ทักษิณ ชินวัตร

อนุทิน ปิดโอกาสพบ ทักษิณ ที่มาเลเซีย ยันติดภารกิจแน่น

อนุทิน ปิดโอกาสพบ ทักษิณ ที่มาเลเซีย

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทยในการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงประเด็นที่ว่าตนจะมีโอกาสได้หารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทราบกันดีว่ากำลังพำนักอยู่ที่มาเลเซียเช่นกัน งานนี้ อนุทิน ปิดโอกาสพบ ทักษิณ ที่มาเลเซีย อย่างชัดเจน พร้อมให้เหตุผลว่าตารางงานแน่นเอี๊ยดตลอดการเดินทาง

นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกำหนดการเดินทางเยือนเพื่อนบ้านในวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้ โดยเน้นย้ำว่าไปเพื่อหารือประเด็นสำคัญระดับชาติ ทั้งในเรื่องของความมั่นคงและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาชายแดนใต้และกระชับความสัมพันธ์กับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สรุปชัด อนุทิน ปิดโอกาสพบ ทักษิณ ที่มาเลเซีย

สำหรับคำถามที่ว่าทำไมถึงไม่มีเวลาแวะไปพบกับนายทักษิณนั้น นายอนุทินได้อธิบายรายละเอียดว่า หมายกำหนดการครั้งนี้ถูกวางไว้แน่นมากตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เมื่อเสร็จสิ้นจากการประชุมและหารือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีก็มีภารกิจสำคัญต่อทันที นั่นคือการเดินทางไปร่วมเปิดด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียตามกำหนดการเดิม ทำให้การจัดสรรเวลาเพื่อไปพบปะบุคคลอื่นนอกเหนือจากวาระงานหลักนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากลำบาก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวและการพบปะหลังจากที่นายทักษิณพ้นโทษ นายอนุทินกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า:

  • ตนได้แสดงความยินดีกับนายทักษิณไปแล้วก่อนหน้านี้
  • ยอมรับว่ายังไม่ได้มีโอกาสพบเจอกันด้วยตัวเองในช่วงที่ผ่านมา
  • ยืนยันว่าการเดินทางครั้งนี้มุ่งเน้นภารกิจราชการเป็นหลัก

จากคำตอบและการพยักหน้ารับของนายอนุทิน ทำให้เห็นได้ชัดว่า ณ เวลานี้ เรื่องของสถานะทางการเมืองและภารกิจของประเทศต้องมาก่อนความสัมพันธ์ส่วนตัวที่หลายคนอาจจะคาดเดาไปต่างๆ นานา การแสดงออกอย่างเป็นทางการแบบนี้ถือเป็นการรักษาบรรทัดฐานของการทำงานในฐานะผู้นำรัฐบาลที่ต้องให้ความสำคัญกับวาระงานเป็นอันดับหนึ่ง

ในมุมมองของเรา นี่คือตัวอย่างที่ดีของการบริหารเวลาของผู้นำประเทศที่ชัดเจนต่อหน้าที่ แม้จะมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการนัดพบ แต่การออกมาปฏิเสธอย่างสุภาพและให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล ก็ช่วยลดการตีความที่คลาดเคลื่อนลงได้มาก สำหรับใครที่ตามข่าวการเมืองอยู่ ต้องบอกเลยว่าการเยือนมาเลเซียครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย-มาเลเซียที่เราต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ

ที่มา – “อนุทิน” ปิดโอกาสพบ “ทักษิณ” ที่มาเลเซีย บอกประชุมยาวทั้งวัน เคยแสดงความยินดีไปแล้ว

“ยศชนัน” เล่าที่มาวลี “เติมเชน”- “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ” คือต้นแบบการเมือง

“ยศชนัน” เล่าที่มาวลี “เติมเชน”- “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ” คือต้นแบบการเมือง

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินวลีที่กำลังเป็นกระแสอย่างคำว่า “เติมเชน” แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่าที่มาของคำนี้มาจากไหน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตและแรงบันดาลใจในการทำงานผ่านรายการชื่อดัง

หากพูดถึง “ยศชนัน” เล่าที่มาวลี “เติมเชน”- “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ” คือต้นแบบการเมือง หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงกระแส แต่แท้จริงแล้วคำว่า “เติมเชน” สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำงานในกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นการสร้างทุนมนุษย์ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงานในอนาคต

ต้นแบบชีวิตจากครอบครัวที่ได้รับอิทธิพลจาก “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ”

ดร.ยศชนัน ยอมรับว่าตนเองมีแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะคุณพ่อ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สอนให้รู้ว่า “การศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้” จากอดีตที่เคยทำสวนยางจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดคือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมี “ลุงทักษิณ” ซึ่งเป็นผู้ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกสาขาวิชาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ต้น ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ “ยศชนัน” เล่าที่มาวลี “เติมเชน”- “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ” คือต้นแบบการเมือง ได้อย่างน่าประทับใจ

นอกเหนือจากบุคคลในครอบครัวแล้ว ดร.ยศชนันยังชื่นชมบุคคลระดับโลกอย่าง จอห์น เอฟ. เคนเนดี และ บารัก โอบามา รวมถึงอดีตนายกฯ ของไทยหลายท่าน เช่น ปรีดี พนมยงค์ และ อานันท์ ปันยารชุน ซึ่งแต่ละท่านต่างมีเสน่ห์และจุดแข็งที่เขานำมาผสมผสานเพื่อสร้าง “ซิกเนเจอร์” ในความเป็นผู้นำของตัวเอง

  • ทัศนคติต่อการศึกษา: มองว่าความรู้คือเกราะกำบังและเป็นทรัพย์สินที่ใครก็ขโมยไปไม่ได้
  • เป้าหมายในการทำงาน: เน้นสร้างเศรษฐกิจใหม่ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
  • การพัฒนาคน: เชื่อมโยงระบบการศึกษาและการทำงานเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับสิทธิสวัสดิการของคนในชาติ

ท้ายที่สุด การทำงานการเมืองในมุมมองของ ดร.ยศชนัน คือการหาจุดสมดุลระหว่างความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยมีความรู้เป็นตัวนำทาง หากทุกคนร่วมใจกัน “เติมเชน” หรือเติมการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับตัวเองและสังคม ประเทศไทยย่อมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน นับเป็นมุมมองที่สดใหม่และน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลงมือทำเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – “ยศชนัน” เล่าที่มาวลี “เติมเชน”- “พ่อสมชาย-ลุงทักษิณ” คือต้นแบบการเมือง

“อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

“อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อส่วนตัว โดยการโพสต์ภาพที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวชินวัตร ซึ่งมีสมาชิกคนสำคัญมาร่วมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในวาระสำคัญของการไปร่วมใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นภาพจำที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของครอบครัวนี้ได้เป็นอย่างดี

ในโพสต์ดังกล่าว นางสาวแพทองธารได้เขียนข้อความสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ซึ่งภาพที่ปรากฏนั้นมีทั้งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์, นายพานทองแท้ ชินวัตร และนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ซึ่งการรวมตัวกันครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าผู้ติดตามอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศครอบครัวชินวัตรกับการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

การที่ “อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว นั้น ไม่ได้เป็นเพียงการแจ้งข่าวการทำหน้าที่พลเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทในฐานะครอบครัวนักการเมืองที่ยังคงได้รับความสนใจจากสาธารณชนไทยอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. การเคลื่อนไหวของคนในตระกูลชินวัตรย่อมถูกจับตามองจากทุกภาคส่วน

นอกเหนือจากรูปภาพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้ว สิ่งที่แฟนคลับและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจคือ:

  • ความอบอุ่นของภาพครอบครัวในวันพักผ่อน
  • การแสดงออกถึงหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย
  • กระแสตอบรับจากแฟนคลับบนแพลตฟอร์มโซเชียล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นวาระสำคัญของท้องถิ่น แต่การที่ “อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการออกมาใช้สิทธิ์ของตนเอง เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของบ้านเมืองในอนาคต

ในมุมมองของผู้ที่ติดตามข่าวการเมือง การเห็นภาพครอบครัวที่มีความสุขร่วมกันเช่นนี้ถือเป็นเรื่องราวทางบวก และหวังว่าทุกฝ่ายจะมาร่วมกันใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับเมืองของเราต่อไป มาร่วมกันติดตามข่าวสารการเลือกตั้งกันอย่างใกล้ชิดและออกไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่นะครับ

ที่มา – “อิ๊งค์” โพสต์ภาพ “พ่อทักษิณ” พร้อมแม่และพี่น้อง บอกใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว

“ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี

เชื่อว่าคงไม่มีภาพไหนที่เป็นกระแสฮือฮาไปมากกว่าการปรากฏตัวของอดีตนายกรัฐมนตรีคนดัง เมื่อ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี สร้างสีสันบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งย่านบางพลัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง การกลับมาใช้สิทธิครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของนักการเมือง แต่เป็นการแสดงออกถึงการทำหน้าที่พลเมืองอย่างเต็มภาคภูมิของนายทักษิณ ชินวัตร

“ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่หน่วยเลือกตั้งบางพลัด

บรรยากาศในช่วงเช้าวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 14 เขตบางพลัด เต็มไปด้วยกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว นายทักษิณเดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อเชิ้ตขาวเข้าคูหาด้วยความมุ่งมั่น แม้จะออกปากเองว่าแอบตื่นเต้นเพราะไม่ได้ทำหน้าที่นี้มานานถึง 2 ทศวรรษเต็มๆ โดยเขากล่าวด้วยความรู้สึกภูมิใจในความเป็นคนไทยและยืนยันว่าการออกมาใช้สิทธิครั้งนี้คือการมาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ใช่ในฐานะนักการเมืองแต่อย่างใด

มุมมองต่อการเลือกตั้งและ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี

นอกจากบรรยากาศความคึกคักแล้ว นายทักษิณยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า:

  • ผู้บริหารกรุงเทพฯ ต้องทำงานเป็นและมีความทุ่มเท
  • โครงสร้างพื้นฐานและการจราจรยังเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข
  • งบประมาณของ กทม. อาจมีจำกัด จึงยิ่งต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการ
  • การตัดสินใจเลือกตัวแทนเป็นเรื่องของพลเมือง หากเลือกแล้วไม่ประทับใจ ครั้งต่อไปก็สามารถเลือกใหม่ได้

นายทักษิณยังได้ย้ำเตือนใจคนไทยท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบันว่า บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคีเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากปัญหาทั้งในและนอกประเทศเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปให้ได้

สำหรับแผนการหลังจากนี้ เจ้าตัวเผยว่าจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเดินทางไปต่างประเทศเพื่อพบปะเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงที่คอยให้กำลังใจมาโดยตลอด แม้อายุจะล่วงเลยถึง 77 ปีแล้ว แต่ภาพรวมของสุขภาพและพลังใจยังคงเต็มเปี่ยม พร้อมติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างต่อเนื่องในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์เมื่อ “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี สื่อให้เห็นชัดเจนว่า การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทุกเสียงมีความหมายในการกำหนดทิศทางของเมืองและประเทศชาติที่เราอยู่ร่วมกัน ลองถามตัวเองดูว่าครั้งสุดท้ายที่คุณออกไปทำหน้าที่พลเมืองนั้นนานแค่ไหนแล้ว? อย่าลืมออกไปใช้สิทธิทุกครั้งเมื่อมีโอกาส!

ที่มา – “ทักษิณ” ตื่นเต้น ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี ย้ำมาทำหน้าที่พลเมือง

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

“ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี จะอยู่อีก 40 ปี

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าแฟนคลับและผู้ติดตามข่าวการเมืองเป็นอย่างมาก เมื่อล่าสุด นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ออกมาเล่าถึงวินาทีสำคัญหลังจากได้พบกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร อีกครั้ง ข่าวเรื่อง “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ทันที เพราะหลายคนต่างเป็นห่วงสุขภาพของท่านหลังจากที่ได้รับอิสรภาพอย่างเป็นทางการ

ความประทับใจเมื่อได้พบท่านทักษิณ ชินวัตร

นายก่อแก้วได้เล่าผ่านช่องทางส่วนตัวว่า ในโอกาสที่ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านทักษิณ ซึ่งการได้ยินจากปากของท่านเองว่าแข็งแรงดี แถมยังมุกตลกที่ว่า “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี นั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นอย่างเห็นได้ชัด

หากเราวิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวนี้ จะเห็นได้ว่าการที่อดีตนายกฯ ดูผ่อนคลายและมีกำลังใจดีเยี่ยมเป็นสัญญาณบวกที่แฟนคลับหลายคนเฝ้ารอคอย โดยท่านยังได้ฝากข้อคิดไว้สำหรับแฟนคลับรุ่นใหญ่ว่า:

  • ให้ทุกคนหมั่นออกกำลังกายให้แข็งแรง
  • รักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้อยู่ให้กำลังใจกันต่อไปนานๆ
  • อย่าเพิ่งรีบถอดใจหรือจากกันไปก่อน

เป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่เราได้เห็นพลังบวกผ่านหัวข้อ “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี ซึ่งไม่เพียงแค่ทำให้ผู้สนับสนุนรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองเหมือนกับที่ท่านเป็นแบบอย่างให้เห็น หากใครที่รักสุขภาพก็ควรเริ่มฟิตร่างกายตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – “ก่อแก้ว” เผยบทสนทนา “ทักษิณ” อารมณ์ดี เจ้าตัวบอกแข็งแรง จะอยู่อีก 40 ปี

ยิ่งลักษณ์จัดวันเกิดเรียบง่ายแค่ในครอบครัวที่ฮ่องกง

เป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจสำหรับวันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ล่าสุดมีรายงานว่า ยิ่งลักษณ์จัดวันเกิดเรียบง่ายแค่ในครอบครัวที่ฮ่องกง โดยปีนี้ถือเป็นการทำบุญและฉลองครบ 59 ปีแบบเป็นส่วนตัวที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเรียบง่าย

ยิ่งลักษณ์จัดวันเกิดเรียบง่ายแค่ในครอบครัวที่ฮ่องกง

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ถือเป็นวันคล้ายวันเกิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่าปีนี้ ยิ่งลักษณ์จัดวันเกิดเรียบง่ายแค่ในครอบครัวที่ฮ่องกง โดยไร้เงาความวุ่นวายทางการเมือง มีเพียงบรรดาคนใกล้ชิดและครอบครัวชินวัตรที่บินตรงไปร่วมรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ได้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยสามี และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร พร้อมด้วยสามี ที่ต่างเดินทางไปให้กำลังใจถึงที่พัก

บรรยากาศภายในงานและการปรากฏตัวของแขกคนสำคัญ

นอกจากสมาชิกในครอบครัวแล้ว ยังมีรายงานว่า นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทบีทีเอส ได้มาร่วมรับประทานอาหารในโอกาสพิเศษนี้ด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่างานนี้เป็นการรวมญาติและมิตรสหายสนิทเท่านั้น ไม่ได้มีการเปิดให้ฝ่ายการเมืองหรือบุคคลภายนอกเข้าร่วมแต่อย่างใด ถือเป็นการแสดงออกว่าคุณยิ่งลักษณ์ตั้งใจให้เป็นช่วงเวลาส่วนตัว เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ก่อนที่มีกำหนดการจะเดินทางออกจากฮ่องกงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

  • เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง
  • รวมสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างพร้อมหน้า
  • ไม่มีกิจกรรมทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง

สำหรับภาพวันเกิดที่เผยแพร่ออกไปในสังคมออนไลน์นั้น ต้องบอกก่อนว่าภาพหลายภาพที่เหล่านักการเมืองนำมาโพสต์เพื่อร่วมอวยพร เป็นภาพเก่าที่ถูกนำมาแชร์เพื่อแสดงความปรารถนาดีในช่วงวันเกิดปีที่ 59 เพียงเท่านั้น สำหรับแฟนคลับหรือผู้ที่ติดตามข่าวสาร การเห็นภาพความรักความผูกพันของพี่น้องตระกูลชินวัตรในวันสำคัญเช่นนี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งภาพที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา

บทสรุปของงานฉลองในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ครอบครัวยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณยิ่งลักษณ์และคุณทักษิณ การได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่รักในที่ที่สงบและเป็นส่วนตัว นับเป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับเธอในปีนี้ครับ แล้วคุณล่ะครับ วันเกิดปีนี้อยากใช้เวลากับใครพิเศษที่สุดบ้าง?

ที่มา – “ยิ่งลักษณ์” จัดวันเกิดเรียบง่ายแค่ในครอบครัวที่ฮ่องกง “ทักษิณ-อิ๊งค์-เอม” บินร่วม

วันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี คนสนิทโพสต์อวยพร

วันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี คนสนิทโพสต์อวยพร

วันนี้ 21 มิถุนายน ถือเป็นวันพิเศษอีกหนึ่งวันสำหรับครอบครัวชินวัตร เพราะตรงกับวันคล้ายวันเกิดของอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย โดยปีนี้ วันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นจากเหล่าคนใกล้ชิดและแฟนคลับที่ต่างพร้อมใจกันส่งข้อความอวยพรผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างหนาตา แม้ว่าตัวท่านอดีตนายกฯ จะอยู่ต่างแดน แต่ความรักและเคารพจากพี่น้องประชาชนและทีมงานก็ยังคงเหนียวแน่นเช่นเคย

บรรยากาศการฉลองวันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี ผ่านโซเชียล

สำหรับความเคลื่อนไหวทางฝั่งของคนใกล้ชิด นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ที่ปรึกษาทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความสุดประทับใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่าขอบคุณท่านนายกฯ ปู ที่คอยให้คำปรึกษาและแบ่งปันประสบการณ์การทำงานที่ดีเสมอมา ถือเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่ยังคงมีให้กันแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

  • เหล่าแฟนคลับต่างร่วมโพสต์ภาพและข้อความอวยพรผ่านเพจต่างๆ
  • ทีมงานคนสนิทต่างระลึกถึงพระคุณและคำสอนเสมอ
  • ทุกโพสต์ต่างยืนยันถึงความรักและความเคารพที่มีต่อท่านยิ่งลักษณ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษในปีนี้คือความเคลื่อนไหวของญาติพี่น้อง โดยเฉพาะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ปกติมักจะมีโพสต์อวยพรให้เห็นเป็นประจำ แต่ถึงตอนนี้ยังคงไม่มีโพสต์ผ่านช่องทางสาธารณะ ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่าเป็นการอวยพรในช่องทางส่วนตัวแทน

หากวิเคราะห์เหตุการณ์ วันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี ในปีนี้ ดูเหมือนจะมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองในอนาคตอันใกล้ นั่นคือรายงานข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อาจเดินทางไปพบกับคุณยิ่งลักษณ์ที่นครดูไบในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หลายคนรอคอยและเป็นของขวัญวันเกิดที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับพี่น้องครอบครัวชินวัตรอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดนี้ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เราคงได้เห็นความรักความผูกพันของครอบครัวนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวก็ยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้พวกเขาก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ มาได้จนถึงทุกวันนี้ คุณคิดอย่างไรกับวันเกิดปีนี้ของท่านนายกฯ ปู สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ครับ

ที่มา – วันเกิด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ครบ 59 ปี คนสนิทโพสต์อวยพร รักและเคารพเสมอ

ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติและถอดกำไล EM ทักษิณ

ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติและถอดกำไล EM ทักษิณ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้ออกมาชี้แจงประเด็นการราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสาธารณชน

ข้อเท็จจริงกรณี ราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมาย

การดำเนินการในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยึดถือหลักความเสมอภาคและปฏิบัติตามกรอบของพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2569 อย่างเคร่งครัด โดยนายทักษิณได้รับสิทธิ์ตามมาตรา 7 และมาตรา 8 (2) (ฉ) ซึ่งเงื่อนไขคือผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี และมีโทษเหลือไม่เกิน 3 ปี ทำให้เข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยสมบูรณ์

กระบวนการถอดกำไล EM และใบบริสุทธิ์

หลังจากที่กรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว พบว่านายทักษิณได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบมาโดยตลอดตลอดระยะเวลา 4 เดือน 1 วัน ส่งผลให้กระบวนการราชทัณฑ์แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายดำเนินไปอย่างโปร่งใส ดังนี้:

  • เรือนจำกลางคลองเปรมดำเนินการออกหนังสือสำคัญการปล่อยตัว หรือที่เรียกว่าใบบริสุทธิ์ (รท.25)
  • กรมคุมประพฤติเข้าดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ตามขั้นตอนทางธุรการ
  • สถานะของผู้ได้รับการอภัยโทษถือว่าพ้นจากภาระทางคดีความโดยสมบูรณ์

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมขั้นตอนต่างๆ ถึงรวดเร็ว กรมราชทัณฑ์ได้ย้ำชัดเจนว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้สำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษทุกราย ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่นแต่อย่างใด เป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายตามปกติที่ปฏิบัติกับผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ เท่านั้น

ถือเป็นอันสิ้นสุดสถานะการคุมความประพฤติของนายทักษิณ ชินวัตร อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วันที่ประกาศใช้บังคับกฎหมาย ส่งผลให้ท่านไม่มีภาระผูกพันทางโทษทางอาญาอีกต่อไป สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความชัดเจนในการใช้กฎหมายราชทัณฑ์ที่ยึดตามหลักเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษในแต่ละปีเป็นที่ตั้งครับ

ที่มา – “ราชทัณฑ์” แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM “ทักษิณ” เป็นตามขั้นตอนกฎหมาย

ทักษิณ ยังถอดกำไล EM ไม่ได้ ต้องรอหมายปล่อยจากศาลให้เรียบร้อยก่อน

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังติดตามสถานการณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่มีข่าวเรื่องการรับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งล่าสุดมีประเด็นที่หลายคนสงสัยว่าทำไมท่านถึงยังคงมีการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวอยู่ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจว่าทำไม ทักษิณ ยังถอดกำไล EM ไม่ได้ ต้องรอหมายปล่อยจากศาลให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องยึดถือระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ทักษิณ ยังถอดกำไล EM ไม่ได้ ต้องรอหมายปล่อยจากศาลให้เรียบร้อยก่อน

ตามรายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สถานะปัจจุบันของนายทักษิณ ชินวัตร ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ แม้จะได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปเนื่องจากเหลือโทษจำคุกไม่ถึง 1 ปี แต่กระบวนการทางกฎหมายไม่ได้จบลงเพียงแค่การประกาศชื่อเท่านั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นทางการเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักระเบียบเรือนจำ

กระบวนการถอดกำไล EM อย่างเป็นทางการ

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไปเพื่อให้ ทักษิณ ยังถอดกำไล EM ไม่ได้ ต้องรอหมายปล่อยจากศาลให้เรียบร้อยก่อน นั้นมีรายละเอียดดังนี้:

  • เรือนจำพิเศษธนบุรี ต้องรอเอกสาร ‘หมายปล่อยตัว’ จากศาลเจ้าของพื้นที่ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
  • นายทักษิณ จะต้องได้รับใบบริสุทธิ์หรือเอกสารยืนยันการพ้นโทษจากเรือนจำอย่างเป็นทางการ
  • ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจะต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติ เพื่อดำเนินการทำเรื่องถอดกำไล EM ออกจากข้อเท้า

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามข้อมูลภายในสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ยังระบุว่าจนถึงขณะนี้ทางราชทัณฑ์ยังไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งการพ้นโทษมาที่สำนักงานคุมประพฤติ ดังนั้น หน้าที่ของท่านจึงยังคงต้องปฏิบัติตามกฎเดิมไปก่อน นั่นคือการสวมกำไล EM ไว้จนกว่าขั้นตอนทางเอกสารจะเสร็จสมบูรณ์

ข้อควรทราบเกี่ยวกับระเบียบการคุมประพฤติ: การติดกำไล EM ไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจ แต่เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกับหมายศาลและสถานะทางกฎหมาย ดังนั้นแม้จะเป็นบุคคลระดับอดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบเดียวกับผู้ถูกคุมประพฤติท่านอื่นๆ เพื่อความเท่าเทียมและเป็นไปตามหลักกฎหมายบ้านเมือง

โดยสรุปแล้ว สถานะของท่านในปัจจุบันคือการรอเอกสารสำคัญจากศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติสามารถดำเนินการลดสถานะการคุมประพฤติและถอดอุปกรณ์ติดตามตัวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในที่สุด เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหมายปล่อยจากศาลจะถูกส่งมาเมื่อใด หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมทางเราจะนำมารายงานให้ทุกท่านทราบอย่างแน่นอน

ที่มา – “ทักษิณ” ยังถอดกำไล EM ไม่ได้ ต้องรอหมายปล่อยจากศาลให้เรียบร้อยก่อน

Scroll to top