ซุ่มยิง

ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย

เหตุระทึกขวัญ ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย

เกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นอีกครั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อมีรายงานข่าวกรณี ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนขวัญประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ช่วงเช้าของวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา สร้างความโกลาหลและความเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองครูเป็นวงกว้าง

รายละเอียดเหตุการณ์ ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย

เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของชุดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดน 442 (ชุดป่าพร้าว) บริเวณรอยต่อบ้านซาไกและบ้านบูโละสะนีแย ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินเท้าปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยครูนั้น ได้เกิดแรงระเบิดดังสนั่นก่อนที่คนร้ายจะอาศัยจังหวะซุ่มยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 6 นาย

สำหรับรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย:

  • ส.ต.ท.กิตติศักดิ์ ศักดิ์แสง (ได้รับบาดเจ็บสาหัส)
  • ส.ต.ท.ปรภัทร วงษ์รวยดี (ได้รับบาดเจ็บสาหัส)
  • ส.ต.ท.ณรงศักดิ์ โชติพันธ์
  • ส.ต.ท.นราธิป นิลสุวรรณ
  • ส.ต.ท.ศักดิ์ชาย แก้วนุ่น
  • ส.ต.ท.วิกรม หล๊ะเลย

ในจำนวนนี้ เจ้าหน้าที่ 2 นายแรกมีอาการสาหัส จึงต้องมีการประสานเฮลิคอปเตอร์จาก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เพื่อเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาเป็นการด่วน เพื่อรับการรักษาขั้นสูงต่อไป

มาตรการรับมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง

หลังจากเกิดเหตุการณ์ ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย ทาง พล.ต.ต.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการด่วนให้หน่วยความมั่นคง 3 ฝ่าย และชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากหวั่นเกรงว่าคนร้ายอาจวางแผนซ้อนเร้นเพื่อก่อเหตุซ้ำในจุดเดิม นอกจากนี้ยังมีการสั่งปิดกั้นพื้นที่และระดมกำลังติดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สีแดง ซึ่งการปกป้องชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาคือภารกิจที่สำคัญยิ่ง ทางทีมงานขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว ให้ปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็ว พร้อมทั้งฝากถึงทางการให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุเศร้าสลดที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา – ยะลาเดือด คนร้ายลอบวางระเบิด-ซุ่มยิง ชุด ตชด.รปภ.ครู เจ็บ 6 นาย

ระทึกกลางดึก คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ แต่พลาดเป้ารอดตายหวุดหวิด

ระทึกกลางดึก คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ แต่พลาดเป้ารอดตายหวุดหวิด

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้คนอย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ ในยามวิกาลกลางดึก แต่โชคยังเข้าข้างทำให้เป้าหมายรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 21.57 น. นายมูหาหมัดอาซูวี มานา เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส กำลังนั่งพูดคุยกับเพื่อนฝูงและเพื่อนบ้านรวม 7 คน อยู่บริเวณเพิงพักหน้าบ้านพักของตนเอง ทันใดนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนไปกระทบเข้ากับฝาผนังอิฐบล็อกจนเศษปูนกระเด็น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรีบหมอบลงกับพื้นและดับไฟก่อนที่จะพาลูกชายหลบเข้าไปในตัวบ้านได้อย่างปลอดภัย

รายละเอียดเหตุการณ์และแนวทางการติดตามตัวคนร้าย

จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่โดย พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผกก.สภ.ตากใบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเช้าวันที่ 8 มิถุนายน พบหลักฐานรูกระสุนบนผนังอิฐบล็อก โดยคาดว่าคนร้ายได้ซุ่มยิงมาจากบริเวณป่าสวนปาล์มซึ่งห่างออกไปประมาณ 100 เมตร แม้เจ้าหน้าที่จะตรวจไม่พบปลอกกระสุน แต่เชื่อว่าคนร้ายมีการเตรียมการและสำรวจเป้าหมายมาเป็นอย่างดี

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ ครั้งนี้มีดังนี้:

  • มีการวางแผนล่วงหน้าจากกลุ่มแนวร่วมผู้ก่อเหตุรุนแรง
  • เป้าหมายถูกซุ่มยิงขณะกำลังนั่งพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน
  • วิถีกระสุนบ่งบอกถึงความชำนาญในการใช้อาวุธซุ่มยิงจากระยะไกล

เป็นที่น่าสลดใจว่า นายมูหาหมัดอาซูวี เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า บิดาของเขาซึ่งเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก็เคยถูกคนร้ายกราดยิงเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2551 บริเวณใกล้เคียงกับบ้านพักมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ ในครั้งนี้ ถูกมองว่าอาจเป็นการหมายเอาชีวิตผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุทาหรณ์ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการใช้ชีวิตประจำวัน แม้จะอยู่ในบ้านพักของตนเองก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ หากใครมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ สามารถติดตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ได้โดยตรง

ที่มา – ระทึกกลางดึก คนร้ายซุ่มยิง อส.ตากใบ แต่พลาดเป้ารอดตายหวุดหวิด

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขรก.ในพระองค์ รอดหวุดหวิด

เกิดเหตุระทึกขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงรถยนต์ของข้าราชการในพระองค์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ดีเจ้าตัวซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ร.ต.ท.ป้อมพิทักษ์ พึ่งตำบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้มีนายนาวาวี อีซอ อายุ 35 ปี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 1 ประจำพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีเทา ทะเบียนนราธิวาส เข้าพบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์

นายนาวาวีให้การว่า ถูกคนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ยืนอยู่ริมถนนด้านขวามือของคนขับใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์เก๋งถูกกระสุนปืนของคนร้าย บริเวณกระโปรงหน้า กระจกด้านข้างคนขับ กันสาด และหูช้างของกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสาย 5003 สายเจาะไอร้อง – ไอสเตียร์ ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม.16 ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้าริมทาง จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์

พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ทำการคนร้ายซุ่มยิงเก๋งครั้งนี้

นายนาวาวี ให้การเบื้องต้นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด และใช้ถนนสายดังกล่าวเพื่อไปหาภรรยาเป็นประจำ ไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

การสืบสวนหลังเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง

หลังเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการโจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก

  • ตรวจสอบประวัติผู้ที่อาจมีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
  • สอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์
  • ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ครั้งนี้ สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน

การที่คนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ ซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด

Scroll to top