นราธิวาส

พบวัตถุต้องสงสัย ทางรถไฟสุไหงปาดี กัก 6 ขบวน

การรถไฟฯ รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง สั่งกัก 6 ขบวนรถไฟชั่วคราว ประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความปลอดภัย คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการเดินรถได้ในช่วงเที่ยงของวันนี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับรายงานว่า พบวัตถุที่น่าสงสัยบริเวณเส้นทางรถไฟ ระหว่างสถานีสุไหงปาดีและสถานีโต๊ะเด็ง ในจังหวัดนราธิวาส โดยวัตถุดังกล่าวถูกพบในบริเวณที่ห่างจากรางรถไฟประมาณ 50 เมตร ทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดพื้นที่และระงับการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คาดการณ์ว่าการให้บริการเดินรถไฟจะกลับสู่สภาวะปกติได้ในเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันนี้

จากเหตุการณ์พบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง ทำให้การรถไฟฯ จำเป็นต้องกักขบวนรถที่กำลังให้บริการเป็นการชั่วคราว จำนวนทั้งสิ้น 6 ขบวน ได้แก่:

  • ขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 37 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก
  • ขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก
  • ขบวนรถท้องถิ่นที่ 448 สุไหงโกลก – สุราษฎร์ธานี
  • ขบวนรถท้องถิ่นที่ 453 ยะลา – สุไหงโกลก
  • ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463 พัทลุง – สุไหงโกลก
  • ขบวนรถสินค้าห่อวัตถุด่วนที่ 985 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – สุไหงโกลก

การรถไฟฯ ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านมั่นใจในความปลอดภัยของการเดินทางด้วยรถไฟ

พบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมาก การระงับการเดินรถชั่วคราวเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย แต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ต้องเดินทางในเส้นทางดังกล่าว การรถไฟฯ ควรเร่งดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลให้ผู้โดยสารทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น

ผลกระทบต่อผู้โดยสารและแนวทางการแก้ไข

สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการระงับการเดินรถ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอความช่วยเหลือได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ของการรถไฟฯ การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและการตรวจสอบสถานะของขบวนรถไฟก่อนออกเดินทาง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้

การรถไฟฯ ควรพิจารณาจัดหารถโดยสารหรือวิธีการเดินทางอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเร่งด่วน นอกจากนี้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์แก่ผู้โดยสาร ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจอันดี

เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะ การลงทุนในเทคโนโลยีและการฝึกอบรมบุคลากรด้านความปลอดภัย ควรเป็นสิ่งที่การรถไฟฯ ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยรวมแล้ว แม้ว่าการพบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่การตอบสนองอย่างรวดเร็วและการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของการรถไฟฯ หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยเร็ว และการเดินทางด้วยรถไฟจะกลับมาเป็นไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง

ที่มา – พบวัตถุต้องสงสัย บริเวณทางรถไฟสุไหงปาดี – โต๊ะเด็ง กัก 6 ขบวนชั่วคราว

ระเบิดป่วนนราธิวาส 5 อำเภอ! เจ็บ 2 ความมั่นคงคุมเข้ม

สถานการณ์ตึงเครียดในจังหวัดนราธิวาส เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ได้แก่ สุไหงปาดี จะแนะ บาเจาะ เจาะไอร้อง และศรีสาคร เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันนี้ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 2 ราย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา จ.นราธิวาส ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อเกิดเหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในเวลาไล่เลี่ยกัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยง

จากรายงานเบื้องต้น จุดแรกที่อำเภอสุไหงปาดี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.50 น. โดยระเบิดลูกแรกเกิดขึ้นที่ถนนหมายเลข 4056 ในเขตเทศบาลปะลุรู แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และรถยนต์เสียหาย 1 คัน จุดเริ่มต้นนี้เองที่นำไปสู่ความปั่นป่วนต่อเนื่องไปยังอำเภออื่นๆ

ต่อมาในอำเภอจะแนะ เมื่อเวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 จุดในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ บริเวณมัสยิดดุซงญอ หมู่ที่ 1 ตำบลดุซงญอ และตลาดดุซงญอ หมู่ที่ 1 แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านที่กำลังพักผ่อนเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกัน ที่อำเภอบาเจาะ เวลา 23.55 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) บนถนนเพชรเกษม ตำบลบาเจาะ โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่แรงระเบิดสร้างความเสียหายให้กับบริเวณโดยรอบ

เหตุการณ์ยังไม่จบสิ้น เมื่อเข้าสู่วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 00.05 น. เกิดระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ บริเวณหน้าสถานีรถไฟเจาะไอร้อง หมู่ 1 ตำบลจวบ และในเวลา 00.30 น. เกิดเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่ง บริเวณตู้ ATM หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตะมะยูง หมู่ 3 ตำบลตะมะยูง อำเภอศรีสาคร

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการเก็บพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเพิ่มกำลังในการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในพื้นที่เปราะบาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นอีก

สรุปสถานการณ์ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ

เหตุระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในย่านชุมชน จุดเศรษฐกิจสำคัญ และหน้าอาคารของหน่วยงานการเงิน ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายในหลายจุด

ผลกระทบจากเหตุระเบิดป่วนนราธิวาส

  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: อาคาร, ร้านค้า, และรถยนต์ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด
  • ความหวาดกลัวของประชาชน: เหตุการณ์สร้างความวิตกกังวลและความไม่มั่นใจในความปลอดภัย
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่
  • การรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด: การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน

สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากเหตุการณ์ระเบิด

หลังจากเหตุการณ์ ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความคืบหน้าในการสืบสวนหาสาเหตุและผู้ก่อเหตุ รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และแผนการในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายและความหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขและความเข้าใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มา – ระเบิดป่วนนราธิวาสหลายจุด 5 อำเภอ เจ็บแล้ว 2 ราย ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังเข้ม

ผบ.ตร. สั่งย้าย “ผกก.สภ.ตากใบ” ด่วน!

มีรายงานด่วน! ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งย้าย “ผกก.สภ.ตากใบ” ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้สร้างความฮือฮาในวงการตำรวจและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 มีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ให้ พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้แล้ว และสร้างความเปลี่ยนแปลงในการบริหารงานของสถานีตำรวจภูธรตากใบ

พร้อมกันนี้ ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส มารักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.ตากใบ อีกตำแหน่งหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้การบริหารงานในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผบ.ตร. สั่งย้าย “ผกก.สภ.ตากใบ” ด่วน!

เหตุผลเบื้องหลังการย้าย ผกก.สภ.ตากใบ

ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการย้าย ผกก.สภ.ตากใบ ในครั้งนี้ แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หรืออาจมีประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่

การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในสถานีตำรวจมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน การมีผู้กำกับการที่มีความสามารถและประสบการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที

ผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

การย้าย ผกก.สภ.ตากใบ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ต่อการทำงานของตำรวจ อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้ง พ.ต.อ.เอกชัย พราหมณกุล ซึ่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส มารักษาราชการแทน อาจช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ เนื่องจาก พ.ต.อ.เอกชัย มีประสบการณ์ในการทำงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมาอย่างยาวนานและมีความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี ประชาชนในพื้นที่ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้การทำงานของตำรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

  • การมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความปลอดภัย
  • การแจ้งเบาะแสอาชญากรรม
  • การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน

นอกจากนี้ การที่ ผบ.ตร. สั่งย้าย ผกก.สภ.ตากใบ ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังข้าราชการตำรวจทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อประชาชน หากพบว่ามีการกระทำผิดหรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในการทำงานของตำรวจต่อไป

การเปลี่ยนแปลงในวงการตำรวจครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในการที่จะพัฒนาและยกระดับการทำงานของตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าตำรวจพร้อมที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนอย่างเต็มที่

การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและความโปร่งใสในการบริหารงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสดีขึ้น และประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ที่มา – ผบ.ตร. เซ็นเด้ง “ผกก.สภ.ตากใบ” ช่วยราชการ ศปก.ตร. ให้ขาดจากตำแหน่งเดิม

คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด เหมืองแร่นราธิวาส

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง เมื่อเกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกเผารถในเหมืองแร่จะแนะ ส่งผลให้มีคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด และบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดอีกราย

คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่เหมืองแร่แห่งหนึ่งในอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หลังจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา คนร้ายได้บุกเข้าเผาและทำลายรถแบ็คโฮและรถบรรทุกสิบล้อรวม 7 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาดในระหว่างการตรวจสอบ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ต้องการตรวจสอบใต้ท้องรถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อที่ถูกคนร้ายใช้รถแบ็คโฮกระชากจนตะแคง โดยคาดว่าอาจมีวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ จึงได้ประสานไปยังผู้ดูแลเหมืองแร่เพื่อขอนำรถแบ็คโฮมายกเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ

ในระหว่างที่คนงานกำลังเดินทางไปนำรถแบ็คโฮมาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ นายอัสมี หนึ่งในคนงาน ได้พลาดเหยียบกับดักระเบิดที่คนร้ายฝังไว้ ทำให้เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้นายอัสมีคนงานเหยียบกับระเบิดขาขาดทันที และนายซับรี ซึ่งเดินมาด้วยกัน ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะแนะ ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อทำการรักษาต่อไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อเหล็กทรงกลม น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม

สถานการณ์โดยรวม

จากการตรวจสอบพื้นที่เหมืองแร่ พบว่าคนร้ายได้บุกทำลายทรัพย์สินหลายจุด ทั้งอาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน รถแบ็คโฮ และรถบรรทุกสิบล้อ รวมทั้งหมด 7 คัน โดยใช้วิธีการวางเพลิง จุดไฟเผา และใช้รถแบ็คโฮกระชากทำลาย

จากการสอบสวนพยาน ทราบว่าในวันเกิดเหตุ มีคนร้ายประมาณ 30 คน แต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้ามาจับคนงานมัดไว้ ก่อนที่จะทำการเผาทำลายทรัพย์สินภายในเหมือง โดยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ส่งจดหมายเรียกค่าคุ้มครองจากบริษัทเหมืองแร่ แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นเหตุให้เกิดการบุกเข้าทำลายดังกล่าว

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้น:
  • อาคารสำนักงานและบ้านพักคนงาน: ถูกทำลายด้วยของแข็งและรถแบ็คโฮ
  • รถแบ็คโฮ: 2 คันถูกวางเพลิง
  • รถบรรทุกเทท้าย 10 ล้อ: 5 คันถูกทำลาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมากต่อทรัพย์สินของบริษัทเหมืองแร่ และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน

เหตุการณ์ คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขและปลอดภัย

ทางหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย และเร่งดำเนินการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – คนงานเหยียบกับระเบิดขาขาด หลังคนร้ายบุกเผารถในเหมืองแร่ นราธิวาส

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ตากใบ อส.เจ็บ! วงจรปิดจับภาพ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ คนร้ายใช้คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บถึง 3 นาย กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีที่คนร้ายขับรถยนต์ที่บรรทุกระเบิดมาจอด ก่อนกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐานปฏิบัติการ แล้วหลบหนีไปพร้อมกับเพื่อนร่วมขบวนการที่รอรับอยู่

คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ

พ.ต.อ.อัสรี ต่วนเพ็ง ผกก.สภ.ตากใบ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 20.15 น. จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่าบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลศาลาใหม่ (ชคต.) หมู่ที่ 1 บ้านโคกมะเฟือง ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ เต็มไปด้วยเศษซากรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน กต 3157 นครศรีธรรมราช ชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังส่งผลให้ฐานปฏิบัติการได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงรถยนต์กระบะของ ชคต. ยี่ห้อโตโยต้า สีเทาดำ ทะเบียน 3ฒข 4792 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ใกล้เคียงก็ได้รับความเสียหายไปด้วย

เจ้าหน้าที่ อส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ได้แก่ 1.นายหมู่ตรีอับดุลมานัส นิมุ 2.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนมามะซาบรี มิงยีนา และ 3.สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนซูไหรี เจ๊ะแซ เพื่อนร่วมงานได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตากใบเพื่อทำการรักษา

วงจรปิดจับภาพนาทีระทึก

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบว่าสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมาจอดไว้ใกล้กับฐาน ชคต. ก่อนที่คนร้ายจะกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปชนฐาน และมีรถจักรยานยนต์อีกคันมารับพาหลบหนีไป

พยานให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ พบเห็นชายต้องสงสัยขับรถยนต์เก๋งมาจอดใกล้ฐาน ชคต. จากนั้นได้เข้าเกียร์แล้วกระโดดลงจากรถ ปล่อยให้รถไหลไปที่หน้าฐาน ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์มารับหลบหนีไป เมื่อเห็นว่ารถยนต์เก๋งไหลไปถึงหน้าฐานแล้ว คนร้ายจึงได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ อส. ที่ประจำการอยู่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไล่หลังคนร้ายที่กำลังหลบหนีไป

พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการให้ สภ. ต่างๆ ในพื้นที่ 13 อำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เฝ้าระวังสถานการณ์ และตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย

เหตุ คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ และสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ การเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ที่มา – คาร์บอมบ์ถล่มฐาน ชคต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ อส.เจ็บ 3 นาย วงจรปิดจับภาพ โจรขับรถซุกบึม

Scroll to top