นราธิวาส

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าปรับปรุงทีมสื่อสารครั้งใหญ่! ล่าสุดได้ทำการแต่งตั้ง 4 รองโฆษกฝีมือดีเข้ามาเสริมทัพ พร้อมดึง “ศิริภา อินทวิเชียร” อดีตทีมงาน “ชวน หลีกภัย” กลับมาร่วมงานอีกครั้ง นอกจากนี้ “เจะอามิง” ยังลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศแต่งตั้งรองโฆษกชุดใหม่ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนให้ดังก้องมากยิ่งขึ้น โดยประกอบด้วย 4 ท่าน ได้แก่:

  1. อภิมุข ฉันทวานิช
  2. จิรวัฒน์ จังหวัด
  3. ศิริภา อินทวิเชียร
  4. ณัฐกานต์ ชูชนะ

ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อทุกเสียงและความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจทางการเมืองที่สะท้อนความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อมั่นว่าการสื่อสารที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟัง และทุกเสียงจะต้องถูกนำเสนออย่างถูกต้อง

ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก: ปรับทัพทีมสื่อสาร

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง การปรับปรุงทีมสื่อสารและแต่งตั้งรองโฆษกใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้พรรคฯ สามารถเข้าถึงและเข้าใจปัญหาของประชาชนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” เปิดพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ขณะเดียวกัน นายเจะอามิง โตะตาหยง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ในงาน “ผู้นำเยาวชนจิตอาสา หัวใจสีฟ้า 3 จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดสตูล” ณ โรงแรมอ่าวมะนาวรีสอร์ท อ.เมือง จ.นราธิวาส

นายเจะอามิง กล่าวถึงเยาวชนกลุ่มนี้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่นตั้งใจจริง โดยไม่รอการชี้นำ แต่พร้อมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า จิตอาสาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เพียงเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราตั้งใจทำ เช่น การยิ้มให้คนข้างๆ การช่วยเหลือเพื่อน หรือการทำสิ่งดีๆ เพื่อชุมชน

“คนรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นเพียงอนาคตของชาติ แต่เป็นพลังสำคัญในปัจจุบันที่โลกต้องการมากที่สุด หัวใจสีฟ้า ของพรรคประชาธิปัตย์ในกิจกรรมนี้ ถูกนิยามว่าเป็น หัวใจที่ใสบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ และไม่ยอมแพ้ ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะดีขึ้นได้ ถ้าคนรุ่นใหม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาลงมือทำ” นายเจะอามิงกล่าว

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนหลักการสำคัญของจิตอาสาที่มุ่งเน้นการทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนหรือมีวาระซ่อนเร้นใดๆ แสดงถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในการขยายฐานการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคมไปยังกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเน้นการสร้างความภาคภูมิใจในความตั้งใจของตนเองว่า ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องดัง แค่จริงใจ…ก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบเล็กๆ ของเราได้

การที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนให้เป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาและการมีส่วนร่วมของเยาวชน จึงเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต

การปรับทัพทีมสื่อสารของพรรคประชาธิปัตย์และการมุ่งเน้นการทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการรับฟังและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่และการผลักดันประเด็นทางสังคมที่สำคัญ จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้พรรคฯ สามารถก้าวไปข้างหน้าและสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก นอกจากปรับทัพทีมสื่อสารแล้วยังมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับประชาชนในทุกระดับ

ที่มา – ปชป. ตั้ง 4 รองโฆษก ปรับทัพทีมสื่อสาร-“เจะอามิง” ปลุกพลัง “หัวใจสีฟ้า” ชายแดนใต้

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนในคดี คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ โดยได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าควบคุมตัว 3 ผู้ต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงทหารพรานเสียชีวิต ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำตัวไปสอบขยายผลเพิ่มเติม

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน มะกอเซ็ง บาโระสะนอ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ขณะที่กำลังลาพัก ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

จากการสืบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย เข้าควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอรามัน จังหวัดยะลา โดยสามารถเชิญตัวบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 ราย มาสอบสวน ได้แก่ นายอับดุลการิม (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี, นายเพาซัน (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ นายมูลฮัมหมัดฟิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีในการให้ข้อมูล

ภายหลังจากการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายอับดุลการิม และนายเพาซัน ไปลงบันทึกการควบคุมตัวที่ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ จากนั้นได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ก่อนที่จะเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อทำการสอบสวนและซักถามข้อมูลเพิ่มเติม ในส่วนของ นายมูฮัมหมัดฟตรี นั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปลงบันทึกการควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรรามัน ก่อนที่จะนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามัน และเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการขยายผลคดีต่อไป

คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาสิทธิของผู้ต้องสงสัยทุกราย โดยมีทนายความเข้าร่วมในการสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ โดยหากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัย หรือมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความผิดเกี่ยวกับการสนับสนุนผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังได้เตือนถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กระทำการใดๆ ที่เป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำผิด

การดำเนินการ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เพื่อสร้างความยุติธรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อให้ทราบถึงแรงจูงใจและผู้บงการ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้ความจริงปรากฏ และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย

ประชาชนในพื้นที่ต่างให้ความสนใจและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่จะเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชนในพื้นที่

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและสันติสุขอย่างยั่งยืน การแจ้งเบาะแสและการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเยียวยาจิตใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม

การ คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ที่มา – คุมตัวสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย ยิงทหารพรานเสียชีวิตที่นราฯ

อรรถกร จัด Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก

“รมว.อรรถกร” เดินหน้าผลักดัน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เตรียมจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ณ เมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี โดยมีผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยอธิบดีกรมการท่องเที่ยว อธิบดีกรมพลศึกษา ผู้แทนจากหน่วยงานท้องถิ่น และภาคเอกชน เข้าร่วมนำเสนอแผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ทั้งนี้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผสมผสานระหว่างไทย-มลายู-จีน-อาหรับ อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้คนในพื้นที่ก็เป็นมิตร มีน้ำใจ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

ททท. ได้เสนอแนวทางการจัดทำ “เส้นทางพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้” โดยมีเป้าหมายที่จะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวหลักเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผ่านเส้นทางที่เน้นวัฒนธรรม ธรรมชาติ อาหาร และวิถีชีวิต เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชน นอกจากนี้ ยังมีแผนการสร้างแบรนด์ผ่าน Influencer (KOL) และสื่อออนไลน์ รวมถึงการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เทศกาลอาหารฮาลาล งานวัฒนธรรมมลายู-จีน-พุทธ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส และการจัดกิจกรรม Agent/Media Fam Trip เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายพื้นที่ท่องเที่ยว

Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การปรับปรุงถนนและระบบขนส่งระหว่างจังหวัด การเพิ่มป้ายแนะนำเส้นทางและจุดท่องเที่ยวหลายภาษา และการพัฒนาแหล่งพักแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน ยังคงเป็นประเด็นท้าทายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับการบริการและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทำไมต้อง Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก?

การเลือกสุไหงโกลกเป็นสถานที่จัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นเมืองชายแดนที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ การจัดงานเคาท์ดาวน์ระดับประเทศจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพื้นที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

  • เป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชายแดนใต้
  • สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

การพัฒนาการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การส่งเสริมวัฒนธรรม และการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก นับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนใต้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานนี้จะประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

ที่มา – “อรรถกร” ผุดจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่สุไหงโกลก จ.นราธิวาส

คลิปนกเงือกแสนรู้ เดาะตะกร้อกับทหาร น่ารัก!

เรื่องราวสุดน่ารักของมิตรภาพต่างสายพันธุ์กำลังเป็นไวรัล! พบกับคลิปนกเงือกแสนรู้ โชว์ลีลาเดาะตะกร้อสุดพลิ้วกับเจ้าหน้าที่ทหารเรือในฐานทัพนราธิวาส กลายเป็นขวัญใจของทุกคนในฐานไปแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

คลิปนกเงือกแสนรู้ เดาะตะกร้อกับเจ้าหน้าที่ทหาร

จากฐานปฏิบัติการทหารพรานนาวิกโยธิน ณ บ้านบูเกะสูดอ จ.นราธิวาส ได้มีการเผยแพร่ภาพความน่ารักของ “มะแอ” นกเงือกแสนรู้ที่อยู่ในความดูแลของจ่าเอกดำรง พันธ์ธูป กลายเป็นที่รักของเจ้าหน้าที่ในฐานทัพ เพราะความสามารถพิเศษในการ “เดาะตะกร้อ” อย่างคล่องแคล่ว

“มะแอ” ในอดีตเคยเป็นนกที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่ชาวบ้านใน อ.รือเสาะ จะพบเจอและนำมาดูแล แต่ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย ชาวบ้านจึงนำมาฝากไว้กับจ่าเอกดำรง ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อจ่าเอกดำรงย้ายมาที่บ้านบูเกะสูดอ จึงได้นำมะแอมาอยู่ด้วยกัน

จ่าเอกดำรงเล่าว่า “มะแอ” เคยได้รับบาดเจ็บที่เท้าและปาก พวกเขาช่วยกันดูแล ป้อนอาหาร จนกระทั่งมะแอสามารถบินได้ ช่วงแรกๆ มะแอซนมาก ชอบจิกเสื้อผ้าทหาร บินไปแขวนบนต้นไม้ ข้าวของหายเป็นประจำ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนหลงรักมะแอ คือความสามารถในการเดาะตะกร้อนั่นเอง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อทหารในฐานมักจะออกมาเตะตะกร้อออกกำลังกายในช่วงเย็น และทุกครั้งที่ลูกตะกร้อลอยขึ้น “มะแอ” มักจะบินเข้ามาเล่นด้วย จนกระทั่งทหารลองเดาะลูกตะกร้อให้มะแอใช้ปากกระแทกกลับมา กลายเป็นกิจกรรมประจำที่สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มให้กับทุกคน

ความสามารถพิเศษของนกเงือกแสนรู้

เมื่อถึงเวลาประมาณ 3-5 โมงเย็น เมื่อได้ยินเสียงทหารโห่ร้อง หรือเห็นลูกตะกร้อลอยขึ้น มะแอจะบินมารอที่หลังคาเรือนนอน แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณว่าพร้อมจะเล่นด้วย ลูกตะกร้อที่ใช้ก็จะเป็นแบบพลาสติก น้ำหนักเบา เพื่อความปลอดภัยของมะแอ

นอกจากนี้ มะแอยังใช้ชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติ ไม่ได้ถูกกักขัง บางวันก็บินเข้าไปในหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน

เรื่องราวของ “มะแอ” นกเงือกแสนรู้ตัวนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่สวยงามระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่า ความผูกพันและความเข้าใจที่เกิดขึ้นได้ แม้จะอยู่ต่างสายพันธุ์กัน เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจและสร้างความสุขให้กับผู้ที่ได้พบเห็นอย่างแท้จริง

ที่มา – คลิปนกเงือกแสนรู้ โชว์เดาะตะกร้อ กับเจ้าหน้าที่ทหาร

สลด! คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานดับ

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในจังหวัดนราธิวาส เมื่อคนร้าย 2 ราย สวมฮิญาบอำพรางตัว ก่อเหตุรัวยิงทหารพรานเสียชีวิต ก่อนขโมยปืนพกหลบหนีไป เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าและสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุร้าย มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบนถนน 4060 สายสาวอ-ตะโละหะลอ บริเวณบ้านสาวอฮูลู ม.2 ต.สาวอ หลังรับแจ้งเหตุจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียนนราธิวาส ล้มตะแคงอยู่ริมถนน ใกล้กันนั้นพบผ้าห่มนวมสีฟ้าวางอยู่บริเวณที่พักเท้า พร้อมด้วยนกกรงหัวจุก จำนวน 2 ตัว ที่อยู่ในกรง นอกจากนี้ ยังพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ทราบชื่อต่อมาคือ อส.ทพ.มะกอเซ็ง บาโสะอ อายุ 48 ปี อาสาสมัครทหารพรานชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 บริเวณศีรษะ แผ่นหลัง หน้าอก ลำตัว และขา พรุนไปทั้งร่าง จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 ตกอยู่ถึง 20 ปลอก

จากการสอบสวนพยานแวดล้อม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วงลาพัก และได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก ในพื้นที่ ม.2 ต.กาลูปัง อ.รามัน จ.ยะลา โดยนำนกกรงหัวจุก จำนวน 2 ตัว ไปร่วมเข้าการแข่งขันชิงรางวัล จนได้รับชัยชนะ เป็นผ้าห่มนวม 1 ผืน จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายสวมฮิญาบ 2 คน แต่งกายอำพรางตัวด้วยชุดฮิญาบแบบผู้หญิง ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับเข้าประชิด ก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายจะใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงใส่ร่างผู้เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมถึง 20 นัดซ้อน ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ หลังจากนั้นคนร้ายได้ลงจากรถ ชิงเอาปืนพกขนาด 9 มม. ของผู้ตายไป 1 กระบอก ก่อนที่จะหลบหนีไป โดยขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับเข้าไปในพื้นที่ อ.รือเสาะ

คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานดับ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ต้องการลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

การติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เพื่อทำการสืบสวนหาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาร่องรอยของคนร้าย นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ยังคงพยายามก่อเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำลายความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางเจ้าหน้าที่รัฐจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีก

เหตุการณ์คนร้ายสวมฮิญาบรัวยิงทหารพรานจนเสียชีวิต นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในพื้นที่เสี่ยงภัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความยุติธรรมจะมาถึง และผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย

ที่มา – คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานกว่า 20 นัด เสียชีวิต ขโมยปืนพก 9 มม. หลบหนี

นราธิวาสป่วน! วางระเบิด อส.ชคต.เรียง ดับ 1

สถานการณ์ความไม่สงบในนราธิวาสยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะของ อส.ชคต.เรียง ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 3 นาย เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2568 โดย พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของ กองอาสารักษาดินแดนประจำชุดคุ้มครองตำบลเรียง บริเวณริมถนนบ้านบลูกาฮีเล ม.1 ต.บาตง แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์หุ้มเกราะเสียหายอย่างหนัก

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม น้ำหนัก 50 กก. นอกจากนี้ยังพบรถยนต์หุ้มเกราะอยู่ในสภาพหงายท้องพังเสียหายทั้งคัน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะ ทราบชื่อคือ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง ดอฆอ รองหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลเรียง ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ดับ 1

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง พร้อมพวก รวม 4 นาย ได้ขับรถยนต์กระบะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ปลัดอำเภอ ซึ่งเป็นหัวหน้า ชคต.เรียง ขากลับจากการประชุมสภาสันติสุขที่ อบต.เรียง ขณะเดินทางกลับฐานที่ตั้ง คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ถนน ทำให้รถยนต์กระบะลอยพลิกคว่ำหลายตลบ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ประจำ ชคต.เรียง ได้ระดมกำลังมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล

การรักษาความปลอดภัยของ อส.ชคต.เรียง

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

หน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

การ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเพื่อปกป้องความสงบในพื้นที่เสี่ยงภัย

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และความสงบสุขจะกลับคืนสู่พื้นที่โดยเร็ววัน

การกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง

เหตุ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ

ที่มา – ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง พลีชีพ 1 ศพ เจ็บ 3 นาย

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขรก.ในพระองค์ รอดหวุดหวิด

เกิดเหตุระทึกขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงรถยนต์ของข้าราชการในพระองค์ ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เคราะห์ดีเจ้าตัวซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 กันยายน 2568 ร.ต.ท.ป้อมพิทักษ์ พึ่งตำบล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้มีนายนาวาวี อีซอ อายุ 35 ปี ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายพลเรือน ตำแหน่งเจ้าหน้าที่งานในพระองค์ ระดับ 1 ประจำพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเซียส สีเทา ทะเบียนนราธิวาส เข้าพบเพื่อแจ้งความร้องทุกข์

นายนาวาวีให้การว่า ถูกคนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ขณะขับรถยนต์ออกจากบ้านภรรยา ในพื้นที่ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีดำและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ ยืนอยู่ริมถนนด้านขวามือของคนขับใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์เก๋งถูกกระสุนปืนของคนร้าย บริเวณกระโปรงหน้า กระจกด้านข้างคนขับ กันสาด และหูช้างของกระจกมองข้าง จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสาย 5003 สายเจาะไอร้อง – ไอสเตียร์ ช่วงบริเวณบ้านเจาะเกราะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.นรินทร์ ช่วยสุข ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนสงคราม เอ็ม.16 ตกอยู่ที่บริเวณพงหญ้าริมทาง จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์

พ.ต.อ.นรินทร์ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนทุกสายที่มุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ทำการคนร้ายซุ่มยิงเก๋งครั้งนี้

นายนาวาวี ให้การเบื้องต้นว่า ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด และใช้ถนนสายดังกล่าวเพื่อไปหาภรรยาเป็นประจำ ไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

การสืบสวนหลังเหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง

หลังเกิดเหตุ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังเพื่อตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมข้อมูลและนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุของการโจมตีในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก

  • ตรวจสอบประวัติผู้ที่อาจมีความขัดแย้งกับผู้เสียหาย
  • ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย
  • สอบปากคำพยานที่อาจเห็นเหตุการณ์
  • ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

เหตุการณ์ คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ครั้งนี้ สร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน

การที่คนร้ายกล้าลงมือก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – คนร้ายซุ่มยิงเก๋ง ข้าราชการในพระองค์ ซิ่งรถหนีตายรอดหวุดหวิด

นราธิวาสเดือด! ลอบวางระเบิดรถทหารพรานเจ็บ

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาสปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยคนร้ายได้ทำการลอบวางระเบิดรถหุ้มเกราะของทหารพราน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.53 น. วันที่ 17 กันยายน 2568 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส คนร้ายได้ฝังระเบิดไว้ใต้ถนน และจุดชนวนระเบิดเมื่อรถหุ้มเกราะของทหารพรานขับผ่าน แรงระเบิดส่งผลให้รถหุ้มเกราะได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ

นอกจากทหารพราน 4 นายแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวขับรถกระบะตามหลังรถหุ้มเกราะของทหารพราน และถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ

นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และเศษซากของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ระเบิดดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดโดยใช้แบตเตอรี่ลากสายไฟเข้าไปในป่ารกทึบ

เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า ได้แก่

  • จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี
  • อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี
  • อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียน อายุ 41 ปี
  • อส.ทพ.ธีรัพงษ์ พรมพัด อายุ 35 ปี

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บคือ ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี

นาทีชีวิต! ทหารพรานตั้งสติ สุ่มยิงตอบโต้

ในนาทีชีวิตหลังเกิดเหตุระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อยู่ในรถหุ้มเกราะได้ตั้งสติ และรีบเปิดประตูรถออกมา พร้อมทั้งใช้อาวุธปืนประจำกายยิงสุ่มเข้าไปในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามายิงซ้ำ การตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้ และหลบหนีไปในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 2 รายในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า เป็นเครื่องเตือนใจว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสติของเจ้าหน้าที่ทหารพราน ที่สามารถตั้งสติและตอบโต้คนร้ายได้อย่างทันท่วงที ทำให้สามารถลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่านี้

ที่มา – นราธิวาสเดือด ลอบวางระเบิด รถหุ้มเกราะ ทหารพรานเจ็บ 4 นาทีชีวิต ตั้งสติสุ่มยิงเข้าป่า

ทหารพรานเจ็บ! **ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ สุไหงปาดี**

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.ย.) เมื่อคนร้าย**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บถึง 4 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ท่ามกลางความห่วงใยของประชาชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.53 น. บริเวณบ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ขณะที่กำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเส้นทางตามปกติ คนร้ายได้ทำการ**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ**ซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก

**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** ทหารพรานเจ็บ 4 นาย ที่สุไหงปาดี

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้รับบาดเจ็บ 4 นาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • จ่าสิบเอก ปิยะ อินทะโกษี ได้รับบาดเจ็บแน่นหน้าอก เนื่องจากแรงระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณป้อมปืน
  • อาสาสมัครทหารพราน สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี ได้รับบาดเจ็บอยู่ภายในรถ ไม่สามารถขยับออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลือ แต่ยังคงมีสติ
  • อาสาสมัครทหารพราน ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ ซึ่งเป็นพลขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และยังมีสติ
  • อาสาสมัครทหารพราน ธีระพงษ์ พรมพัด ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้ง 4 นาย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดีเพื่อทำการรักษาและตรวจอาการเพิ่มเติมอย่างละเอียดต่อไป

มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้น หลังเหตุ**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ**

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและความเข้มงวดในการปฏิบัติการวิทยุสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณฐานที่ตั้ง จุดตรวจ จุดสกัด สถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ และพื้นที่ชุมชน เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กำลังพลทุกนายเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังคน อาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือสื่อสาร เพื่อให้สามารถตอบโต้เหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามประมาทต่อสถานการณ์โดยเด็ดขาด

เหตุการณ์**ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ** เจ้าหน้าที่ทหารพรานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกนายสมควรได้รับการยกย่องและเชิดชู

จากเหตุการณ์นี้ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และร่วมมือกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต การสนับสนุนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ลอบวางระเบิด-ยิงซ้ำ เจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ็บ 4 นาย ขณะลาดตระเวนที่สุไหงปาดี

Scroll to top