล่ในละครเรื่องโปรด! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณอยากเห็นสินค้า GI ไหนในละครบ้างครับ

ที่มา – พาณิชย์ผนึกช่องวัน ดันสินค้า GI แทรกละคร-ซีรีส์ ยกระดับคอนเทนต์ไทยสู้ตลาดโลก

“ซาบีดา” ปลื้มงาน 244 ปี รายได้ 168 ล้าน ดันชุดไทยมรดกโลก

“ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก เป็นข่าวดีที่ทำให้คนไทยทุกคนยิ้มกว้างเลยนะครับ! กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้การนำของนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงานเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ “ใต้ร่มพระบารมี 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 2.4 แสนคน สร้างรายได้หมุนเวียนถึง 168 ล้านบาท แถมยังเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน “ชุดไทย” ให้ก้าวสู่การเป็นมรดกโลก UNESCO อีกด้วย

งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน

“ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก

งานนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อ 21 เมษายน 2325 จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรม และประชาชน ทำให้เกิดประสบการณ์สุดประทับใจ งานแบ่งเป็น 3 พื้นที่ 3 สไตล์เจ๋งๆ ดังนี้

  • อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: สร้างรัตนโกสินทร์ที่มีชีวิต ผสมผสานรุ่นเก่ารุ่นใหม่ ด้วยนิทรรศการ Outdoor Multimedia และ AI สร้างภาพชุดไทยสุดล้ำ!
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: Night Museum เดินวังยามค่ำ ชมพิพิธภัณฑ์ ดูหนังโชว์ ช้อปชิม ในบรรยากาศวังเรืองรอง ย้อนยุครัตนโกสินทร์ต้น.
  • วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร: เดินชุมชนคลองสาน-กะดีจีน สไตล์งานวัดเต็มเปี่ยมวัฒนธรรม ไหว้พระ ประกวดอาหารสามศาสนา.

จัดระหว่าง 22-26 เมษายน 2568 มีคนมาร่วมกว่า 248,000 คน ชาวไทย 240,000 นักท่องเที่ยวต่างชาติ 7,400 คน รายได้ 168 ล้านบาท และออนไลน์ 39 ล้านครั้ง! ตอกย้ำพลังทุนวัฒนธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ไฮไลต์งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ชุดไทยสวยงาม

ไฮไลต์สุดปังที่ทำให้ทุกคนหลงรักความเป็นไทย

นางสาวซาบีดาเล่าว่า ที่อุทยานจุฬาฯ มีคอนเสิร์ตศิลปินดัง แสดงศิลปวัฒนธรรมไทยแท้ๆ พิพิธภัณฑ์ฯ มีหนังกลางแปลง การแสดงพื้นบ้านหายาก ส่วนวัดประยุรฯ เต็มไปด้วยวิถีชุมชน สะท้อนศรัทธาและความผูกพัน ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้ชิด สร้างรายได้ยั่งยืน

ที่เด็ดสุดคือทุกคนแต่งชุดไทย ชุดไทยประยุกต์ ผ้าไทย สวยอิสระ สะท้อนตัวตน ตามนโยบาย “ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน” ทำให้คนไทยภาคภูมิในมรดกชาติ ขณะที่ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” กำลังรอขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่เซียะเหมิน จีน 30 พ.ย.-5 ธ.ค. 2569

ผู้เข้าร่วมงานสวมชุดไทย 244 ปี รัตนโกสินทร์
กิจกรรมชุดไทย ดันสู่มรดกโลก

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังรณรงค์แต่งชุดไทยทั้งประเทศ เดือนเมษายน สัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย 2-8 เม.ย. และสงกรานต์ 13-15 เม.ย. 2568 ใหญ่โตทั่วประเทศ

งานนี้ไม่ใช่แค่เฉลิมฉลอง แต่เป็นการจุดประกายความรักชาติ สร้างเศรษฐกิจจากวัฒนธรรม ลองนึกภาพนะครับ ถ้าชุดไทยเป็นมรดกโลก ไทยเราจะดังระดับโลกขนาดไหน! มาสนับสนุนกันเถอะ สวมชุดไทยทุกโอกาส ภูมิใจในความเป็นไทย แล้วแบ่งปันเรื่องราวดีๆ นี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ

ที่มา – “ซาบีดา” ปลื้ม งาน 244 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ รายได้สะพัด 168 ล้าน พร้อมดัน “ชุดไทย” สู่มรดกโลก

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดวันไหลบางเบิด

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าสนใจมากสำหรับคนรักการท่องเที่ยว นั่นคือ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในช่วงวันหยุดยาว สร้างสีสันให้กับงานประเพณีท้องถิ่นให้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่น่าจับตามอง

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

วันที่ 17 เมษายน 2567 (หมายเหตุ: ตามข้อมูลต้นฉบับ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานชุมพรอย่างคึกคัก ทันทีที่ลงเครื่อง ก็เปลี่ยนสวม เสื้อลายดอกสีสันสดใส เพื่อเข้าสู่บรรยากาศงานประเพณีวันไหลบางเบิด ณ ชายหาดบางเบิด ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

บรรยากาศการต้อนรับอบอุ่นสุดๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และ ส.ส.ชุมพรจากพรรคภูมิใจไทย เช่น นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และนายสุพล จุลใส ร่วมให้การต้อนรับ พี่น้องประชาชนและข้าราชการแห่พวงมาลัย ดอกกุหลาบมารับเสด็จนายกฯ ทำให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งสูง แฟนคลับบางเบิดแลนด์มาร์คใหม่นี้แน่นสนามบินไปหมด

วันไหลบางเบิด: เทศกาลท่องเที่ยวชุมพรที่กำลังมาแรง

งาน “วันไหลบางเบิด” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเลือก โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักระดับประเทศ ชายหาดบางเบิดมีเอกลักษณ์ด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และกิจกรรมวันไหลที่ผสมผสานวัฒนธรรมสงกรานต์กับความสนุกแบบชายหาด นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงานและร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน สร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในช่วงท้ายสงกรานต์

นอกจากนี้ การที่ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร ยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงประชาชน สร้างภาพจำดีๆ ให้กับการท่องเที่ยวชุมพร ซึ่งจังหวัดนี้มีจุดเด่นเรื่องทะเล ผลไม้ และอาหารทะเลสดใหม่ หาดบางเบิดกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ ไม่แออัด

  • กิจกรรมหลักในงานวันไหลบางเบิด: การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่, เล่นน้ำสงกรานต์สไตล์ชายหาด, การแสดงดนตรีพื้นเมือง
  • สถานที่ใกล้เคียง: หาดทุ่งวัวแลนด์, น้ำตกหงส์เหิน, สวนผลไม้ชุมพร
  • เคล็ดลับการเดินทาง: บินตรงสู่สนามบินชุมพร หรือขับรถจากสุราษฎร์ธานี
  • ที่พักแนะนำ: รีสอร์ทริมหาดปะทิว ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท/คืน

การมาของนายกฯ ในครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นท่องเที่ยวชุมพรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ต้องการการโปรโมตจากผู้นำประเทศ ชุมพรซึ่งมีศักยภาพสูงแต่ยังเงียบเหงา กำลังจะคึกคักมากขึ้นจากอีเวนต์นี้

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวสงกรานต์ปีหน้า หรืออยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ ลองเช็คปฏิทินงานวันไหลบางเบิดดูนะครับ มันคือประสบการณ์ที่ผสมความสนุก ประเพณี และทะเลสวยได้อย่างลงตัว สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนไทยกันเถอะ!

ความเห็นส่วนตัว: การที่ผู้นำอย่างอนุทินเลือกสวมเสื้อลายดอกมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เทศกาลท้องถิ่นอย่างวันไหลบางเบิดกลายเป็นฮิตทั่วประเทศในไม่ช้า

ที่มา – “อนุทิน” สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

หนุนซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านอาหารระดับโลก ด้วยนโยบายหนุนซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ จากกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งยกระดับทักษะเชฟไทยให้กลายเป็นพรีเมียมเมนู สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจฐานราก

กิจกรรมหนุนซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ

หนุนซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ

กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย ผ่านโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ปีงบ 2568 จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศหลักสูตร Master Thai Chef Program ปั้นเชฟทักษะสูงกว่า 20,000 คน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ สร้างระบบนิเวศค้าที่ยั่งยืน เชื่อมวัตถุดิบชุมชนสู่ตลาดโลก คาดปั๊มเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 3,300 ล้านบาท

ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 12 ของโลก อันดับ 2 เอเชีย แต่เผชิญภาษีนำเข้าใหม่จากสหรัฐฯ และ NTBs เรื่องสิ่งแวดล้อม ปี 2569 จะยกระดับผู้ประกอบการสู่ Made by Thai ใช้ Data Analytics วิเคราะห์ตลาด ผลิตตรงใจผู้บริโภค ลดต้นทุน พร้อมปรับกระบวนการผลิตสีเขียว

ประโยชน์จากการปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ

  • ยกระดับเมนูไทยสู่พรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่ม
  • เชื่อมโยงห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำวัตถุดิบชุมชน ถึงปลายน้ำร้านอาหาร
  • เสริมทักษะ Upskill-Reskill ดีไซน์ รสชาติสากล แบรนด์ท้องถิ่น
  • รับมือกีดกันทางการค้า สร้างมาตรฐานโลก
  • กระจายรายได้สู่ร้านอาหารรายย่อยกว่า 4 แสนราย

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยขับเคลื่อน GDP ด้วยทุนวัฒนธรรม ผสมศิลปะ เทคโนโลยี สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ส่งเสริมผ่านงานมหกรรมเสน่ห์ไทย ภาพยนตร์อาหารไทย พัฒนาบุคลากรสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาหารโลก

เชฟที่ได้รับการฝึกอบรมจากโครงการหนุนซอฟต์พาวเวอร์ ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีดีพร้อม เผยโครงการฝึกอบรมครอบคลุมอัตลักษณ์อาหาร 4 ภาค ภาษาอังกฤษครัว การจัดการมาตรฐานสากล ได้เชฟ 20,000 คน รองรับมาตรฐานวิชาชีพ 80% เช่น ประกาศนียบัตรสมรรถนะระดับ 4 จากสพพ. และฝีมือแรงงานระดับ 1 กิจกรรมรวมเชฟ 1,500 คน Showcase 100 บูธ ตั้งแต่ข้าวหอมมะลิ สมุนไพร แปรรูป Delivery

เชฟเหล่านี้คือทูตวัฒนธรรม ถ่ายทอดรสชาติไทยสู่โลก พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ขยายธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืน

โครงการนี้ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่จุดประกายพลังสร้างสรรค์ ยกระดับอาหารไทยสู่นวัตกรรม สร้างรายได้มั่นคง หากคุณเป็นเชฟชุมชนหรือผู้ประกอบการ สมัครหลักสูตร Master Thai Chef Program วันนี้ เพื่อก้าวสู่เชฟระดับโลก ร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ดังกระหึ่ม!

ที่มา – หนุนซอฟต์พาวเวอร์กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ ดันหลักสูตรช่วยปั๊มเม็ดเงิน

สว.อลงกต เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์

“อลงกต วรกี” เผย กมธ.ติดตามงบฯ เล็งสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ไล่เส้นทางล็อกสเปกให้คนใกล้ชิดได้งาน-ความคุ้มค่าการใช้งบฯ เผยคนชายแดนแนะข้อเสนอให้รัฐบาลกัมพูชาชดใช้ค่าเสียหายให้ไทย แลกเปิดด่าน

วันที่ 14 กันยายน 2568 นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ที่ประชุมจะหารือถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ 5,000 ล้านบาท ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงการใช้งบประมาณว่ามีความคุ้มค่า เกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใด หรือมีการรั่วไหลหรือไม่

โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการอีเวนต์ต่างๆ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตมีการล็อกสเปกให้บุคคลใกล้ชิดได้งาน ได้ดำเนินการประมูลถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่ รวมทั้งจะพิจารณาดูความคุ้มค่าในแต่ละโครงการว่ามีการใช้งบประมาณเกิดประโยชน์เพียงใด ดำเนินการแล้วสามารถนำไปต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์สร้างรายได้เข้าประเทศได้จริงหรือไม่ การประชุม กมธ.ในวันดังกล่าวจะพิจารณาเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติมาให้ข้อมูลกับ กมธ. ต่อไป

ขณะเดียวกัน นายอลงกต กล่าวต่อไปถึงข้อเสนอการพิจารณาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปติดตามเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณถูกต้อง ครบถ้วน แต่เงินเยียวยาที่ได้รับอาจได้ไม่ตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ได้สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ถึงการเปิดด่านไทย-กัมพูชา คนในพื้นที่ให้ข้อเสนอว่า ถ้าจะให้เปิดด่านจริง จะต้องให้รัฐบาลกัมพูชาชดใช้ค่าเสียหายแก่คนไทยที่เกิดความเสียหายตามแนวชายแดนก่อน ทั้งกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ บ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงที่เสียหาย ต้องได้รับการชดใช้จากกัมพูชาให้ครบถ้วน ตามความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น

ส่วนข้อเสนอให้ทหารกัมพูชาร่วมเก็บกู้วัตถุระเบิดกับไทยนั้น เชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แม้กัมพูชาจะตอบตกลงร่วมเก็บกู้ระเบิด แต่คงเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเก็บกู้ ไม่ได้ไปเก็บกู้ร่วมกับไทย แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากัมพูชาจะไม่ไปวางกับระเบิดเพิ่มเติม ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าควรให้รัฐบาลกัมพูชาจ่ายค่าชดเชยการเก็บกู้วัตถุระเบิดให้รัฐบาลไทย ดีกว่าให้มาเก็บกู้วัตถุระเบิดร่วมกัน.

สว.อลงกต เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์

จากกรณีที่ สว. อลงกต ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเตรียมสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้เกิดคำถามและความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมากถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าของโครงการนี้ การตรวจสอบนี้มีเป้าหมายเพื่อต้องการให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

ทำไมต้องตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์?

การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นงบประมาณจำนวนมากที่ถูกจัดสรรเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่างๆ การตรวจสอบจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ไม่มีการทุจริตหรือการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ การตรวจสอบยังช่วยประเมินผลลัพธ์ของโครงการต่างๆ ว่าสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนได้จริงหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่ สว.อลงกต ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ เรื่องของการล็อกสเปกและการเอื้อประโยชน์ให้กับคนใกล้ชิดในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการดำเนินงาน

ความคุ้มค่าและความโปร่งใสต้องมาก่อน

การใช้งบประมาณจำนวน 5,000 ล้านบาท สำหรับโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์นั้น ถือเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินโครงการต่างๆ เป็นไปอย่างโปร่งใสและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน

การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจับผิดหรือขัดขวางการดำเนินงานของโครงการ แต่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ การตรวจสอบนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

การที่ สว.อลงกต และคณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบงบประมาณในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตรวจสอบนี้จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การที่งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ ถูกนำไปใช้ในโครงการที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง การตรวจสอบงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

ที่มา – “สว.อลงกต” เผย กมธ. เล็งสอบงบซอฟต์พาวเวอร์ ไล่เส้นทางล็อกสเปก-ความคุ้มค่า

Scroll to top