เหตุการณ์สุดเศร้าสะเทือนใจ นายจ้างน้ำตาคลอเล่านาทีทราบข่าวร้าย ลูกน้องคนขยันต้องจบชีวิตจากโศกนาฏกรรม “เครนถล่มพระราม 2” พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ถึงความประมาทที่นำมาซึ่งการสูญเสียครั้งใหญ่ของหัวหน้าครอบครัว
จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางยกระดับของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 กม.30+300 บนถนนพระราม 2 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และเสียชีวิตถึง 2 ราย
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นายณรกฤต เชยสุวรรณา นายจ้างของ นายศราวุฒิ เวชการ อายุ 45 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุและเปิดเผยด้วยความเศร้าสลดว่า ลูกน้องของตนเองนั้นขับรถขนส่งของบริษัทจากบางนาเพื่อนำนมไปส่งที่น้ำพุพลาซ่า จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของวันนั้น โดยนายศราวุฒิใช้เส้นทางนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้น
นายจ้างกล่าวต่อว่า ผู้เสียชีวิตทำงานกับตนเองมานานถึง 4 ปี มีความรับผิดชอบสูง ตนเองจะมอบหมายงานให้ทำอยู่เสมอ และในวันเกิดเหตุนั้น จริงๆ แล้วนายศราวุฒิไม่มีงานที่ต้องทำด้วยซ้ำ แต่ด้วยความขยันขันแข็ง เขาได้ขอมาทำงานในเส้นทางนี้ เนื่องจากมีธุระส่วนตัวที่มหาชัย แต่กลับต้องมาประสบเคราะห์ร้ายเสียก่อน ตอนแรกตนเองไม่ทราบเรื่อง กระทั่งลูกน้องอีกคนได้ตรวจสอบ GPS ของรถ ก็พบว่าสัญญาณขาดหายไปในช่วงเวลาประมาณ 9 โมงกว่า
ตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อ จึงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนแน่ใจว่าเวลาที่สัญญาณขาดหายไปนั้นตรงกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุ “เครนถล่มพระราม 2” พอดี จึงได้สอบถามทุกคนที่เกี่ยวข้องจนได้รับการยืนยันว่าเป็นลูกน้องของตนเองจริงๆ
ด้วยความตกใจและเป็นห่วง ตนเองจึงรีบขับรถจากชลบุรีมายังจุดเกิดเหตุทันที เพื่อต้องการยืนยันด้วยตาตนเองว่าร่างที่ติดอยู่ในรถนั้นเป็นลูกน้องของตนเองหรือไม่ และรถคันดังกล่าวเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ โดยได้เฝ้ารอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างออกมาได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่าเป็นรถทะเบียนของบริษัทจริง และเป็นรถที่ใช้สำหรับวิ่งงานขนส่งทั่วไป
ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับทราบข่าวร้ายแล้ว ตนเองได้ส่งลูกน้องอีกกลุ่มหนึ่งไปดูแลสภาพจิตใจของภรรยาและลูกที่ยังเล็ก ซึ่งกำลังโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก เพราะผู้เสียชีวิตเพิ่งแต่งงานได้เพียงปีกว่า อีกทั้งยังเป็นคนขยัน มีน้ำใจดี ไม่เคยขาดงาน แม้กระทั่งในวันที่ตั้งใจจะลาพักผ่อน เขาก็ยังโทรศัพท์มาขอทำงานในเส้นทางนี้
ความสูญเสียจากเหตุการณ์ เครนถล่มพระราม 2
ถนนพระราม 2 ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงหลายครั้ง นำมาซึ่งความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตนเองจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญและคำนึงถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพราะการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวอย่างกะทันหันนั้นสร้างความยากลำบากอย่างยิ่ง และจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสถนนเส้นนี้ด้วยตนเอง ตนเองมองว่าถนนยังไม่พร้อมใช้งาน แต่กลับเปิดให้ใช้เป็นการชั่วคราว ซึ่งดูแล้วยังไม่มีความเรียบร้อยและไม่ปลอดภัย
ส่วนตัวแล้วรู้สึกเสียใจอย่างมาก และจะดูแลครอบครัวของลูกน้องให้ดีที่สุดเท่าที่บริษัทจะสามารถทำได้ ตนเองขอย้ำว่าเหตุการณ์ “เครนถล่มพระราม 2” ครั้งนี้เป็นผลมาจากความประมาทที่ทำให้บุคลากรที่ดีต้องจากไป และส่งผลกระทบต่อถึงสองครอบครัว ตนเองอยากให้มีการขึ้นบัญชีดำบริษัทต้นทาง และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดบริษัทที่รับเหมาโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้จึงมีอยู่เพียงไม่กี่บริษัท ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากมีการแก้ไขอย่างจริงจัง คงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ความประมาทนำมาซึ่งโศกนาฏกรรม เครนถล่มพระราม 2
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจาก “เครนถล่มพระราม 2” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าว แต่มันคือชีวิต ความฝัน และอนาคตของใครหลายคนที่ต้องดับวูบลง ความประมาทเพียงเล็กน้อยสามารถนำมาซึ่งความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ เราทุกคนควรตระหนักถึงความปลอดภัยและร่วมกันสร้างสังคมที่ใส่ใจในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น
ที่มา – นายจ้างน้ำตาคลอ เล่านาทีรู้ “ลูกน้องคนขยัน” เสียชีวิตจาก “เครนถล่มพระราม 2”


