ซอฟต์แวร์ระบบเช็คอิน

UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

เจ้าหน้าที่ของสหราชอาณาจักรจับกุมตัวชายคนหนึ่ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทำให้ระบบของสนามบินทั่วโลกปั่นป่วน การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางไซเบอร์ส่งผลกระทบต่อสนามบินหลายแห่งในยุโรป ทำให้เกิดความล่าช้าและความวุ่นวายในการเดินทาง

เมื่อ 24 ก.ย. 2568 สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCA) เปิดเผยว่า ตำรวจจับกุมตัวชายอายุในช่วง 40 ปีคนหนึ่ง ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทำให้ระบบเช็คอินอัตโนมัติและระบบขึ้นเครื่องของสนามบินหลายแห่งในยุโรปใช้การไม่ได้นานหลายวันเมื่อสัปดาห์ก่อน เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อการดำเนินงานของสนามบินและส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมาก

NCA ระบุว่า ชายคนนี้ถูกจับกุมในมณฑลเวสต์ซัสเซกซ์ เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (23 ก.ย.) โดยต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามกฎหมายการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด (Computer Misuse Act) ก่อนที่เขาจะได้รับการประกันตัวแบบมีเงื่อนไข การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

“แม้ว่าการจับกุมครั้งนี้จะเป็นความคืบหน้าในเชิงบวก แต่การสืบสวนเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังคงดำเนินต่อไป” นายพอล ฟอสเตอร์ หัวหน้าหน่วยอาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติของ NCA ระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ก.ย. บริษัท “คอลลินส์ แอโรสเปซ” (Collins Aerospace) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระบบเช็คอินที่เรียกว่า Muse แก่สายการบินต่างๆ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้ผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองต่างๆ เช่น ลอนดอน บรัสเซลส์ เบอร์ลิน และดับลิน ประสบปัญหาการเดินทาง การโจมตีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบที่สำคัญและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทางทางอากาศ

เจ้าหน้าที่สนามบินบรัสเซลส์ ต้องใช้ไอแพดและแล็ปท็อปเพื่อเช็คอินผู้โดยสารทางออนไลน์ ขณะที่ผู้โดยสารคนหนึ่งที่สนามบิน “เบอร์ลิน บรันเดินบวร์ก” บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้โดยสารได้รับตั๋วขึ้นเครื่องบินที่เขียนด้วยลายมือ สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของเจ้าหน้าที่เพื่อลดผลกระทบต่อผู้โดยสาร

ในแถลงการณ์เมื่อเช้าวันพุธ (24 ก.ย.) สนามบินเบอร์ลินระบุว่า ปัญหาการเดินทางยังคงดำเนินต่อไป นี่แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์อาจกินเวลานาน และต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

การจับกุมชายผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นก้าวสำคัญในการสืบสวนเหตุการณ์ UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป แต่การสืบสวนยังไม่สิ้นสุด เพื่อให้เข้าใจถึงขอบเขตของการโจมตี และหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินจากเหตุการณ์ UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

เหตุการณ์ UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรปนี้ ตอกย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมการบิน และความจำเป็นในการลงทุนในระบบป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีในอนาคต ต่อไปนี้เป็นผลกระทบหลักที่อาจเกิดขึ้น:

  • การหยุดชะงักของการดำเนินงาน: การโจมตีทางไซเบอร์สามารถทำให้ระบบที่สำคัญ เช่น ระบบเช็คอิน ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศ และระบบรักษาความปลอดภัยหยุดทำงานได้
  • ความเสียหายทางการเงิน: การหยุดชะงักของการดำเนินงาน การฟื้นฟูระบบ และการสูญเสียความเชื่อมั่นของลูกค้า อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
  • การละเมิดข้อมูล: การโจมตีทางไซเบอร์อาจนำไปสู่การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่นๆ
  • ความเสียหายต่อชื่อเสียง: การโจมตีทางไซเบอร์สามารถทำลายชื่อเสียงของสายการบินและสนามบินได้

ถึงแม้ว่า UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป จะเป็นข่าวดี แต่ก็ยังจำเป็นต้องระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนากลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมการบินจากการโจมตีในอนาคต

การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องการดำเนินงาน ข้อมูล และชื่อเสียงของธุรกิจการบิน

ที่มา – UK จับชายต้องสงสัย โยงโจมตีไซเบอร์ป่วนสนามบินยุโรป

EU เผย! สนามบินยุโรปถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

สถานการณ์น่ากังวล! หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่สนามบินหลายแห่งในยุโรปประสบปัญหาขัดข้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ข่าวร้ายนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งสหภาพยุโรป (ENISA) ได้รายงานว่า อาชญากรไซเบอร์กำลังใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับสนามบินต่างๆ ทั่วโลก โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ระบบซอฟต์แวร์เช็คอินอัตโนมัติ รวมถึงระบบการขึ้นเครื่องของสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดหลายแห่งในยุโรป ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี

ENISA ระบุว่า พวกเขาสามารถระบุชนิดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้ได้แล้ว และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและนำตัวมาลงโทษ

ถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว กลุ่มอาชญากรไซเบอร์มักจะใช้แรนซัมแวร์เพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบของเป้าหมาย และเรียกค่าไถ่เป็นเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ เพื่อแลกกับการกู้คืนข้อมูลและความเสียหายที่เกิดขึ้น และในครั้งนี้ กลุ่มอาชญากรได้มุ่งเป้าโจมตีระบบซอฟต์แวร์เช็คอินที่เรียกว่า Muse ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท คอลลินส์ แอโรสเปซ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า พวกเขาได้รับทราบข้อมูลภายในที่ส่งถึงพนักงานของสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งระบุว่า คอมพิวเตอร์กว่าหนึ่งพันเครื่องอาจได้รับ “ความเสียหาย” และการกู้คืนระบบส่วนใหญ่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตนเอง และไม่สามารถทำได้จากระยะไกล

เจ้าหน้าที่ของสนามบินฮีทโธรว์ได้ขอความร่วมมือจากสายการบินต่างๆ ให้ใช้ระบบสำรองแบบแมนนวลต่อไป เพื่อทำการเช็คอินและขึ้นเครื่องให้แก่ผู้โดยสารในระหว่างที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยทางสนามบินฮีทโธรว์ยืนยันว่า เที่ยวบินส่วนใหญ่ยังคงให้บริการตามปกติ และขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของตนเองก่อนที่จะเดินทางมายังสนามบิน

ทางด้านบริษัท คอลลินส์ แอโรสเปซ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบสำหรับสายการบินจำนวนมากที่สนามบินหลายแห่งทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า พวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่จำเป็นแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ข้อมูลภายในของสนามบินฮีทโธรว์ยังระบุอีกด้วยว่า ในช่วงแรก บริษัท คอลลินส์ ได้ทำการสร้างระบบขึ้นมาใหม่และเปิดใช้งานอีกครั้ง แต่กลับ обнаружилиว่า แฮกเกอร์ยังคงอยู่ในระบบ

สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สนามบิน การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางและสร้างความปั่นป่วนให้กับผู้คนจำนวนมาก

ผลกระทบจากการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ต่อสนามบินยุโรป

  • ระบบเช็คอินและขึ้นเครื่องล่าช้า
  • ความล่าช้าของเที่ยวบิน
  • ความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสาร
  • ความเสียหายต่อชื่อเสียงของสนามบินและสายการบิน

ดังนั้น การลงทุนในมาตรการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คน

เหตุการณ์ สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์นั้นมีอยู่จริง และอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตประจำวันของเรา เราทุกคนจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และร่วมมือกันป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – EU เผย สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่

Scroll to top