ถนนพระราม 2

คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม สีคิ้ว-พระราม 2

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” ซึ่งเป็นอุบัติเหตุใหญ่ในโครงการก่อสร้างสำคัญของประเทศ การสอบสวนครั้งนี้กำลังเร่งหาความจริง เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจนภายในเดือนมีนาคมนี้ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2”

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนถล่มในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด รวมถึงโครงการพระราม 2 ในการประชุมครั้งที่ 6 นี้ มีการรายงานความคืบหน้าไปแล้วถึง 75% โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านวิศวกรรมได้นำวัสดุ อุปกรณ์จากจุดเกิดเหตุมาทดสอบทางเทคนิค และสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

แม้บางข้อมูลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ทีมผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์ ตรวจสอบ และประเมินตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ผลมีความน่าเชื่อถือสูงสุด

การประชุมสอบเครนถล่ม

กรอบเวลาการสอบสวนและผู้รับผิดชอบ

กำหนดกรอบเวลา 45 วัน สรุปผลภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2567 เพื่อชี้แจงสาธารณชนอย่างโปร่งใส ในครั้งถัดไปจะรวบรวมสรุปขั้นสุดท้าย เสนอปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีคมนาคม ก่อนแถลงอย่างเป็นทางการ

โครงสร้างผู้เกี่ยวข้องแบ่ง 3 ฝ่ายหลัก:

  • เจ้าของงาน: การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สำหรับสีคิ้ว, กรมทางหลวงสำหรับพระราม 2
  • ผู้รับจ้าง: บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ทั้งสองโครงการ
  • ที่ปรึกษา/ควบคุมงาน: CSC สำหรับสีคิ้ว, กรมทางหลวงควบคุมเองสำหรับพระราม 2
โครงสร้างโครงการ

นายจิระพงศ์ ย้ำว่า การตรวจสอบต้องโปร่งใส หาต้นเหตุจริง ไม่ยอมรับคำอธิบายคลุมเครืออย่าง “เหตุสุดวิสัย” หากไม่มีหลักฐาน จะตรวจสอบความบกพร่องจากเจ้าของงาน ผู้รับเหมา หรือที่ปรึกษา รวมถึงเป็นความผิดพลาดเฉพาะบุคคลหรือระบบ

นโยบายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ชัดเจน ต้องได้ข้อเท็จจริง ไม่ตั้งธงล่วงหน้า แต่ตอบคำถามสังคมได้ครบถ้วน

บทเรียนและความสำคัญของการสอบสวน

เหตุการณ์เครนถล่มเหล่านี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ ของไทย ที่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเป็นโครงการอนาคตของชาติ ต้องเร่งแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ การมีผู้รับผิดชอบชัดเจนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาเพิ่มการตรวจสอบอุปกรณ์หนักอย่างเครนให้เข้มงวดขึ้น ฝึกอบรมบุคลากร และใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบ เช่น เซ็นเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

สรุปแล้ว คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” กำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุด หากสรุปได้ทันเวลา จะเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานโปร่งใส คุณคิดว่าผู้รับผิดชอบหลักคือใคร? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์กันครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – คืบหน้า 75% สอบเครนถล่ม “สีคิ้ว-พระราม 2” ขีดเส้นมีนาคมนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ

นำร่างเหยื่อเครนถล่มพระราม 2 ออกแล้ว! ปิดจราจร


จากเหตุการณ์สลด เครนถล่มพระราม 2 กลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการกู้ร่างของชายวัย 41 ปี ที่ติดอยู่ภายในรถตู้ทึบออกมาได้สำเร็จ ร่างของผู้เสียชีวิตได้ถูกนำส่งชันสูตรพลิกศพ ก่อนที่จะมอบให้แก่ครอบครัวเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ถนนพระราม 2 ยังคงปิดการจราจรในช่องทางหลักทั้งสองฝั่ง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกรณีคานปูนและเครนที่ใช้ในการก่อสร้างทางยกระดับ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 (กม.30+300) ถนนพระราม 2 ในพื้นที่ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ได้เกิดการถล่มลงมาเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 มกราคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย

ในช่วงเวลา 23.29 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าพูดคุยกับครอบครัวของนายศราวุธ เวชการ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะที่ติดอยู่ใต้คานปูนและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เพื่ออธิบายถึงขั้นตอนการกู้ร่างของนายศราวุธ ญาติของผู้เสียชีวิตได้ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งนำร่างออกมาให้เร็วที่สุด กระทั่งเวลาประมาณ 23.29 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกชิ้นส่วนคานปูนออกอย่างระมัดระวัง และสามารถนำร่างบางส่วนของนายศราวุธออกมาได้สำเร็จ ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครเพื่อชันสูตรพลิกศพ

(อ่านต่อ : พี่สาวเศร้า รอ จนท. กู้ร่างน้องชาย สะเทือนใจเสียชีวิตในวันเกิดลูกสาววัย 1 ขวบ)

ในส่วนของขั้นตอนต่อไป กรมทางหลวงได้มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และวางแผนเพื่อหาวิธีการนำเครนลงจากตอม่อ รวมถึงเร่งดำเนินการคืนผิวจราจรให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด

ปัจจุบัน ถนนพระราม 2 ในช่องทางหลักยังคงปิดการจราจร ทั้งขาเข้า (กม. 28+400 – กม. 32+000) และขาออก (กม. 29+100 – กม. 30+600) ผู้ใช้รถใช้ถนนยังคงสามารถสัญจรในช่องทางคู่ขนานได้ทั้งขาเข้าและขาออก นอกจากนี้ ยังสามารถหลีกเลี่ยงไปใช้ถนนเพชรเกษมและถนนเอกชัยแทนได้

ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ กรมทางหลวง ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากโครงสร้างเหล็กร่วงหล่นบน ทล.35 (ถนนพระราม 2) กม.30+300 และเผื่อเวลาในการเดินทาง โดยแนะนำเส้นทางเลี่ยงดังนี้:

ขาเข้ากรุงเทพฯ:

  • รถจากภาคใต้: ให้ใช้ ทล.4 ถนนเพชรเกษม – ทล.338 ถนนบรมราชชนนี เข้ากรุงเทพฯ
  • รถจากภาคใต้: ให้ใช้ ทล.4 ถนนเพชรเกษม – M81 เข้ากรุงเทพฯ
  • รถจากจังหวัดสมุทรสงคราม/บางโทรัด: ให้ใช้ ทล.375 มุ่งหน้าเข้าอำเภอบ้านแพ้ว ไปออกนครปฐม ขึ้นถนนเพชรเกษม เข้าถนนบรมราชชนนี เข้ากรุงเทพฯ

ขาออกกรุงเทพฯ:

  • รถจากกรุงเทพฯ: ให้ใช้ ทล.338 ถนนบรมราชชนนี เข้า ทล.4 ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าลงใต้
  • รถจากกรุงเทพฯ: ให้ใช้ ทล.9 ถนนกาญจนาภิเษก – ถนนมอเตอร์เวย์ M81 – ทล.4 ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าลงใต้
  • รถจากบริเวณต่างระดับบางขุนเทียน: ให้ใช้ ทล.9 ถนนกาญจนาภิเษก – ทล.4 เพชรเกษม มุ่งหน้าลงใต้

นำร่างเหยื่อเครนถล่มพระราม 2 ออกแล้ว!

เหตุการณ์ เครนถล่มพระราม 2 ครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการก่อสร้างขนาดใหญ่ และความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด กรมทางหลวงควรเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ผลกระทบจากเหตุเครนถล่มพระราม 2

การปิดถนนพระราม 2 ส่งผลกระทบต่อการจราจรอย่างมาก ผู้ที่ต้องเดินทางในเส้นทางดังกล่าวควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ เครนถล่มพระราม 2 ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อื่นๆ อีกด้วย ภาครัฐและเอกชนจึงควรให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชน

การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ เครนถล่มพระราม 2 เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ รวมถึงให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ประชาชน เพื่อลดความวิตกกังวลและความสับสน

ที่มา – นำร่างสุดท้ายออกมาได้แล้ว เหยื่อเครนถล่มพระราม 2 ยังปิดช่องทางหลัก ทั้ง 2 ฝั่ง

นายจ้างใจสลาย! ลูกน้องดับจาก เครนถล่มพระราม 2

เหตุการณ์สุดเศร้าสะเทือนใจ นายจ้างน้ำตาคลอเล่านาทีทราบข่าวร้าย ลูกน้องคนขยันต้องจบชีวิตจากโศกนาฏกรรม “เครนถล่มพระราม 2” พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ถึงความประมาทที่นำมาซึ่งการสูญเสียครั้งใหญ่ของหัวหน้าครอบครัว

จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 กม.30+300 บนถนนพระราม 2 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และเสียชีวิตถึง 2 ราย

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายณรกฤต เชยสุวรรณา นายจ้างของ นายศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุและเปิดเผยด้วยความเศร้าสลดว่า ลูกน้องของตนเองนั้นขับรถขนส่งของบริษัทจากบางนาเพื่อนำนมไปส่งที่น้ำพุพลาซ่า จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของวันนั้น โดยนายศราวุฒิใช้เส้นทางนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้น

นายจ้างกล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิตทำงานกับตนเองมานานถึง 4 ปี มีความรับผิดชอบสูง ตนเองจะมอบหมายงานให้ทำอยู่เสมอ และในวันเกิดเหตุนั้น จริงๆ แล้วนายศราวุฒิไม่มีงานที่ต้องทำด้วยซ้ำ แต่ด้วยความขยันขันแข็ง เขาได้ขอมาทำงานในเส้นทางนี้ เนื่องจากมีธุระส่วนตัวที่มหาชัย แต่กลับต้องมาประสบเคราะห์ร้ายเสียก่อน ตอนแรกตนเองไม่ทราบเรื่อง กระทั่งลูกน้องอีกคนได้ตรวจสอบ GPS ของรถ ก็พบว่าสัญญาณขาดหายไปในช่วงเวลาประมาณ 9 โมงกว่า

ตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อ จึงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนแน่ใจว่าเวลาที่สัญญาณขาดหายไปนั้นตรงกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุ “เครนถล่มพระราม 2” พอดี จึงได้สอบถามทุกคนที่เกี่ยวข้องจนได้รับการยืนยันว่าเป็นลูกน้องของตนเองจริงๆ

ด้วยความตกใจและเป็นห่วง ตนเองจึงรีบขับรถจากชลบุรีมายังจุดเกิดเหตุทันที เพื่อต้องการยืนยันด้วยตาตนเองว่าร่างที่ติดอยู่ในรถนั้นเป็นลูกน้องของตนเองหรือไม่ และรถคันดังกล่าวเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ โดยได้เฝ้ารอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่าเป็นรถทะเบียนของบริษัทจริง และเป็นรถที่ใช้สำหรับวิ่งงานขนส่งทั่วไป

ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับทราบข่าวร้ายแล้ว ตนเองได้ส่งลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่งไปดูแลสภาพจิตใจของภรรยาและลูกที่ยังเล็ก ซึ่งกำลังโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก เพราะผู้เสียชีวิตเพิ่งแต่งงานได้เพียงปีกว่า อีกทั้งยังเป็นคนขยัน มีน้ำใจดี ไม่เคยขาดงาน แม้กระทั่งในวันที่ตั้งใจจะลาพักผ่อน เขาก็ยังโทรศัพท์มาขอทำงานในเส้นทางนี้

ความสูญเสียจากเหตุการณ์ เครนถล่มพระราม 2

ถนนพระราม 2 ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงหลายครั้ง นำมาซึ่งความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตนเองจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญและคำนึงถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวอย่างกะทันหันนั้นสร้างความยากลำบากอย่างยิ่ง และจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสถนนเส้นนี้ด้วยตนเอง ตนเองมองว่าถนนยังไม่พร้อมใช้งาน แต่กลับเปิดให้ใช้เป็นการชั่วคราว ซึ่งดูแล้วยังไม่มีความเรียบร้อยและไม่ปลอดภัย

ส่วนตัวแล้วรู้สึกเสียใจอย่างมาก และจะดูแลครอบครัวของลูกน้องให้ดีที่สุดเท่าที่บริษัทจะสามารถทำได้ ตนเองขอย้ำว่าเหตุการณ์ “เครนถล่มพระราม 2” ครั้งนี้เป็นผลมาจากความประมาทที่ทำให้บุคลากรที่ดีต้องจากไป และส่งผลกระทบต่อถึงสองครอบครัว ตนเองอยากให้มีการขึ้นบัญชีดำบริษัทต้นทาง และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดบริษัทที่รับเหมาโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้จึงมีอยู่เพียงไม่กี่บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากมีการแก้ไขอย่างจริงจัง คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

ความประมาทนำมาซึ่งโศกนาฏกรรม เครนถล่มพระราม 2

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจาก “เครนถล่มพระราม 2” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าว แต่มันคือชีวิต ความฝัน และอนาคตของใครหลายคนที่ต้องดับวูบลง ความประมาทเพียงเล็กน้อยสามารถนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ เราทุกคนควรตระหนักถึงความปลอดภัยและร่วมกันสร้างสังคมที่ใส่ใจในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

ที่มา – นายจ้างน้ำตาคลอ เล่านาทีรู้ “ลูกน้องคนขยัน” เสียชีวิตจาก “เครนถล่มพระราม 2”

นายกฯ สั่งด่วน! เอาผิดผู้รับเหมาเหตุเครนถล่มโคราช-พระราม 2

นายกฯ อนุทิน เรียกประชุมหน่วยงานรัฐ เร่งหามาตรการเอาผิดผู้รับเหมาเร่งด่วน จากเหตุเครนถล่มโคราช-พระราม 2

วันที่ 15 ม.ค. 2569 ช่วงบ่ายวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม อัยการสูงสุด อธิบดีกรมบัญชีกลาง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประชุมด่วน เรื่องความปลอดภัยการก่อสร้างโครงการของกระทรวงคมนาคม เพื่อหาแนวทาง กำหนดมาตรการ และแก้ไขกฎหมาย ในการเอาผิดกับบริษัทผู้รับเหมาอย่างเร่งด่วน จากการทำให้เกิดอุบัติเหตุ กรณีเครนถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และเครนถล่มที่บริเวณถนนพระรามที่ 2 ขาเข้า จ.สมุทรสาคร

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้รายงานสถานการณ์ และดูมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมให้กับผู้เสียชีวิต

นายกฯ สั่งด่วน! เอาผิดผู้รับเหมาเหตุเครนถล่มโคราช-พระราม 2

จากเหตุการณ์เครนถล่มที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในพื้นที่โคราชและพระราม 2 สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จึงได้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพในการควบคุมการก่อสร้าง และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

มาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันเหตุเครนถล่ม

ในการประชุมด่วนครั้งนี้ คาดว่าจะมีการพิจารณามาตรการต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของปัญหา โดยอาจมีมาตรการดังต่อไปนี้:

  • การตรวจสอบความปลอดภัยของเครนและอุปกรณ์ก่อสร้าง: กำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพเครนและอุปกรณ์ก่อสร้างอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ โดยหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและปลอดภัย
  • การควบคุมการทำงานของเครน: กำหนดให้มีผู้ควบคุมการทำงานของเครนที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อกำกับดูแลการทำงานของเครนให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย: กำหนดพื้นที่ปลอดภัยรอบบริเวณการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนและทรัพย์สินได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  • การฝึกอบรมและให้ความรู้: จัดให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและการป้องกันอุบัติเหตุ
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอย่างเข้มงวด และลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว รัฐบาลยังอาจพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีบทลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่กระทำการประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุในการก่อสร้าง

ความปลอดภัยในการก่อสร้างเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด และรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน การดำเนินการอย่างรวดเร็วและจริงจังของรัฐบาลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเครนถล่มให้หมดสิ้นไป

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการที่ออกมา จะสามารถป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างได้จริง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

ที่มา – นายกฯ เรียกถกด่วนบ่ายนี้ เอาผิดผู้รับเหมาเหตุเครนถล่มโคราช-พระราม 2

เครนก่อสร้างพระราม 2 ถล่ม: ความเสียหายและผู้เสียชีวิต

เปิดภาพความเสียหายอุบัติเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม! เกิดเหตุสลดทับรถยนต์ มีผู้เสียชีวิต รายละเอียดเป็นอย่างไร อ่านต่อได้ที่นี่

ความเสียหายจากเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม มีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่มลงมา บริเวณเกาะกลางถนน ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ก่อนถึงสะพานท่าจีน ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แรงกระแทกส่งผลให้รถยนต์ 2 คันที่กำลังสัญจรผ่านไปมา ถูกทับและได้รับความเสียหายอย่างหนัก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สร้างความเสียใจแก่ผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดการสถานการณ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากสภาพการจราจรค่อนข้างติดขัดและหนาแน่น

อุบัติเหตุครั้งนี้ จุดประกายคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่หลายจุดต่อเนื่องกัน ที่ผ่านมา ถนนเส้นนี้เคยเกิดอุบัติเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกันมาแล้วหลายครั้ง สร้างความกังวลใจและความไม่มั่นใจในความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

ประชาชนจำนวนมากจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเพิ่มความเข้มงวดในด้านมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดใจเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบอุปกรณ์และโครงสร้าง การฝึกอบรมบุคลากร และการวางแผนการทำงานอย่างรัดกุม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้

สาเหตุเบื้องต้นของเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม

ถึงแม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของเครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่มีการคาดการณ์ถึงปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุเบื้องต้น เช่น ความผิดพลาดทางเทคนิคของตัวเครนเอง สภาพพื้นดินที่ไม่มั่นคง หรือความประมาทในการควบคุมการทำงานของเครน อย่างไรก็ตาม การสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดได้

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุการณ์ เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม จะถูกรายงานให้ทราบต่อไปอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างสูงสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมา และคนงานทุกคน ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ประชาชน

ภาพจาก เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่มา – ความเสียหาย เครนก่อสร้างทางยกระดับ ถนนพระราม 2 ถล่ม มีผู้เสียชีวิต

เปิดแล้ว! มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย วิ่งฟรี

เปิดแล้ววันนี้ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย เริ่มใช้ได้ตั้งแต่เวลา 16:00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ทดลองวิ่งฟรีระยะทางประมาณ 10.3 กิโลเมตร เชื่อมต่อถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้

กรมทางหลวง โดยกระทรวงคมนาคม ได้เปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 หรือ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย เชื่อมต่อวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ จากต่างระดับบางขุนเทียน ถึงเอกชัย อย่างเป็นทางการ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธาน โดยเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เวลา 16:00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อทดลองใช้เส้นทางจริง ในช่วงที่ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ ระยะทางประมาณ 10.3 กิโลเมตร เชื่อมต่อถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ จากทางแยกต่างระดับบางขุนเทียนจนถึงเอกชัย โดยยังไม่เก็บค่าผ่านทาง ซึ่งเป็นโครงข่ายสำคัญในการเดินทางสู่ภาคใต้

โดยมอเตอร์เวย์สาย M82 ที่พร้อมในการทดลองเปิดให้บริการในครั้งนี้จะเชื่อมต่อกับวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ ช่วงต่างระดับบางขุนเทียน ถึงเอกชัย มีระยะทางรวม 10.3 กิโลเมตร ประกอบด้วย ส่วนที่ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมทางหลวง 8.3 กิโลเมตร และเป็นส่วนที่ดำเนินการโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ภายใต้โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกอีกประมาณ 2 กม มีรายละเอียดจุดเข้า-ออก ดังนี้

  • ฝั่งขาออกเมือง จุดที่ 1 จากทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ (บางพลี – สุขสวัสดิ์ – พระราม 2) ให้ชิดซ้ายก่อนถึงต่างระดับบางขุนเทียนประมาณ 2 กม. สังเกตป้าย M82 มุ่งหน้าสมุทรสาคร สมุทรสงคราม จากนั้น วิ่งออกช่องทางด้านซ้าย ผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางของทางด่วนฯ และเข้าสู่ทางยกระดับ M82 โดยสามารถวิ่งต่อไปได้อีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงปลายทาง เป็นทางลงจากทางยกระดับไปยัง ถ.พระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าต่อไปมหาชัย หรือมุ่งหน้าไปทางเลี้ยวเข้า ถ.เอกชัยได้
  • ฝั่งขาออกเมือง จุดที่ 2 จาก ถ.พระราม 2 ฝั่งขาออก บริเวณถัดจากห้างบุญถาวร สาขาพระราม 2 จะมีทางขึ้นทางยกระดับ M82 โดยสามารถวิ่งต่อไปได้อีกประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงปลายทาง เป็นทางลงจากทางยกระดับไปยัง ถ.พระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าต่อไปมหาชัย หรือมุ่งหน้าไปทางเลี้ยวเข้า ถ.เอกชัยได้
  • ฝั่งขาเข้าเมือง จาก ถ.พระราม 2 ฝั่งขาเข้า ที่วิ่งมาจากมหาชัย หรือเลี้ยวมาจาก ถ.เอกชัย สังเกตป้าย M82 ไปพระประแดง จะมีทางขึ้นทางยกระดับ M82 บริเวณหน้าวัดราษฎร์รังสรรค์ จากนั้น วิ่งบนทางยกระดับไปได้ประมาณ 4 กิโลเมตร สังเกตป้ายทางออก บางแค บางบัวทอง จะเป็นทางลงจากทางยกระดับไปยัง ถ.พระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าไปดาวคะนอง หรือเลี้ยวซ้ายที่ต่างระดับบางขุนเทียนไปเข้าถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก เพื่อวิ่งไปบางแคหรือบางปะอินได้
  • หากขับเลยป้ายทางออก บางแค บางบัวทอง ตรงนี้ วิ่งต่อไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร จะเป็นทางบังคับเลี้ยวไปเข้าทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกด้านใต้ (บางพลี – สุขสวัสดิ์ – พระราม 2) ที่ต้องเสียค่าผ่านทาง และจะไม่มีจุดให้กลับรถออกมา

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกใหม่ที่สำคัญในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลสู่ภาคใต้ได้ ช่วยลดระยะเวลาเดินทาง และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2

ทั้งนี้ กรมทางหลวงจะสามารถเปิดทดลองให้บริการได้ตลอดเส้นทางในช่วงกลางปี 2569 รวมทั้งเร่งรัดประมูลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ และเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเดินทางและขนส่งสู่ภาคใต้ ขยายศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง)

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังภาคใต้ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ ช่วยให้ประหยัดเวลาและหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดได้มากทีเดียว อย่าลืมศึกษาเส้นทางและจุดขึ้น-ลงให้ดีก่อนออกเดินทาง

มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย

จุดสังเกตสำคัญ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทราบคือ จุดสังเกตสำคัญในการขึ้น-ลงมอเตอร์เวย์ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่พลาดจุดหมายปลายทาง

ที่มา – เปิดแล้ว “มอเตอร์เวย์ M82” บางขุนเทียน-เอกชัย เช็กจุดเข้า-ออก พร้อมทดลองวิ่งฟรี

สุริยะฝากสานต่อ! ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

“สุริยะ” ฝากรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่สานต่อสร้างถนนพระราม 2 ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผลักดันมาไกลหากเหลือแค่เข้าการพิจารณาของวุฒิสภา หากไม่สานต่อเปรียบเหมือน “มวยที่ชกมาถึงยก 4 เหลือแค่มวยยก 5” เท่านั้น

ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้เข้ามากราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงคมนาคม พร้อมกล่าวลาผู้บริหารข้าราชการกระทรวงคมนาคมที่ได้ร่วมงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายสุริยะ ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเกือบ 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้เร่งวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบราง ที่วางเป้าหมายไว้เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์จากการขนส่งทางบกที่มีราคาสูงมาสู่ระบบราง

นอกจากนี้ยังได้มีการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนเผชิญหน้าในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เคยมีคิวยาวเหยียด ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกและประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อเพิ่มช่องทางเข้า-ออก ให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

แม้หลายโครงการจะมีความคืบหน้า แต่ภารกิจของกระทรวงคมนาคมยังไม่สิ้นสุด อยากฝากถึงรัฐมนตรีคนใหม่ให้เข้ามาสานต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการถนนพระราม 2 และโครงการทางด่วนพิเศษระหว่างเมือง M82 ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากเส้นทางถนนพระราม 2 มีความสำคัญที่เป็นทางยกระดับในการแก้ปัญหาจราจรติดขัด และเป็นเส้นทางหลักมุ่งสู่ภาคใต้ พร้อมฝากปลัดกระทรวงคมนาคมให้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการติดตามงานอย่างใกล้ชิด

นายสุริยะ ยังได้กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ยอมรับว่าเสียดายเพราะขณะนี้ได้มีการผลักดันกฎหมายมาจนเกือบแล้วเสร็จ พร้อมที่จะใช้แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องนี้ก็ต้องให้เป็นอำนาจในการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ว่าจะสานต่อหรือไม่

ขณะที่ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้กล่าวถึงการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงและได้ดำเนินการไปไกลมากแล้ว โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง, ร่าง พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของวุฒิสภา โดยมองว่าเปรียบเสมือน “มวยยก 4 ที่เหลือแค่มวยยก 5” ซึ่งหากกฎหมายเหล่านี้ผ่านก็จะสามารถเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลชุดใหม่นำไปใช้สานต่อโครงการได้อย่างไร้รอยต่อ

ขณะเดียวกัน ยังมีกฎหมายสำคัญที่ถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องสามารถปลดล็อกปัญหาที่สะสมมานาน เช่น ร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือ ที่ไม่ได้มีการแก้ไขมานานกว่า 71-72 ปี ซึ่งผ่านการพิจารณาหลักการของวุฒิสภาแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ (SEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน และร่าง พ.ร.บ. กำลังเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป

สุริยะฝากสานต่อ ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะส่งมอบงานให้กับรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ประเด็นที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการถนนพระราม 2 และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก

ความคืบหน้าล่าสุดของถนนพระราม 2

โครงการถนนพระราม 2นั้น ถือเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญในการเดินทางสู่ภาคใต้ การพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน

อนาคตของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น เป็นนโยบายที่ได้รับการคาดหวังจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น การสานต่อนโยบายนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

การส่งมอบงานของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การสานต่อโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รอดูว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อนโยบายเหล่านี้อย่างไรต่อไป

ที่มา – “สุริยะ” ฝาก รมว.คมนาคมใหม่ สานต่อถนนพระราม 2 พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เร่งแก้ รถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2


นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่ติดตามเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 พร้อมกำชับผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ให้วางแผนปฏิบัติงานอย่างรอบคอบ ถี่ถ้วน และปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำได้อีก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ รถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานก่อสร้างทางยกระดับ บริเวณ กม.ที่ 27 หน้าปั๊มน้ำมันฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในขณะเกิดเหตุ แขนบูมและท่อนเหล็กได้กระแทกรถกระบะที่ขับผ่าน ทำให้มีผู้บาดเจ็บเป็นคนขับและผู้โดยสาร รวมถึงคนขับเครนที่ติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

รถเครนพลิกคว่ำที่สมุทรสาคร

ภายหลังจากการลงพื้นที่ นายนริศ นิรามัยวงศ์ ได้พบปะกับผู้รับผิดชอบทั้งหมด ทั้งผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้ควบคุมงาน รวมถึงผู้แทนของกรมทางหลวง สั่งกำชับให้เร่งเคลื่อนย้ายรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการจราจร เนื่องจากรถขาเข้ากรุงเทพฯ ไม่สามารถสัญจรได้สะดวก

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้าง โดยสั่งการให้ควบคุมการทำงานอย่างเข้มงวด วางแผนปฏิบัติงานอย่างรอบคอบถี่ถ้วน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อีก พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ใช้รถ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนพระราม 2 บริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากคาดการณ์ว่าการจราจรจะหนาแน่นในช่วงเช้าและสายของวันนี้

การจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2

พร้อมกันนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจรคอยอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลเส้นทางเลี่ยงแก่ประชาชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์เรื่องการซ่อมแซมสายไฟฟ้าแรงสูงที่ถูกเกี่ยวขาด ที่สำคัญคือการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยให้เจ้าหน้าที่และผู้รับเหมาติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้กำลังใจและดูแลด้านจิตใจ ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

รถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2

ผลกระทบจากเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2

  • การจราจรติดขัดอย่างหนักบนถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ทั้งคนขับรถกระบะและคนขับเครน
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์และโครงสร้างการก่อสร้าง
  • ความล่าช้าในการก่อสร้างทางยกระดับ

มาตรการเร่งด่วนหลังเกิดเหตุ

  • เร่งเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากพื้นที่
  • จัดการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถ
  • ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและให้ความช่วยเหลือ
  • ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ

เหตุการณ์รถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการก่อสร้าง และจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต การวางแผนงานอย่างรอบคอบ การตรวจสอบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชนทั่วไป

ที่มา – ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร รุดตามเหตุ รถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 กำชับไม่ให้เกิดซ้ำอีก

Scroll to top