เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาโดยตลอด แต่เมื่อพรรคประชาชนได้จัดงาน “Creative Budget Hack” เพื่อเจาะลึกงบประมาณปี 2570 กลับพบเรื่องราวที่ชวนให้ตั้งคำถามไม่น้อยครับ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐบาลดูเหมือนจะประกาศหนุนหลังอย่างเต็มที่ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการหั่นงบประมาณหน่วยงานสำคัญลงอย่างน่าใจหาย
ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ภาคประชาชนต้องรู้
จากการวิเคราะห์ของ สส.อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ พบว่าหน่วยงานหลักที่ต้องเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยกลับถูกปรับลดงบประมาณพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นจริงในงบประมาณฉบับนี้
เปิด 3 ช่องโหว่หลักที่ทำให้งบไม่ถึงมือคนทำงาน
สำหรับประเด็นสำคัญที่ ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่:
- ประกาศสนับสนุน แต่ไม่ให้งบ: เป็นการสวนทางกันระหว่างคำพูดนโยบายกับการจัดสรรเม็ดเงินจริง โดยหน่วยงานที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถูกตัดงบอย่างหนัก
- งบกระจัดกระจาย ขาดยุทธศาสตร์ร่วม: ปัจจุบันงบกว่า 17,000 ล้านบาท กระจายตัวอยู่ใน 6 กระทรวง ทำให้การทำงานขาดการบูรณาการและวัดผลได้ยาก
- งบไม่ถึงมือคนทำงานจริง: เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในส่วนงานบริหารมากกว่าจะลงไปถึงตัวศิลปิน นักออกแบบ หรือผู้ประกอบการอิสระที่สร้างผลงานสร้างสรรค์ออกมาจริงๆ
หากจะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ เราต้องการมากกว่าแค่ถ้อยคำสวยหรูในแคมเปญ แต่ต้องการการบริหารงบประมาณที่โปร่งใสและเข้าถึงผู้สร้างสรรค์ตัวจริง ทางพรรคประชาชนได้เสนอแนวทางเชิงรุกอย่างการจัดตั้ง National Creative Economy Board เพื่อเข้ามาจัดสรรงบข้ามกระทรวง และเน้นการส่งงบให้ผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมที่ไร้การต่อยอด
ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูการอภิปรายงบประมาณปี 2570 นี้ให้ดีครับ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์คือภาษีของเราทุกคน เชื่อว่าหากมีการปรับปรุงโครงสร้างงบประมาณให้ฉลาดและเป็นธรรมมากขึ้น ประเทศไทยจะมีโอกาสเปล่งประกายในเวทีโลกได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน
ที่มา – ปชน. พบ 3 ช่องโหว่ งบประมาณเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐบาลบอกหนุนแต่กลับตัดแหลก




