“เท้ง ณัฐพงษ์” ย้ำ ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ยัน พร้อมใช้จำนวน สส. กำกับทิศทางการเมืองในสภาฯ ยกเงื่อนไขเดิมพรรคประชาชน ช่วยผ่าทางตัน แต่ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล
วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินแนวโน้มผลวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในเรื่องของการพิจารณาคดีขอให้เป็นเรื่องของศาล ตนคงไปก้าวล่วงในข้อคิดเห็นของศาลไม่ได้ก่อนจะมีคำตัดสินออกมา ส่วนหลังคำตัดสินออกมาแล้วการเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ยืนยันว่าพวกเราพร้อมจะใช้จำนวน สส. ในสภาฯ กำกับทิศทางของระบบการเมืองภายในสภาฯ ให้เดินหน้าไป เป็นเสาหลักให้ความมั่นคงกับประชาชนได้
ส่วนหากต้องมีการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า ทุกคนที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย “ส่วนใครที่พรรคประชาชนจะโหวตให้นั้น เป็นไปตามที่เราได้แถลงข่าวไปแล้วว่า เราจะไม่ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน หากวันหนึ่งการเมืองไทยจะไปถึงทางตัน สส.ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขตามที่พรรคประชาชนได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้”
พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ย้ำด้วยว่า เงื่อนไขต่างๆ ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรายืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้สิ่งที่สังคมไทยต้องการเป็นอย่างยิ่งคือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก มีเสถียรภาพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา
“เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล
จุดยืนชัดเจน “เท้ง” กับคดีนายกฯ
จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม แต่พร้อมที่จะใช้กลไกในสภาฯ เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังคงยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ พร้อมที่จะช่วยผ่าทางตันทางการเมือง หากพรรคอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะไม่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลเอง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของรัฐบาลที่มีความชอบธรรมและมีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ
สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ การที่พรรคประชาชนวางตัวเป็นอิสระและพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจา อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวข้ามผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการเจรจาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นการที่ “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ จึงเป็นท่าทีที่น่าสนใจ และต้องติดตามต่อไปว่าจุดยืนนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร
ที่มา – “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล





