ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

“เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570

“เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านกำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด ล่าสุด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอปัว พร้อมเสนอแนะแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการน้ำผ่านโครงการ “เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570 เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนและตรงจุดมากที่สุด

จากการลงพื้นที่จริง นายณัฐพงษ์พบว่าเสียงสะท้อนจากชาวบ้านมีความต้องการให้รัฐบาลทบทวนโครงการปรับปรุงฝายธงน้อยใหม่ เนื่องจากรูปแบบเดิมอาจยังไม่ตอบโจทย์การป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเขามองว่าการที่รัฐบาลกำลังเตรียมงบประมาณปี 2570 เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการปรับแผนงาน

ทำไมต้องปรับแบบ “เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570?

ปัญหาหลักที่พบคือโครงการเดิมอาจไม่ได้เน้นการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมอย่างแท้จริง นายณัฐพงษ์จึงได้เสนอแนวทางสำคัญดังนี้:

  • ขยายฝายให้เต็มลำน้ำ: เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บและระบายน้ำให้รองรับมวลน้ำได้ดียิ่งขึ้นในช่วงฤดูฝน
  • เน้นการชลประทานมากกว่าไฟฟ้า: จากข้อมูลหน้างานพบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้นการเปลี่ยนเป้าหมายไปสู่การชลประทานจะช่วยให้เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง
  • ปรับรูปแบบให้ทันสมัย: การใช้เทคโนโลยีและการออกแบบทางวิศวกรรมที่ถูกต้องจะช่วยลดผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากได้ดีกว่าการก่อสร้างรูปแบบเดิม

นายณัฐพงษ์ยังเน้นย้ำว่า “เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570 ไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำของจังหวัดน่านให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ในระยะยาว เพราะหากรัฐบาลยอมรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่และปรับแบบให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศจริง เชื่อว่าปัญหาซ้ำซากจะลดลงได้อย่างแน่นอน

ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน การออกมาเสนอแนะในครั้งนี้ถือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันให้งบประมาณแผ่นดินถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด เราหวังว่ารัฐบาลจะนำข้อเสนอแนะนี้ไปพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อคืนความสุขและสร้างความปลอดภัยให้กับชาวน่านทุกคน

ที่มา – “เท้ง” ห่วงน้ำท่วมน่าน แนะรัฐบาลเร่งปรับรูปแบบสร้าง “ฝายธงน้อย” ในงบประมาณ 2570

ฝ่ายค้านเปิดเวที กลางที่เกิดเหตุทำโพยเลือก สว.

ฝ่ายค้านเปิดเวที กลางที่เกิดเหตุทำโพยเลือก สว.

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดประเด็นร้อนแรงทางการเมืองขึ้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อบรรดาแกนนำฝ่ายค้านนำโดย “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้จัดเวทีเสวนา “แนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” ขึ้นใจกลางพื้นที่ที่เคยเป็นจุดเกิดเหตุปมฉาวการทำโพยเลือก สว. ทำให้เวทีนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องความโปร่งใสในสังคมไทย

เสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านต่อที่มาของอำนาจ

“เท้ง” ณัฐพงษ์ ได้เปิดประเด็นตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ในเมื่อกระบวนการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาลหรือองค์กรต่างๆ ยังมีความคลุมเครือและไม่ยึดโยงกับประชาชน เราจะสามารถหวังพึ่งใครได้? โดยเฉพาะ ฝ่ายค้านเปิดเวที กลางที่เกิดเหตุทำโพยเลือก สว. เพื่อชี้ให้เห็นว่า หากที่มาของ สว. ยังเต็มไปด้วยข้อกังขาจากการเลือกกันเองที่ดูไม่เป็นธรรม แล้วองค์กรอิสระที่มาจากการแต่งตั้งของ สว. เหล่านั้น จะมีความเป็นอิสระและยึดโยงกับผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างไร

  • ปัญหารากเหง้าที่รัฐธรรมนูญยังไม่เปิดช่องให้แก้ไขเชิงโครงสร้าง
  • ความกังขาในกระบวนการตรวจสอบขององค์กรอิสระที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เกิดจากการแต่งตั้งบุคคลไปนั่งในองค์กรกำกับดูแล

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เสริมทัพด้วยการชี้ให้เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องปากท้อง เมื่อองค์กรกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ เช่น กสทช. หรือหน่วยงานที่ควบคุมการแข่งขันทางการค้า ถูกครอบงำโดยอิทธิพลการเมืองหรือกลุ่มทุน ประชาชนต้องเผชิญกับต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว การที่ ฝ่ายค้านเปิดเวที กลางที่เกิดเหตุทำโพยเลือก สว. ในครั้งนี้ จึงเป็นการตีแผ่ให้เห็นว่า “องค์กรแต่งตั้ง” เหล่านี้มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของทุกคน ตั้งแต่ค่าอินเทอร์เน็ตไปจนถึงการทำมาหากินของ SME

ในท้ายที่สุด สังคมต้องตั้งคำถามว่า เราจะปล่อยให้โครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้คงอยู่ต่อไป หรือถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริงผ่านกลไกที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนหน้าตาคนทำงาน แต่ต้องเปลี่ยนระบบที่ให้โอกาสคนโกงเข้ามามีอำนาจตัดสินชะตาชีวิตของคนทั้งประเทศ การปฏิรูปการเมืองไทยจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดเดียวของอนาคต

ที่มา – ฝ่ายค้านเปิดเวที กลางที่เกิดเหตุทำโพยเลือก สว. “เท้ง” ซัดองค์กรอิสระ มาจาก สว. ไม่ยึดโยง ปชช.

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีการตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายด้านสาธารณสุขของพรรคการเมืองน้องใหม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาเคลียร์ชัดให้หายข้องใจกันครับว่า “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” ตามที่หลายคนยังคงกังวลใจ เพราะโครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของสวัสดิการภาครัฐที่ทุกคนต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

“เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า ข่าวลือเรื่องการล้มเลิกโครงการดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยพรรคยังคงยึดถือว่าระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง คือสิ่งที่ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้โดยไม่กังวลเรื่องฐานะทางการเงิน ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของระบบสาธารณสุขไทยในระดับสากล

ทำความเข้าใจจุดยืน: ทำไมพรรคประชาชนถึงสนับสนุนบัตรทอง?

ในมุมมองของพรรคประชาชน การที่ “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง” นั้นไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยให้ระบบดำเนินไปแบบเดิมโดยไม่แก้ไข แต่เรากลับมองว่าถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปให้ดียิ่งขึ้น โดยมีหลักการสำคัญดังนี้:

  • เน้นการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหาการจัดการงบประมาณ
  • ยกระดับคุณภาพบริการให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
  • รักษาขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจัง
  • ประชาชนต้องไม่เสียสิทธิประโยชน์ และไม่มีภาระเพิ่มขึ้น

พรรคประชาชนยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จะต้องทำไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพื่อลดทอนสิทธิของประชาชน เราจะพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ อย่างรอบคอบที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนโรงพยาบาล หรือองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จสูงสุด

ในฐานะประชาชนผู้ใช้บริการ เราจึงสบายใจได้ว่าพรรคการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ซึ่งเปรียบเสมือนหลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีตัวแทนจากภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น เพื่อให้คนไข้ หมอ และโรงพยาบาล สามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้อย่างยั่งยืนที่สุดครับ

ที่มา – “เท้ง” ยัน พรรคประชาชนไม่มีแนวคิด “ล้มโครงการ 30 บาทและบัตรทอง”

วัชรพงศ์ ฟาดกลับ ณัฐพงษ์ ขู่ซักฟอกแค่มวยล้มต้มคนดู

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที เมื่อนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาเปิดศึกตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน อย่างดุเดือด หลังจากที่ฝ่ายค้านขู่ว่าจะเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยมองว่าความเคลื่อนไหวนี้เปรียบเสมือน วัชรพงศ์ ฟาดกลับ ณัฐพงษ์ ขู่ซักฟอกแค่มวยล้มต้มคนดู ที่หวังเพียงปั่นกระแสรายวันเท่านั้น

วัชรพงศ์ ฟาดกลับ ณัฐพงษ์ ขู่ซักฟอกแค่มวยล้มต้มคนดู

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อฝ่ายค้านประกาศความมั่นใจว่ามีหลักฐานใบเสร็จทุจริตในมือ งานนี้นายวัชรพงศ์จึงสวนกลับทันควันว่า หากมีหลักฐานเด็ดจริง ก็ไม่จำเป็นต้องรอถึงสมัยประชุมสภาให้เสียเวลา สามารถนำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ได้ทันที เพื่อให้กระบวนการกฎหมายทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงการออกมาประกาศผ่านสื่อเพื่อเรียกคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุน หรือการทำ วัชรพงศ์ ฟาดกลับ ณัฐพงษ์ ขู่ซักฟอกแค่มวยล้มต้มคนดู เพื่อกลบข่าวฉาวของคนในพรรคตัวเอง

เปิดมุมมอง สส.ภูมิใจไทยต่อเกมการเมือง

นอกจากเรื่องของหลักฐานทุจริตแล้ว นายวัชรพงศ์ยังได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานะของรัฐบาลในปัจจุบันว่า:

  • รัฐบาลชุดนี้มีความเหนียวแน่นด้วยเสียงสนับสนุนเกือบ 300 เสียงในสภา
  • การตั้งใจทำงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
  • การอภิปรายฝ่ายค้านควรเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน ไม่ใช่เพื่อมวยล้มต้มคนดู

นายวัชรพงศ์ยังฝากทิ้งท้ายถึงผู้นำฝ่ายค้านด้วยถ้อยคำที่ลึกซึ้งว่า การจะชี้หน้าด่าใครควรหันกลับมาตรวจสอบพฤติกรรมของคนในพรรคตนเองให้ชัดเจนก่อน เพราะเวลาเราชี้ไปที่คนอื่น 1 นิ้ว อีก 3 นิ้วที่เหลือมักจะชี้กลับเข้าหาตัวเองเสมอ การเมืองที่แท้จริงควรเน้นที่การแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่าการโต้เถียงเพื่อเอาชนะกันในสื่อโซเชียล เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าใครที่ทำงานจริงและใครที่แค่มวยล้มต้มคนดูครับ

ที่มา – “วัชรพงศ์” ฟาดกลับ “ณัฐพงษ์” ขู่ซักฟอกแค่มวยล้มต้มคนดู ท้ามีใบเสร็จทุจริตส่ง ป.ป.ช. ได้

“เท้ง” ชี้ นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส ปมปราบแก๊งคอลฯ

“เท้ง” ชี้ นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส ปมปราบแก๊งคอลฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยล่าสุด ซึ่งทางด้าน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าการเดินทางครั้งนี้ดูเหมือนจะ “เท้ง” ชี้ นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส ในหลายประเด็นสำคัญที่ควรจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้

จากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ณัฐพงษ์ระบุว่า แม้การเจรจาเรื่องเม็ดเงินลงทุนหรือความร่วมมือด้าน AI จะเป็นเรื่องดี แต่สิ่งสำคัญที่ขาดหายไปคือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งหากรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างอำนาจต่อรองและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยในระยะยาวได้มากกว่าเพียงแค่การดึงเม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

ความพร้อมจากฝั่งจีน กับคำถามถึงรัฐบาลไทย

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดเห็นจะเป็นเรื่อง “เท้ง” ชี้ นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส ในเรื่องการจัดการกับปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์และทุนสีเทา โดยทางพรรคประชาชนได้มีการหารือกับสถานทูตจีนอย่างเป็นทางการแล้ว และยืนยันว่าฝั่งจีนมีความพร้อมเต็มที่ในการร่วมมือสามฝ่าย (ไทย-จีน-เมียนมา) เพื่อกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งให้สถานทูตจีนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ความชัดเจนจากฝ่ายรัฐบาลไทยที่เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม

สำหรับสาระสำคัญที่น่าติดตามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “เท้ง” ชี้ นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส ในประเด็นแก๊งคอลเซนเตอร์นั้น มีสรุปสั้นๆ ดังนี้:

  • มีการส่งข้อมูลเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์และทุนสีเทาให้สถานทูตจีนแล้ว
  • ประเทศจีนยืนยันความพร้อมร่วมมือจัดการปัญหาแบบถอนรากถอนโคน
  • กระบวนการที่เหลือขึ้นอยู่กับความจริงใจและการส่งเจ้าหน้าที่ไทยเข้าร่วมทำงานกับทางรัฐบาลจีน
  • ประชาชนยังคงรอฟังคำตอบว่ารัฐบาลได้ใช้โอกาสนี้เจรจาเรื่องปัญหาความเดือดร้อนอื่นหรือไม่

การมุ่งเน้นเพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนโดยละเลยประเด็นปัญหาที่กัดกินสังคมอย่างแก๊งคอลเซนเตอร์ อาจทำให้โอกาสทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ควรได้ถูกใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่า การที่ผู้นำประเทศมีวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน คือสิ่งที่คนไทยทุกคนรอคอย ในมุมมองของผม การที่รัฐบาลจะได้รับความเชื่อมั่น ต้องไม่ใช่แค่การเชิญชวนให้คนมาลงทุน แต่ต้องเป็นการโชว์ศักยภาพในการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อปากท้องของคนไทยอย่างจริงจังเสียก่อน

ที่มา – “เท้ง” ชี้นายกฯ เยือนจีนหลุดโฟกัส เผยส่งข้อมูลปราบแก๊งคอลฯ ให้สถานทูตจีนแล้ว เหลือความชัดเจนจากไทย

Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย

Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคประชาชนได้จัดงานเสวนาที่น่าสนใจมากในหัวข้อ “Forum ผู้นำฝ่ายค้าน: เกิด แก่ เจ็บ โกง” โดยมี Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย และสังคมไทยอย่างหนัก ตั้งแต่การลืมตาดูโลกไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต นี่ไม่ใช่แค่เรื่องการโกงกินงบประมาณทั่วไป แต่เป็นภัยใกล้ตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำประเด็นนี้มาตีแผ่ให้เห็นว่า การทุจริตในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เรื่องโครงการจัดซื้อจัดจ้าง หากมองให้ลึกจะพบว่า Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย ผ่านรูปแบบต่างๆ เช่น การเรียกรับผลประโยชน์ที่ทำให้สิทธิประชาชนหายไป หรือการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนไม่มีสิทธิ์

เจาะลึกปัญหาโกงสอบและขบวนการทุจริต

ทางด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” ได้ออกมาพูดถึงประเด็นการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยมองว่าแม้จะมีการตรวจสอบ แต่เชื่อว่ากระบวนการเหล่านี้ยากที่จะไปถึงตัว “ลาสบอส” หรือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมได้เห็นความจริงว่าทำไม Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การใช้ระบบนิติวิทยาศาสตร์และ DNA เพื่อตรวจสอบสิทธิสถานะบุคคล ป้องกันปัญหาขบวนการสวมสิทธิ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
  • การลดทอนเครือข่ายอุปถัมภ์ที่คอยหักหัวคิวทรัพยากรของรัฐ
  • การสร้างระบบรัฐสมัยใหม่ที่เชื่อมต่อกับประชาชนโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหรือหัวคะแนน

ในมุมมองของพรรคประชาชน การจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การเริ่มต้นเปิดโปงและตั้งคำถามต่อระบบที่เปราะบางคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด เราหวังว่ารัฐบาลจะหันมาใส่ใจและลงมือแก้ไขก่อนที่ปัญหาคอร์รัปชันจะกัดกินอนาคตของคนไทยไปมากกว่านี้

ที่มา – Forum ผู้นำฝ่ายค้าน “เท้ง” ชี้คอร์รัปชันกัดกินชีวิตคนไทย ขณะ “ลิซ่า” เชื่อโกงสอบ ไปไม่ถึงลาสบอส

“เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด

“เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่สนเอกชนนั้นเป็นใคร

สถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำยังคงเป็นวิกฤตใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรและชาวประมงอย่างมหาศาล ล่าสุด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีมลงพื้นที่จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยย้ำชัดว่ารัฐบาลจะต้องจริงจังในการจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเอกชนรายนั้นจะเป็นใครก็ตาม เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชนโดยตรง

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการจัดเวทีเสวนาเพื่อร่วมกันหาทางออก โดยมีการตั้งคำถามสำคัญไปยังรัฐบาลว่า ทำไมถึงยังไม่มีแผนการรับมือที่ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ที่กรมประมงยอมรับตามตรงว่าไม่ได้เตรียมรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ไว้ การที่ “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่การเรียกร้อง แต่คือการทวงถามความรับผิดชอบจากต้นตอของการนำเข้าสายพันธุ์สัตว์น้ำชนิดนี้

แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งทำ

เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง ทางพรรคประชาชนได้เสนอแนวทางเชิงรุกเพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ ดังนี้:

  • ประกาศเขตภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีการเยียวยา
  • จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ
  • กำหนดเขตพื้นที่เฝ้าระวังและมาตรการกำจัดอย่างเป็นระบบ
  • ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุของการนำเข้าสายพันธุ์อย่างถึงที่สุด

ทางด้าน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นกว่า 2-3 เท่าตัว แบบที่เป็นอยู่นี้ ต่อไปทางพรรคจะยกระดับการตรวจสอบในการประชุมสภาสมัยหน้าอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพียงการถามรัฐมนตรี แต่จะเปิดฉากตั้งกระทู้ถามนายกฯ โดยตรงเพื่อให้สังคมเห็นคำตอบที่แท้จริง

การที่ “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเรื่องระบบนิเวศและการทำมาหากินของประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย และภาษีของประชาชนไม่ควรถูกนำมาละลายกับปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของกลุ่มผลประโยชน์ หากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่น ก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงและสั่งการให้เด็ดขาด

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การจับปลา แต่คือการคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียอาชีพไปเพราะความประมาทของใครบางคน รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า กฎหมายมีไว้บังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมและไม่มีอภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือกฎหมายได้ในประเทศนี้ เราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า รัฐบาลชุดนี้จะเลือกเอาใจกลุ่มทุนหรือจะเลือกยืนอยู่ข้างผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

ที่มา – “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่สนเอกชนนั้นเป็นใคร

“เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง

“เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ที่ได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง เพราะเชื่อว่าความขัดแย้งทั้งหมดควรจบลงที่การเจรจามากกว่าการใช้กำลังเพียงอย่างเดียว

กระบวนการสันติสุขต้องเดินหน้าควบคู่กับการพัฒนา

นายณัฐพงษ์มองว่า การดูแลความสงบสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นภารกิจสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่ชะงักไปนานถึง 2 ปี ควรได้รับการสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองหยุดยิงหรือการนำร่องในระยะ 40 วัน เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐไทยพร้อมที่จะเลือกแนวทางที่สันติมากกว่าการใช้ความรุนแรงหรือกำลังทหารเพียงด้านเดียว การที่ “เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าฝ่ายการเมืองอยากเห็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนผ่านกลไกที่โปร่งใส

มุมมองต่อการยุบ กอ.รมน. และบทบาทกองทัพ

สำหรับประเด็นการยุบ กอ.รมน. นายณัฐพงษ์ได้ขยายความว่า นี่คือเป้าหมายปลายทางที่พรรคเสนอมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่การยุบหน่วยงาน แต่เป็นการจัดระเบียบโครงสร้างความมั่นคงให้เป็นสากล:

  • การปฏิรูปกองทัพ: กองทัพควรทำหน้าที่ป้องกันประเทศเป็นหลัก ไม่ควรแทรกแซงการเมืองหรือทำหน้าที่ทับซ้อนกับหน่วยงานพลเรือน
  • ช่วงเปลี่ยนผ่าน: ยอมรับว่าอาจมีความจำเป็นต้องคงบางกลไกไว้ชั่วคราว แต่ปลายทางต้องชัดเจนว่าความมั่นคงต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย
  • การใช้กฎหมายพิเศษ: หากจำเป็นต้องใช้ ต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม ไม่มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต หรือใช้ในทางที่ผิด

ท้ายที่สุด การที่ “เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง ไม่ใช่การประกาศสงครามกับหน่วยงานความมั่นคง แต่เป็นการเปิดพื้นที่เพื่อสื่อสารว่า เราต้องการให้เจ้าหน้าที่และฝ่ายการเมืองทำงานร่วมกันโดยเอาความสุขของประชาชนเป็นตัวตั้ง หากมีการสื่อสารที่เปิดกว้างและจริงใจ เชื่อว่าหนทางสู่สันติภาพจะมีความเป็นไปได้มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “เท้ง” ลั่นอยากเห็นพูดคุยสันติสุขเดินหน้า มองยุบ กอ.รมน. คือปลายทาง ชี้กองทัพต้องไม่ยุ่งการเมือง

ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาตอบโต้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน อย่างดุเดือดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยทางฝั่งนายธนกรยืนยันว่า ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน และมองว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเสถียรภาพ โดยนายธนกรตั้งคำถามกลับว่าไปนำความมั่นใจมาจากไหน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทุกกระทรวงภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังทำงานกันอย่างหนักและมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างมาก

มุมมองต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นอกจากประเด็นเรื่องเสถียรภาพแล้ว นายธนกรยังได้กล่าวถึงเรื่องการเตรียมยื่น ธนกร โต้ เท้ง มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ล้มไม่ลงแน่นอน โดยมองว่าฝ่ายค้านควรกลับไปทบทวนข้อเท็จจริงให้ดีเสียก่อนที่จะเดินหน้ายื่นซักฟอก ไม่ใช่ยื่นเพียงเพราะเห็นว่าเป็นประเพณีหรือต้องการคะแนนเสียงทางการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยเขามองว่าหากไม่มีข้อมูลของการทุจริตที่ชัดเจน ก็ควรปล่อยให้รัฐบาลได้บริหารประเทศเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ต่อไปจะดีกว่า

  • รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการไทยช่วยไทยพลัส
  • ทุกกระทรวงทำงานประสานงานกันอย่างไหลลื่น
  • ฝ่ายค้านควรเน้นตรวจสอบเชิงข้อมูลที่ชัดเจน
  • รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

นายธนกรย้ำทิ้งท้ายว่า หากฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะล้มรัฐบาลได้ ตนก็มั่นใจเช่นกันว่าเสียงสนับสนุนในฝั่งของรัฐบาลนั้นมีความเข้มแข็งและหนียวแน่นมากพอที่จะผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ ไปได้ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจควรมีประเด็นเรื่องความไม่ชอบมาพากลที่ชัดเจน ไม่ใช่การตั้งแง่เพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาลในการดูแลประชาชน ในมุมมองของผู้เขียน การตรวจสอบเป็นสิ่งที่ดีในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและการสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด

ที่มา – “ธนกร” โต้ “เท้ง” มั่นใจเสียงรัฐบาลเหนียวแน่น ฝ่ายค้านล้มไม่ลงแน่นอน

Scroll to top