นครนายก

รวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอน

รวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอน

เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทำเอาคนทั้งประเทศต้องสลดใจ เมื่อมีข่าวรวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครนายก สร้างความโศกเศร้าให้กับญาติพี่น้องและผู้ที่ได้ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก ความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อหน้าเด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยเลยแม้แต่น้อย

เบื้องลึกปมเหตุรวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอน

จากคำให้การของผู้ต้องหาคือ นายอานนท์ อายุ 27 ปี เขาอ้างว่าสาเหตุที่ลงมือทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตนั้น เกิดจากความไม่พอใจที่ผู้ตายไปพูดกับคนอื่นว่าตนเองเมายาแล้วหลอน จนทำให้เสียชื่อเสียงและเกิดความแค้นสะสม อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปมที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่านั้น คือเรื่องของความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด

สิ่งที่น่าสนใจจากคดีนี้มีดังนี้:

  • การใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาไม่ใช่ทางออกของชีวิต
  • ปมขัดแย้งเรื่องยาเสพติดมักนำไปสู่ความสูญเสียเสมอ
  • เด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรง

ในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอนได้หลังจากที่เขารถติดหล่มและพยายามหลบหนี ผู้ต้องหาได้กล่าวขอโทษและอ้างว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ แต่คำขอโทษนั้นไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นแม่ได้กลับมา และไม่สามารถลบภาพความทรงจำอันโหดร้ายของลูกวัย 4 ขวบที่ต้องเห็นแม่เสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา

ในฐานะสื่อมวลชน เราอยากเน้นย้ำว่าการมีปากเสียงกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่การใช้อาวุธปืนมาตัดสินปัญหาคืออาชญากรรมที่ร้ายแรง หวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับความเป็นธรรม และสังคมต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ที่มา – รวบหนุ่มปืนโหด ยิงสาววัย 35 ดับต่อหน้าลูก 4 ขวบ อ้างแค้นถูกกล่าวหาเมายาแล้วหลอน

สูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟัง

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความมึนงงให้กับผู้ที่พบเห็นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ชวนอึ้งขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก เมื่อมีชายรายหนึ่งตัดสินใจนั่งสูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟัง จนเจ้าหน้าที่ต้องประสานตำรวจเข้ามาระงับเหตุและตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้

เหตุการณ์สูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟัง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ บริเวณโต๊ะม้าหินข้างตึกสูตินารี โรงพยาบาลนครนายก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้สังเกตเห็นชายวัย 24 ปีรายหนึ่ง นั่งสูบกัญชาอย่างสบายใจโดยไม่สนสถานที่ ซึ่งเป็นเขตโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยและญาติที่มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่ รปภ. ได้พยายามเข้าไปเตือนด้วยตัวเองก่อนแล้ว แต่ชายคนดังกล่าวกลับเพิกเฉย ไม่ยอมหยุดพฤติกรรมนี้ ทำให้ทาง รปภ. ต้องตัดสินใจแจ้งตำรวจสายตรวจให้เข้ามาช่วยระงับเหตุทันที

เปิดสาเหตุทำไมถึงกล้าสูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟัง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและ รปภ. พบว่าชายคนดังกล่าวนั่งอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนในสภาพที่มีกลิ่นกัญชาคละคลุ้ง เมื่อมีการตรวจค้นกระเป๋าจึงพบทั้งห่อกัญชาและอุปกรณ์การสูบที่ทำดัดแปลงมาจากขวดพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้กำแพงโรงพยาบาล ซึ่งพฤติกรรมสูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟังนั้น ถือเป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นเขตปลอดบุหรี่และควรเป็นสถานที่สะอาด ปลอดภัยสำหรับทุกคน

  • โรงพยาบาลคือสถานที่รักษาผู้ป่วย ควรเป็นเขตปลอดควันทุกชนิด
  • การสูบกัญชาในที่สาธารณะโดยเฉพาะในโรงพยาบาลถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น
  • ควรเคารพกฎระเบียบของสถานที่เพื่อสุขอนามัยของส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนและยึดอุปกรณ์การสูบไป ชายคนดังกล่าวได้ยกมือไหว้ขอโทษและยอมรับผิดแต่โดยดี โดยอ้างว่าตนมาเฝ้าแม่ที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจปล่อยตัวไปเนื่องจากเห็นแก่ความจำเป็นและเจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดใจเอาความต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สรุปแล้วเหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า แม้กัญชาจะเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในบางประการ แต่การใช้ในที่สาธารณะอย่างไม่คำนึงถึงกาลเทศะ โดยเฉพาะในสถานที่ที่ผู้คนเจ็บป่วย ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบตามมาเสมอ เราควรมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมให้มากขึ้น เพื่อให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลกับควันพิษหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ครับ

ที่มา – สูบกัญชาในโรงพยาบาล ควันโขมง รปภ.เตือนไม่ฟัง แจ้งตำรวจระงับเหตุ ว่ากล่าวตักเตือน

ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกหนีตายหวุดหวิด

ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกรีบพาพ่อวัย 94 ออกมาได้หวุดหวิด

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาชาวเมืองนครนายกต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อเกิดเหตุ ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกรีบพาพ่อวัย 94 ออกมาได้หวุดหวิด กลางตลาดใจกลางเทศบาลเมืองนครนายก ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่อยู่อาศัยในระแวกใกล้เคียง โดยเฉพาะเมื่อทราบว่ามีผู้สูงอายุติดอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นชั่วโมงเร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อเข้าสกัดกั้นเปลวไฟที่ลุกโหมอย่างรุนแรงบนชั้นสองของบ้านไม้หลังดังกล่าว

นาทีชีวิตเมื่อ ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกรีบพาพ่อวัย 94 ออกมาได้หวุดหวิด

นางสาวเกตุแก้ว ประภาศิริ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ในขณะที่เธอกำลังพักผ่อนอยู่บ้านข้างๆ ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังออกมาจากเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านต้นเพลิง ก่อนจะเห็นไฟลุกโชนอย่างรวดเร็ว โชคยังดีที่เธอมีสติรีบพาคุณพ่อวัย 94 ปี ออกมาภายนอกได้อย่างปลอดภัยก่อนที่ไฟจะลุกลามใหญ่โต การทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากสภาพซอยที่คับแคบ แต่ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่นและมูลนิธิร่วมกตัญญู จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ภายใน 30 นาที

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า พบข้อมูลที่น่านำไปเตือนภัยสำหรับทุกบ้านว่า ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกรีบพาพ่อวัย 94 ออกมาได้หวุดหวิด ในครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากระบบไฟฟ้าผิดปกติ โดยพบรอยไหม้และการสปาร์คที่รอยต่อบริเวณเสาไฟ ซึ่งเกิดจากการต่อสายพ่วงไม่ถูกต้องและไม่ได้มาตรฐาน ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เสถียรและเกิดความร้อนสะสมจนนำไปสู่เหตุอัคคีภัยในที่สุด

  • ตรวจสอบจุดต่อสายไฟในบ้านไม่ให้มีการพ่วงมากเกินไป
  • ควรติดตั้งระบบเบรกเกอร์แบบแยกจุดเพื่อความปลอดภัย
  • หากได้ยินเสียงดังหรือเห็นประกายไฟจากเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน ควรรีบแจ้งการไฟฟ้าทันที
  • ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟภายในบ้านเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

ข้อคิดจากเหตุการณ์นี้: ความประมาทในการต่อพ่วงสายไฟหรือละเลยการตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านเก่าเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ แม้บ้านจะเป็นบ้านไม้หรือปูน หากมีการจัดการระบบไฟที่ไม่ดีพอ ก็อาจเกิดโศกนาฏกรรมได้ทุกเมื่อ การตรวจเช็กสภาพสายไฟเป็นประจำคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยเซฟชีวิตและทรัพย์สินของคนที่คุณรัก หากใครสงสัยว่าระบบไฟในบ้านตนเองไม่ปลอดภัย แนะนำให้ปรึกษาช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักสากลก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา – ทะเลเพลิง ไฟไหม้บ้านไม้เก่าสองชั้น ระทึกรีบพาพ่อวัย 94 ออกมาได้หวุดหวิด

รองผู้ว่าฯ นครนายก น้อมถวายมุทิตาจิต แด่ พระเทพวัชรพรหมคุณ

รองผู้ว่าฯ นครนายก น้อมถวายมุทิตาจิต แด่ พระเทพวัชรพรหมคุณ

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดนครนายกได้จัดพิธีอันเป็นมงคลยิ่ง โดยนายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้ทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีถวายมุทิตาจิตแด่ พระเทพวัชรพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เนื่องในโอกาสที่ท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแก่พุทธศาสนิกชนชาวนครนายกอย่างยิ่งครับ

บรรยากาศแห่งความศรัทธาใจกลางวัดพราหมณี

กิจกรรมสำคัญนี้จัดขึ้น ณ วัดพราหมณี (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองนครนายก โดยมีข้าราชการระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมาร่วมต้อนรับสัญญาบัตรและพัดยศของ พระเทพวัชรพรหมคุณ ซึ่งท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

ในพิธีดังกล่าว นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว ได้อ่านประกาศพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ให้ พระเทพวัชรพรหมคุณ อดุลศาสนภารนิวิฐ สิทธิธรรมวรากร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อย่างสมเกียรติ และยังความปลื้มปีติมาสู่ผู้ที่มาร่วมงานทุกคนที่ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองในทางธรรมของเจ้าคณะจังหวัดนครนายกของเรา

  • พิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสง่างาม
  • เหล่าศิษยานุศิษย์ร่วมใจกันทำบุญถวายมุทิตาจิต
  • สะท้อนถึงพลังความศรัทธาของชาวนครนายกที่มีต่อพระพุทธศาสนา

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการเฉลิมฉลองสมณศักดิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของทุกภาคส่วนในจังหวัดนครนายก เพื่อสืบสานพระราชศรัทธาและเชิดชูสถาบันสงฆ์ให้คงอยู่คู่บ้านคู่เมืองสืบไป นับว่าเป็นภาพจำที่งดงามและน่าชื่นชมสำหรับพวกเราทุกคนครับ

ในฐานะพุทธศาสนิกชน การได้ร่วมแสดงความยินดีในวาระอันเป็นมงคลนี้ ถือเป็นบุญกุศลที่ช่วยจรรโลงใจ และหวังว่าบารมีธรรมของท่านจะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับชาวจังหวัดนครนายกตลอดไปครับ

ที่มา – รองผู้ว่าฯ นครนายก น้อมถวายมุทิตาจิต แด่ “พระเทพวัชรพรหมคุณ” เจ้าคณะจังหวัดนครนายก

เร่งส่งทีมแพทย์ ดูแลอาการ พลายสาริกา หลังลื่นล้ม ลุกไม่ขึ้น

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับ พลายสาริกา ช้างป่าชื่อดังที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เหล่าคนรักช้างต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อมีรายงานว่ามีการ เร่งส่งทีมแพทย์ ดูแลอาการ พลายสาริกา หลังลื่นล้ม ลุกไม่ขึ้น อยู่ในสวนของชาวบ้านในจังหวัดนครนายก สร้างความเป็นห่วงให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เร่งส่งทีมแพทย์ ดูแลอาการ พลายสาริกา หลังลื่นล้ม ลุกไม่ขึ้น

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบช้างป่าพลายสาริกานอนล้มในสวนสับปะรด ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก หลังจากที่มีการเฝ้าสังเกตการณ์มาก่อนหน้านี้ว่าพลายสาริกามีอาการเจ็บที่เท้าหน้าซ้าย ส่งผลให้การเดินลำบากและต้องหยุดพักเป็นระยะ ซึ่งการ เร่งส่งทีมแพทย์ ดูแลอาการ พลายสาริกา หลังลื่นล้ม ลุกไม่ขึ้น ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วและถูกต้องที่สุด เพราะสภาพร่างกายของช้างที่มีอาการบาดเจ็บร่วมกับการล้มตัวลงนอนนานๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

สาเหตุและแนวทางการรักษาพลายสาริกา

จากการลงพื้นที่ของทีมสัตวแพทย์และชุดผลักดันช้างป่า พบว่า พลายสาริกา มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดจากการป่วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีสัญญาณเตือนจากอาการบาดเจ็บที่เท้าหน้าซ้าย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดังนี้:

  • ประเมินอาการบาดเจ็บที่เท้าอย่างละเอียดโดยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • จัดเตรียมอาหารและผลไม้ที่ให้พลังงานสูงเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกาย
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • ประสานงานร่วมกับชุมชนเพื่อความปลอดภัยทั้งของคนและช้าง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เกิดเหตุ ชาวบ้านที่พบเห็นต่างร่วมมือกันแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ ทันที ทำให้ทีมเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกับนิสัยของพลายสาริกาสามารถเข้าถึงและสื่อสารจนช้างลุกขึ้นยืนเองได้ในเวลาต่อมา แม้จะยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่การที่เราได้เห็นชาวบ้านและภาครัฐร่วมมือกันเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ

ในฐานะที่เราอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมโลก การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับช้างป่าอย่างปลอดภัยและมีเมตตาคือสิ่งสำคัญที่สุด เราขอชื่นชมทีมเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทำงานอย่างหนัก และขอเป็นกำลังใจให้พลายสาริกากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมโดยเร็ววัน หากเพื่อนๆ พบเห็นช้างป่าในพื้นที่ใกล้เคียง อย่าเข้าใกล้และรีบแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ

ที่มา – เร่งส่งทีมแพทย์ ดูแลอาการ “พลายสาริกา” หลังลื่นล้ม ลุกไม่ขึ้นอยู่ในสวนชาวบ้าน

ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในนามทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” ได้นัดหมายรวมตัวกันเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก แต่ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีการรวมตัวของรถแต่งซิ่งจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

สรุปเหตุการณ์ ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว”

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีรถจักรยานยนต์จำนวนหลายร้อยคันจากกลุ่ม ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี กำลังเคลื่อนขบวนเข้าสู่พื้นที่ โดยรถกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมายจราจร เช่น ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หรือมีการดัดแปลงสภาพท่อไอเสียให้มีเสียงดังรบกวนผู้อื่น

จากการตรวจสอบพบความผิดหลายประการ อาทิ:

  • ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
  • สภาพรถไม่ครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด
  • ไม่สวมหมวกนิรภัย
  • ท่อไอเสียเสียงดังรบกวนประชาชน

ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับรายละ 500 บาท เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนท้องถนนก่อนจะปล่อยให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เขื่อนขุนด่านปราการชล

มุมมองจากเจ้าหน้าที่: ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน ทาง สภ.บ้านนา จังหวัดนครนายก ได้เน้นย้ำผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทางจังหวัดยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนเสมอ แต่ขอความร่วมมือให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะจ้องจับผิดหรือกลั่นแกล้งกลุ่ม ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” แต่อย่างใด หากทุกคนทำถูกต้องตามกฎหมายถือใบขับขี่ ใส่หมวกกันน็อก และมีทะเบียนครบถ้วน การเดินทางท่องเที่ยวก็จะปลอดภัยและมีความสุขมากกว่าเดิม

ทางเจ้าหน้าที่ยังกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ความสุภาพ รอบคอบ และเป็นมิตรกับผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดและสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาเยือน การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเตือนสติให้ชาวแก๊งรถซิ่งหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางให้มากขึ้น

ท้ายที่สุด การท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ดี แต่ความรับผิดชอบต่อสังคมและกฎหมายบนท้องถนนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า หากต้องการจัดทริปเพื่อนฝูงให้สนุกและผ่านไปได้ด้วยดี อย่าลืมเตรียมรถให้พร้อมและขับขี่อย่างระมัดระวัง เพื่อให้ทริปของคุณเป็นความทรงจำที่ดี ไม่ใช่ทริปที่จบลงด้วยใบสั่งครับ

ที่มา – ตร.ปราจีน จับ-ปรับระนาว จยย.แต่งซิ่ง ทริป “ทุเรียนนนท์ ก้านยาว” เที่ยวเขื่อนขุนด่าน

ชาวบ้านผวา พบจระเข้ คลองหกวา วางแผนล่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดขนลุกมาอัพเดทกัน จากพื้นที่คลองหกวา ที่ชาวบ้านต้องผวาหนักมาก หลังจากมีครูสอนศาสนาคนหนึ่งถ่ายคลิปได้วัตถุปริศนาในน้ำ ซึ่งทุกคนคาดเดาว่าน่าจะเป็น จระเข้ คลองหกวา แบบนี้เลย ชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลอง ตั้งแต่ฉะเชิงเทราไปจนถึงนครนายก ไม่กล้าใช้น้ำในคลองอีกต่อไป กลัวโดนงับซะก่อน มาดูรายละเอียดกันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การประชุมวางแผนล่าจระเข้ คลองหกวา

จระเข้ คลองหกวา

คลองหกวาคือคลองธรรมชาติที่ไหลรอยต่อระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทราและนครนายก โดยเฉพาะบริเวณด้านหลัง รพ.สต.เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 18 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และหมู่ 5 ต.พระอาจารย์ จ.นครนายก พื้นที่นี้ชาวบ้านอาศัยกันมานาน ใช้น้ำคลองทำเกษตร อาบน้ำ ส่งน้ำเข้าบ้าน แต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดชะงัก เพราะกลัว จระเข้ คลองหกวา ตัวนี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 ช่วงบ่าย นายณัฐ์ธเนศ มหาศักย์ศิริ นายก อบต.ดอนฉิมพลี จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับนายภูไท บุญรอด นายก อบต.พระอาจารย์ จ.นครนายก ได้ประชุมด่วนกับเจ้าหน้าที่ประมงทั้งสองจังหวัด เพื่อวางแผนติดตามล่าเจ้าจระเข้ปริศนาตัวนี้ โดยมีนายอรรถพล หนูสุทธิ์ ประมงอ.บางน้ำเปรี้ยว และนายวาริช ตนุภัทรสรณ์ ประมงอ.องครักษ์ ร่วมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนมาร่วมฟังแผน

เจ้าหน้าที่ประมงวางแผนล่าจระเข้ คลองหกวา

ครูสอนศาสนาถ่ายคลิปจระเข้ คลองหกวา

จุดเริ่มต้นมาจากนายกิตติศักดิ์ หวังมาน อายุ 49 ปี ครูสอนศาสนาที่มัสยิดอั๊ตตั๊กวา ปากคลอง 20 ขณะขี่รถข้ามสะพานคลองหกวาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เห็นวัตถุลอยในน้ำแปลกๆ ด้วยความสงสัยเลยย้อนกลับมาถ่ายคลิปด้วยมือถือ จากประสบการณ์อยู่ริมคลองมานับสิบปี พี่เค้าบอกว่า “นี่มันจระเข้แน่นอน” คลิปนี้แพร่กระจายจนชาวบ้านแตกตื่น ไม่กล้าลงน้ำ กลัวอันตราย

คลิปจระเข้ คลองหกวา ที่ครูถ่ายได้

แผนเร่งด่วนล่าจระเข้ คลองหกวา

นายวาริช ประมงอ.องครักษ์ บอกว่าจระเข้มักออกหากินตอนกลางคืน เลยวางแผนสำรวจคืนวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดย:

  • ประสานเรือจาก อบต.ดอนฉิมพลี และ อบต.พระอาจารย์ เพื่อล่องสำรวจร่องน้ำ
  • เรียกหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ซึ่งเก่งเรื่องจับจระเข้และสัตว์น้ำอันตราย
  • หากพบจริง จะจัดประชาคมถามชาวบ้าน ว่าจะปล่อยตามธรรมชาติหรือจับออก เพราะจระเข้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย
นายกิตติศักดิ์ ครูผู้ถ่ายคลิปจระเข้ คลองหกวา

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ คลองที่เคยสงบสุข กลายเป็นเขตหวงห้ามเพราะจระเข้ตัวเดียว อันตรายจริงๆ โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้สูงอายุที่ชอบเล่นน้ำคลอง จระเข้ไทยอย่างจระเข้น้ำจืด ถ้าโตเต็มวัยยาว 2-3 เมตร ฟันแหลมคม กัดทีเจ็บหนักได้เลย ที่ผ่านมาเคยมีเคสจระเข้หลุดจากฟาร์มเลี้ยง หรือหนีน้ำท่วมมาได้ ชาวบ้านเลยยิ่งหวาดกลัว เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่จับออกไวๆ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตปกติ

ในความเห็นผมนะครับ ความปลอดภัยของชาวบ้านต้องมาก่อน สัตว์ป่าควรอยู่ในป่าหรือฟาร์มที่ควบคุมได้ ไม่ใช่มาอยู่ในคลองใกล้ชุมชนแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้ อาจเกิดเหตุร้ายได้ทุกเมื่อ

CTA: ถ้าเพื่อนๆ พบสัตว์ป่าปริศนาในพื้นที่ใกล้บ้าน อย่าลังเล รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงหรือ อบต.ทันทีนะครับ และอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวจระเข้ คลองหกวา จากเรา สแชร์เพื่อเตือนภัยกันด้วย!

ที่มา – ชาวบ้านผวา หลังคนถ่ายคลิปวัตถุปริศนาคาดเป็น “จระเข้” ในคลองหกวา วางแผนเร่งล่าตัว

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา ที่น่าทึ่งมากๆ เลยนะ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ชาวไทยพวนในชุมชนวัดบ้านใหม่ ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก รักษาไว้อย่างเหนียวแน่น ทุกปีเมื่อถึงเดือน 3 แรม 2 ค่ำ ชาวบ้านจะมารวมตัวกันไหว้ศาลปู่ตา ท้าวโคจรผ้าย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน พร้อมนำเครื่องเซ่นไหว้มาจากแต่ละครัวเรือน สุดยอดแห่งความสามัคคีจริงๆ!

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

ในปี 2569 นี้ หรือวันที่ 15 ก.พ. ชุมชนไทยพวนวัดบ้านใหม่ได้จัดพิธีอย่างคึกคัก ผู้สื่อข่าวไปรายงานพบว่ามีชาวบ้านนำเครื่องเซ่นไหว้มาถึง 142 ชุดเลยทีเดียว! ซึ่งตรงกับจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในหมู่บ้าน น่าประทับใจมากใช่ไหมล่ะ แต่ละปีชาวบ้านยังเอาเลขจำนวนชุดเซ่นไปเสี่ยงโชค แล้วก็ถูกหวยกันถ้วนหน้าอีกต่างหาก โชคดีสุดๆ ไปเลย

ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา ชุมชนวัดบ้านใหม่

ความเป็นมาของประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

ได้มีโอกาสคุยกับ น.อ.นิสิต อัตตเจริญวงศ์ ประธานกลุ่มสตรีสหกรณ์หัตถกรรมผ้าทอไทยพวน ท่านเล่าว่า ชาวไทยพวนมี信仰หลัก 3 อย่าง คือ พุทธ พราหมณ์ และผี ซึ่งผีที่นี่หมายถึงบรรพบุรุษผู้เก่งกล้าที่เป็นผู้นำชุมชน เมื่อสิ้นสุดก็สร้างศาลปู่ตา หรือท้าวโคจรผ้าย ในภาษาพวน ทุกปีช่วงบ่ายของวันดังกล่าว แต่ละบ้านจะนำเครื่องเซ่นมาด้วยตัวเอง

เครื่องเซ่นไหว้มีอะไรบ้างนะ? มาดูกันเลย:

  • ไก่ 1 ตัว
  • เหล้าขาว
  • น้ำ
  • ข้าว
  • หมากพลู

คนนำเซ่นต้องเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านเท่านั้น เมื่อนำมาถึง จะมี “เจ้าจ๊ำ” หรือผู้ทำหน้าที่บอกกล่าวต่อปู่ตา ทำพิธีกันทุกปีแบบนี้แหละครับ

เครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา

สืบทอดจากรุ่นปู่ย่ามาจนถึงวันนี้

ประเพณีนี้สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอพยพจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ชาวไทยพวนนำวัฒนธรรมมาปลูกฝังที่นี่ให้ลูกหลาน หลังพิธี ชาวบ้านจะแบ่งเครื่องเซ่นเป็นส่วนกลาง กินด้วยกันหน้าศาล บางส่วนแจกจ่ายให้คนที่ไม่ได้มาร่วม มันแสดงถึงความเอื้อเฟื้อและสามัคคีของชุมชนได้ดีเลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นโอกาสรวมญาติ สร้างความสัมพันธ์ ใครที่ชอบลุ้นโชคก็ได้เลขเด็ดจากจำนวนเซ่นไหว้ไปลุ้นรางวัลใหญ่ ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธีเลี้ยงปู่ตา จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นหัวใจของชุมชนที่เต็มไปด้วยความเชื่อและความหวัง

คุณล่ะครับ เคยได้ยินประเพณีแบบนี้ไหม? ถ้าอยู่ใกล้ๆ นครนายก ลองแวะไปชมปีหน้าสิ รับรองจะได้ประสบการณ์ดีๆ และอาจได้โชคด้วย! รักษาประเพณีไทยให้คงอยู่กันนะเพื่อนๆ

ที่มา – ประเพณีสืบทอดชาวไทยพวน พิธี “เลี้ยงปู่ตา” จัดเครื่องเซ่นไหว้ตามจำนวนครัวเรือน

พบซากกระทิงป่านครนายก ชิงจ่าฝูงพลัดตกดับ

เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในป่าเขาใหญ่ เมื่อพบซาก “กระทิง” กลางป่า จ.นครนายก คาดต่อสู้ชิงตำแหน่งจ่าฝูง จนพลัดตกเขาดับ ซึ่งเป็นตัวอย่างของกฎแห่งธรรมชาติที่โหดร้ายแต่จำเป็นสำหรับการสืบพันธุ์ของสัตว์ป่า กระทิงหรือวัวป่าใหญ่ตัวนี้เพศผู้ อายุราว 10-15 ปี สภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น คาดตายมาแล้ว 7-10 วัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบเพื่อยืนยันสาเหตุ

พบซาก “กระทิง” กลางป่า จ.นครนายก คาดต่อสู้ชิงตำแหน่งจ่าฝูง จนพลัดตกเขาดับ

รายงานจากผู้สื่อข่าว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.สุวพิชญ์ ราษีมิน ร้อยเวร สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13 (นางรอง) ว่าพบซากกระทิงนอนเสียชีวิตอยู่กลางป่า ใกล้ทางเข้าน้ำตกโกรกทุเรียน ม.2 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก จึงรีบประสานงานกับสัตวแพทย์หญิงชนัญญา กาญจนสาขา หรือ “หมอโบว์” หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จ.สระแก้ว ร่วมด้วยชุดเฝ้าระวังช้างป่าตำบลสาริกา ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.สาริกา และกลุ่มเพื่อนช้างนครนายก เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ซากกระทิงเพศผู้กลางป่าจังหวัดนครนายก

สาเหตุการตายจากการต่อสู้ชิงตำแหน่งจ่าฝูง

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าร่างของกระทิงมีร่องรอยการต่อสู้รุนแรงกับกระทิงตัวอื่น ๆ เช่น รอยบาดเจ็บหลายแห่งตามร่างกาย คาดว่าการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำฝูงหรือจ่าฝูงตามพฤติกรรมธรรมชาติของกระทิงเพศผู้ ซึ่งมักจะใช้เขาและกำลังในการปะทะกันเพื่อสิทธิ์ในการผสมพันธุ์และนำฝูง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานว่าพลัดตกจากที่สูงอย่างเขา ทำให้เสียชีวิต โดยใช้เครื่องตรวจโลหะสแกนร่างกายไม่พบสิ่งผิดปกติ เช่น กระสุนหรือกับดักจากมนุษย์ จึงยืนยันว่าเป็นสาเหตุจากธรรมชาติ 100%

กระทิง หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Bos gaurus เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลำตัวสีน้ำตาลเข้ม มี “บึน” หรือกล้ามเนื้อนูนที่คอ สูงถึง 2 เมตร น้ำหนักผู้ใหญ่เกิน 1,000 กิโลกรัม พบมากในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ป่าดงพญาเย็น และพื้นที่ป่าใกล้เคียง จังหวัดนครนายกเป็นจุดสำคัญเพราะติดกับเขตอุทยาน ปัจจุบันกระทิงถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดที่ 1 คุ้มครองตามกฎหมาย เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยถูกทำลายจากมนุษย์

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบซากกระทิงจากการต่อสู้ชิงจ่าฝูง จ.นครนายก

หลังจากนั้น คณะเจ้าหน้าที่ตัดสินใจผ่าพิสูจน์ซากเพื่อตรวจอวัยวะภายใน แต่เนื่องจากเน่าเปื่อยหนักมาก ไม่สามารถระบุโรคหรือสาเหตุอื่นได้ จึงขออนุมัติจากพนักงานสอบสวนเพื่อทำลายซาก โดยตัดเขาที่มีค่าทางการค้าเพื่อป้องกันการลักลอบ และเผาซากทั้งหมดจนสิ้นสุดภารกิจ วิธีนี้ช่วยป้องกันโรคระบาดและสัตว์ร้ายอื่น ๆ เข้ามากินซาก

กฎแห่งธรรมชาติของฝูงกระทิง

การต่อสู้แบบนี้เป็นเรื่องปกติในชีวิตของกระทิง โดยเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์ กระทิงเพศผู้ที่แข็งแรงที่สุดจะได้เป็นจ่าฝูง นำตัวเมียและลูก ๆ

  • ร่องรอยบาดเจ็บจากการชนเขา: พบแผลฉีกขาดและรอยฟกช้ำ
  • ตำแหน่งที่พบ: กลางป่าใกล้ทางชัน คาดพลัดตกหลังต่อสู้
  • ไม่มีร่องรอยมนุษย์: สแกนโลหะปกติ ไม่ใช่กรณีโดนยิง
  • อายุและขนาด: 10-15 ปี ขนาดใหญ่ สมบูรณ์แข็งแรง

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสมดุลของระบบนิเวศในป่าเขาใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์พบซาก “กระทิง” กลางป่า จ.นครนายก คาดต่อสู้ชิงตำแหน่งจ่าฝูง จนพลัดตกเขาดับนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ธรรมชาติมีกฎของมันเอง แม้จะโหดร้ายแต่จำเป็นต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์ หากไม่มีป่าที่กว้างใหญ่ สัตว์เหล่านี้จะไม่สามารถดำรงอยู่ได้ การบุกรุกป่าจากมนุษย์คือภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุด

เชิญชวนทุกท่านที่รักสัตว์ป่า ร่วมอนุรักษ์โดยการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ไม่ทิ้งขยะ ไม่เข้าใกล้สัตว์ป่า และสนับสนุนโครงการเฝ้าระวังช้างป่าหรือกระทิง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – พบซาก “กระทิง” กลางป่า จ.นครนายก คาดต่อสู้ชิงตำแหน่งจ่าฝูง จนพลัดตกเขาดับ

Scroll to top