สถานการณ์น่ากังวล! หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหภาพยุโรป (EU) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่สนามบินหลายแห่งในยุโรปประสบปัญหาขัดข้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ข่าวร้ายนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน
เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งสหภาพยุโรป (ENISA) ได้รายงานว่า อาชญากรไซเบอร์กำลังใช้มัลแวร์เรียกค่าไถ่เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับสนามบินต่างๆ ทั่วโลก โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ระบบซอฟต์แวร์เช็คอินอัตโนมัติ รวมถึงระบบการขึ้นเครื่องของสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดหลายแห่งในยุโรป ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี
ENISA ระบุว่า พวกเขาสามารถระบุชนิดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ใช้ในการโจมตีครั้งนี้ได้แล้ว และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและนำตัวมาลงโทษ
ถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งนี้ แต่โดยทั่วไปแล้ว กลุ่มอาชญากรไซเบอร์มักจะใช้แรนซัมแวร์เพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบของเป้าหมาย และเรียกค่าไถ่เป็นเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ เพื่อแลกกับการกู้คืนข้อมูลและความเสียหายที่เกิดขึ้น และในครั้งนี้ กลุ่มอาชญากรได้มุ่งเป้าโจมตีระบบซอฟต์แวร์เช็คอินที่เรียกว่า Muse ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท คอลลินส์ แอโรสเปซ
สำนักข่าว BBC รายงานว่า พวกเขาได้รับทราบข้อมูลภายในที่ส่งถึงพนักงานของสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งระบุว่า คอมพิวเตอร์กว่าหนึ่งพันเครื่องอาจได้รับ “ความเสียหาย” และการกู้คืนระบบส่วนใหญ่จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตนเอง และไม่สามารถทำได้จากระยะไกล
เจ้าหน้าที่ของสนามบินฮีทโธรว์ได้ขอความร่วมมือจากสายการบินต่างๆ ให้ใช้ระบบสำรองแบบแมนนวลต่อไป เพื่อทำการเช็คอินและขึ้นเครื่องให้แก่ผู้โดยสารในระหว่างที่กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยทางสนามบินฮีทโธรว์ยืนยันว่า เที่ยวบินส่วนใหญ่ยังคงให้บริการตามปกติ และขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินของตนเองก่อนที่จะเดินทางมายังสนามบิน
ทางด้านบริษัท คอลลินส์ แอโรสเปซ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบสำหรับสายการบินจำนวนมากที่สนามบินหลายแห่งทั่วโลก ได้ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ว่า พวกเขากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่จำเป็นแล้ว แต่พวกเขายังไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ข้อมูลภายในของสนามบินฮีทโธรว์ยังระบุอีกด้วยว่า ในช่วงแรก บริษัท คอลลินส์ ได้ทำการสร้างระบบขึ้นมาใหม่และเปิดใช้งานอีกครั้ง แต่กลับ обнаружилиว่า แฮกเกอร์ยังคงอยู่ในระบบ
สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่
เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สนามบิน การโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางและสร้างความปั่นป่วนให้กับผู้คนจำนวนมาก
ผลกระทบจากการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ต่อสนามบินยุโรป
- ระบบเช็คอินและขึ้นเครื่องล่าช้า
- ความล่าช้าของเที่ยวบิน
- ความเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสาร
- ความเสียหายต่อชื่อเสียงของสนามบินและสายการบิน
ดังนั้น การลงทุนในมาตรการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คน
เหตุการณ์ สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์นั้นมีอยู่จริง และอาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตประจำวันของเรา เราทุกคนจึงควรตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และร่วมมือกันป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น
ที่มา – EU เผย สนามบินยุโรปกำลังถูกอาชญากรโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่


