ทักษิณชินวัตร

“เท้ง” ย้ำไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ: จุดยืนพรรคประชาชน

“เท้ง ณัฐพงษ์” ย้ำ ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ยัน พร้อมใช้จำนวน สส. กำกับทิศทางการเมืองในสภาฯ ยกเงื่อนไขเดิมพรรคประชาชน ช่วยผ่าทางตัน แต่ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินแนวโน้มผลวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในเรื่องของการพิจารณาคดีขอให้เป็นเรื่องของศาล ตนคงไปก้าวล่วงในข้อคิดเห็นของศาลไม่ได้ก่อนจะมีคำตัดสินออกมา ส่วนหลังคำตัดสินออกมาแล้วการเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ยืนยันว่าพวกเราพร้อมจะใช้จำนวน สส. ในสภาฯ กำกับทิศทางของระบบการเมืองภายในสภาฯ ให้เดินหน้าไป เป็นเสาหลักให้ความมั่นคงกับประชาชนได้

ส่วนหากต้องมีการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า ทุกคนที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย “ส่วนใครที่พรรคประชาชนจะโหวตให้นั้น เป็นไปตามที่เราได้แถลงข่าวไปแล้วว่า เราจะไม่ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน หากวันหนึ่งการเมืองไทยจะไปถึงทางตัน สส.ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขตามที่พรรคประชาชนได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้”

พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ย้ำด้วยว่า เงื่อนไขต่างๆ ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรายืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้สิ่งที่สังคมไทยต้องการเป็นอย่างยิ่งคือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก มีเสถียรภาพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

“เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

จุดยืนชัดเจน “เท้ง” กับคดีนายกฯ

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม แต่พร้อมที่จะใช้กลไกในสภาฯ เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังคงยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ พร้อมที่จะช่วยผ่าทางตันทางการเมือง หากพรรคอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะไม่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลเอง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของรัฐบาลที่มีความชอบธรรมและมีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ การที่พรรคประชาชนวางตัวเป็นอิสระและพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจา อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวข้ามผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการเจรจาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นการที่ “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ จึงเป็นท่าทีที่น่าสนใจ และต้องติดตามต่อไปว่าจุดยืนนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร

ที่มา – “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี ยิ้มรับ!

“แพทองธาร ชินวัตร” ยิ้มแย้มหลังไต่สวนต่อศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น พยักหน้ายิ้มรับ วันนี้กำลังใจดี หยุดทักทายประชาชน พร้อมขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ก่อนเดินทางกลับบ้านพร้อมสามีและพี่สาว

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าไต่สวนต่อศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ได้ลงมาจากตึกในเวลา 13.24 น. พร้อมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ นางสาวพิณทองธาร ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมไหว้ขอบคุณสื่อที่มาเกาะติดการทำข่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า วันนี้กำลังใจดีหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ได้พยักหน้ารับ ก่อนตอบว่าดีค่ะ จากนั้น น.ส.แพทองธารพร้อมสามี ได้เดินไปทำความเคารพ พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเดินทางออกไปจากตึก โดยมีประชาชนนั่งวีลแชร์มารอตรงประตูทางออก เพื่อส่งกำลังใจ ซึ่งน.ส.แพทองธารได้หยุดทักทายและขอบคุณที่วันนี้มาให้กำลังใจ ก่อนเดินทางกลับบ้าน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ได้ใช้เวลาในการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่นายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลสำคัญทางการเมืองอย่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธารในวันนี้จึงเต็มไปด้วยความหมายและนัยยะสำคัญต่างๆ

การที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและกล่าวว่า “วันนี้กำลังใจดี” ย่อมสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้สนับสนุนและผู้ที่ติดตามข่าวสารของเธอ นอกจากนี้ การที่เธอหยุดทักทายและขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักการเมือง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

จากรายงานข่าว น.ส.แพทองธารใช้เวลาในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน สิ่งนี้อาจบ่งชี้ได้ว่ามีประเด็นสำคัญหลายอย่างที่ต้องชี้แจงและอธิบายต่อศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ การที่นายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. ใช้เวลาในการชี้แจง 1 ชั่วโมง ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงหรือประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

โดยสรุปแล้ว การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่ารายละเอียดของการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่การที่เธอแสดงออกถึงความมั่นใจและกำลังใจที่ดี ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้สนับสนุนและผู้ที่ติดตามข่าวสารของเธอ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน และการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคต ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ประชาชนให้ความสนใจและเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความหวังที่พวกเขามีต่อนักการเมืองรุ่นใหม่ การสนับสนุนและความไว้วางใจจากประชาชนจะเป็นกำลังใจสำคัญที่จะช่วยให้ น.ส.แพทองธาร สามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ และเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไปได้

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การที่เธอแสดงความมั่นใจและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ ย่อมเป็นสัญญาณที่ดีที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนและประชาชนทั่วไป

ที่มา – “แพทองธาร” พยักหน้ายิ้มรับ แจงศาลรัฐธรรมนูญวันนี้กำลังใจดี

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จ ศาลย้ำห้ามเผยแพร่

“แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. ศาลสั่งย้ำห้ามเผยแพร่

ศาลรัฐธรรมนูญให้เลขา สมช. ชี้แจงเป็นคนแรก ใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วน “นายกฯ แพทองธาร” ล่าสุดชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ศาลสั่งย้ำห้ามนำคำไต่สวนไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 12.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า การไต่สวนในกรณีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งคำร้องของ ส.ว. จำนวน 36 คน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีที่ปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชานั้น มีความคืบหน้าแล้ว

วันนี้ ศาลได้แจ้งให้กับสื่อมวลชนและผู้ที่มาฟังการไต่สวนได้รับทราบว่า การไต่สวนจะเรียกไต่สวนทีละคน โดยเริ่มจากนายฉัตรชัย บางฉวด เลขา สมช. และตามด้วย น.ส.แพทองธาร โดยจะไม่มีการถ่ายทอดสดสัญญาณให้บุคคลภายนอกได้รับชมและรับฟัง เนื่องด้วยประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงของชาติ ศาลรัฐธรรมนูญให้นายฉัตรชัยชี้แจงเป็นคนแรก ซึ่งใช้เวลาในการชี้แจงไปทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วน น.ส.แพทองธาร นั้นได้ทำการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 13.01 น. โดยใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 13.02 น. คณะตุลาการได้อ่านปิดการไต่สวนสำหรับวันนี้ โดยได้สั่งกำชับทุกคนว่าห้ามนำข้อมูลจากการไต่สวนไปเผยแพร่ต่อ และห้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดให้นัดปิดคดีในวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 09:30 น. และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันเดียวกัน พิจารณาแล้วเห็นว่าตุลาการแต่ละท่านมีเวลาในการทำความเห็นส่วนตัวเพียงหนึ่งวัน ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อการพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบและครบถ้วน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบพิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 31 จึงให้คู่กรณีแถลงปิดคดีต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2568 หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลาที่กำหนด จะถือว่าไม่ติดใจที่จะยื่นคำแถลงดังกล่าว ส่วนการนัดแถลงด้วยวาจาและการลงมติ รวมถึงการอ่านคำวินิจฉัยนั้น ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม คือวันที่ 29 สิงหาคม นี้

ความสำคัญของการพิจารณาคดี “แพทองธาร”

คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเมืองไทย การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบต่อนายกรัฐมนตรีและเสถียรภาพของรัฐบาล การตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น: หากศาลตัดสินว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในคดีนี้อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนทางกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในวงกว้าง การรายงานข่าวอย่างถูกต้องและเป็นกลางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล การตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นที่จับตามองของประชาชนและทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – “แพทองธาร” แจงศาลรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. ศาลสั่งย้ำห้ามเผยแพร่

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน นายกฯ อิ๊งค์ และ เลขาธิการ สมช. ในคดีที่ 36 ส.ว. ยื่นร้องความเป็นรัฐมนตรีของ “แพทองธาร” สิ้นสุดลงหรือไม่ ก่อนนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติ 29 ส.ค. 68 จับตาทุกความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมือง

หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับคำร้องคดี สว. ร้องถอดถอน “แพทองธาร ชินวัตร” ปมคลิปเสียงสนทนา “ฮุน เซน” และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างกว้างขวาง การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลจำนวน 2 ปาก คือ ผู้ถูกร้องและเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.30 น. การไต่สวนครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียก หากไม่มาตามกำหนดนัด ถือว่าไม่ติดใจเป็นพยานบุคคล และให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง ที่ประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดี ให้ยื่นเป็นหนังสือต่อศาลภายในวันที่ 27 ส.ค. หากไม่ยื่นภายในกำหนดถือว่าไม่ติดใจยื่น โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 09.30 น. นัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องพิจารณาคดี ชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และศาลรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคล

ช่องทางติดตาม ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน

สำหรับประชาชนที่สนใจติดตามความคืบหน้าของคดี สามารถรับชมรายงานสดจากศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ ดังนี้:

การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้ท่านเข้าใจประเด็นต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมีวิจารณญาณ

การพิจารณาคดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผลของการตัดสินอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน อย่าพลาดโอกาส ชมสด! เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

การที่ศาลรัฐธรรมนูญเปิดให้ประชาชนเข้ารับฟังการไต่สวนและฟังคำวินิจฉัย ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคดีนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไปตามกระบวนการยุติธรรม และผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไรนั้น ยังคงต้องรอติดตามกันต่อไป

ที่มา – ชมสด เกาะติดศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน ปมคลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์” คุย “ฮุน เซน”

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. นี้!

“ภูมิธรรม” ไม่ทราบใครไปกับ “แพทองธาร ชินวัตร” ในวันที่ 21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล คดีคลิปเสียงสนทนากับ “ฮุน เซน” ส่วนกรณีหมายจับ “อดิศร” เหตุไม่ไปฟังคำพิพากษา ว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ไม่ไปฟังคำพิพากษาในคดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อความไม่สงบในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 9 เมษายน 2552 ในวันนี้ ทำให้ศาลออกหมายจับ ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากการแถลงจับยาเสพติดที่ จ.เชียงใหม่ แต่กรณีของนายอดิศร มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้วในฐานะที่เป็น สส. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย อะไรที่มีปัญหา กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น

แพทองธาร ชินวัตร
แพทองธาร ชินวัตร

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคล กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 จะมีใครเดินทางไปกับนายกรัฐมนตรีบ้าง ว่า “ยังไม่ทราบเลย ยังไม่ได้คุยกันเลย”

เมื่อถามถึงกรณีวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นวันประชุม สส.ของพรรค นายภูมิธรรม ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ตนทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งวัน เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความกังวลอะไรหรือไม่ในเรื่องการเมืองที่กำลังจะเริ่มร้อนแรง นายภูมิธรรม ตอบว่า “ก็ยังไม่รู้สึกว่าจะร้อน”

ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญทางการเมืองต่างๆ ล่าสุดประเด็นที่ได้รับความสนใจคือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลในคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2568

นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงกรณีของนายอดิศร เพียงเกษ และการเดินทางมายังพรรคเพื่อไทยของนายทักษิณ ชินวัตร โดยยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและยังไม่รู้สึกถึงความร้อนแรงทางการเมือง

ประเด็นที่น่าสนใจ: ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค.นี้

การนัดไต่สวนพยานบุคคลของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันได้ หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าผลการไต่สวนจะเป็นอย่างไรและจะมีผลต่อการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือไม่

นอกจากนี้ กรณีที่นายภูมิธรรมกล่าวว่ายังไม่ทราบว่าใครจะเดินทางไปกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในวันดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้เกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอาจมีบุคคลสำคัญทางการเมืองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เดินทางไปด้วย

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

การที่นายภูมิธรรมออกมาให้สัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

มาร่วมกันติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกประเด็นสำคัญทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีนายกฯ 21 ส.ค. “ภูมิธรรม” ไม่รู้ใครไปกับ “แพทองธาร”

เลขาฯ สมช. แจงศาล รธน. 21 ส.ค. จริงหรือ?

เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. จริงหรือ?

“ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยาน 21 ส.ค. นี้ “หมอพรหมินทร์” บอกรอ “นายกฯ แพทองธาร” ไปเองหรือไม่… เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่หลายคนจับตามองอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีศาลรัฐธรรมนูญเรียกไปไต่สวนในฐานะพยาน คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ว่า ตนจะเดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญเองในวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าเตรียมคำชี้แจงอย่างไรไว้บ้าง นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องรอฟังในวันนั้น

ประเด็นสำคัญอยู่ที่การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ จะมีผลต่อรูปคดีอย่างไร และจะมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอะไรบ้างหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก

ทางด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร จะไปให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญเองหรือไม่ ว่า “ให้รอถามนายกฯ เอง”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ค่อนข้างตึงเครียด การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าการให้ข้อมูลของเลขาธิการ สมช. จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่

  • ความสำคัญของพยานหลักฐาน: คลิปเสียงสนทนาที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาคดีได้อย่างไร
  • บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ: การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างไร
  • ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: คดีนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาได้หรือไม่

การที่ “หมอพรหมินทร์” โยนให้ไปถาม “อิ๊งค์” เองว่าจะไปหรือไม่ ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยว่ามีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามหรือไม่ หรือว่ามีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้

การที่ เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ ทุกฝ่ายจึงควรติดตามข่าวสารอย่างรอบคอบและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถ่องแท้

การที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกเลขาธิการ สมช. ไปให้ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ได้รับ และต้องการพิจารณาคดีอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การที่เลขาธิการ สมช. เตรียมตัวเดินทางไปให้ข้อมูลด้วยตนเองก็แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี

คดีนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญของกระบวนการยุติธรรมของไทยว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ การที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและติดตามการดำเนินคดีได้อย่างใกล้ชิดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมให้เกิดสังคมที่มีความยุติธรรมและเสมอภาค

ที่มา – เลขาฯ สมช. เตรียมแจงศาลรัฐธรรมนูญ 21 ส.ค. “หมอมิ้ง” โยนถาม “อิ๊งค์” ไปเองหรือไม่

ประชาชาติตบเท้าให้กำลังใจ”อิ๊งค์” คว่ำงบฯ 69

สถานการณ์การเมืองไทยยังคงร้อนแรง เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลแสดงออกถึงความสามัคคี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นำ สส.ประชาชาติ (ปช.) เข้าให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณปี 2569 ที่กำลังถูกพิจารณาอย่างเข้มข้น

ประชาชาติตบเท้าให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เจ้าตัวบ่นคิดถึงประชาชน “ไหม” ยันโหวตคว่ำงบฯ 69

น.ส.แพทองธาร หรือ “อิ๊งค์” ได้โพสต์ข้อความที่น่าสนใจในอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นคำคมภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า “ทุกสิ่งที่คุณทำจะย้อนกลับมาหาคุณ จงทำดี จงเป็นคนดี” และ “ความเมตตาไม่มีค่าใช้จ่าย” ซึ่งถูกตีความไปต่างๆ นานา ในขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันหนักแน่นว่า พรรคมีมติให้โหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณปี 2569 เป็นวันที่สาม บรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะมี สส.จากพรรคฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณในหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทำไมพรรคประชาชาติถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้?

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวภายหลังการเข้าพบ น.ส.แพทองธาร ว่าได้ไปให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านมีกำลังใจดี และยังฝากความคิดถึงและความห่วงใยไปยังประชาชน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้พูดคุยกับ สส.พรรคประชาชาติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานสภาเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อีกด้วย

ในส่วนของการพิจารณางบประมาณนั้น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ให้เหตุผลว่า แม้ สส.พรรคประชาชนจะให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้นำข้อเสนอแนะเหล่านั้นไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำให้พรรคตัดสินใจที่จะโหวตคว่ำร่างงบประมาณในวาระสาม

ประเด็นที่น่าสนใจคือการอภิปรายของนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมองว่าเป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา และขัดต่อหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. ยังได้อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการบ้านพักข้าราชการตำรวจที่ใช้งบประมาณในการตกแต่งภายในสูงถึง 23.9 ล้านบาท

นอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ยังมีประเด็นทางการเมืองอื่นๆ ที่น่าจับตามอง เช่น การสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่างลง และความคืบหน้าในการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมที่จะออกหมายเรียกผู้สมัคร สว. อีก 1,200 คน เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์การเมืองไทยยังคงมีความผันผวนและเต็มไปด้วยความท้าทาย การพิจารณางบประมาณปี 2569 เป็นเพียงหนึ่งในหลายประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การแสดงออกถึงความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาล และการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างเข้มข้นจากภาคส่วนต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ท่าทีของพรรคประชาชาติในการให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของ สส. ทุกคนในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า พวกเขาจะสามารถทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนได้อย่างสมศักดิ์ศรีหรือไม่ เพราะงบประมาณปี 2569 นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ที่มา – ประชาชาติตบเท้า ให้กําลังใจ “อิ๊งค์” เจ้าตัวบ่นคิดถึงประชาชน “ไหม” ยันโหวตควํ่างบฯ 69

Scroll to top